c
20.2K posts



สำหรับเราเอง ก็ไม่แนะนำให้เรียนภาษาใน ป.ตรี เรามองว่า ภาษาเป็นทักษะที่พัฒนาและเรียนเสริมเอาเองได้ แต่จะแนะนำให้ไปเรียนวิชาที่เป็นความรู้เฉพาะทางไปเลยดีกว่า เพราะความรู้เฉพาะทางที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน จะทำมาหากินกับมันได้ในระยะยาว และไปต่อยอดเส้นทางอื่น ๆ ได้ง่ายกว่า และคณะภาษา เรามองว่าเราแค่เข้าใจภาษาและวัฒนธรรมของชาตินั้น ๆ ตามภาษาที่เราเรียน แต่ท้ายที่สุด เราก็ต้องออกไปเจอกับคนจริง ๆ ของชาตินั้น ๆ อีกอยู่ดีเช่นกันเพื่อเรียนรู้ เพราะฉะนั้น มันก็ไม่ได้ขนาดถึงขั้นว่าเป็นศาสตร์ความเป็นมนุษย์อะไรขนาดนั้น เพราะมันก็เรียนแต่ตัวภาษา วรรณคดี วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ แล้วก็วิเคราะห์ตัวภาษา วน ๆ อยู่แค่นั้น กลับมาที่การหางานทำ พออายุสักประมาณหนึ่ง ตัวภาษาก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องมีเป็นพื้นฐานไปแล้ว หรือมีติดตัวมาอยู่แล้ว ทีนี้ก็จะมาวัดกันที่ประสบการณ์และความรู้เฉพาะทางต่างหากว่ารู้เยอะมากพอแค่ไหน บริษัทเอกชนส่วนมากก็จะมองจากตรงนี้เป็นหลัก เพราะต่อให้ภาษาดี แต่ความรู้เฉพาะทางไม่เคยทำหรือไม่มีประสบการณ์มาก่อน หรือถ้ามีประสบการณ์ แต่น้อยเกินไป บริษัทก็ไม่เรียกสัมภาษณ์เหมือนกัน



ญีปุ่นเข้ามาเปิดบริษัทในไทย มาสร้างงานให้คนไทย แต่จีนเข้ามาเปิดบริษัทของตัวเองคนไทยใด้อะไรบ้าง เพราะพนักงานคนงานก็จีนทั้งหมด และขายสินค้าให้คนไทย ภาษีไม่จ่ายรัฐอุดหนุนทุนจีน #คนไทยใด้แต่มองตาปริบๆ

สงสัยว่ามายเซตเรียนภาษา = ตกงาน มันมาจากไหนอะ เพื่อนร่วมรุ่นนี่ไปจนถึงรุ่นพี่รุ่นน้องแทบไม่มีใครว่างงานเลย 🥹 นี่ขนาดเบนสายมาทำด้านบันเทิงก็เจอเด็กนิเทศมาจ้างเอาภาษามาให้ช่วยแปลเพียบ แปลบท แปลเรื่องย่อส่งนายทุนตปท. แปลจดหมายขอวีซ่าทำงานกองถ่าย ล่ามกองถ่าย โค้ชภาษานักแสดงทำมาหมดละ

นี่เคยทำงานใกล้ชิดกลุ่มคนมีเงินใกล้ชิดแบบลูกค้าให้ไปหาที่บ้านไรงี้ บอกเลยว่าคนรวยจริงจะมีความแปลกเฉพาะตัวมาก บอสเคยเแบบล่าให้ฟังว่าคุณคนนั้นรวยมาก ตระกูลดังระดับประเทศเลย แต่อารมณ์ไหนไม่รู้มายืนเปลี่ยนหลอดไฟให้ที่ออฟฟิศ เพราะเห็นว่าไฟมันเสีย นี่เคยเจอเค้า 4-5 ครั้งได้มั้ง แต่ออร่าความแปกออกมาก เป็นออร่าความแปลกที่มองปร้าดเดียวรู้เลยว่ารวยอ่ะ

คือพูดก็พูดเถอะ จุฬามันไม่ได้มีแต่เด็กไฮโซแก่นแตดขนาดนั้น คือแทบจะเป็นแค่ 5% เองมั้ง (ส่วนมากบัญชี วิดวะ) ที่เหลือมันก็หนีบแตะแบกเป้หัวฟูมาเรียนมอม ๆ กันหมด แต่เคยมีเด้กมัธยมมาถามนี่เหมือนกันว่าสังคมไฮโซจริงมั้ย ซึ่งกุว่าน่าจะผลมาจากอินฟลู/ติกตอก (ซึ่งก้เรียนอินเตอกันเกือบหมด)

















