Sabitlenmiş Tweet
p🌲
69.2K posts

p🌲
@spmmpss
• Only I know my story. • III • ยกเลิก112 • Got7 🐣 • Pope
Thailand Katılım Şubat 2016
162 Takip Edilen148 Takipçiler
p🌲 retweetledi
p🌲 retweetledi

[ รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ]
.
ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นกลไกปกติของรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรการรับมือวิกฤตตามฤดูกาล
.
แต่สิ่งที่ไม่ปกติและแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือการปรากฏตัวของคณะองคมนตรีหลายท่าน ได้แก่ พลากร สุวรรณรัฐ, พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ, พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท, พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง และเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อ “ให้กำลังใจและคำแนะนำ” ในการรับมือภัยแล้งครั้งนี้
.
มองเผินๆ นี่อาจดูเหมือนความห่วงใยต่อประชาชนในยามวิกฤต แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่องคมนตรีเข้า "คลุกวงใน" กับการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ชวนให้ตั้งคำถามสำคัญถึงความเหมาะสมในทางหลักการ
.
ตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง เพื่อรักษาความเป็นกลางและเสถียรภาพของสถาบันโดยไม่ทรงเข้ามาข้องเกี่ยวโดยตรงกับอำนาจบริหาร
.
ขณะที่องคมนตรี ซึ่งมีขอบเขตหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าเป็นผู้ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ ย่อมต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อรักษาดุลยภาพนั้น และต้องไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดต่อสาธารณะอันอาจถูกตีความได้ว่าเป็นการแทรกแซงฝ่ายบริหาร
.
ในความเป็นจริง เส้นแบ่งระหว่างการ “ให้คำแนะนำ” กับ “การมีอิทธิพลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน” นั้นบางเบาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทย “คำแนะนำ” จากผู้สวมหัวโขนที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ย่อมถูกปฏิเสธได้ยาก และมักได้รับน้ำหนักเหนือกว่าข้อสั่งการหรือแนวนโยบายของผู้ปฏิบัติงานจริงที่หน้างาน
.
คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและข้าราชการในที่ประชุม บกปภ.ช. จะสามารถปฏิเสธหรือตั้งคำถามต่อ “คำแนะนำ” เหล่านั้นได้จริงหรือ? ในทางปฏิบัติคงเป็นไปได้ยากยิ่ง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมองคมนตรีจึงไม่ควรเข้าร่วมประชุมสำคัญของฝ่ายบริหาร เพราะหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องรับคำแนะนำเหล่านั้นแทบทั้งหมดไปปฏิบัติโดยอัตโนมัติ
.
และที่สำคัญที่สุดคือหลักความรับผิดรับชอบ (Accountability) ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลคือฝ่ายที่ประชาชนเลือกเข้ามา มีหน้าที่ใช้อำนาจบริหารและต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวผ่านกลไกตรวจสอบของรัฐสภา ต่างจากองคมนตรีที่มีที่มาจากการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย และไม่มีกลไกที่จะต้องรับผิดชอบทางการเมืองหรือกฎหมายต่อสาธารณะ
.
หาก “คำแนะนำ” เหล่านั้นถูกนำไปปฏิบัติแล้วเกิดความล้มเหลว สังคมจะสามารถเรียกหาความรับผิดชอบจากผู้ให้คำแนะนำได้หรือไม่? หรือสุดท้ายรัฐบาลต้องเป็นผู้แบกรับแทน?
.
พรรคประชาชนเห็นว่ารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การปล่อยให้เกิดสภาวะเช่นนี้รังแต่จะสร้างความสับสนว่า ใครคือผู้บริหารประเทศตัวจริง ระหว่างผู้ที่ประชาชนเลือกเข้ามา หรือผู้ที่ไม่มีสถานะทางการเมืองโดยตรงแต่มีบทบาทในกระบวนการบริหารอย่างต่อเนื่อง
.
ไม่มีใครปฏิเสธความปรารถนาดีต่อประชาชน แต่ในระบอบประชาธิปไตย “ความหวังดี” ต้องอยู่บนฐานของความถูกต้องตามหลักการ
.
องคมนตรีจึงต้องวางตัวอย่างระมัดระวังที่สุด ไม่ให้ “คำแนะนำ” กลายสภาพเป็น “ข้อสั่งการ” โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนับล้าน ซึ่งสมควรเป็นหน้าที่และการตัดสินใจของฝ่ายบริหารที่จะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

ไทย
p🌲 retweetledi
p🌲 retweetledi

คนไม่เป็นอาจจะจินตนาการไม่ออก เวลาตอบข้อความใครสักคนไม่ใช่แค่กดตอบไปส่งๆ เวลาตอบต้องตั้งใจตอบ ต้องคิดเหมือนกัน เวลาจะตอบแชทเลยต้องใช้ energy พอสมควร อาจจะไม่ได้เหนื่อยเท่าคุยกับ f2f แต่ในวันที่เหนื่อยมากอยู่แล้ว การตอบแชทคือการสูญเสียพลังงานอย่างหนึ่ง
แบดแด๊ดดี้@volleyppk
ขอฟังเหคุผลคนชอบดองแชทหน่อยครับ เหตุผลอะไรที่ทำให้คนเราไม่ตอบแชท ทั้งๆที่เห็นแล้ว ?
ไทย
p🌲 retweetledi
p🌲 retweetledi
p🌲 retweetledi

#ทรายสก็อต วิธีขายเสื้อมูลนิธิแรกของตัวเองหลังออกจากงาน ตราตรึงสุด🤣🤣🤣🤣
👑ไม่กินถั่วงอก@Nwy_wy
ทุกคนฝากสนับสนุนเสื้อทรายด้วยนะ น้องออกจากอุทยานมาตั้งมูลนิธิเอง รายได้ทุกตัวจะนำไปซื้อประกันชีวิตให้กับเจ้าหน้าที่ทำงานเสี่ยงอันตราย เงินน้อย #ทรายสก็อต @574ngfon" target="_blank" rel="nofollow noopener">shop.line.me/@574ngfon
ไทย
p🌲 retweetledi
p🌲 retweetledi
p🌲 retweetledi
p🌲 retweetledi
p🌲 retweetledi

ฟังแล้วค่อนข้างช็อค ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงเข้าข้างพี่เลี้ยงมากกว่าลูก สรุปก็คือ ทรายเล่าเรื่องพี่เลี้ยงให้แม่ฟัง > แม่ไล่พี่เลี้ยงออก > พี่เลี้ยงขู่ว่าจะพูดเรื่องพาย > แม่ไปถามว่าเรื่องพายจริงหรือเปล่ากับทราย > ทรายบอกว่าจริง แล้วรับพี่เลี้ยงกลับมาทำงานเพื่อไล่ทรายออกจากบ้าน และฟ้องเอาบ้านคืนจากทราย
สรุปคือแม่เลือกชื่อเสียงของตระกูลและลูกคนโต มากกว่าลูกคนเล็กที่โดนทารุณกรรมทางเพศ 🥲
ฉันเล่าแล้วเธอห้ามบอกใครนะ@Garfield_Lucky
ฟางเส้นสุดท้ายคือ… “แม่ฟ้องร้อง ผมเห็นว่ามันไม่มีจุดหยุดของ“ผู้หญิงคนนี้ ”แลงมากก🔥” #โหนกระแส #ทรายสก๊อต
ไทย
p🌲 retweetledi
p🌲 retweetledi
p🌲 retweetledi
p🌲 retweetledi
p🌲 retweetledi
p🌲 retweetledi
p🌲 retweetledi

หลายคนถามทำไมก่อนหน้านั้นไม่ออกมาพูด นี่คือเหตุผลของ #ทรายสก๊อต
- ที่ผ่านมาไม่เคยออกมาพูดเพราะจำคำสอนของคุณตาได้ คือ ต้องรักครอบครัว ต้องprotect ครอบครัว
- ทรายยังไม่เคยมีโอกาสเล่าเรื่องพวกนี้ให้คุณตาฟัง
- ทรายเชื่อว่าถ้าคุณตาเห็นในสิ่งที่เกิดขึ้น คุณตาก็คงบอกให้เดินออกมาเหมือนกัน
- ฟางเส้นสุดท้ายของทรายคือตอนที่แม่ฟ้องร้อง
- ทรายเห็นว่ามันมีมีจุดสิ้นสุดของผู้หญิงคนนี้
- 6 ปีที่แล้วตอนทรายกลับมาที่หัวหิน ทรายไม่เคยคิดจะบอกคุณแม่เรื่องของ #พายสก๊ต เลย เพราะยังไม่พร้อม แต่บอกแม่ไปแค่เรื่องของพี่เลี้ยง
- พอบอกไป วันที่พี่เลี้ยงไล่ออก พี่เลี้ยงโทรไปขู่กับแม่ว่ารู้เรื่องของพาย
- แม่ก็เลยเรียกทรายไปคุย ไปถามว่าจริงไหม
- ทรายเลยตบอกไปว่าจริง คุณแม่เลยสั่งห้ามให้ทรายบอกใคร
- ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดมาก แค่คิดว่าโอเคได้บอกเรื่องพี่เลี้ยงไปแล้ว คิดว่าปลอดภัยในครอบครัว ปลอดภัยจากพี่เลี้ยงแล้ว เพราะพี่เลี้ยงก็ถูกไล่ออกไปแล้ว
- อีกสักพักแม่ก็ไล่ออกจากบ้านหัวหิน ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าของบ้านด้วย เพราะแม่บอกเป็นบ้านของแม่
- ตอนนั้นทรายก็รู้สึกสูญเสียความปลอดภัยจากคนในบ้านอีกครั้งหนึ่ง
#โหนกระแส
ไทย
p🌲 retweetledi

















