ゃ
987 posts


สรุปชีเลือกพักการเรียนเพื่อทำงานที่ขัดต่อจรรยาบรรณแพทย์ แทนการแก้ปัญหาการเลือกงานให้เหมาะสมอะหรอ

ดรอปก็คือยังเป็นนศพ.อยู่ไม่ใช่เหรอคะ เป็นภาพจำของทุกคนด้วย แล้วรีวิวคลีนิคความงาม ผลิตภัณฑ์ความงามมาเป็นปีแล้วด้วย ทำไมคนไทยบางส่วนมองว่าปกติอะ ทั้งๆที่ข้อสอบtpat1 พาร์ทจริยธรรมก็มีออกข้อสอบ🫠 ละที่ดรอปเพราะงานอินฟลูช่วงนี้บูมไม่ใช่เหรอคะ ต่อ #พั้นรักแมว

ถุก ไม่ตามเทรน ไม่แต่งตัวเหมือนกัน ไม่หน้าบล้อคเดียวกัน 🤷🏻♀️

อมกมึง น้องพั้นรักแมวชีออกมาพูดถึงประเด็นเรียนแพทย์แล้ว ทางคณะก็คอยให้คำปรึกษาช่วงที่ผ่านมา แต่ชีก็กำลังคิดที่จะดรอปเรียนไปก่อนมาโฟกัสพาร์ทอินฟลูได้แบบเหมาะสม อยากลองทำเต็มที่ในช่วงที่มีโอกาสที่สุด

ก็ถ้าสังคมมันมองศิลปะ ภาษา อยู่ในเทียร์เดียวกับวิทย์ คณิต ศิลปากรมันคงไม่โดนเหยียดขนาดนี้หรอกค่ะ


เคยอ่านอะไรซักอย่างที่เค้าบอกทุนนิยมทำให้ diversity หายไป เหมือนจะใช้ได้กะเรื่องนี้ด้วยอะ555 เพราะทุกคนอยากสวยแบบแมส เลยแห่ไปทำตามจนเหมือนบล้อกเดียวกันหมด ทุกคนต้องขาว หมวย ผมน้ำตาลลอนแกน40 พอกผิว ฉีดหน้า แต่งตัวตามกัน จนไม่เหลือตัวตนของตัวเอง

*imo คิดว่าที่แก๊งนั้นโดนเมนชั่นถึงบ่อย คงเพราะเป็นตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดของ beauty standards, beauty privilege ยุคนี้ เขาทำงานของเขาก็จริง แต่มันปฏิเสธไม่ได้ว่างานของพวกเขากำลังทำให้สังคม normalize การที่ต้องเข้าคลินิก ทำหัตถการ สวยแบบนี้ มีรูปลักษณ์แบบนี้


ตั้งแต่เทรนพอกผิวกลับมา ชวนเด็กไม่ถึง20เข้าคลินิกเป็นว่าเล่น ก็ไม่เห็นแววการรณรงค์จะกลับมาอีกเลย แถมต๊อกๆล้างสมองการคิดวิเคราะห์คนไทยมากเห็นจุดด้อยไม่ได้ไล่ไปทำนู่นทำนี่หมด ถามจริงตัวคนไล่มันทำบ้างยัง

มันไม่ใช่แค่เรื่องพอกด้วยนะ ออกคลินิกไปเชิญชวนคนในสยามไปทำสวยฟรี ละอายุยังไม่20กันเลย ไหนจะปักปากกาอะไรอีกบางคนผอมอยู่ละ มองว่าเป็นเรื่องปกติจริงดิ??










