
Augar
21K posts



Justin Bieber has officially broken every Coachella record in sight 🔥 • Highest-paid artist in history • Highest ticket demand ever • Most-liked post ever • Most-viewed & most-Googled performance ever • Most expensive tickets ever sold This is BIEBERCHELLA domination 🔥

พูดได้มั้ยว่าคนที่คิดแบบนี้ค่อนข้าง ’ตื้นเขิน’ และส่วนใหญ่ไม่ใช่ฟค.จัสตินด้วยซ้ำ ฝั่งบีลิเบอร์ไม่มีใครติเรื่องนี้เลย เพราะทุกคนเข้าใจว่าโชว์นี้มันตั้งใจจะสื่ออะไร จิตวิญญาณศิลปิน ไม่ต้องอาศัยความอลังการหรือสิ่งที่เรียกว่า วัตถุนิยม ด้วยซ้ำ

ซาบรีน่า อลังสัสๆโดนด่าวัตถุนิยม พอผช.ขาวทำแบบโบ๊ๆเบ๊ๆbare minimum ชมฉ่ำ misogynist at its finest

ศลปหญิงที่มีแววทำแบบนี้ ก็ billie eilish อะ แต่ส่วนตัวคิดว่ามันเป็นสไตล์ของคนมากกว่า ไม่เกี่ยวกับเพศ ละคือทำไมต้องโยงสังคมเป็นใหญ่ตลอดเวลา อันนี้ไม่เก็ตจริงๆนะ เราสามารถเสพสิ่งบันเทิง โดยไม่โยงการเมืองและอื่นๆบ้างได้หรือไม่ ชีวิตต้องเครียดตลอดเวลาเลยดิ

ศลปหญิงที่มีแววทำแบบนี้ ก็ billie eilish อะ แต่ส่วนตัวคิดว่ามันเป็นสไตล์ของคนมากกว่า ไม่เกี่ยวกับเพศ ละคือทำไมต้องโยงสังคมเป็นใหญ่ตลอดเวลา อันนี้ไม่เก็ตจริงๆนะ เราสามารถเสพสิ่งบันเทิง โดยไม่โยงการเมืองและอื่นๆบ้างได้หรือไม่ ชีวิตต้องเครียดตลอดเวลาเลยดิ

ปรมาจารย์ลัทธิมาร คือนิยายเกย์ แต่ซีรีส์บิดให้เป็นมิตรภาพ สุดท้ายดังระเบิด แม่โม่ได้ค่าลิขสิทธิ์ นิยายขายดี ตีพิมพ์หลายภาษา แต่พอเป็นซีรีส์ไทย กลัวคนดูจะรู้ว่าสร้างจากการ์ตูนเกย์ ตั้งเงื่อนไขสารพัด ไม่ให้เอ่ยถึง พอเจ้าของไม่ขายลขส. เอาการ์ตูนเขาไปบิดเป็นมิตรภาพ ใจร้ายเกิน

ช่วงทักษิณยิ่งลักษณ์ ที่คนจนไต่ระดับมาเป็นชนชั้นกลาง แล้วพี่แขกบอกว่าชนชั้นกลางเดิมเริ่มรับไม่ได้ที่เห็นพวกชาวบ้านมาเดินห้าง ตอนนั้นก็คิดว่าไม่ขนาดนั้นมั้ง จนมาเจอทวิตแม่ค้าข้างทาง กุเกตเลย มุมมองของคนเมืองอ่ะชอบจะเก็บคนจนไว้ชักว่าวทางศีลธรรม เอาไว้เป็นพรอพเรียกร้องความเท่าเทียม

“IF SABRINA DID WHAT JUSTIN DID SHE WOULD BE DRAGGED” by who exactly? Her own fans? Sounds like a personal problem that has nothing to do with the rest of us.

POV: when you have friends who live in another country with different local temperature

สวัสดีค่ะ เรามีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งอยากนำมาแบ่งปันเป็นข้อคิดเล็กๆ สำหรับผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานและมี IP เป็นของตัวเองค่ะ เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล ซึ่งอาจมีรายละเอียดบางส่วนเป็นความเข้าใจในมุมของผู้เล่าเพียงฝ่ายเดียวค่ะ มีนักวาดคนหนึ่งได้พัฒนาการ์ตูนเรื่องหนึ่งขึ้นมา และผลงานดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ชมในวงกว้าง มีการพูดถึงและส่งต่อกันในสื่อออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ต่อมา มีผู้เขียนบทคนหนึ่งแสดงความสนใจในผลงานดังกล่าว จึงติดต่อให้นักวาดเข้าไปพบเพื่อเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ และได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการนำการ์ตูนไปพัฒนาเป็นสื่อในรูปแบบอื่นโดยขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลปใดๆ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ว่าภายหลังจากการเจรจารอบแรกสิ้นสุด ผู้ติดต่อได้นัดพบและขอยกเลิกการเจรจาโดยแจ้งว่าสาเหตุมาจากในแท็กเรื่องของนักวาดนั้น มีการชงชิปรวมถึงแฟนอาร์ตและแฟนฟิคที่ค่อนข้างจะล่อแหลมเกินไป จึงไม่ต้องการให้มีการกล่าวโยงมาถึงชื่อเรื่องหรือชื่อนักวาด จากนั้นจึงได้มีการเสนอทางเลือกให้พิจารณา 2 แนวทาง ได้แก่ 1.นักวาดเซ็นสัญญาด้วยข้อตกลงเดิมโดยได้รับค่าตอบแทนตามที่มีการเสนอให้ แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใด ๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด 2.ยุติการเจรจาทั้งหมด โดยทางนั้นได้เสริมว่า มีความประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้แต่แรกอยู่แล้ว และจะทำต่อโดยจะไม่หยิบเอาเอเลเมนต์ที่นักวาดสร้างขึ้นมาในเรื่องไปใช้ ในกรณีนี้ นักวาดได้ตัดสินใจเลือกยุติการเจรจา และไม่ได้เข้าร่วมในกระบวนการใด ๆ ต่อจากนั้น ต่อมามีตัวแทนแจ้งว่าจะชดเชยค่าเดินทางให้กับนักวาดและส่งเอกสารสำหรับกรอกข้อมูลมาให้ ทว่าเมื่อมีการโอนและได้ตรวจสอบข้อมูลทางเอกสารในภายหลัง กลับพบว่ารายการดังกล่าวถูกระบุจากค่าเดินทางเป็นค่าที่ปรึกษา จึงทำให้ผู้เล่าเกิดความสับสนและเกิดข้อสงสัย เนื่องจากวัตถุประสงค์ของค่าเดินทางกับค่าที่ปรึกษานั้นแตกต่างกัน เรื่องราวที่ออกมาเล่านี้ส่วนหนึ่งเพราะต้องการปกป้องและเยียวยาความรู้สึกของแฟนคลับที่ได้รับผลกระทบจากความเข้าใจผิดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากให้เป็นกรณีศึกษาถึงความสำคัญในการตรวจสอบรายละเอียด เงื่อนไขและเอกสารเชิงพาณิชย์ต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน ทั้งนี้เรายังคงสนับสนุนและอยากให้ทุกคนเปิดใจให้กับผลงานที่ถูกสร้างขึ้นมาแล้วด้วยความทุ่มเทของทุก ๆ ฝ่ายที่ไม่ทราบเรื่องราวใด ๆ ก่อนหน้าเช่นเดิมค่ะ ขอบคุณค่ะ













