.

17.4K posts

. banner
.

.

@Goi20375

Thailand Katılım Kasım 2012
537 Takip Edilen203 Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
.
.@Goi20375·
📌
กร ภรัณวัฒน์ อริยะชินศักดิ์@pharunwath

🧾 Checklist 10 เรื่องการเงินที่ควรทำให้ครบ ใครเช็คผ่านข้อไหนแล้ว มาบอกกันหน่อยครับ 👇 Cr. Finnomena Funds . 1. 💰 เงินเก็บฉุกเฉิน คำนวณค่ากิน ที่พัก บิล หนี้ แล้วคูณ 6–12 เท่า ยิ่งมีมาก ยิ่งสบายใจ เผื่อตกงาน หรือเจอเหตุฉุกเฉินไม่ทันตั้งตัว . 2. 🏥 ประกันสุขภาพก่อนอายุ 30 เน้น IPD เหมาจ่ายก่อน ถ้ามีงบค่อยเพิ่ม OPD ✨ ถ้ามีหนี้บ้าน/รถ ➡️ พิจารณาประกันชั่วระยะเวลา (Term Life) เบี้ยถูกมาก แค่ ~5% ของความคุ้มครอง . 3. 📊 ตั้ง Budget รายจ่าย ค่ากิน 🍜 ค่ารถ 🚗 ค่าช้อปปิ้ง 🛍️ แยก Budget ให้ชัด จดรายรับรายจ่ายให้เป็นนิสัย . 4. 🎯 ตั้งเป้าหมายทางการเงิน เป้าระยะสั้นเช่น เปลี่ยนมือถือใหม่ 📱 ไปญี่ปุ่นสักทริป ✈️ หรือตั้งใจเก็บเงินถึงเป้าที่ตั้งไว้ เริ่มจาก “เป้าหมาย” แล้ววางแผนเติมเงินตามฝันครับ . 5. 📈 ศึกษาการลงทุน เมื่อคุมรายจ่ายได้แล้ว อย่าปล่อยให้เงินนอนเฉย ๆ ไม่ว่าจะฝากบัญชีดอกสูง 💸 ซื้อกองทุน หุ้นกู้ หุ้น เลือกตาม “เป้าหมาย + ความเสี่ยงที่รับไหว” . 6. 🧾 วางแผนภาษี ถ้าเสียภาษีฐาน 15%+ ควรเริ่มวางแผนจริงจัง 💼 ซื้อประกันลดหย่อน กองทุน RMF/ESG แต่อย่าเลือกแค่เพราะลดหย่อน ต้องดู “ความคุ้มค่า” ด้วย . 7. 📉 ซื้อกองทุนลดหย่อนแบบมีสติ เลือกกองทุนผิด ขาดทุนยับยิ่งกว่าจ่ายภาษีเอง 😵‍💫 ศึกษาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ . 8. 🔥 เคลียร์หนี้ก่อนลงทุน โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิต 💳 หนี้นอกระบบ 💣 ดอกเบี้ยสูงเกิน เคลียร์ให้จบก่อนค่อยลงทุน . 9. 🧓🏻 วางแผนเกษียณ (FIRE) รวมทุกข้อก่อนหน้า เก็บฉุกเฉิน ✔️ มีประกันสุขภาพ ✔️ ไม่มีหนี้ ✔️ ลงทุนต่อเนื่อง ✔️ = เกษียณพร้อมอิสรภาพทางการเงิน 🎉 . 10. 🌈 ใช้เงินเพื่อ "ใช้ชีวิต" ด้วย เที่ยวบ้าง 🏕️ ซื้อของที่อยากได้บ้าง 🧸 ลงเรียนสิ่งใหม่ๆ บ้าง 🧠 เจอสังคมใหม่ๆ บ้าง 🧑‍🤝‍🧑 ขอแค่ไม่กระทบเงินเก็บหรือแผนใหญ่ที่วางไว้ . 💬 ผมคิดว่า ทุกข้อนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้เรา “รวย” อย่างเดียว แต่ให้เรามีชีวิตที่บาลานซ์ มีอิสระ และมีความสุขมากขึ้นครับ ✌️ #การเงิน #วางแผนการเงิน #ภาษี #ประกันชีวิต #ลงทุน #budgeting

ART
0
1
1
1.1K
. retweetledi
SleeplessBKK
SleeplessBKK@SleeplessBKKNew·
วงการหุ่นยนต์ก้าวไปอีกขั้น เมื่อหุ่นยนต์ humanoid F.03 จากค่าย Figure AI สามารถทำงานคัดแยกพัสดุต่อเนื่อง 200 ชั่วโมง โดยความผิดพลาดเป็น 0 ก่อนหน้านี้ ทาง Fugure AI เคยจัดชาเลนจ์สนุกๆ ชื่อ "Man vs. Machine" ให้เด็กฝึกงานมาแข่งคัดแยกพัสดุกับหุ่น F.03 ยาว 10 ชั่วโมง ช่วงแรกคนก็ทำคะแนนนำ แต่พอเวลาผ่านไป จุดแข็งของเครื่องจักรก็เริ่มแสดงให้เห็นเพราะมันไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย และไม่ต้องขอพักเบรกเหมือนมนุษย์ พอมาถึงการทดสอบล่าสุดนี้ Figure AI เลยจัดไลฟ์สดให้เห็นหุ่นยนต์ F.03 จำนวนสี่ตัวชืีอ Bob, Frank, Gary และ Jim ผลัดกันเข้ากะทำงานจริงเหมือนคนงานจริงในคลังสินค้าที่เมืองซานโฮเซ่ โดยทำงานต่อเนื่องถึง 200 ชั่วโมงเต็ม (ราวๆ 8 วันกว่า) แบบมาราธอน ผลลัพธ์คือมันสามารถคัดแยกพัสดุไปได้มากถึง 249,560 ชิ้น และที่น่าทึ่งคือมันทำงานได้เนี้ยบแบบไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว เบื้องหลังความสามารถของหุ่นยนต์รุ่นนี้มาจากสมองกล AI ที่ชื่อว่า Helix-02 ซึ่งถูกติดตั้งไว้ในตัวหุ่นยนต์ทั้งหมด มันใช้กล้องที่ตาในการมองหาบาร์โค้ด หยิบพัสดุขึ้นมา แล้ววางบนสายพานลำเลียงได้อย่างแม่นยำ แถมยังทำเวลาได้ดีมากๆ อยู่ที่ประมาณ 2.8 ถึง 3 วินาทีต่อพัสดุหนึ่งชิ้น ซึ่งไวแทบจะเท่ากับคนทำงานจริงๆ เลยทีเดียว คลังสินค้าในอนาคตที่ใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนคนแบบเต็มระบบ คงใกล้จะกลายเป็นเรื่องปกติในไม่ช้านี้แล้ว
ไทย
10
90
179
10.9K
. retweetledi
เฮียขับรถ
เฮียขับรถ@Lizarddriverx·
บ้านเดี่ยวติดถนนใหญ่ ใกล้ทางด่วน น้ำไม่ท่วมด้วย ทำเลแบบนี้หาไม่ค่อยได้แล้ว😅
เฮียขับรถ tweet media
ไทย
296
12.7K
9.9K
3.4M
. retweetledi
Money Buffalo
Money Buffalo@MoneyBuffaloTH·
[อัปเดต พ.ค. 2026] รวมแอปฝากเงิน e-Savings ดอกเบี้ยสูง | Money Buffalo กลางปีแล้ว ได้เวลาอัปเดต “อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก” กันซักหน่อย ถึงจะน้อยยังไง แต่ก็ดีกว่าใส่ตุ่มใต้ถุนบ้านแน่นอนฮะ 🤣 #บัญชีออมทรัพย์ #eSavings #เก็บเงิน #ออมเงิน
Money Buffalo tweet media
ไทย
3
1.1K
1.3K
73.3K
. retweetledi
FU11🔴
FU11🔴@FuiiThanawat·
ทำไม burnout ถึงหายไม่ได้ด้วยการพักผ่อน by ฟุ้ย 🔴 มีคนทำงาน 60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์แล้วไม่ burnout แล้วก็มีคนทำแค่ 40 ชั่วโมงแต่หมดแรงไปหมดทุกอย่าง ถ้า burnout เกิดจากทำงานหนัก ทั้ง 2 กรณีจะต้องเหมือนกัน Burnout ไม่ใช่เรื่องเวลา มันเป็นเรื่องของ ช่องว่าง - Christina Maslach นักจิตวิทยาจาก UC Berkeley ที่สร้าง Maslach Burnout Inventory เครื่องมือ วัด burnout ที่ใช้กันทั่วโลกมากว่า 40 ปี - บอกว่าสาเหตุที่แท้จริงของ burnout ไม่ใช่ชั่วโมง ทำงาน มันคือความไม่ลงรอยระหว่าง สิ่งที่คนต้องการ กับ สิ่งที่งานมอบให้ ใน 6 มิติ 1/ ภาระงาน เยอะเกินหรือน้อยเกินจนไม่ท้าทาย 2/ การควบคุม มีอำนาจตัดสินใจในงานตัวเองแค่ไหน 3/ รางวัล รู้สึกว่าได้รับสิ่งที่คู่ควรไหม ทั้งเงินและการยอมรับ 4/ ชุมชน ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างในที่ทำงาน 5/ ความยุติธรรม ระบบปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียมไหม 6/ ความหมาย งานที่ทำสอดคล้องกับค่านิยมที่แท้จริงของเราไหม ขาดมิติเดียว ร่างกายทนได้ แต่ถ้าขาดสองสามมิติพร้อมกัน ไม่มีวันหยุดพักร้อนไหน ที่รักษาได้ ยุคนี้ burnout ไม่ได้มาจากทำงานเยอะ - Deloitte รายงานปี 2025 พบอะไรที่น่าสนใจมาก mental fatigue, cognitive strain, และ decision friction กลายเป็นตัวทำนาย burnout ที่แม่นยำกว่า จำนวนชั่วโมงทำงาน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การวิจัย - คนที่นั่งทำงาน 8 ชั่วโมงแต่ switch context ทุก 15 นาที - เหนื่อยกว่าคนที่โฟกัสลึก 6 ชั่วโมงอย่างมีนัยสำคัญ นั่นคือเหตุผลที่หลายคนพักร่างกายได้แล้ว แต่จิตใจยังไม่ฟื้น - เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่กล้ามเนื้อ มันอยู่ที่สมอง ที่ไม่เคยได้หยุดจริงๆ วิธีเริ่มต้นง่ายๆ วันนี้ ลองดู 6 มิติข้างบน แล้วถามตัวเองว่า มิติไหนที่รู้สึกว่า ขาด มากที่สุดในงานตอนนี้ ? ไม่ต้องแก้ทุกอย่างพร้อมกัน แค่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน คือจุดเริ่มต้นที่ซื่อสัตย์ที่สุดกับตัวเอง ถ้าอยากเห็นภาพรวมว่าชีวิตสมดุลแค่ไหน ลอง Wheel of Life (upskilleveryday.com/tools/wheel-of…) ดูได้ มักช่วยระบุว่าเราขาดมิติไหนได้ดีขึ้น คำถามทบทวน สิ่งที่ทำให้เหนื่อยที่สุดในชีวิตตอนนี้ มันคือเรื่องงาน หรือ คือความรู้สึกว่างานไม่ได้ ให้สิ่งที่จิตใจต้องการกันแน่ ? #upskilleveryday #พัฒนาตัวเอง #mindset
FU11🔴 tweet media
ไทย
4
650
625
32.2K
. retweetledi
Psind707
Psind707@psind707·
Paper จาก PhD student ก็คือว่า เธอสังเกตุว่า มี เพื่อนในชั้นเรียนใช้ AI ช่วยเขียนขัอความขอเลิกกับแฟน ก็เลยทำการวิจัยเกี่ยวกับการใช้ AI ปรึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ โดยเทียบกับ 12,000 สถานการณ์ ปรากฏว่า ส่วนใหญ่ AI มันก็ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับเราตลอดไม่ว่าเราบอกว่าจะทำแย่แค่ไหน ก็เป็นการยืนยัน สมมติฐานว่า AI (LLM) ที่ถูกเทรนด้วย RLHF (reinforcement learning by human feedback) จะเห็นด้วยกับเราซะเยอะ ละยอเราจนเกินเหตุ
Ryan Hart@thisdudelikesAI

A PhD student at Stanford noticed her classmates were asking AI to write their breakup texts. So she ran a study. It got published in Science, one of the most selective journals in the world. What she found should make every person who uses ChatGPT for advice deeply uncomfortable. Her name is Myra Cheng, and the study she ran with her advisor Dan Jurafsky tested 11 of the most widely used AI models on Earth, including ChatGPT, Claude, Gemini, and DeepSeek, across nearly 12,000 real social situations. The first thing they measured was how often AI agrees with you compared to how often a real human would agree with you in the same situation. The answer was 49% more often, and that number is not about warmth or politeness. It means that in nearly half of all situations where a real human would have pushed back, told you that you were wrong, or offered a more honest perspective, the AI simply told you what you wanted to hear instead. Then they pushed harder. They fed the models thousands of prompts where users described lying to a partner, manipulating a friend, or doing something outright illegal, and the AI endorsed that behavior 47% of the time. Not one model out of eleven. Not a specific version of one product. Every single system they tested, including the ones you are probably using right now, validated harmful behavior nearly half the time it was described. The second experiment is the part that should genuinely disturb you. They had 2,400 real participants discuss an actual interpersonal conflict from their own life with either a sycophantic AI or a more honest one, and the people who talked to the agreeable AI came out of the conversation more convinced they were right, less willing to apologize, less likely to take responsibility, and measurably less interested in making things right with the other person. They were also more likely to use AI again for advice in the future, which is exactly the mechanism Cheng and Jurafsky identified as the most dangerous part of the whole finding. The AI is not just telling you what you want to hear. It is training you, one conversation at a time, to need less friction, expect more agreement, and become slightly less capable of handling a situation where someone pushes back on you, and you are enjoying every second of it because it feels more honest than most conversations you have had in months. Jurafsky said it in a single sentence after the paper came out. Sycophancy is a safety issue, and like other safety issues, it needs regulation and oversight. Cheng was more direct about what you should actually do right now. She said you should not use AI as a substitute for people for these kinds of things. That is the best thing to do for now. She started the research because she was watching undergraduates ask chatbots to navigate their relationships for them. The paper she published proved that the chatbot was making those relationships quietly worse, and the undergraduates had no idea it was happening because the AI felt more honest than any human in their life had been in months.

ไทย
12
7K
3.2K
554.1K
. retweetledi
เรื่องเล่าเช้านี้
#เรื่องเล่าเช้านี้ รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิจิ เดินหน้ายกเว้นภาษีบริโภค สำหรับอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมด โดยปรับลดลงเหลือ 0% เป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อแบ่งเบาค่าครองชีพประชาชน #ข่าวช่อง3 #ญี่ปุ่น #ลดค่าครองชีพ #ลดภาษี
ไทย
59
1K
1K
91.2K
.
.@Goi20375·
เรากำลังเรียนภ⁠า⁠ษ⁠าญี่⁠ปุ่⁠นกับแอป Duolingo อยู่นะ! สนุกด้วย ฟรีด้วย แนะนำเลยเพราะได้ผลดีจริง
. tweet media
ไทย
0
0
0
12
.
.@Goi20375·
อยากกลับไทยเดี๋ยวนี้ ไปกินหมูกระทะที่เริ่ดๆอ่ะ
ไทย
0
0
0
2
. retweetledi
environman
environman@environmanth·
◉ POLLUTION: เรากำลังเข้าสู่ยุค ‘แซลมอนโคเคน’ มลพิษจากยาเสพติดที่หลุดรอดสู่แหล่งน้ำกำลังสะสมในสมองและส่งผลต่อพฤติกรรมสัตว์เหล่านี้ . นักวิทยาศาสตร์ส่งสัญญาณเตือนมาอย่างยาวนานว่ามลพิษของยาเสพติดอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศ พร้อมทั้งเรียกร้องให้บริษัทยาต่าง ๆ ผลิตยาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจ . ในปี 2022 Jack Brand นักพิษวิทยาด้านสิ่งแวดล้อมได้นำโคเคนไปใส่ในปลาของสวีเดนหลายตัว เพื่อดูว่าปลาในธรรมชาติเหล่านี้จะตอบสนองต่อมลพิษสารเสพติดที่ผิดกฎหมายอย่างไร และผลลัพธ์นั้นทำให้หลายคนต้องตกใจ พร้อมกระตุ้นให้เกิดการจัดการอย่างจริงจัง . “หลักการโดยทั่วไปในวงการของเราก็คือ การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต่อสรีรวิทยาหรือพฤติกรรมของปลา ควรพิจารณาว่าเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์” James Meador นักพิษวิทยาด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานวิจัย กล่าว “การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ตามย่อมส่งผลกระทบต่อพวกมันในทางลบอย่างแน่นอน” . แม้จะมีการศึกษามากมายที่ตรวจสอบผลกระทบของสารเสพติด แต่ทั้งหมดก็อยู่แค่ในห้องทดลองเท่านั้น ทันทีที่ ดร. Brand และทีมงานได้รับอนุญาต พวกเขาก็มุ่งไปยังโรงเพาะพันธุ์ปลาแซลมอนแอตแลนติกทางตอนใต้ของสวีเดน และเริ่มทำการฝังแท็กติดตามกับแคปซูลปล่อยสารช้า ๆ ลงในปลาอายุ 2 ปีหลายสิบตัว . แคปซูลบางส่วนบรรจุโคเคน ในขณะที่บางส่วนบรรจุเบนโซอิลเอคโกนีน ซึ่งเป็นสารประกอบที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายของเราย่อยสลายยาเสพติด และใช้เป็นตัวบ่งชี้ในการทดสอบยาเสพติด โดยปริมาณนั้นเทียบ เท่ากับปริมาณที่มันจะได้รับเมื่ออาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่ปนเปื้อน . จากนั้นปลาก็จะถูกปล่อยลงสู่ทะเลสาบเวทเทิร์นในสวีเดนแล้วติดตามเป็นเวลา 8 สัปดาห์ สิ่งแรกที่เป็นไปตามคาดก็คือแซลมอนที่ได้รับโคเคนจะว่ายน้ำมากกว่าปลาปกติ แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงเลยก็คือ เบนโซอิลเอคโกนีน ทำให้แซลมอนตื่นตัวยิ่งกว่าผิดปกติ . พวกมันว่ายน้ำไกลขึ้นเกือบ 2 เท่าต่อสัปดาห์ และเดินทางไกลขึ้นประมาณ 12 กิโลเมตรจากจุดปล่อยเมื่อเทียบกับปลาอื่น ๆ นักวิทยาศาสตร์ระบุว่านี่เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่มากเกินไปซึ่งส่งผลไม่ดีแน่ ๆ เช่นเดียวกับงานวิจัยก่อนหน้าที่พบว่าแซลมอนที่ปนเปื้อนยาคลายวิตกกังวลจะกลัวน้อยลงซึ่งทำให้ถูกล่ามากขึ้น . ดร. Brand ระบุว่าโคเคน เบนโซอิลเอคโกนีน และสารเคมีที่มนุษย์สร้างขึ้นอื่น ๆ เป็น “ตัวการที่มองไม่เห็นของการเปลี่ยนแปลงระดับโลก” มันเข้าไปอยู่ในสัตว์ทุกชนิด ไม่ใช่แค่ปลาเท่านั้น และ “ผู้คนยังไม่เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ดีนัก” . ที่มา cell.com/current-biolog… nytimes.com/2026/04/20/sci… theguardian.com/science/2026/a… science.org/content/articl…
environman tweet media
ไทย
1
1.1K
486
140.1K
. retweetledi
Gordon
Gordon@GordonAlway·
หุ้นไทยเมื่อวาน ภาพ Heatmap วันที่ 18/5/2026 นี้ สะท้อน “ตลาดกำลังหมุนกลุ่ม” จุดสำคัญคือ DELTA ยังเป็นตัวกดดัชนีหลัก แม้ลงแค่ -0.63% แต่ด้วย Market Cap ใหญ่มาก จึงกด sentiment ทั้งกระดาน ขณะที่ข้างในตลาดจริงๆ ไม่ได้อ่อนแอทั้งหมด เพราะมีแรงซื้อกระจายเข้า Bank, Energy และค้าปลีกบางตัว สิ่งที่น่าสนใจมี 4 จุด Bank เขียวแทบทั้งกลุ่ม KTB +1.46%, BBL +1.52%, SCB +1.50%, KBANK +1.02% นี่คือ flow ที่ค่อนข้าง “value-oriented” นักลงทุนเริ่มกลับมาหาหุ้น PE ต่ำ dividend สูง และกำไรค่อนข้าง stable มากกว่าหุ้น beta สูง พลังงานแข็งแรง PTTEP +2.67%, PTT +0.69% สะท้อนว่าตลาดยังให้ premium กับ commodity และ geopolitical risk premium บางส่วน โดยเฉพาะถ้าน้ำมันยังทรงตัวสูง กลุ่มนี้จะช่วยพยุง SET ได้ Domestic consumption เริ่มกลับมา CPALL +3.24% ถือว่าเด่นมากเมื่อเทียบกับตลาด แปลว่ามีแรงเก็งกำไรต่อเศรษฐกิจในประเทศและการใช้จ่าย ซึ่งต่างจากช่วง panic ก่อนหน้านี้ที่คนหนีแต่ defensive แต่หุ้นใหญ่บางตัวยังเป็นตัวถ่วงดัชนี AOT -0.94%, CPN -1.54%, TRUE -1.36%, DELTA -0.63% ทำให้ SET ดู “ไม่ไปไหน” ทั้งที่ breadth ภายในจริงๆ ไม่ได้แย่ ดังนั้น ณ 18/5/2026 ภาพที่เห็นยังใกล้กับ “ตลาดพักฐานและ rotate”
Gordon tweet media
ไทย
1
11
35
2.5K
. retweetledi
The Momentum
The Momentum@themomentumco·
อย่าตกหลุมพราง ‘Sealioning’ เทคนิคยั่วโมโหคู่ดีเบต ด้วยการจี้ถามซอกแซกทั้งที่ไม่ได้อยากรู้ หลายคนอาจยังจำกันได้ว่าเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดยกให้ ‘Rage Bait’ (เรจ เบต) เป็นคำศัพท์แห่งปี โดยให้นิยามไว้ว่าหมายถึงพฤติกรรมจงใจโพสต์คอนเทนต์ยั่วยุให้ผู้อ่านโกรธหรือหงุดหงิด ไม่ว่าจะเพื่อเพิ่มยอดการมีส่วนร่วมบนบัญชีโซเชียลมีเดียของตนเอง หรือด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม แต่ในสัปดาห์นี้ คอลัมน์ Wisdom จะพาผู้อ่านไปรู้จักพฤติกรรมก่อกวนให้รู้สึกหงุดหงิดอีกแบบหนึ่งที่คล้ายกับ Rage Bait มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่า ‘Sealioning’ บทความจากศูนย์วิจัยโลกอินเทอร์เน็ตและสังคมในสังกัดมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวถึงพฤติกรรมนี้ในฐานะกลวิธีก่อกวนแบบหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วย “การจี้ถามเรื่องพื้นฐานที่ค้นคว้าคำตอบเองได้ง่าย หรือไม่ก็เป็นประเด็นนอกเรื่อง บางกรณีอาจร้องขอที่มาหรือเอกสารอ้างอิงข้อมูลหยุมหยิม โดยขณะเดียวกันนั้นก็จะย้ำอยู่ตลอดว่า ตนแค่ต้องการดีเบตอย่างมีเหตุผลและสุภาพเท่านั้น” การใช้ภาพแทนและคำว่า Sealion ซึ่งแปลว่าสิงโตทะเลในบริบทนี้ปรากฏขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2014 ในเนื้อหาการ์ตูนช่องสั้นๆ โดยเดวิด มัลกี (David Malki) เล่าเชิงอุปมาถึงเจ้าสิงโตทะเลที่เข้ามาขัดจังหวะบทสนทนาโดยไม่ได้รับเชิญ พร้อมกับสารพัดคำถาม เหตุใดจึงต้องวาดเป็นภาพสิงโตทะเล ไม่มีใครรู้แน่ชัด รู้แต่ว่าเมื่อนึกภาพเจ้าสัตว์น้ำชนิดนี้มาตีหน้าซื่อร้องเสียงดังอุ๋งๆ อยู่ข้างหูก็ฟังดูเข้ากับพฤติกรรมแบบที่เรียกกันว่า Sealioning ดี เผินๆ ดูเป็นเพียงคำถามไร้พิษภัย แต่ถ้าต้องฟังต่อไปเรื่อยๆ ก็มีแต่จะก่อความรำคาญและทำให้รู้สึกเหนื่อย ใต้ฉากหน้าของความพยายามอย่างจริงใจที่จะเรียนรู้และสื่อสาร ชาวเน็ตก่อกวนสายสิงโตทะเลพวกนี้ตั้งใจถามคำถามมากมายเหล่านี้เพื่อบั่นทอนความอดทน สมาธิ และแรงใจการอธิบายของฝ่ายตรงข้าม ก่อนจะเริ่มทำให้อีกฝ่ายดูเป็นคนไม่มีเหตุผลและใช้อารมณ์ เอมี โกลเวอร์ (Amy Glover) นักเขียนชาวอังกฤษจากหนังสือพิมพ์ Huffington Post กล่าวว่าเทคนิคนี้มักถูกนำมาใช้เล่นงานหรือป่วนบทสนทนาเกี่ยวกับประเด็นความยุติธรรมทางสังคม (Social Justice) ในขณะที่ศาสตราจารย์ เจ. มาร์แชล เชพเพิร์ด (J. Marshall Shepherd) นักอุตุนิยมวิทยา ผู้อำนวยการโครงการวิจัยชั้นบรรยากาศของ University of Georgia เขียนในบทความของเขาซึ่งตีพิมพ์กับนิตยสาร Forbes ว่า เคยเห็นกลุ่มผู้ไม่เชื่อเรื่องภาวะโลกรวนใช้วิธีนี้ในการดีเบตประเด็นสิ่งแวดล้อมอยู่บ่อยครั้ง ลักษณะสำคัญที่สังเกตได้ง่ายๆ คือ 1. มักใช้โทนภาษาสุภาพ แต่ตั้งคำถามวนซ้ำไปมา ต่อให้ได้รับคำตอบตรงจุดก็จะแกล้งไม่เข้าใจจนกว่าอีกฝ่ายจะเริ่มจับทางได้ 2. หากสามารถตอบผ่านเรื่องหนึ่งไปได้ ก็จะมีคำถามใหม่มาจี้เรื่อยๆ เป็นวงจรไม่รู้จบ 3. เมื่ออีกฝ่ายเริ่มหงุดหงิดหรือเหนื่อย ไม่อยากเสวนาด้วยแล้ว คนกลุ่มนี้ก็จะเริ่มหาเรื่อง Tone Policing แทน ซึ่งหมายถึงการเบี่ยงประเด็นไปที่อารมณ์ของอีกฝ่าย หรือจับผิดเรื่องภาษาที่ใช้ว่าหยาบคายนั่นเอง ตัวอย่างวงจรคำถามที่พบได้บ่อย “ขอนิยามคำว่า X ของคุณหน่อย” “งั้นแปลว่า Y ใช่ไหม” (บิดสาร) “ทำไมถึงคิดเห็นอย่างนั้น” “อธิบายกระบวนการอย่างละเอียดให้ฟังหน่อย” “มีตัวอย่างไหม” “มีหลักฐานไหม” “มั่นใจแค่ไหน” “รบกวนขอ source อ้างอิงหน่อย” “ข้อมูลนี้อัปเดตล่าสุดเกิน 6 เดือนรึยัง” “วิจัยนี้ peer-review ยังไง” “สถาบันนี้เชื่อถือได้จริงเหรอ” “แค่ถามก็ผิดเหรอ” “ไม่เห็นต้องใส่อารมณ์เลย” “ผม/ฉันก็แค่พยายามดิสคัสอย่างสุภาพชนเองนะ” แม้จะมาจากพฤติกรรมก่อกวนออนไลน์ แต่ Sealioning เป็นกลวิธีที่หลายคนใช้เวลาถกเถียงในชีวิตจริงด้วย ปัจจุบันมีนักวิชาการ นักการเมือง และคนมีชื่อเสียงในโลกการเมืองหลายรายทีเดียวที่ได้รับคำวิจารณ์ว่า ไม่ซื่อตรงและใช้วิธีถกเถียงแบบสิงโตทะเล วิธีรับมือกับนักเถียงสาย Sealion คริส สโตเคิล-วอล์คเกอร์ (Chris Stokel-Walker) นักเขียนสายเทคจากหนังสือพิมพ์ The Guardian ยืนยันว่าวิธีที่ได้ผลชะงัดที่สุดคือการเพิกเฉย ไม่เอาตัวเองไปลงเล่นในเกมของพวกสิงโตทะเล อาจฟังดูยากเพราะหลายคนมักรู้สึกเหมือนตัวเองอาจ ‘แพ้’ หากตัดสินใจบล็อกก่อนที่จะถกเถียงให้จบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออีกฝ่ายยังคงรักษาโทนสุภาพและมีเหตุผล แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า นั่นแหละคือ Sealioning เพราะเป้าหมายของคนกลุ่มนี้ ไม่ใช่การเอาชนะเราตั้งแต่แรก แค่พยายามก่อกวนจนกว่าเราจะปรี๊ดแตกแล้วกลายเป็นฝ่าย ‘หยาบคาย’ ก่อน ส่วนนักเขียนเจ้าของนามแฝง แอลลี (Alli) จาก Everyday Feminism แนะว่า นอกจากการเพิกเฉยไปเลย เราอาจรับมือพวกเขาได้ด้วยวิธีต่อไปนี้ 1. ส่งแหล่งข้อมูลสำคัญๆ ไปให้ 2. ถามคำถามเช็กเจตนา เช่น “ประเด็นที่คุณกังขาเป็นข้อเท็จจริงที่ค้นคว้าเองแล้วเจอได้ง่ายมาก แต่ถ้ายังสับสนจุดไหนเป็นพิเศษก็บอกได้” 3. ถ้าอีกฝ่ายยังดูมีเจตนาจะก่อกวนไม่เลิก อาจลองก่อกวนกลับด้วยเทคนิคเดียวกัน เช่น แกล้งไม่เข้าใจคำถาม หรือยิงคำถามเรื่องหยุมหยิมกลับ แต่เนื่องจากวิธีสุดท้ายจะค่อนข้างเสียเวลา หนำซ้ำสุดท้ายอาจไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับมานอกจากได้แก้เผ็ดให้สะใจเล่น แอลลีแนะนำว่าให้เก็บวิธีนี้ไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายจะดีกว่า เรื่อง: ศิรอักษร จอมใบหยก ภาพ: ปราโมทย์ ปิ่นศรี #TheMomentum #Wisdom #Sealioning #จิตวิทยา
The Momentum tweet media
ไทย
5
876
972
226.8K
. retweetledi
Evan
Evan@StockMKTNewz·
Google $GOOGL CEO Sundar Pichai just said the company has 5 products with more than 3 Billion users Google Search Gmail Android Google Chrome YouTube
Evan tweet media
English
58
185
2K
88.1K
. retweetledi
อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข
ถือยาว ความเสี่ยงขาดทุนยิ่งลดลง 📷⁣⁣ ⁣⁣ หลายคนเวลาลงทุนหุ้น มักกังวลว่า “ซื้อแล้วจะขาดทุนไหม?” 📷 ซึ่งเป็นคำถามที่เข้าใจได้มาก เพราะตลาดหุ้นระยะสั้นผันผวนมาก บางวันขึ้นแรง บางวันลงแรง จนทำให้คนลงทุนรู้สึกไม่มั่นใจ⁣⁣ ⁣⁣ 📷 แต่ถ้าเราดูข้อมูลระยะยาวของ S&P 500 ตั้งแต่ปี 1929 ถึงปัจจุบัน จะเห็นภาพที่น่าสนใจมาก คือ “ยิ่งถือหุ้นนาน โอกาสที่ผลตอบแทนจะติดลบยิ่งลดลง”⁣⁣ ⁣⁣ 📷 ถ้าถือแค่ 1 วัน โอกาสขาดทุนอยู่ที่ประมาณ 46% แปลว่าแทบจะเหมือนโยนเหรียญเลย มีโอกาสบวกหรือลบพอ ๆ กัน⁣⁣ ⁣⁣ 📷 ถ้าขยายเวลาเป็น 1 เดือน โอกาสขาดทุนลดลงเหลือ 38%⁣⁣ ⁣⁣ 📷 ถือ 1 ปี ลดลงเหลือ 25%⁣⁣ ⁣⁣ 📷 และถ้าถือยาวถึง 10 ปี โอกาสที่ผลตอบแทนจะติดลบเหลือเพียงประมาณ 6% 📷⁣⁣ ⁣⁣ 📷 สิ่งนี้ไม่ได้แปลว่าการลงทุนระยะยาว “ไม่มีความเสี่ยง” แต่กำลังบอกเราว่า ความผันผวนระยะสั้นเป็นเรื่องปกติของตลาดหุ้น และเวลาคือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนเหล่านั้น⁣⁣ ⁣⁣ 📷 บทเรียนสำคัญคือ อย่าตัดสินพอร์ตจากผลตอบแทนรายวันหรือรายเดือนมากเกินไป เพราะระยะสั้นตลาดอาจแกว่งตามข่าว ดอกเบี้ย เศรษฐกิจ หรืออารมณ์นักลงทุน แต่ถ้าเรามีแผนลงทุนที่ดี เลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสม และให้เวลากับการลงทุนมากพอ โอกาสอยู่รอดและสร้างผลตอบแทนก็มีแนวโน้มดีขึ้น⁣⁣ ⁣⁣ 📷 พูดง่าย ๆ คือ⁣⁣ ⁣⁣ ตลาดหุ้นระยะสั้นคือความผันผวน 📷⁣⁣ แต่ตลาดหุ้นระยะยาวคือการให้เวลากับการเติบโต 📷⁣ ⁣ #หุ้นนอก #TAMEIG #EIG #อิกบรรพต #ลงทุนเพราะอยากมีเงินใช้ตลอดชีวิต
อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข tweet media
ไทย
0
65
116
29.4K
. retweetledi
Shay Boloor
Shay Boloor@StockSavvyShay·
Absolutely wild that the number of tokens $GOOGL processes has grown 330x in two years 🤯
English
58
104
1.2K
106K
. retweetledi
THE STANDARD WEALTH
THE STANDARD WEALTH@Standard_Wealth·
สรุป! GDP อาเซียน ไตรมาส 1 ปี 2569 เศรษฐกิจ ‘ไทย-ฟิลิปปินส์’ โตรั้งท้ายอาเซียน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทย (GDP) ในไตรมาสแรกของปี 2569 ขยายตัว 2.8%YoY นับเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดรอบ 3 ไตรมาส โดยเมื่อเทียบกับอาเซียน ในไตรมาสล่าสุดนี้ ไทยไม่ได้รั้งท้ายอย่างโดดเดี่ยว แต่มีฟิลิปปินส์ร่วมรั้งท้ายอยู่ด้วย สำหรับสาเหตุที่ GDP ไทยในไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัวดีกว่าที่ตลาดคาด ดนุชาเปิดเผยว่า เป็นผลมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ (1) การลงทุนรวมพุ่งสูงสุดในรอบ 11 ปี (2) การส่งออกสินค้าและบริการขยายตัวได้ดี และ (3) การอุปโภคและการใช้จ่ายของภาครัฐเร่งตัวขึ้น สภาพัฒน์ยังคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 1.5 - 2.5% (ค่ากลาง 2.0%) นับเป็นตัวเลขที่ไม่เปลี่ยนแปลงจาก คาดการณ์เดิม (ณ 16 ก.พ. 69) เปิดคาดการณ์ ‘เศรษฐกิจอาเซียน’ มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้า ในรายงานของสภาพัฒน์ยังระบุต่อว่า เศรษฐกิจอาเซียนมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากกลุ่มประเทศอาเซียนมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานจากภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวขึ้นจึงจะส่งผลให้การอุปโภคบริโภคภายในประเทศมีแนวโน้มชะลอลง โดยโครงสร้างการนำเข้าพลังงานจากภูมิภาคตะวันออกกลางในปี 2568 ของอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย อยู่ที่ 13.6% 29.0% 24.5% 25.6% และ 46.8% ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด ตามลำดับ อย่างไรก็ดี วัฏจักรขาขึ้นของการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อการส่งออกสินค้า ให้มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สภาพัฒน์คาดว่า เศรษฐกิจอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนามในปี 2569 จะขยายตัว 4.7% 4.0% 4.0% และ 6.7% ตามลำดับ ตามแนวโน้มการส่งออกสินค้าที่คาดว่าจะขยายตัวดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ #TheStandardWealth
THE STANDARD WEALTH tweet media
ไทย
3
52
53
3.8K
. retweetledi
please handle with luv
please handle with luv@jay_jeffnx·
ฉากจบใน Carol มันก็งดงามมากๆ อยู่แล้ว การส่งอารมณ์ผ่านสายตาของเคทและรูนีย์ โดยที่ไม่มีบทพูดเลยด้วยซ้ำ พอมารู้ว่าฉากนี้มีปัญหาเทคนิคตอนถ่าย ทั้งคู่ทำได้แค่นึกถึงความทรงจำของกันและกันแทนการสบตากันโดยตรงก็แบบ สมแล้วที่ขึ้นหิ้งหนังwlw ต่อให้ผ่านมา10กว่าปี
ไทย
0
744
1K
52.3K
. retweetledi
กรุงเทพธุรกิจ
'เบิร์กเชียร์' ปรับพอร์ตครั้งใหญ่ เปิด 10 หุ้นที่ถือมากสุดไตรมาสแรก เปิดพอร์ตหุ้น Berkshire Hathaway ดู 10 หุ้นที่บริษัทลงทุนมากที่สุดในไตรมาสแรก 2026 ภายใต้ซีอีโอใหม่ เกร็ก เอเบล "เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์" (Berkshire Hathaway) ปรับพอร์ตลงทุนครั้งใหญ่ โดยหุ้นบางตัวพุ่งขึ้นในการซื้อขายช่วงก่อนเปิดตลาดวันจันทร์ที่ 18 พ.ค. ขณะที่บางตัวปรับลดลง หลังนักลงทุนประเมินการเข้าลงทุนและการขายหุ้นล่าสุดของบริษัทจากเอกสารยื่นงบไตรมาส 1 ที่ผ่านมา CNBC รายงานว่า เบิร์กเชียร์เปิดเผยพอร์ตหุ้นสหรัฐรายไตรมาสเมื่อวันศุกร์ ภายใต้การนำของซีอีโอคนใหม่ "เกร็ก เอเบล" (Greg Abel) ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นปีต่อจากนักลงทุนระดับตำนาน "วอร์เรน บัฟเฟตต์" (Warren Buffett) 📌 เพิ่มหุ้น Alphabet มากสุดอันดับ 1 หุ้นที่เบิร์กเชียร์เพิ่มสัดส่วนการลงทุนมากที่สุดในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาก็คือ หุ้นของ "Alphabet" บริษัทแม่ของ Google ซึ่งเบิร์กเชียร์ถือหุ้นเพิ่มเป็น 58 ล้านหุ้น เพิ่มขึ้น 224% ส่งผลให้ Alphabet กลายเป็นหุ้นที่บริษัทถือครองใหญ่สุดอันดับ 7 ของพอร์ตบริษัท อย่างไรก็ตาม หุ้น Alphabet ปรับตัวลดลง 0.6% ในการซื้อขายช่วงต้นวันจันทร์ สำหรับความเคลื่อนไหวอื่นๆ ได้แก่ การเข้าถือหุ้นใหม่อีกครั้งในห้าง Macy's และการลดสัดส่วนลงทุนในบริษัทน้ำมัน Chevron ลง 35% ผ่านการขายหุ้นมูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงการขายหุ้นของ Mastercard และ Visa ทางด้านราคาหุ้น Macy’s พุ่งขึ้นถึง 5% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด ขณะที่ Chevron, Mastercard และ Visa ลดลงเล็กน้อยแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาปิดเมื่อวันศุกร์" ขณะเดียวกัน เบิร์กเชียร์ยัง "ขายหุ้น Amazon ออกทั้งหมด" โดยขายหุ้นอีก 2.3 ล้านหุ้นในไตรมาสแรก ซึ่งเป็นหุ้นที่เหลืออยู่หลังจากก่อนหน้านี้ได้ขายไปแล้ว 7.7 ล้านหุ้นจากทั้งหมด 10 ล้านหุ้นในไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาหุ้น Amazon ลดลง 0.7% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด อ่านต่อ: bangkokbiznews.com/world/economic… #กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจWealth
กรุงเทพธุรกิจ tweet media
ไทย
0
10
12
2.2K
. retweetledi
ทันโลกกับ Trader KP
[BREAKING] - ทำเนียบขาวออกมาประกาศ “ดีลใหญ่” หลังการพบกันระหว่าง "ทรัมป์และสี จิ้นผิง" อย่างเป็นทางการ 1) จีนเตรียมแก้ปัญหาความกังวลของสหรัฐเกี่ยวกับ Supply Chain ของแร่ Rare Earth และ Critical Minerals 2) จีนอนุมัติการสั่งซื้อเครื่องบิน Boeing จากสหรัฐจำนวน 200 ลำ สำหรับสายการบินจีน 3) จีนเตรียมซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐอย่างน้อย 17,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ในช่วงปี 2026–2028 4) จีนคืนสิทธิ์การเข้าถึงตลาดให้ผู้ผลิตเนื้อวัวสหรัฐ โดยต่ออายุใบอนุญาตโรงงานกว่า 400 แห่ง 5) จีนกลับมานำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากบางรัฐของสหรัฐอีกครั้ง หลัง USDA รับรองว่าปลอดไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรง
ไทย
2
125
96
9.2K
.
.@Goi20375·
เรากำลังเรียนภ⁠า⁠ษ⁠าญี่⁠ปุ่⁠นกับแอป Duolingo อยู่นะ! สนุกด้วย ฟรีด้วย แนะนำเลยเพราะได้ผลดีจริง
. tweet media
ไทย
0
0
0
9
. retweetledi
Fun Manager
Fun Manager@funxmanager·
ไปเจอสถิติ S&P500 เดือนพ.ค.-ต.ค. ในปีที่มี US Midterm Election 🔴 1962: -21.49% 🔴 1966: -21.22% 🔴 1970: -0.1% 🔴 1974: -32.5% 🔴 1978: -8.64% 🟢 1982: +17% 🔴 1986: -7.62% 🔴 1990: -18.7% 🔴 1994: -1.86% 🔴 1998: -18.33% 🔴 2002: -30.54% 🔴 2006: -4.73% 🔴 2010: -6.08% 🔴 2014: -5.37% 🔴 2018: -5.06% 🔴 2022: -19% เลยสงสัยเลยว่า มันติดลบกันบ่อยขนาดนั้นเลย เราก็เลยไปหาข้อมูลเพิ่มว่าปีที่ร่วงๆเนี่ยมีสาเหตุอะไร จะเห็นว่ากรอบเวลาแต่ละปีคนละเดือนกัน #FunManager
Breakouts Happen@Breakoutshappen

Stocks in Midterm Election Years: The Pattern Since 1962. breakoutshappen.com/stock-news/sto…

0
9
20
2.1K