تغريدة مثبتة
ก็แล้วแต่
89.9K posts

ก็แล้วแต่
@Potay23
ISTJ-T ⓘ ไม่ใช่คนไทย พลอยเหนื่อยแล้วฟาอัลไปคุยกับคนอื่นเถอะ #NMIXX #NiziU #ITZY #Twice #Pristin #AfterSchool #BabyVOX
انضم Aralık 2013
158 يتبع52 المتابعون
ก็แล้วแต่ أُعيد تغريده

สูตรเดิน 12-3-30 เทรนด์ออกกำลังกายปี 69 ชัน 12% เร็ว 3 ไมล์/ชั่วโมง นาน 30 นาที ทำง่าย ช่วยดูแลหัวใจ ระบบเผาผลาญ
หนึ่งในเทรนด์การออกกำลังกายที่กำลังกลับมาได้รับความสนใจทั่วโลกในตอนนี้คือการ “เดิน” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่คนจำนวนมากเคยมองว่า “เบาเกิน” ไปสำหรับการออกกำลังกายจริงจัง แต่ข้อมูลจากงานวิจัยใหม่บอกว่า ความธรรมดานี้ อาจเป็นคำตอบที่ยั่งยืนที่สุดต่อสุขภาพกาย สมอง และคุณภาพชีวิต
หนึ่งในแนวคิดที่ถูกพูดถึงมากคือ สูตรเดิน 12 - 3 - 30 บนลู่ ซึ่งเป็นวิธีออกกำลังกายสามขั้นตอนที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน และกำลังถูกยกให้เป็นรูปแบบการออกกำลังกายของปี 2569
สูตรนี้ทำได้ง่ายมาก โดยการ
- ปรับความชัน 12 เปอร์เซ็น
- ความเร็ว 3 ไมล์ ต่อชั่วโมง
- ต่อเนื่อง 30 นาที
ผู้ที่มีลู่วิ่งสามารถใช้ลู่วิ่งได้ทันที ส่วนผู้ที่ไม่มี ก็สามารถเดินขึ้นเนินจริงได้แทน
งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า การเดินทุกวัน สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลงของโรคหัวใจและหลอดเลือด, เบาหวานชนิดที่ 2 และภาวะสมองเสื่อม อีกทั้งยังช่วยลดน้ำหนัก, เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ, เพิ่มสมาธิ, ความมั่นคงทางอารมณ์ และความยืดหยุ่นของสมอง หรือ neuroplasticity ซึ่งคือความสามารถของสมองในการสร้างการเชื่อมต่อใหม่
รอย แฮมิลตัน ศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยา จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (Roy Hamilton, University of Pennsylvania School of Medicine) อธิบายว่า การเดินเร็วประมาณหนึ่งชั่วโมง สัปดาห์ละหลายครั้ง เป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่ดีต่อสมองอย่างมาก
เขาเสริมว่า การออกกำลังกายในช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นอาจให้ประโยชน์เพิ่มต่อหัวใจ ระบบเผาผลาญ และคุณภาพการนอน แล้วยังควรวอร์มอัพก่อนและคูลดาวน์หลังออกกำลังกายเสมอเพื่อความปลอดภัย
สิ่งที่ทำให้ สูตร 12 - 3 - 30 แตกต่างจากคำแนะนำคาร์ดิโอทั่วไป คือความชัดเจน คนไม่ต้องตีความ ไม่ต้องคำนวณ ไม่ต้องคิดว่าจะทำมากพอหรือยัง เพียงทำตามตัวเลขก็จบ
ข้อมูลวิเคราะห์จากแพลตฟอร์มติดตามเทรนด์วิดีโอสั้น Virlo.ai ซึ่งศึกษาวิดีโอสุขภาพและฟิตเนสมากกว่า 1,100 คลิป รวมยอดรับชมเกือบ 70 ล้านครั้ง พบว่า เนื้อหาเกี่ยวกับการเดินแบบมีโครงสร้าง โดยเฉพาะ 12 - 3 - 30 มีอัตราการบันทึกซ้ำและการดูซ้ำสูงกว่าเนื้อหาฟิตเนสแบบยิมทั่วไป
นิโคลัส เมาโร (Nicolas Mauro) ผู้ร่วมก่อตั้ง Virlo.ai อธิบายว่า ข้อมูลสะท้อนว่าผู้คนกำลังหันไปหาการออกกำลังกายที่พวกเขากลับมาทำได้จริง สูตรแบบ 12 - 3 - 30 เข้าใจง่าย จำง่าย และทำซ้ำง่าย ซึ่งสำคัญกว่าความแปลกใหม่หรือความหนักที่หักโหม
ผลวิเคราะห์ยังพบว่า คนอายุ 30, 40 และ 50 ปีขึ้นไปมีส่วนร่วมสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อถูกนำเสนอเป็น “สิ่งที่ทำได้ระยะยาว” มากกว่าโปรแกรมลดน้ำหนักเร่งด่วน
เผยแพร่ครั้งแรก วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
อ่านต่อ: bangkokbiznews.com/health/longevi…
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจHealth

ไทย
ก็แล้วแต่ أُعيد تغريده
ก็แล้วแต่ أُعيد تغريده

บักหมาสองตัวนี้ก็เอามาจากวัดเหมือนกัน
โตแล้วตัวอย่างใหญ่ เช้าๆชอบมาปีนหน้าต่างห้องนอน
ชื่อน้องชานมกับน้องน้ำชา


Petæ Lynch@Petae_Lynch
Adopt, don’t shop. คุณสามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตให้เขาได้
ไทย
ก็แล้วแต่ أُعيد تغريده

📍studio horjhama
เป็นอาหารพื้นเมืองทางเหนือและชนเผ่าอาข่า
ภายในร้านจะเล็กๆค่อนข้างเงียบสงบ
ตั้งอยู่ย่านเเม่ริม ให้ฟีล hommie
จะเสิร์ฟเมนูตามฤดูกาล อาหารอร่อยมาก🍽️💓
วัตถุดิบที่ใช้เป็นออแกนิกทั้งหมด🍅🍄
#รีวิวเชียงใหม่ #อร่อยบอกต่อ #เชียงใหม่ #reviewchiangmai #chiangmai @aroii



ไทย
ก็แล้วแต่ أُعيد تغريده
ก็แล้วแต่ أُعيد تغريده

ต้องทำงานจนตาย? เมื่อ ‘เกษียณ’ ไม่ใช่จุดจบ ถอดบทเรียน ‘ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้’ ออกแบบสังคมใหม่ รับแรงงานวัยเก๋า
คุณยาย “ฮอนดะ ทามิโกะ” เริ่มทำงานตั้งแต่สมัยญี่ปุ่นยังทำสงครามกับอเมริกา ปัจจุบันในวัย 93 ปี เธอยังคงขยันขันแข็งกับการเป็นพนักงานทำความสะอาดที่ McDonald’s ในจังหวัดคุมาโมโตะ แม้เงินบำนาญจะมีเพียงพอต่อการใช้ชีวิต แต่เธอก็เลือกที่จะมาทำงาน โดยให้เหตุผลว่า "มนุษย์ก็คือสัตว์ชนิดหนึ่ง เราต้องเคลื่อนไหวร่างกายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"
📌 ‘ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้’ ผู้นำเทรนด์สังคมสูงวัยที่ยังทำงานอยู่
คุณยายฮอนดะไม่ใช่แค่กรณีพิเศษ แต่คือ "สัญญาณ" ของอนาคต เมื่อคนอายุยืนขึ้นและสุขภาพดีนานขึ้น พวกเขาก็ทำงานนานขึ้นด้วย
ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้คือผู้นำในเรื่องนี้ โดยเกือบ 40% ของคนเกาหลีใต้ และกว่า 25% ของคนญี่ปุ่นที่มีอายุเกิน 65 ปี ยังคงทำงานอยู่ ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศร่ำรวย (OECD)
อย่างไรก็ตาม ตลาดแรงงานและระบบสวัสดิการที่ออกแบบมาเพื่อคนรุ่นเก่ายังคงปรับตัวไม่ทันกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไปนี้
📌 ทำงานเพราะ ‘ความจำเป็น’
ในญี่ปุ่น แรงงานสูงวัยเกินครึ่งยอมรับว่าทำงานเพื่อรายได้ แต่สถานการณ์ในเกาหลีใต้หนักหนากว่า เพราะระบบบำนาญพัฒนาไม่ทันการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทำให้เงินบำนาญรัฐจ่ายเพียง 1 ใน 3 ของรายได้ก่อนเกษียณ ส่งผลให้คนแก่เกาหลีใต้เกือบ 40% มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ยากจน
เรื่องนี้ทำให้ พนักงานขับรถเมล์ในกรุงโซลถึงกับต้องประท้วงขอขยายอายุเกษียณ โดยให้เหตุผลว่าอายุ 65 ปีในสมัยนี้ยังดูหนุ่มแน่นและมีประสบการณ์ในการขับรถมากกว่าคนหนุ่มเสียอีก
ทว่า “เงิน” ไม่ใช่เหตุผลเดียว หลายคนทำงานเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพและความเหงา
คุณยายฮอนดะบอกว่าถ้าอยู่บ้านเฉยๆ ร่างกายและสมองจะเสื่อมถอย และจะเป็นภาระให้ลูกหลานจนต้องไปอยู่สถานสงเคราะห์ในที่สุด ซึ่ง McDonald’s ญี่ปุ่นเรียกพนักงานกลุ่มอายุเกิน 60 ปีนี้ว่า “Premium Age Crew” หรือกลุ่มพนักงานวัยพรีเมียม
📌 งานช่วยให้ดูอ่อนกว่าวัย
ผลการศึกษาทั่วเอเชียตะวันออกพบว่า ผู้สูงอายุที่ทำงานจะมีร่างกายแข็งแรงกว่าและมีอาการซึมเศร้าน้อยกว่า อดีตผู้บริหารชาวเกาหลีใต้วัย 60 ปีเล่าว่า ภรรยาของเขาสังเกตเห็นว่าเวลาเขาไปทำงาน เขาจะดูหนุ่มขึ้นและมีพลังงานมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
บริษัทใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นเริ่มมีการให้คำปรึกษาเรื่องอาชีพในช่วงปลายของการทำงาน และปรับเปลี่ยนหน้าที่ความรับผิดชอบให้เหมาะสมกับวัย เจ้าของอู่ซ่อมรถในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งยอมรับว่า เมื่อคนรุ่นใหม่มีน้อยลง เขาจึงต้องพึ่งพาและดึงศักยภาพจากพนักงานที่มีอยู่ซึ่งเป็นผู้สูงอายุให้ได้มากที่สุด
📌 เด็กจบใหม่ตอนอายุ 65
แม้จะอยากทำงานต่อ แต่ก็มีอุปสรรคสูง Randall Jones อดีตหัวหน้าโต๊ะญี่ปุ่น/เกาหลีของ OECD ชี้ว่า ระบบเงินเดือนและตำแหน่งที่ขึ้นตามอายุงานทำให้บริษัทแบกรับต้นทุนสูงหากจ้างพนักงานอาวุโสแบบเต็มเวลา หลายบริษัทจึงใช้วิธี "จ้างใหม่" หลังเกษียณด้วยสัญญาจ้างชั่วคราว แต่ลดเงินเดือนและลดบทบาทหน้าที่ลงอย่างมาก
การหางานใหม่ในวัยชราทำได้ยากเพราะมีการเลือกปฏิบัติทางด้านอายุอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ที่สังคมมองว่าการไม่รับคนแก่เข้าทำงานเป็นเรื่อง "สมเหตุสมผล"
นอกจากนี้ยังมีปัญหา "ทักษะไม่ตรงกับงาน" คือมีอดีตพนักงานออฟฟิศว่างงานจำนวนมาก แต่ตลาดต้องการแรงงานฝีมือระดับล่าง เช่น พนักงานทำความสะอาดหรือพนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งทักษะที่พวกเขาสะสมมาทั้งชีวิตไม่ได้ถูกนำมาใช้
รัฐบาลเกาหลีใต้สนับสนุนงบประมาณสร้างงานพาร์ทไทม์กว่า 1 ล้านตำแหน่งให้ผู้สูงอายุเพื่อเป็นสวัสดิการกึ่งการจ้างงาน มีการตั้งมูลนิธิฝึกทักษะใหม่ เช่น การใช้ AI ส่วนในญี่ปุ่นมี "ศูนย์ทรัพยากรมนุษย์สีเงิน" (Silver Human Resource Centres) กว่า 1,300 แห่ง ช่วยจับคู่งานตั้งแต่งานดูแลผู้สูงอายุด้วยกันไปจนถึงการรับจ้างทำความสะอาดสุสาน
รัฐบาลทั้งสองประเทศพยายามส่งเสริมให้คนทำงานนานขึ้นเพื่อชดเชยแรงงานวัยหนุ่มสาวที่หายไป และเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข ญี่ปุ่นกระตุ้นให้บริษัทจ้างงานจนถึงอายุ 70 ปี ส่วนเกาหลีใต้ขยายอายุเกษียณตามกฎหมายเป็น 60 ปี แต่ประเด็นสำคัญคือ "ประเภทของงาน" ที่เหมาะสมกับพวกเขาจริงๆ ยังเป็นโจทย์ที่แก้ไม่ตก
การจะใช้ประโยชน์จากแรงงานสูงวัยอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องมีการออกแบบระบบสังคมและการจ้างงานใหม่ทั้งหมด รวมถึงตัวผู้สูงอายุเองก็ต้องปรับความคิด ผู้อำนวยการบริษัทจัดหางานสำหรับผู้สูงอายุในญี่ปุ่นกล่าวทิ้งท้ายว่า "เมื่อคุณอายุเกิน 65 ปี จงคิดเสียว่าคุณคือเด็กจบใหม่ที่มาเริ่มนับหนึ่งใหม่จากศูนย์"
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic

ไทย
ก็แล้วแต่ أُعيد تغريده

ในขณะที่ของคุณเต้เก็บเงินซื้อ 2500฿
พ้มเก็บเงิน ซื้อสนถูกๆละ 15฿ เฮ้อ เราต่างกัน 😝😝


Petæ Lynch@Petae_Lynch
ตอนนี้กำลังเก็บเงินซื้อต้นนี้อยู่ สนหินเมดิเตอเรเนียน กระถางละ 2,500 😵
ไทย

@Han914mko เค้าโตที่มาเลเซียมั้ยอะ โรงเรียนที่นั้นจะมีวิชาเขียนบทกลอนกวีเพราะอิทธิพลคนจีนที่นั่น
ไทย
ก็แล้วแต่ أُعيد تغريده
ก็แล้วแต่ أُعيد تغريده
ก็แล้วแต่ أُعيد تغريده
ก็แล้วแต่ أُعيد تغريده

เดี๊ยน ซ่อมวิ่งวันละ 3 กิโล ด้วยเพลงเคพอพคันๆ แต่ผ่าน marathon 2 รายการต่างประเทศ
วิ่งให้เป็นขนม🏃🏼♂️🚲💪🏾@Loverunnn
นักวิ่งรู้ดีว่า 10k บนลู่วิ่ง กับ 10k บนถนน มันไม่เหมือนกัน555555555
ไทย










