be wealthy 🍀🌱 리트윗함
be wealthy 🍀🌱
8.7K posts

be wealthy 🍀🌱 리트윗함
be wealthy 🍀🌱 리트윗함

คุณไหมศิริกัญญาของขึ้น ความอดทนขาดผึงหลังได้ยินคำตอบจาก รมต หค กรณียื่นเงินกู้ 4แสนล้าน!
Pov แปลหยาบ : ขอบคุณที่เสือกตอบในสิ่งที่กูไม่ได้ถามค่ะ สรุปไอ้โครงการเหี้ยอะไรของมึง มันก็ไม่มีอยู่จริง แล้วสาระแนจะมากู้เงิน คนที่ต้องหาเงินมาจ่ายกันหีขวิดคือประชาชน
แล้วมาตอแหลบอกมีคนกรอง ก็พวกมึงทั้งนั้นอีควาย จะออก พรก ทำเหี้ยอะไรไม่ต้องเห็นหัวสภาเหี้ยไรแล้ว จะแดกกันหน้าด้านๆ เลยว่างั้นเถอะไอ้ชิบหาย
ไทย
be wealthy 🍀🌱 리트윗함
be wealthy 🍀🌱 리트윗함

Teaser Trailer หนังสารคดี พิธา Lead The Way คือสุดมากแฉหมดทุกคนเลย โอ้ยยยเริ่ด ทั่วโลกจะได้รับรู้ความประหลาด มันมีที่ไหนแขวน คดด. นายกในวันโหวตนายกเพราะอีหุ้นผี #leadtheway 📽️
#thealmostPM 📚
#ทิมพิธา 🎧🎸
ไทย
be wealthy 🍀🌱 리트윗함

“ช่วงไร้บ้านอยู่ลำบากมาก นอนตามฟุตบาทพื้นแข็ง ๆ เนื้อตัวสกปรกมอมแมม บางทีนั่งอยู่เฉย ๆ ยังมีคนเดินมาให้เงินเหมือนเป็นขอทานเลย เราก็คิดนะ ทำไมชีวิตมันตกต่ำขนาดนี้ ขนาดจะเข้าห้องน้ำยังต้องไปยกมือขอเขา อาบน้ำทีนึงก็ยากเย็น ก็ลงไปอาบในคลอง อาศัยจังหวะน้ำขึ้น เสื้อผ้าก็ไม่ได้ซัก มีแค่ชุดสองชุด จนมีเพื่อนที่นอนข้างกันเขาบอกว่า กระจกเงาเขามีบริการซักผ้าและห้องน้ำนะ ไปใช้ได้เลย ฟรีทุกอย่าง ตอนได้ยินนี่มันสวรรค์ชัด ๆ ไม่คิดว่ามีบริการอะไรแบบนี้ด้วย”
.
“ก่อนผมมาไร้บ้าน ผมทำงานเป็นกรรมกรตามไซต์งานก่อสร้าง ทำงานหนักมาตลอด ไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองเท่าไหร่ จนตอนอายุ 58 ปี รู้สึกร่างกายไม่ไหว ทำงานเริ่มช้าลง นายจ้างเขาส่ายหัวให้ผมทุกวัน สุดท้ายก็ไม่จ้างต่อ แล้วก็รับคนหนุ่มเข้ามาทำแทน ผมก็เลยตกงานตั้งแต่ตอนนั้น ไม่มีที่อยู่ กลายเป็นผีไม่มีศาล”
.
“พอมาใช้บริการ ทางกระจกเงาเขาก็ชวนให้ไปตรวจสุขภาพ ผมก็ตัดสินใจรีบมาตรวจเลย ช่วงนั้นรู้สึกไอหนักมากทุกคืนจนนอนไม่ได้ และตอนนั้นเข้าหน้าหนาวด้วย ไอจนแสบปอด หนาวไปถึงกระดูก พอมาตรวจเลยรู้ว่า ตัวเองเป็นวัณโรค ตอนแรกก็ตกใจ เราเห็นหลายคนที่บ้านตายเพราะโรคนี้กันเยอะ เราก็ไม่กล้ากลับบ้าน กลัวคนเขารังเกียจ ก็เลยตัดสินใจอยู่เร่ร่อนเหมือนเดิม แต่มาสบายใจก็ตอนเจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่ต้องห่วงนะลุง เดี๋ยวทางเราจะพาไปหาหมอ ตลอดการรักษา กินยา จะมีเงินช่วยเหลือ เพราะเขารู้ว่าเราทำงานไม่ได้ ต้องรักษาตัวก่อน และจะได้ไม่ต้องไปปะปนอยู่รวมกับคนอื่น เพราะช่วงแรกมันไปติดคนอื่นได้”
.
“ผมมากินยาที่สดชื่นสถานทุกวัน กินจนหาย ทุกครั้งจะมีคนคอยดูแล คอยจัดยาให้กิน ถามอาการว่ายามีผลข้างเคียงอะไรมั้ย สุขภาพเป็นไงบ้าง ผมกินยาอยู่ 6 เดือนได้ ทุกครั้งที่มากินยาจะได้วันละ 100 บาท มันก็ดีนะ ส่วนหนึ่งเราก็ไม่ต้องไปรับข้าวแจก สร้างกำลังใจให้เราต่อสู้กับโรคบ้านี่ด้วย ทางเจ้าหน้าที่เหมือนเขารู้ว่าเราไม่มีเรี่ยวแรงไปหางานหาเงินแน่ ๆ เงิน 100 บาทเป็นค่ามากินยาตรงตามนัดทุกวันแล้วก็ช่วยให้เรายังพอประคองชีวิตรอดด้วย และสุดท้ายก็ทำให้เรามีเงินเก็บ“
.
”พอผมเริ่มแข็งแรงขึ้น ก็ได้มาทำงานกับจ้างวานข้าเลย วันแรกที่ได้มาทำงาน ตกเย็นผมเดินหาห้องเช่าเลย เพราะเรามีเงินเก็บอยู่ประมาณ 6,000 แล้ว เราก็ไม่อยากพึ่งพากระจกเงาไปมากกว่านี้ แค่นี้ก็ต่อชีวิตเรามาได้มากพอแล้ว ตอนนี้ผมได้ทำงานที่กระจกเงาแล้ว มีห้องเช่า มีเพื่อนฝูง ร่างกายผมแข็งแรงขึ้น ใช้ชีวิตได้ดีขึ้น ไม่ต้องไปเร่ร่อนพเนจรที่ไหนอีก อีกอย่างผมไม่ต้องกลับไปอาบน้ำ ซักผ้า ที่สดชื่นสถานแล้ว ถึงไม่ได้กลับไปแต่ก็นึกถึงตลอด ถ้าไม่เจอที่นี่ก็คงตายอยู่ข้างถนนสักที่ สดชื่นสถานทำให้ผมได้กลับมาใช้ชีวิตที่เป็นชีวิตอีกครั้งครับ“
____________
สนับสนุนสดชื่นสถาน และจ้างวานข้าได้ที่…
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
.
#สดชื่นสถาน #จ้างวานข้า
#มูลนิธิกระจกเงา

ไทย
be wealthy 🍀🌱 리트윗함
be wealthy 🍀🌱 리트윗함
be wealthy 🍀🌱 리트윗함

วันนี้เราเข้าไปดูคะแนนtcas69ของเรา มันหายไป 2 วิชา คะแนนเป็น 0 เลย คณิตกับอังกฤษ จากเดิมที่ประกาศเมื่อวันที่ 16 เมษายน เราได้คณิต 78 และอังกฤษ 97.5 เราเลยโทรไปติดต่อที่ ทปอ. รอจน6โมงเย็น เขาแจ้งว่าเครื่องไม่สามารถตรวจกระดาษคำตอบได้ เขาบอกว่าแถบกระดาษคำตอบด้านซ้ายมือ อาจจะมีรอยเปื้อน ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่ามันเปื้อนเพราะเรารึเปล่า เพราะมันไม่ใช่รอยขีด แต่เราเป็นคนถนัดซ้าย เราก็เลยสงสัยว่า ทำไม ทปอ. ประกาศคะแนนแล้ว เราเตรียมตัวทุกอย่างแล้ว เพราะเราทราบคะแนนตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน แต่วันนี้จู่ๆคะแนนเราก็หายไป ตอน 6 โมงเย็นวันนี้ ทปอ. แก้ไขคะแนนเราเป็นคณิตศาสตร์ เหลือ 40 และอังกฤษ เหือ 43.75 ซึ่ง ทปอ. ก็ส่งกระดาษคำตอบมาให้เราดู ซึ่งกระดาษคำตอบเราก็ถูกต้อง เป็นคพแนนเดิมวันที่ 16 จากเดิมวันที่ 16 ที่คะแนนรวม กสพท. เราได้ 83.xxx ซึ่งเราน่าจะได้แพทย์จุฬา แต่ตอนนี้คะแนนเราเหลือแค่ 70.xxx ซึ่งมันไม่ยุติธรรมสำหรับเรา เพราะ ทปอ. ประกาศคะแนนมาแล้วเมื่อวันที่ 16 แต่จู่ๆความฝันเราก็สลาย เพราะ ทปอ. ไปเปลี่ยนคะแนนเรา ทปอ. บอกว่าเราถนัดมือซ้าย อาจจะทำให้ขอบกระดาษด้านซื้อเปื้อน ซึ่ง มันไม่น่าจะเป็นความผิดของคนถนัดซ้าย ทำไม ทปอ. ถึงไม่ทำ แถบทั้ง 2 ด้าน และเราก็ไม่แน่ใจว่าเราเป็นคนทำกระดาษเปื้อนหรือไม่ เพราะ ถูก ส่งผ่านหลายขั้นตอน พรุ่งนี้ จะต้องเลือกคณะแล้ว แต่ทปอ. มาลดคะแนนเราวันนี้ ใครก็ได้ ช่วยเราที เราไม่รู้จะทำอย่างไร เรารู้ว่าเราสอบได้คะแนนวันที่ 16 เป็นของเรา แต่วันนี้มันไม่ใช่คะแนนเรา เราไม่ได้ฝนผิด เราฝนชัดเจน ทปอ. ก็ส่งกระดาษคำตอบมาให้เรา มันก็ชัดเจน เราเสียใจมาก ร้องไห้หนักมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร เราตั้งใจอ่านหนังสือมาตั้งหลายปี จะเข้าแพทย์ จุฬา แล้วเราก็ทำได้ คะแนนวันที่ 16 ทปอ. ประกาศมา แต่จู่ๆ ทปอ. ก็มาลดคะแนนเราแบบไม่มีสาเหตุ เราแนบกระดาษคำตอบเราให้ดูด้วย ที่ทปอ. ส่งมาให้ ช่วยดูให้หน่อยว่าแถบด้านซ้ายมันดำจริงมั้ย จนเครื่องตรวจไม่ได้รึเปล่า เราขอความช่วยเหลือด้วย เพราะเราต้องเลือกคณะแล้ว เราอยากได้คะแนนวันที่ 16 กลับมา เพราะเขาให้เลือกคณะถึงวันที่ 12
ใครก็ได้ช่วยเราที. ผู้บริหารกระทรวงก็ได้ ช่วยเราที
เครดิต : Nachamon Kulsong




ไทย
be wealthy 🍀🌱 리트윗함

สงสารน้องเขามาก ทำคลิปนี้เสร็จปรากฏว่าในคอมเม้นมีแต่ผู้หญิงเข้ามาเม้นอยากได้เป็นผัว คือลุกก่อนแต่งน้องเขาเซอร์ๆ ดูเท่ น่าจะเป็นไทป์ของสาวไทย 555555555
Ultra Rich@agentRichTh
สาเหตุการป่วย : โรคกระเพาะ 🤣
ไทย
be wealthy 🍀🌱 리트윗함
be wealthy 🍀🌱 리트윗함

และแล้ว ครม. ของรัฐบาลลุงหนูก็อนุมัติให้กระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท ผ่าน พ.ร.ก. (พระราชกำหนด) นะครับ
โดยรัฐบาลให้เหตุผลว่า เพื่อสู้ภาวะ Stagflation ที่กำลังจะมาในไม่ช้า
Stagflation = Stagnation (เศรษฐกิจฝืด) + Inflation (เงินเฟ้อ)
ปกติเศรษฐกิจตกต่ำ → เงินเฟ้อก็ลด (เพราะคนไม่จ่ายของ ราคาก็ลด)
แต่ Stagflation = เศรษฐกิจตกต่ำ + เงินเฟ้อพุ่ง พร้อมกัน
ครั้งสุดท้ายที่โลกเจอ Stagflation จริงๆ คือยุค 1970s ใช้เวลาฟื้นนานเป็นทศวรรษ และต้องอาศัยประธานเฟดในตอนนั้น Paul Volcker ขึ้นดอกเบี้ยถึง 20% ในสหรัฐฯ จึงสยบเงินเฟ้อได้
นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลกลัว และยอมกู้ 4 แสนล้านเพื่อ "หยุดความเสี่ยง" ก่อนที่ไทยจะเข้าสู่ Stagflation จริงๆ
คำถามคือ 4 แสนล้านนี้จะช่วยสู้ Stagflation ได้จริงไหม?
ผมเพิ่มความน่าสนใจของเรื่องนี้ให้อีก ด้วยข้อมูลที่หลายคนไม่ได้สังเกต คุณวิทัย ผู้ว่า ธปท. ออกมาแสดงความเห็น "ไม่ตรง" กับฝ่ายรัฐบาลนะครับ
ผู้ว่าแบงก์ชาติ บอกว่าเงินก้อนนี้ควรเอาไปลงทุนสร้างเศรษฐกิจระยะยาว ไม่ใช่แค่เยียวยาระยะสั้น
ไปดูรายละเอียดกันครับ
-----------------------------
พ.ร.ก. กู้เงินครั้งนี้คืออะไร? ใหญ่ขนาดไหน?
มาเจาะตัวเลขดูนะ
กู้รวม 400,000 ล้านบาท
ผ่าน พ.ร.ก. (ไม่ใช่ พ.ร.บ.) เพราะอ้างเป็น "กรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน"
แบ่งเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน
ส่วนที่ 1 - 200,000 ล้านบาท → เยียวยาประชาชน (โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ปรับสัดส่วน 60:40 + 4,000 บาท/คน ครอบคลุม 30 ล้านคน)
และส่วนที่ 2 - 200,000 ล้านบาท → ปรับโครงสร้างพลังงาน (เปลี่ยนจาก Fossil → Clean Energy ให้สำเร็จภายใน 1 ปี จากปกติใช้ 10 ปี)
Timeline จะเป็นแบบนี้นะทุกคน
5 พ.ค. 2569 - ครม. อนุมัติ
14 พ.ค. 2569 - เสนอสภาผู้แทนราษฎร
1 มิ.ย. 2569 - เริ่มกู้จริง
คำถามสำคัญคือ หนี้สาธารณะจะขยับยังไง?
มี.ค. 2569 (ปัจจุบัน) 66.38% ต่อ GDP
สิ้นปี 2569 จะขยับเป็น 68% ต่อ GDP
ปี 2570-2571 จะขึ้นไปอีกเป็น 69% ต่อ GDP (ใกล้ชนเพดาน 70%)
→ แปลว่า จะเหลือพื้นที่กู้เพิ่มอีกแค่ 1% ก่อนชนเพดาน
-----------------------------
ทำไมรัฐบาลรีบกู้ผ่าน พ.ร.ก. แบบนี้?
คำตอบคือ รัฐบาลห่วงเรื่อง Stagflation จริงๆครับ
รัฐบาลเชื่อว่าวิกฤตในตะวันออกกลางจะส่งผลให้
ราคาพลังงานพุ่ง → ต้นทุนการผลิตขึ้น → เงินเฟ้อ
เศรษฐกิจชะลอ → คนใช้จ่ายน้อยลง → GDP ฝืด
= Stagflation Textbook เป๊ะๆ
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว. คลัง บอกว่า
งบประมาณปี 69 เหลือลงทุนได้ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท
งบกลางเหลือแค่ 20,000 ล้านบาท
งบปี 70 ต้องรออีก 5 เดือน กว่าจะใช้ได้
ถ้ารอผ่านกระบวนการปกติ → ไม่ทันแน่ จึงต้องใช้ พ.ร.ก. ที่อนุมัติเร็วกว่า
ส่วนเหตุผลแบบนี้ ฟังขึ้นใหม่ ผมว่า ก็วิจารณ์กันได้นะ
-----------------------------
แต่ผมเห็นบางมุมที่น่าสนใจครับ นั่นคือ ในรัฐบาลเอง 3 คน ยังตอบไม่ตรงกันเลย
ใครบอกอะไรบ้าง?
รมว.คลัง (ดร.เอกนิติ) ต้องการ "เพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจระยะยาว เพื่อให้เกิดดอกผลมากกว่าดอกเบี้ย 2%"
ปลัดคลัง (คุณลวรณ แสงสนิท) บอก "ไม่ได้มุ่งเน้นการเพิ่ม GDP" — มุ่งเยียวยา + แก้โครงสร้างพลังงาน
ส่วนผู้ว่าแบงก์ชาติ (คุณวิทัย รัตนากร) บอก ต้องชั่งน้ำหนัก "เยียวยา vs ลงทุน" - เยียวยาประคองได้ทันที แต่ปีหน้า GDP จะโตน้อยลง
= 3 คน 3 มุม! ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลยังตอบไม่ตรงกันด้วยซ้ำว่ากำลังทำอะไร
ผมว่านี่คือ Red Flag ครับ เพราะถ้าทีมเศรษฐกิจไม่ Align กันตั้งแต่ต้น เงิน 4 แสนล้านอาจถูกใช้แบบกระจัดกระจาย ไม่มีประสิทธิภาพ
-----------------------------
อีกมุมที่ต้องพูดถึงก็คือ เพดานหนี้สาธารณะ 70% ครับ
แปลว่า เรากำลังเดินใกล้หน้าผาทางการคลังทุกที
ตามกฎหมายไทย ปัจจุบันเพดานหนี้สาธารณะอยู่ที่ 70% ของ GDP
หลังกู้ 4 แสนล้าน → ขึ้นไป 69% = เหลือพื้นที่อีกแค่ 1%
ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอีก (เช่น สงครามขยายตัว, น้ำมัน $150, COVID 2.0) → รัฐบาลจะทำอะไรต่อ?
ทางเลือกที่อาจตามมาในอีก 2-3 ปี
1. ต้องปลดล็อกเพดานเป็น 75-80% (ทำได้ แต่เครดิตประเทศเสีย Moody's/Fitch อาจปรับลด Rating เราตามมาแน่นอน)
2. อาจต้องขึ้น VAT จาก 7% เป็น 10% (ที่ประชาชนเริ่มกังวลมากขึ้น) รวมถึงอาจมีการตัดสวัสดิการที่มีอยู่ (บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ + เบี้ยผู้สูงอายุ) เพื่อลดรายจ่ายลง
ทุกทางเลือก =ประชาชนเจ็บตัวครับ
-----------------------------
คำถามสุดท้าย เราจะเปลี่ยนผ่านพลังงานใน 1 ปี มันเป็นไปได้จริงไหม?
ปลัดคลังบอกว่าเงินก้อนนี้จะช่วยให้ "เปลี่ยนพลังงานทั้งประเทศได้ภายใน 1 ปี จากปกติใช้ 10 ปี"
เป็นไปได้หรอ? เพราะการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เราต้องการ
โครงสร้างพื้นฐาน (โรงไฟฟ้า + Smart Grid)
เทคโนโลยี (Solar + Wind + Battery)
เวลาก่อสร้าง 3-5 ปี/โครงการ
การฝึกบุคลากร (ขาดวิศวกรเฉพาะทาง)
กฎหมาย/กฎระเบียบ (ใช้เวลาแก้กฎ 1-2 ปี)
ในอดีตที่ผ่านมา ระยะเวลา 1 ปี ผมเห็นรัฐบาล (ในอดีต) ทำได้แค่ "วางแผน + เริ่มก่อสร้างบางโครงการ" ไม่ใช่ "เปลี่ยนพลังงานทั้งประเทศ"
สรุปคือ คำว่า "ใน 1 ปี" อาจเป็น Political Spin มากกว่าเป็นไปได้จริงครับ ขอไม่เชื่อไว้ก่อนนะ กราบขออภัย
-----------------------------
ผลต่อไทยในระยะสั้น
ที่โดนแน่ๆ คือ ค่าเงินบาทอาจอ่อนระยะกลางครับ
เพราะ หนี้สาธารณะเพิ่ม + เพดานใกล้ชน + รัฐบาลต้องกู้เพิ่มในอนาคต
ต่างชาติเห็นแบบนี้อาจขายพันธบัตรไทย → THB อ่อน → ซึ่งอาจจะดีต่อ Exporter (อิเล็กทรอนิกส์ + อาหาร) แต่ มันไม่ดีต่อผู้นำเข้าและธุรกิจที่มี USD-denominated Debt ไง
ผมว่าเรื่อง พ.ร.ก. 4 แสนล้านนี้คือ "บททดสอบสำคัญ" ของรัฐบาลอนุทินครับ
ถ้าใช้เงินดี สามารถประคองเศรษฐกิจได้ และปูทาง Clean Energy แปลว่าคนไทยได้ประโยชน์ระยะยาว
แต่ถ้าใช้เงินไม่ดี หนี้ก็จะเพิ่ม แถมถ้าไม่มีการเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานจริง คนรุ่นลูกหลานต้องจ่ายผ่าน VAT 10% และยังไม่หลุดพ้นจากความเสี่ยงด้านพลังงานอย่างยั่งยืน
ส่วนตัวผมว่า เงินเยียวยา 4,000 บาท/คน คือ "ยาแก้ปวดชั่วคราว" ที่จำเป็นครับ อันนี้เห็นด้วยกับประชาชนบางกลุ่ม
แต่ถ้าโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านไม่สำเร็จ — เราจะเสียโอกาสครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี
วิธีที่รัฐบาลใช้เงิน 4 แสนล้านในปีหน้า จะกำหนดทิศทางของหุ้นไทยอย่างน้อย 5 ปีข้างหน้าเลย
ฝากทุกคนเป็นหูเป็นตา และติดตามเรื่องนี้ใกล้ชิดครับ การตรวจสอบโครงการที่ใช้เงินกู้ก้อนนี้ทุกๆ โครงการที่ออกมา เพราะมันคือเงินภาษีของพวกเราทั้งในอดีต และในอนาคต
Mr.Messenger รายงาน

ไทย
be wealthy 🍀🌱 리트윗함
be wealthy 🍀🌱 리트윗함
be wealthy 🍀🌱 리트윗함
be wealthy 🍀🌱 리트윗함
be wealthy 🍀🌱 리트윗함

แชร์เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนครับ
มีใครเคยดูช่อง YouTube ชื่อ “ฮลุน โซโล่” บ้างครับ
ตอนแรกผมคิดว่า เขาน่าจะเป็นมุสลิมจากภาคใต้
เพราะเที่ยวประเทศอิสลามบ่อย
พื้นฐานครอบครัวน่าจะอยู่แถบใต้
สรุปผิดหมด
“ฮลุน โซโล่” YouTuber สาย Backpack วัย 26 ปี
ตัวจริงคือเด็กคนหนึ่งที่เติบโตมาโดยไม่มีพ่อแม่
อาศัยอยู่กับคุณย่าที่ จ.กาฬสินธุ์
ก่อนจะเข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ
เขาเคยทำงานโรงงาน วันละ 10 ชั่วโมง
เพื่อแลกกับค่าแรงประมาณ 300 บาท
อยู่ห้องเช่าเดือนละ 2,000 บาท
ชีวิตเขาได้มีต้นทุนมากมาย
แต่เขามีความฝันชัดเจนมากแค่อย่างเดียวคือ
“อยากแบกเป้เที่ยวรอบโลก”
จุดเปลี่ยนสำคัญคือ
เขาสอบชิงทุนจนได้เรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย
คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ (ทุนครอบคลุมค่าใช้จ่าย + มีเงินให้ใช้)
แต่เขาแทบไม่ใช้เงินเลย
ตลอด 4 ปีในมหาลัย
เขาวางแผนชีวิตแบบจริงจัง
อัดตารางเรียนให้มีวันว่างเยอะที่สุด
ทุกวันว่างออกไปทำงานหาเงิน
ทำทุกอย่างที่ได้เงิน
ทั้งสอนพิเศษ, แจกใบปลิว, ขายของออนไลน์
สุดท้ายพอเรียนจบ
เขามีเงินก้อนแรกในชีวิต
เขาเลือก เอาเงินทั้งหมดไปซื้อประสบการณ์
จากเด็กโรงงาน
สู่คนที่เดินทางมาแล้วกว่า 50 ประเทศทั่วโลก
และเมื่อเริ่มทำคลิป
รายได้ก็เริ่มตามมา
จนวันนี้เขากลายเป็น “ฮลุน โซโล่” ที่หลายคนรู้จัก
เรื่องนี้เกิดจากการ
วินัย + การวางแผน + ความชัดเจนในเป้าหมาย
ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนทำ 3 อย่างนี้ได้ ชีวิตประสบความสำเร็จแน่นอนครับ

ไทย
be wealthy 🍀🌱 리트윗함

หน่วยงานรัฐ ไม่รักษา ไม่ปกปิด ความลับของผู้ร้องแบบนี้ขัดกับคู่มือการร้องเรียนของหน่วยงานตนเองที่ระบุบว่า
“หน้าที่ 13 ข้อ 6.3.3
กรณีผู้ร้องระบุในคำร้องให้ปกปิดชื่อหรือไม่ประสงค์ให้นำลายมือชื่อผู้ร้องไปเปิดเผย จะต้องคุ้มครองผู้ร้อง เพราะหน่วยงานผู้ถูกร้องอาจทราบได้และทำให้ผู้ร้องจะได้รับความเดือดร้อน”
แบบนี้ทางศูนย์ดำรงธรรมจะแก้ไขอย่างไร และ จะดำเนินการตั้งกรรมการสอบ จนท.ที่เอาข้อมูลไปเปิดเผยต่อผู้ถูกร้องอย่างไร

ไทย
be wealthy 🍀🌱 리트윗함
be wealthy 🍀🌱 리트윗함

















