Bitcoin Addict Thailand

29.1K posts

Bitcoin Addict Thailand banner
Bitcoin Addict Thailand

Bitcoin Addict Thailand

@BitcoinAddictTH

Thailand’s largest crypto media and community | บทความ ข่าวสาร และความรู้เกี่ยวกับ Blockchain และการลงทุน Cryptocurrency 💰📊

ประเทศไทย Beigetreten Temmuz 2017
1.4K Folgt56.9K Follower
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
ก.ล.ต. ไทยออกกฎเหล็ก ทุนเทาซ่อนในตลาดคริปโตไม่ได้อีกต่อไป . ปี 2025 มีคดีฟอกเงินผ่านบัญชีคริปโตกับบัญชีม้าในไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นักกฎหมายหลายคนออกมาเตือนว่าไทยเสี่ยงหลุดมาตรฐานโลก แต่วันที่ 20 มีนาคม 2569 ก.ล.ต. ก็ออกมาตรการตอบโต้ชุดใหญ่ เรื่องนี้มีที่มาและพัฒนาการอย่างไร? . 1) ปัญหาเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ — คริปโตกลายเป็นเส้นทางโปรดของทุนสีเทา . ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยโตเร็ว และเพราะโตเร็ว ช่องโหว่ก็เปิดกว้างตาม เงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เงินจากธุรกิจผิดกฎหมาย ถูกส่งเข้าสู่ระบบผ่านกระเป๋าคริปโต (Wallet) โดยอาศัยความที่ยังไม่มีกฎบังคับให้ตรวจสอบผู้รับ-ผู้ส่ง ทำให้เส้นทางเงินสืบสาวได้ยาก . 2) 9 มกราคม 2569 — นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศสงครามทุนเทา . นายกฯ เป็นประธานประชุม Data Bureau และสั่ง 3 มาตรการเร่งด่วน คือปรับลดเพดานรายงานธุรกรรมร้านทอง, คุมแพลตฟอร์มซื้อขายทองออนไลน์ และมอบหมายให้ ก.ล.ต. บังคับใช้ Travel Rule อย่างเคร่งครัดสำหรับผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลทุกราย . 3) มีนาคม 2569 — ก.ล.ต. เปิดเฮียริ่ง Travel Rule รับฟังความคิดเห็นถึง 25 มี.ค. . ก.ล.ต. ประสานกับ ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) เพื่อออกกฎบังคับให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเก็บข้อมูลการโอนทุกธุรกรรมไม่น้อยกว่า 5 ปี พร้อมส่งข้อมูลผู้โอนและผู้รับไปพร้อมกับคำสั่งโอนทุกครั้ง . 4) 20 มีนาคม 2569 — ก.ล.ต. บังคับใช้ 5 มาตรการอย่างเป็นทางการ . มาตรการที่ออกมามีดังนี้ . 🔹มาตรการ 1: KYC/CDD — ยืนยันตัวตนลูกค้า (Know Your Customer / Customer Due Diligence = กระบวนการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าก่อนให้บริการ) หากข้อมูลไม่ครบหรือพบพฤติกรรมต้องสงสัย ต้องปฏิเสธทันทีและรายงานต่อหน่วยงานรับผิดชอบ 🔹มาตรการ 2: Ultimate Beneficial Owner — ขยายนิยามการตรวจสอบไปถึง "เจ้าของตัวจริง" ของบัญชีหรือบริษัท ครอบคลุมการถือหุ้นทางอ้อมและการใช้ "นอมินี" หรือคนที่ถือหุ้นแทนเพื่ออำพรางเจ้าของจริง 🔹มาตรการ 3: Travel Rule — กฎหมายระดับสากลที่ FATF (องค์กรปราบปรามฟอกเงินระหว่างประเทศ) กำหนดไว้ บังคับให้ทุกการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลต้องแนบข้อมูลผู้โอน-ผู้รับมาด้วยทุกครั้ง เก็บข้อมูลไว้ 5 ปี 🔹มาตรการ 4: เปิดเผยโครงสร้างผู้ถือหุ้น — บริษัทจดทะเบียนต้องแจ้งรายชื่อผู้ถือหุ้น 10 อันดับแรกและกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อนโยบาย 🔹มาตรการ 5: Connect the Dots — บูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศเพื่อสืบสวนธุรกรรมต้องสงสัย . สิ่งที่น่าสังเกตคือก่อนหน้านี้ไทยเคยมีกรณีที่แพลตฟอร์มซื้อขายหุ้นบางแห่งถูกใช้เป็นช่องทางยักย้ายเงินโดยมีการถือหุ้นซ้อนกันหลายชั้นจนตรวจสอบต้นตอไม่ได้ มาตรการชุดนี้กำลังอุดช่องโหว่ลักษณะเดียวกันในฝั่งคริปโตด้วย . ในวงการคริปโตสากล Travel Rule ถูกบังคับใช้ในสิงคโปร์ ยุโรป และญี่ปุ่นไปก่อนหน้าแล้ว ไทยถือว่ามาช้ากว่าหลายประเทศในภูมิภาค .
Bitcoin Addict Thailand tweet media
ไทย
1
1
3
212
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
Morgan Stanley ยื่น SEC รอบ 2 ดัน Bitcoin ETF "MSBT" ลงตลาดหุ้นสหรัฐ . วงการการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว เมื่อ Morgan Stanley หนึ่งในวานิชธนกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ไม่ขอเป็นแค่ "คนกลาง" ช่วยขายกองทุนให้คนอื่นอีกต่อไป แต่ตัดสินใจกระโดดลงมาเป็น "เจ้าของกองทุน" เอง . ด้วยการยื่นแก้ไขเอกสารขอจดทะเบียน Morgan Stanley Bitcoin Trust (MSBT) ต่อ SEC สหรัฐฯ เป็นรอบที่สอง ซึ่งหากสำเร็จ พวกเขาจะกลายเป็นธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งแรกที่ออกผลิตภัณฑ์ Bitcoin Spot ETF ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง . 1) 1. สิงหาคม 2024 เริ่มต้นแบบระมัดระวัง — Morgan Stanley เปิดให้ที่ปรึกษาการเงินแนะนำ Bitcoin ETF ให้ลูกค้าได้เป็นครั้งแรก แต่จำกัดเฉพาะกองทุนของ BlackRock และ Fidelity เท่านั้น ทุกบาทที่ลูกค้าลงทุน ค่าบริหารกองทุนตกเป็นของคู่แข่ง . 2) 2. ปลายปี 2025 — Goldman Sachs เดินหน้าซื้อบริษัทออก ETF ชื่อ Innovator ด้วยมูลค่า $2,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อมีกองทุน crypto ของตัวเอง ส่วน Merrill Lynch ก็เริ่มอนุญาตให้ที่ปรึกษาเสนอ Bitcoin ETF กับลูกค้าได้เชิงรุกในเดือนมกราคม 2026 สัญญาณชัดว่าธนาคารใหญ่สหรัฐกำลังก้าวจากผู้จัดจำหน่ายสู่เจ้าของผลิตภัณฑ์ . 3) มกราคม 2026 — Morgan Stanley ยื่น S-1 (ใบสมัครจดทะเบียนหลักทรัพย์กับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ) ต่อ SEC ฉบับแรก สำหรับทั้ง Bitcoin ETF และ Solana ETF พร้อมกัน แต่ยังไม่ระบุรายละเอียดสำคัญใด ๆ . 4) ต้นปี 2026 — ที่ปรึกษาการเงินทั้ง 15,000 คนได้รับอนุมัติให้แนะนำ Bitcoin ETF กับลูกค้าได้เชิงรุกแล้ว จากเดิมที่ต้องรอให้ลูกค้าถามก่อนเท่านั้น . 5) 18 มีนาคม 2026 — ยื่นแก้ไขครั้งที่สอง เปิดหมดทุกไพ่ ครั้งนี้รายละเอียดครบ: . 🔹ชื่อย่อในตลาด: MSBT บนตลาด NYSE Arca 🔹ผู้ดูแล Bitcoin: Coinbase Custody เก็บใน Cold Storage (กระเป๋าเงินออฟไลน์ที่ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต) 🔹ผู้ดูแลเงินสดและบริหารกองทุน: BNY Mellon และ Fidelity 🔹ค่าธรรมเนียมบริหารกองทุน: ประมาณ 0.20%–0.30% ต่อปี (เทียบ IBIT ของ BlackRock ที่คิด 0.25%) 🔹พิเศษ: ยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับเงิน $5,000 ล้านดอลลาร์แรก นาน 6 เดือน . 6) เหตุผลที่แท้จริงของการก้าวข้ามเส้นนี้ ตัวเลขพูดแทนได้ดีกว่า — ทุก $1,000 ล้านที่ลูกค้า Morgan Stanley ฝากไว้ใน IBIT ของ BlackRock ค่าธรรมเนียม 0.25% ต่อปีไหลเข้ากระเป๋า BlackRock $2.5 ล้านทุกปี แต่ถ้าเป็น MSBT ตัวเลขนั้นตกเป็นของ Morgan Stanley เอง และด้วยฐานสินทรัพย์ $1.8 ล้านล้านดอลลาร์ แม้ลูกค้าแค่ 1% หันมาลงทุนใน MSBT ก็คือเงินบริหารกองทุนกว่า $18,000 ล้านดอลลาร์ทันที . สิ่งนี้ไม่ต่างจากที่เคยเห็นในตลาดกองทุนรวมทั่วไป เมื่อธนาคารใหญ่เริ่มรู้ว่าตัวเองมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว เหลือแค่เปลี่ยนกระเป๋าที่รับเงิน Amy Oldenburg หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินทรัพย์ดิจิทัลของ Morgan Stanley ให้สัมภาษณ์ว่าธนาคารตั้งใจจะพัฒนาระบบ Custody (การดูแลสินทรัพย์) และ Exchange ของตัวเองแบบครบวงจรในอนาคต เพราะ "ลูกค้าเชื่อใจแบรนด์ Morgan Stanley ว่าจะไม่ล้มเหลว" . หาก SEC อนุมัติ MSBT จะกลายเป็น Bitcoin ETF ตัวแรกในประวัติศาสตร์ที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของสหรัฐโดยตรง ไม่ใช่แค่บริษัทจัดการสินทรัพย์ . #MorganStanley #BitcoinETF #MSBT
Bitcoin Addict Thailand tweet media
ไทย
1
2
8
325
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
ปักหมุดฮ่องกง! งาน Web3 ใหญ่สุดในเอเชียปี 2026 ชูโรง AI Agent และ RWA เชื่อมโลกการเงินดั้งเดิม . ย้อนกลับไปสัก 5-6 ปีก่อน ถ้าบอกว่าผู้บริหารระดับ Managing Director ของ BlackRock — บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ดูแลเงินมากกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์ — จะยืนขึ้นเวทีงานเดียวกับ CEO แพลตฟอร์มเทรด Bitcoin ในฮ่องกง… คนในแวดวงการเงินดั้งเดิมคงมองหน้ากันงงๆ . นี่ไม่ใช่แค่งาน Conference ทั่วไป แต่เป็นสัญญาณที่บอกว่าโลกของเงินกำลังถูกเขียนใหม่ — และฮ่องกงเลือกที่จะเป็นห้องที่มันเกิดขึ้น . Hong Kong Web3 Festival คืออะไร . งานนี้จัดโดย Wanxiang Blockchain Labs (สถาบันวิจัยบล็อกเชนชั้นนำของจีน ก่อตั้งปี 2015) และ HashKey Group (กลุ่มบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายในฮ่องกง ดูแลทั้ง Exchange, กองทุน และโครงสร้างพื้นฐาน Web3) แล้ว Festival นี้มาถึงจุดที่ BlackRock ยอมนั่งโต๊ะเดียวกับ OKX ได้อย่างไร? . 1) เมษายน 2023 — ฮ่องกงเปิดประตูคริปโต ฮ่องกงประกาศนโยบายเปิดรับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการ พร้อมกันนั้น Hong Kong Web3 Festival ก็ถือกำเนิดขึ้น งานแรกดึงผู้เข้าชมได้กว่า 50,000 คน ในยุคที่คนทั่วโลกยังแบกรอยแผลจาก FTX ล่มสลาย การที่รัฐบาลฮ่องกงส่งสัญญาณ "เราเปิด" ในตอนนั้นสร้างแรงสั่นสะเทือนในแวดวงได้ไม่น้อย . 2) 2023–2025 — สามปีติดต่อกัน ตัวเลขไม่เคยหยุดโต จัดต่อเนื่อง 3 ปี มีผู้เข้าชมสะสมรวมกว่า 100,000 คน วิทยากรรวมกว่า 1,200 ราย และกิจกรรม Side Event มากกว่า 400 งาน ปี 2025 มี Vitalik Buterin (ผู้ก่อตั้ง Ethereum), CZ (ผู้ก่อตั้ง Binance) และรัฐมนตรีคลังฮ่องกงขึ้นเวทีร่วมกัน . 3) สิงหาคม 2025 — ประกาศ Edition ที่ 4 HashKey Group ออกประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับงานครั้งที่ 4 วันที่ 20–23 เมษายน 2026 ณ Hong Kong Convention and Exhibition Centre พร้อมเป้าหมาย 50,000 คนเข้าชม และสปีกเกอร์กว่า 400 ราย . 4) ปลายปี 2025 — ประกาศรายชื่อสปีกเกอร์ชุดแรก ยังไม่มีอะไรพิเศษมาก รายชื่อแรกที่ออกมาคือรัฐมนตรีคลังฮ่องกง Paul Chan Mo-po และ Lily Liu ประธาน Solana Foundation — หน้าคุ้นในแวดวง Web3 อยู่แล้ว ยังไม่มีอะไรที่ทำให้สะดุดตา . 5) 2026 — BlackRock และ HSBC ปรากฏในลิสต์ ล่าสุดมีการประกาศรายชื่อใหม่ที่ทำให้ภาพเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่: . 🔹Abdelhamid Bizid — Managing Director, BlackRock (บริษัทที่ดูแลสินทรัพย์มูลค่า 10+ ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่งเปิดตัว Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐฯ ปี 2024) 🔹Bugra Celik — Head of Digital Assets, HSBC Global Macro (ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก) 🔹Lennix Lai — Chief Commercial Officer, OKX Global (แพลตฟอร์มเทรด Cryptocurrency ระดับโลก) 🔹Lily Liu — President, Solana Foundation 🔹Min Lin — MD, Ondo Finance (โปรเจกต์ที่นำพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มาแปลงเป็น Token บน Blockchain ซึ่งเรียกว่า RWA — Real World Assets) 🔹Franklin Bi — General Partner, Pantera Capital (กองทุน Crypto ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก) . 6) 3 หัวข้อหลักของงานปีนี้ บอกได้เยอะมาก . 🔹TradFi × Crypto — ธนาคารและสถาบันการเงินดั้งเดิม กับ Crypto กำลังหารือเรื่อง Stablecoin (สกุลเงินดิจิทัลที่ผูกค่ากับสินทรัพย์จริง เช่น ดอลลาร์) และระบบชำระเงินโลกรูปแบบใหม่ 🔹AI + Web3 — AI ที่ไม่ใช่แค่ Chatbot อีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปเป็น AI Agent ที่สามารถทำธุรกรรมบน Blockchain ได้เองโดยไม่ต้องรอมนุษย์สั่ง 🔹RWA — การนำสินทรัพย์โลกจริง เช่น อสังหาริมทรัพย์ หุ้น หรือพันธบัตร มาแปลงเป็น Token ดิจิทัล ซึ่ง BlackRock กำลังทำอยู่แล้วผ่านกองทุน BUIDL บน Ethereum . ที่น่าสังเกตคือตัวเลขที่งานเปิดเผยเอง — นักลงทุนสถาบันและผู้บริหารจากแวดวงการเงินดั้งเดิมที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงานแล้วมีกว่า 500 ราย นั่นหมายความว่าครึ่งหนึ่งของห้องประชุมจะเป็นคนจากธนาคาร กองทุน และบริษัทในตลาดหุ้นทั่วโลก ไม่ใช่แค่คนคริปโต . มันคล้ายกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในงาน Davos ช่วงแรกๆ ที่คนเทคโนโลยีถูกเชิญมาพูด แต่ท้ายที่สุดกลับกลายเป็นว่าคนเทคโนโลยีเป็นคนเซ็ตวาระการประชุม . งาน Hong Kong Web3 Festival 2026 จะเกิดขึ้นวันที่ 20–23 เมษายนนี้ ที่ HKCEC ฮ่องกง
Bitcoin Addict Thailand tweet media
ไทย
1
0
2
147
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
SEC ปฏิวัติกฎหมายคริปโต ทิ้งยุค 'ฟ้องก่อน ถามทีหลัง' — ดีลใหญ่ใกล้ถึงทำเนียบขาว . พอล แอตกินส์ (Paul Atkins) ประธาน SEC สหรัฐฯ คนปัจจุบัน ออกมายืนยันหนักแน่นว่าการปรับเกณฑ์จำแนกคริปโตเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเป็นเพียง "จุดพลุ" ดอกแรกของการปฏิรูปตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ โดยมุ่งเป้าไปที่การคืนอิสรภาพให้นวัตกรรมบล็อกเชน และการยุติยุคสมัยแห่งการกำกับดูแลด้วยความกลัว . 1) ปี 2021-2024 — ยุค Gary Gensler และ "Regulation by Enforcement" Gary Gensler ขึ้นเป็นประธาน SEC และประกาศอย่างชัดเจนว่า ยกเว้น Bitcoin แล้ว คริปโตส่วนใหญ่คือ "หลักทรัพย์" ที่ต้องอยู่ใต้กำกับของ SEC แต่แทนที่จะออกกฎชัดๆ ว่าอะไรเป็นอะไร SEC กลับเลือกกลยุทธ์ "ฟ้องก่อน ถามทีหลัง" — คือส่งเอกสารฟ้องไปก่อน แล้วค่อยให้บริษัทพิสูจน์ในชั้นศาลเอาเอง . ผลก็คือ Ripple (XRP) โดนฟ้องปลาย 2020, Coinbase โดนฟ้องปี 2023 ว่าเปิดเป็นตลาดหลักทรัพย์โดยไม่จดทะเบียน, Binance โดนฟ้องปี 2023 ในข้อหาเดียวกัน, Kraken โดนฟ้องเรื่อง Staking ปี 2023 อีก SEC ยังตั้งชื่อเหรียญอย่าง SOL, ADA, MATIC ในเอกสารฟ้องว่าเป็นหลักทรัพย์โดยไม่เคยออกประกาศอย่างเป็นทางการสักครั้ง . 2) ปลายปี 2024 — การเมืองพลิก Donald Trump ชนะเลือกตั้ง หนึ่งในนโยบายหาเสียงที่ชัดเจนที่สุดคือ "ทำให้อเมริกาเป็นผู้นำคริปโต" Gary Gensler ลาออกจาก SEC เกือบทันที . 3) มกราคม 2025 — Trump แต่งตั้ง Paul Atkins อดีต Commissioner SEC และที่ปรึกษาภาคเอกชนด้านกฎระเบียบ ขึ้นมาเป็นประธาน SEC คนใหม่ สัญญาณแรกชัดเจนว่ายุคใหม่กำลังมา . 4) มีนาคม 2026 — SEC และ CFTC (หน่วยงานกำกับตลาดสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์) เซ็น Memorandum of Understanding หรือ MOU — บันทึกข้อตกลงแบ่งเขตอำนาจกันอย่างชัดเจน ว่าตกลงใครกำกับอะไร . 5) 17 มีนาคม 2026 — Atkins ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ที่งาน DC Blockchain Summit พร้อมประกาศ Token Taxonomy — การแบ่งหมวดหมู่สินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประวัติศาสตร์ SEC ร่วมกับ CFTC โดยแบ่งออกเป็น 5 ประเภทได้แก่ Digital Commodities (สินทรัพย์ดิจิทัลกลุ่มโภคภัณฑ์ เช่น Bitcoin, ETH, SOL, XRP), Digital Collectibles (เช่น NFT), Digital Tools (โทเคนที่ใช้งานในระบบ Blockchain), Stablecoin (เหรียญที่ผูกมูลค่ากับดอลลาร์หรือสินทรัพย์อ้างอิง) และ Digital Securities ซึ่ง มีแค่หมวดสุดท้ายเท่านั้นที่ SEC ยังคงกำกับ คือหุ้นหรือพันธบัตรปกติที่ถูก Tokenize บน Blockchain . Atkins ยังพูดว่า "เราไม่ใช่ 'Securities and Everything Under the Sun Commission' อีกต่อไปแล้ว" . 6) 20 มีนาคม 2026 — "นี่แค่เริ่มต้น" ในงาน Practising Law Institute Atkins ยืนยันว่าสิ่งที่ประกาศไปคือ "จุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดสิ้นสุด" พร้อมบอกว่า SEC กำลังเตรียม Formal Rulemaking (กฎระเบียบฉบับเต็มที่มีผลบังคับทางกฎหมาย) ยาวกว่า 400 หน้า รวมถึง "Innovation Exemption" สำหรับ Startup คริปโต เพื่อให้มีเวลาระดมทุนโดยไม่ต้องจดทะเบียนกับ SEC ทันที . 7) เบื้องหลัง — CLARITY Act ใกล้ปิดดีล วุฒิสมาชิกรีพับลิกันหลายคนเพิ่งประชุมปิดประตูกับ Patrick Witt ที่ปรึกษาทำเนียบขาวด้านคริปโต โฆษกของ Cynthia Lummis วุฒิสมาชิกผู้สนับสนุนคริปโตตัวยง บอกว่า CLARITY Act ร่างกฎหมายตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผ่านสภาล่างไปแล้วตั้งแต่กรกฎาคม 2025 ตอนนี้ "เดินหน้าไปแล้ว 99% ในประเด็น Stablecoin Yield" ซึ่งเป็นอุปสรรคหลักที่ทำให้ร่างนี้ค้างในวุฒิสภามาตลอด . ตอนนี้ยังเหลือสิ่งที่ยังไม่ชัด นั่นคือ Formal Rule 400 หน้าที่ Atkins บอกว่าจะออกมา "อีกหนึ่งสองสัปดาห์" และ CLARITY Act ที่ยังต้องรอโหวตในวุฒิสภาซึ่งมีเวลาแค่ราว 18 สัปดาห์ก่อนปฏิทินการเมืองกลางเทอมจะเริ่มปิดประตู
Bitcoin Addict Thailand tweet media
ไทย
1
2
10
422
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
ผู้เสียหายคดี “ดีลคริปโตพันล้าน” สามารถติดต่อผ่าน Facebook เพื่อแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/share/17ccgxyA…
ไทย
1
0
0
78
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
ตามหาราชาโจรสลัดผู้สูญหาย เบื้องต้น เคยประกอบอาชีพเป็น MD ของ VC ชื่อดัง ใครพบเบาะแสโปรดแจ้งด่วน ค่าเสียหาย เอ้ย ค่าหัวสูงปรี๊ด 1 พันล้าน ส่งข้อมูลมาได้ที่ Inbox เพจเลยค้าบ 🫡 #ดีลทิพย์พันล้าน #ราชาโจรสลัด #BitcoinAddict
Bitcoin Addict Thailand tweet media
ไทย
1
0
3
389
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
ผู้เสียหายจะสู้ถึงที่สุด ถึงรู้ว่าจะได้เงินคืนไม่ครบ 📌รับชมเนื้อหาเต็มของคดีนี้ได้ที่ youtu.be/sa_UXQRey1Q?si… #เรื่องเล่าดอยนี้ #BitcoinAddictThailand #Zipmex
YouTube video
YouTube
ไทย
0
0
2
198
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
คดี Zipmex ทำไมศาลไม่รับฟ้องกลุ่มฦ ผู้เสียหายต้องสู้ต่อ งานนี้จะได้เงินคืนกันไหม? 1/ คดี Zipmex เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ในโลกสินทรัพย์ดิจิทัล มีผู้เสียหายมากกว่า 50,000 ราย และมีมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 3,000 ล้านบาท จุดเริ่มต้นของความเสียหายนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 เมื่อทางแพลตฟอร์มประกาศระงับการถอนเงินของลูกค้าอย่างกะทันหัน สาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทนำสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าในบริการ ZipUp+ ไปฝากต่อยังแพลตฟอร์มต่างประเทศอย่าง Babel และ Celsius 2/ ต่อมาได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตการณ์เหรียญ Luna แตก ทำให้เงินลงทุนสูญหายไป วันนี้เรามาพูดคุยกับ 2 ผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้ที่ตามติดเรื่องราวอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ คุณวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ผู้ก่อตั้งสำนักกฎหมาย VLA ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ตัวแทน ‘กลุ่มร่วมสู้ Zipmex’ และคุณกิจจา จงขวัญยืน ในฐานะตัวแทน ‘กลุ่มร่วมสู้ Zipmex’ และโจทก์ผู้ริเริ่มคดี 3/ ตอนนี้คดีไปถึงไหนแล้ว? คดีแพ่ง — ฟ้องกลุ่มไม่ผ่าน ผู้เสียหายราว 800 คนรวมตัวยื่นฟ้องผู้บริหารกว่า 20 คน และขอให้ศาลพิจารณาแบบ Class Action หรือ "คดีแบบกลุ่ม" ซึ่งหมายความว่าถ้าชนะ ทุกคนได้รับประโยชน์พร้อมกันโดยไม่ต้องฟ้องแยก — แต่ศาลชั้นต้นสั่ง ไม่อนุญาต เหตุผลคือผู้บริหารแต่ละคนเข้ามาในเวลาต่างกัน และผู้เสียหายแต่ละคนทำธุรกรรมไม่พร้อมกัน ทำให้รวมเป็นคดีเดียวไม่ได้ ทีมทนายเตรียมยื่น อุทธรณ์ โดยโต้แย้งว่าการกระทำของ Zipmex เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดช่วงที่บริหาร ไม่ใช่ครั้งเดียว กระบวนการนี้คาดว่าใช้เวลาอีก 6 เดือน ถึง 1 ปี 4/ คดีอาญา — มีความคืบหน้าบ้าง ผู้เสียหายบางรายแยกฟ้องเอง ศาลตัดสินจำคุกอดีตผู้บริหาร 1 ปี ปรับ 500,000 บาทไปแล้วหนึ่งราย ขณะที่ DSI รับเป็นคดีพิเศษและกำลังรวบรวมพยานหลักฐานทั้งในและต่างประเทศ 5/ โอกาสได้เงินคืน ทีมตัวแทนพูดตรง ๆ ว่าได้คืน 100% นั้นยาก เพราะเงินส่วนใหญ่หายไปกับการลงทุนในต่างประเทศที่ล้มแล้ว แต่ยังพยายามติดตามทรัพย์สินจากต่างประเทศกลับมาให้ได้มากที่สุด กระบวนการทั้งหมดคาดว่าต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2 ปีครึ่ง ถึง 3 ปี 6/ คดี Zipmex สะท้อนให้เห็นว่าการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยยังมีช่องว่างอยู่มาก โดยเฉพาะเรื่องที่บริษัทนำเงินลูกค้าไปลงทุนต่อในต่างประเทศโดยที่ลูกค้าไม่ได้รับข้อมูลครบถ้วน สุดท้าย คดีนี้ยังไม่จบ เรายังต้องช่วยกันติดตามต่อไป จนกว่าผู้เสียหายจะได้เงินคืนทุกคน อย่าปล่อยให้เรื่องนี้เงียบ ใครเป็นผู้เสียหายเรื่องนี้สามารถเข้าร่วม “กลุ่มร่วมสู้ Zipmex” ได้ที่ QR ด้านล่างเพื่อนำไปประกอบการดำเนินคดีต่อไป #Zipmex #คริปโต #BitcoinAddictThailand #เรื่องเล่าดอยนี้
Bitcoin Addict Thailand tweet media
ไทย
0
4
4
749
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
"ผมไม่ได้มองหาดาบเหล็กเกรดกระดาษ (Fiat) ที่วันหนึ่งก็หัก... ผมแค่มองหาดาบที่แกร่งพอ (Bitcoin) ต่อให้โลกการเงินจะถล่มแค่ไหน ดาบเล่มนี้จะยังคงอยู่คู่มือผมไปจนสุดทาง" ⚔️🍊" 😂😂😂 .
Bitcoin Addict Thailand tweet media
ไทย
0
1
13
334
Bitcoin Addict Thailand
Bitcoin Addict Thailand@BitcoinAddictTH·
ฝ่ายค้านเกาหลีใต้ยื่นล้มภาษีคริปโต 22% ก่อนมีผลบังคับปี 2027 . ภาษีคริปโต 22% เกาหลีใต้ที่ถูกเลื่อนมา 3 รอบ กำลังจะถูกล้มทิ้ง ปกติภาษีคริปโตจะเป็นเรื่องที่รัฐบาลแข่งกันออก ไม่ใช่แข่งกันยกเลิก . แต่เกาหลีใต้กำลังทำสิ่งที่ไม่ค่อยเห็น — ฝ่ายค้านยื่นร่างกฎหมายเพื่อ "ถอดทิ้ง" ภาษีคริปโตที่รัฐบาลเตรียมไว้ ก่อนมันจะมีผลบังคับใช้จริง ทำไมถึงเกิดเรื่องนี้ขึ้น และทำไมภาษีตัวเดียวถึงถูกเลื่อนมาแล้วถึงสามรอบ — ลำดับเหตุการณ์มีดังนี้ . 1) จุดเริ่มต้น — เกาหลีใต้วางแผนเก็บภาษีคริปโตครั้งแรก รัฐบาลเกาหลีใต้เริ่มหารือเรื่องภาษีกำไรจากสินทรัพย์ดิจิทัลมาหลายปีแล้ว โดยโครงสร้างที่วางไว้คือ กำไรเกิน 2.5 ล้านวอน (ประมาณ 62,500 บาท) จะถูกหัก 20% บวกภาษีท้องถิ่นอีก 2% รวมเป็น 22% . 2) เลื่อน ครั้งที่ 1, 2, 3 — แรงกดดันจากนักลงทุนและการเมือง แทนที่จะบังคับใช้ตามกำหนด ภาษีตัวนี้ถูกดัน deadline ออกไปรวมสามรอบ จากแรงกดดันของทั้งชุมชนนักลงทุนคริปโตและฝ่ายการเมือง จนมาลงตัวที่วันที่ 1 มกราคม 2027 . 3) 12 มีนาคม 2025 — กรมสรรพากรเดินหน้าไม่รอ ขณะที่ฝ่ายการเมืองยังถกเถียงกัน กรมสรรพากรแห่งชาติ (NTS) กลับเปิดประมูลสัญญาพัฒนาแพลตฟอร์ม AI สำหรับติดตามธุรกรรมคริปโตและตรวจจับการหลีกเลี่ยงภาษีโดยเฉพาะ — แปลว่าฝ่ายปฏิบัติการลงทุนไปแล้วโดยไม่รอผลการโหวต . 4) พรรค PPP ยื่นร่างยกเลิก — พร้อมหลักฐาน 3 ข้อ พรรค People Power Party (PPP) ฝ่ายค้านสายอนุรักษนิยม ยื่นร่างแก้ไขกฎหมายเพื่อ "ยกเลิก" ภาษีคริปโตทั้งกรอบ โดยชี้ 3 ปัญหาหลัก . 🔹ไม่เป็นธรรม — นักลงทุนรายย่อยในตลาดหุ้นเกาหลีส่วนใหญ่ไม่ต้องเสียภาษีกำไรจากการซื้อขายหุ้น เว้นแต่จะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามเกณฑ์ที่กำหนด แต่นักลงทุนคริปโตทุกรายต้องเสีย — มาตรฐานต่างกันชัดเจน . 🔹เก็บภาษีซ้ำซ้อน — ภายใต้กฎหมาย VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) ของเกาหลีใต้ คริปโตถูกจัดเป็น "สินค้า" ไม่ใช่สกุลเงิน ซึ่งแปลว่าธุรกรรมบางรูปแบบอาจผ่าน VAT ไปแล้วชั้นหนึ่ง ก่อนจะโดนภาษีเงินได้ซ้ำอีกชั้น . 🔹บังคับใช้ไม่ได้จริง — นักลงทุนต่างชาติที่เทรดผ่าน Exchange นอกเกาหลี ทางการไม่มีวิธีคำนวณ "ต้นทุนที่แท้จริง" ได้ เพราะข้อมูลธุรกรรมอยู่นอกเขตอำนาจ . 5) พรรครัฐบาลตอบ — ยังไม่ขยับ แต่ไม่ปฏิเสธ Kim Han-gyu ตัวแทนนโยบายอาวุโสจากพรรค Democratic Party พรรครัฐบาล ระบุว่ายังไม่ได้หารือเรื่องยกเลิกอย่างจริงจัง แต่พร้อมพิจารณาข้อเสนอ — ซึ่งถ้อยคำแบบนี้ในแวดวงการเมืองหมายความว่า "ยังไม่ตัดสินใจ" . มีความเห็นจาก X ที่ได้รับการกดถูกใจมากในช่วงนี้ว่า "ประเทศที่ยกเลิกภาษีคริปโตจะดึง liquidity ออกจากประเทศที่เก็บ — เกาหลีอาจกำลังเดินเกมนี้อยู่ก็ได้" และอีกคนบอกว่า "เลื่อนมา 3 รอบแล้ว ถ้ายังเลื่อนได้อีก มันก็ไม่ใช่ภาษีจริง มันแค่ไอเดียที่ยังไม่กล้าทำ" . ตอนนี้ร่างของ PPP อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา พรรครัฐบาลยังไม่ได้ตอบสนองอย่างเป็นทางการ และ deadline ปี 2027 ยังไม่ขยับ ติดตามว่าเกาหลีใต้จะกลายเป็นประเทศที่ "เลื่อนครั้งที่ 4" หรือ "ยกเลิกถาวร" ในที่สุด
Bitcoin Addict Thailand tweet media
ไทย
1
1
7
406