Jen4cute 🪅
92K posts

Jen4cute 🪅
@Js_live2
Yesterday Once More
13°N Land of Contradictions🪶 Beigetreten Şubat 2020
135 Folgt11.5K Follower
Angehefteter Tweet
Jen4cute 🪅 retweetet

อ่านประโยคนี้ละขำพรืดเลยอ่ะ คนเรามันตีความไปไกลขนาดนี้ได้ไงวะ😂

🆕 Jeans 🐰@lovmimi112
ชอบมาก นโยบาย เดินทางก่อน 06.30 น. จะช่วยลดราคาค่าโดยสายขนส่งสาธารณะ แทนที่คนจะได้มีเวลาอยู่กับบ้าน อยู่กับครอบครัวนานๆขึ้น นี่เหมือนตบหน้ากลางป้ายรถเมลล์ ละบอกว่า ก็มึงจนอ่ะ มึงก็ต้องตื่นเช้ามารับตั๋วราคาถูกนะ เหนื่อยกว่าคนอื่นหน่อยนะ เหอๆ คิดได้สุดยอดดด
ไทย
Jen4cute 🪅 retweetet

ถ้าเพื่อนๆเป็นรมต.วัฒนธรรม จะจัดสรรงบสนับสนุนในส่วนไหนบ้าง มาลองเล่นกัน ppleculture-budget.vercel.app
ส่วนวันที่ 27มิ.ย.นี้เรามีจัดกิจกรรมแฮกงบวัฒนธรรมปี70 มาจอยกันได้นะ
#CreativeBudgetHack #PeoplesCulture #พรรคประชาชน #เศรษฐกิจสร้างสรรค์
ไทย
Jen4cute 🪅 retweetet
Jen4cute 🪅 retweetet

Jen4cute 🪅 retweetet
Jen4cute 🪅 retweetet

[พื้นที่ตรงนี้ ใครเป็นผู้รับผิดชอบกันแน่?🧐 บทเรียนจากฟุตบาทพัง-หาคนรับผิดชอบไม่ได้ สู่ข้อเสนอ: การจัดการทรัพย์สินสาธารณะของกรุงเทพฯ ด้วย Bangkok Asset Management Map]
🔸เมื่อปีที่แล้ว (พฤษภาคม 2568) เพจ Bangkok Sightseeing โพสต์ถึงปัญหาฟุตบาทชำรุดบริเวณตรงข้ามสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มในเขตมีนบุรี
ผมจึงประสานผ่านสก.ไปยังสำนักงานเขตให้เข้าดำเนินการแก้ไข เพราะถนนรามคำแหงเป็นทรัพย์สินของกรุงเทพมหานคร
แต่ได้รับแจ้งว่า จุดดังกล่าวอยู่ในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม จึงเป็นหน้าที่ของ รฟม.
👉🏻ผมจึงประสานต่อไปยัง รฟม. เพื่อให้ช่วยตรวจสอบและแก้ไขปัญหาให้ ซึ่งทาง รฟม. ก็ได้เข้ามาซ่อมแซมให้ในเดือนมีนาคม 2569
แต่ก็มีหนังสือตอบกลับมาพร้อมแปลนพื้นที่ และยืนยันชัดว่า จุดดังกล่าวจริง ๆ แล้วไม่ได้อยู่ในแนวเขตพื้นที่รับผิดชอบของ รฟม.🤷🏻♂️
📌แม้รฟม.จะซ่อมฟุตบาทให้เสร็จแล้ว แต่คำถามคือ “ตกลงพื้นที่นี้ ปัญหานี้ ใครต้องรับผิดชอบกันแน่?”
โดยทั่วไปถนนเส้นของกทม.ก็ต้องกทม.ดูแล แต่ก็อาจจะเป็น กฟน.เพราะมีการทำสายไฟฟ้าลงดิน ซึ่งจะมีการส่งมอบพื้นที่กันชั่วคราว
🔸ปัญหา การหาผู้รับผิดชอบไม่พบ ไม่ได้มีจุดนี้จุดเดียว แต่เป็นทั่วกรุงเทพ และส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาที่ล่าช้าเพราะ ทรัพย์สินสาธารณะจำนวนมาก มีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง จึงเกิดความสับสน ต้องไล่เช็คหลายหน่วยงาน บางทีเจ้าของทรัพย์สินยังปฎิเสธว่าไม่ใช่ เพราะจำไม่ได้
ถนนหนึ่งเส้น มีทั้ง ผิวถนน ฟุตบาท สะพานลอย ฝาบ่อ ศาลารอรถเมล์ โคมไฟ เสาไฟฟ้า เสาสื่อสาร ท่อระบายน้ำ ท่อประปา ท่อสายสื่อสาร ป้ายโฆษณาต่างๆ และมีพื้นที่ก่อสร้างชั่วคราวของอีกหน่วยงานซ้อนอยู่
👉🏻ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น
* สำนักงานเขต
* สำนักการโยธา
* สำนักการระบายน้ำ
* สำนักการจราจรและขนส่ง
* สำนักสิ่งแวดล้อม
* กรมทางหลวง
* กรมทางหลวงชนบท
* การทางพิเศษฯ
* รฟม.
* รฟท.
* กฟน.
* กปน.
* NT
* ผู้รับสัมปทานระบบสื่อสารต่าง ๆ
ยิ่งในช่วงที่มีการก่อสร้างหรือขอใช้พื้นที่ชั่วคราว ความรับผิดชอบก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก
ประชาชนเห็นเพียงว่าฟุตบาทพัง ถนนเป็นหลุม ฝาท่อทรุด เสาไฟเอียง หรือสะพานชำรุด
แต่กว่าจะหาคำตอบได้ว่า “ใครต้องซ่อม” บางครั้งต้องโทรถามหลายหน่วยงานและส่งเรื่องกันไปมาหลายรอบ
✅ผมจึงเห็นว่า กทม.ควรเป็นเจ้าภาพจัดทำ
“Bangkok Asset Management Map” หรือแผนที่แสดงทรัพย์สินสาธารณะและหน่วยงานผู้รับผิดชอบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
โดยควรแสดงข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึงได้ เช่น
✅แนวถนน ฟุตบาท สะพาน สะพานลอย อุโมงค์ คลอง เขื่อน บ่อสูบน้ำ ฝาท่อ โคมไฟ เสาไฟฟ้า เสาสื่อสาร กล้อง CCTV และสาธารณูปโภคอื่นๆ อยู่ในความรับผิดชอบของใคร?
✅พื้นที่ใดถูกส่งมอบให้หน่วยงานอื่นใช้ชั่วคราว ระหว่างการก่อสร้าง?
✅หน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบในการบำรุงรักษาปัจจุบัน?
✅ประวัติการปรับปรุงบำรุงรักษา งบประมาณที่ใช้ และระบบแจ้งเตือนรอบที่ต้องปรับปรุง
✅ กรณีถนนเอกชน ก็ควรมีระบุไว้ เพื่อแยกระหว่างถนนสาธารณะ และถนนเอกชนที่ชัดเจน
เพราะการแก้ปัญหาเมืองที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นจากการซ่อมแซมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการรู้ก่อนว่า “ของใคร” และ “ใครต้องรับผิดชอบ”
เมื่อข้อมูลเหล่านี้เปิดเผยและตรวจสอบบน Bangkok Asset Management Map ได้ การโยนความรับผิดชอบจะลดลง การติดตามงานจะง่ายขึ้น เพื่อความสะดวกของประชาชนครับ
#กทม #พรรคประชาชน




ไทย
Jen4cute 🪅 retweetet
Jen4cute 🪅 retweetet
Jen4cute 🪅 retweetet

"ความไร้ประสิทธิภาพของ ”กรรมาธิการ” ในรัฐสภา" ฝากถึงประธานสภา
.
ผมเคยเป็นคนนอก ที่ได้เข้าไปนั่งในห้องประชุมกรรมาธิการรัฐสภา แล้วสิ่งที่เห็น… มันทำให้ผมอึ้งมาก..!
.
ขออธิบายก่อนว่า "กรรมาธิการ" คืออะไร?
.
ถ้ารัฐบาลคือฝ่ายบริหารประเทศ "กรรมาธิการ" ก็คือ กลุ่ม สส. และผู้เชี่ยวชาญ ที่มีหน้าที่จับตาดูและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ใช้งบภาษีประชาชน และมีอำนาจเรียกข้าราชการทุกกระทรวงมาให้ข้อมูลได้
.
ก่อนที่ผมจะมาเป็น สส. ผมเคยเข้าไปร่วมงานกับหลายคณะกรรมาธิการในฐานะคนเอกชน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซ และนั่นแหละครับ คือครั้งแรกที่ผมได้เห็นว่า "ภาษีของเราถูกใช้อย่างไร" ในรัฐสภา
.
ผมขอสะท้อนการทำงานของ "กรรมาธิการ" ในฐานะคนเอกชน และวันนี้เป็น สส. ที่ทำงานในกรรมาธิการมา และอยากเห็น รัฐสภาของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น.! เพื่อคุ้มกับเงินภาษีพวกเราที่รัฐสภาได้ปีนึง 8 พันล้านบาท/ปีเลยทีเดียว
.
โดยเรามีคณะกรรมาธิการรวมทั้ง สว. และ สส. รวม 50 กว่าคณะ และมีอนุกรรมาธิการอีกร้อยกว่าคณะ ถ้ารวมทั้งหมด น่าจะเกือบ 200 คณะ โดยทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับคนหลายพันคน...เยอะมั้ยครับ
.
#เรื่องแรก: ปัญหาด้านตัวสมาชิกกรรมาธิการ
- สมาชิก กมธ. ถูกส่งมาแบบไม่ตรงกับความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ
- มาลงชื่อรับเบี้ยแล้วกลับ โดยไม่นั่งประชุมจริง ระบบปัจจุบันนับองค์ประชุมด้วยการ "เซ็นชื่อ" ทำให้ สส. เน้นวิ่งรอกไปเซ็นชื่อหลายห้องแทนที่จะนั่งพิจารณาเนื้อหาจริง
- ซื้อ-ขายตำแหน่ง เลขา/ผู้ช่วยในกรรมาธิการ เพื่อให้คนนอกใช้โลโก้รัฐสภาและตำแหน่งหากิน วิ่งเต้น หรือข่มขู่หน่วยงานต่างๆ
- มาประชุมแต่ไม่มีส่วนร่วม เพราะถูกพรรคส่งมาตามโควตาโดยไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น (นั่งแช่แป้งไปอย่างนั้น)
.
#เรื่องที่สอง: ปัญหาการบริหารกรรมาธิการ
- ไร้เป้าหมาย ประธาน กรรมาธิการ ที่ได้ตำแหน่งมาตามโควตาการเมือง ไม่มีเจตจำนงแก้ปัญหา ตั้งวาระแบบ "ใครมีอะไรเสนอมาไปเป็นครั้งๆ" ทำให้ทำงานไร้ทิศทาง กมธ. ไม่มีประสิทธิภาพเอาซะเลย
- เชิญหน่วยงานโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐเสียเวลาครึ่งวันโดยไม่เกิดผล และบางเรื่องถูกเชิญซ้ำจากหลายกรรมาธิการ
- ลองนึกภาพดูนะครับ ข้าราชการระดับอธิบดี ต้องทิ้งงานมาตั้งแต่เช้า นั่งรอจนเกือบเที่ยง เพื่อตอบคำถามเดิมซ้ำๆ ให้กับคนที่ไม่ยอมนั่งฟัง
- งบดูงานต่างประเทศ ถูกใช้ไปกับการท่องเที่ยวมากกว่าการศึกษาดูงานจริง
.
#เรื่องที่สาม: ผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่องใหญ่มากที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง
- บางคณะกรรมาธิการถูกใช้เป็นเครื่องมือ "หาข้อมูลเชิงลึก" เพื่อเอื้อประโยชน์ธุรกิจของตัวเองหรือพวกพ้อง
- ข้าราชการถูกกดดันให้เปิดข้อมูลที่ไม่ควรเปิด บางครั้งเป็นข้อมูลที่กำลังอยู่ในกระบวนการคดีความด้วยซ้ำ
- แบบนี้มันคือการใช้อำนาจรัฐสภาเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อประชาชนครับ
.
#เรื่องที่สี่: ถามเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองเลย
- กรรมาธิการแต่ละคณะมีขอบเขตหน้าที่ชัดเจน แต่บางครั้ง เรื่องที่ถูกเรียกข้าราชการมาชี้แจง ไม่เกี่ยวกับคณะนั้นแม้แต่น้อย
- ที่แย่กว่านั้น ข้าราชการหน่วยงานเดียวอาจถูก 3-4 กรรมาธิการเรียกไปชี้แจงเรื่องเดียวกัน เพราะแต่ละคณะไม่ได้คุยกัน ไม่มีระบบตรวจสอบว่าใครทำเรื่องอะไรอยู่แล้ว (อันนี้เห็นบ่อยมากก...)
- ราชการแทบอัมพาตครับ เพราะต้องวิ่งรอกไปชี้แจงในสภาตลอด
.
.
#แล้วยังมีเรื่องทำซ้ำอีก
กรรมาธิการหลายคณะ "ตั้งเรื่องศึกษาซ้ำกับเรื่องที่คนอื่นทำไปแล้ว" กับกรรมาธิการชุดก่อนๆ หรือจากวุฒิสภา เพราะไม่มีใครไปเช็คว่ามีรายงานเก่าอยู่แล้วหรือเปล่า
ผลคือ เรียกข้าราชการมาพูดเรื่องเดิม ตอบคำถามเดิม ในห้องใหม่ กับคนใหม่ ที่ไม่เคยอ่านรายงานเก่าเลย
เรื่องนี้ผมว่าถือเป็นปัญหาที่ใหญ่มากๆ เพราะมันทำให้ไม่เกิดประสิทธิภาพ และเสียเวลา ค่าใช้จ่ายของประเทศมหาศาล ** อันนี้ต้องปรับด่วนๆ
.
.
#ผมไม่ได้บอกว่าทุกคณะเป็นแบบนี้นะครับ
มีกรรมาธิการหลายคณะที่ทำงานหนักมาก ประธานมีความรู้ มีเป้าหมายชัด และขับเคลื่อนเรื่องสำคัญได้จริง
.
แต่ระบบที่ดีไม่ควรฝากความหวังไว้กับ "คนดี" เพียงอย่างเดียว ต้องมี "ระบบ" และกลไกที่บังคับให้ทุกคนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย
.
#ทำไมเราถึงมีกรรมาธิการที่ไม่มีประสิทธิภาพ?
- เพราะ สส. บางส่วน(ใหญ่) มาจาการซื้อเสียง ไม่ได้มีความรู้ความสามารถจริงๆ ไม่มีเจตจำนงค์ทางการเมือง ในการแก้ปัญหาให้กับประเทศนี้จริง หวังเข้ามาเพราะอำนาจ การคอรัปชั่นเงินภาษีพี่น้องประชาชน
- พอคนเหล่านี้เข้ามา ก็มาเป็นแบบที่ผมสรุปมาข้างบนล่ะครับ เข้ามาก็ไม่ได้อยากมาทำงาน มาอยู่สภาไปวันๆ เซ้นชื่อ ได้เงินเบี้ยประชุมแล้วก็หนีกลับ... เส้าเนอะ...
.
.
อ่านต่อ....

Bang Phrom, Thailand 🇹🇭 ไทย

ตั้งคำถามต่อคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36
-เหตุใดต้องตั้งขึ้นมาใหม่แทนที่จะใช้ชุดเดิม เดิมทีคณะไต่สวนชุดที่ 26 มีมติว่ามีผู้เกี่ยวข้อง 229 คนที่ควรถูกส่งฟ้อง ***แต่กลับมีการตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมาใหม่ ซึ่งให้ผลตรงกันข้ามว่า “ไม่มีมูล”
-ไม่เคยเรียก DSI มาชี้แจง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นหน่วยงานที่มีข้อมูลและหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับการฮั้วเลือก ส.ว.***แต่คณะชุดที่ 36 ไม่เคยเรียก DSI เข้ามาให้ข้อมูลหรือชี้แจงเพิ่มเติม
-มีกรรมการ2คนมีข้อครหาเรื่องคดีทุจริตที่ยังไม่เคลียร์ และบางคนมีความเป็นกลางทางการเมืองหรือไม่? เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับฝ่ายการเมืองบางกลุ่มอย่างเห็นได้ชัด
ไทย
Jen4cute 🪅 retweetet


พริษฐ์ แถลง สอบฮั้วสว.ของกกต เปิดหลักฐานใหม่ดิ้นไม่หลุด x.com/i/broadcasts/1…
ไทย
Jen4cute 🪅 retweetet

พริษฐ์จี้ กกต. ส่งศาลชี้ขาดคดีฮั้ว สว. คาดเดือน ก.ย. ได้ข้อสรุปตัดสินใจอย่างไร
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวตั้งข้อสังเกตต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการตรวจสอบคดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
พริษฐ์ทบทวนความเป็นมาของคดีนี้ว่า คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้พิจารณาข้อเท็จจริงและมีมติในช่วงกลางปี 2568 ว่า มีบุคคลจำนวนอย่างน้อย 229 คน ที่มีมูลกระทำความผิดเรื่องการฮั้ว สว.
โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวเสนอให้ กกต. ดำเนินคดีและยื่นฟ้องบุคคลทั้ง 229 คนต่อศาล อย่างไรก็ตาม กกต. กลับไม่ได้เห็นชอบตามมติดังกล่าว แต่ได้ตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งคณะอนุวินิจฉัยชุดนี้กลับมีมติสวนทางว่าทั้ง 229 คนไม่มีมูลความผิด และเสนอให้ กกต. ยกคำร้อง
พริษฐ์วิเคราะห์ว่า ขณะนี้ กกต. มีทางเลือก 3 ทางในการตัดสินใจ คือ 1. เห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 2. เห็นชอบตามมติของคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 และ 3. ยื่นฟ้องเฉพาะบางคนและยกคำร้องเฉพาะบางคน ซึ่งทางเลือกสุดท้ายนี้ก่อให้เกิดความกังวลว่าอาจเป็นการปกป้องบุคคลสำคัญบางราย
ทั้งนี้ คาดว่าจะทราบผลการตัดสินใจของ กกต. ภายในเดือนกันยายน 2569 ตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวนไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาดที่กำหนดกรอบเวลาไว้ไม่เกิน 90 วัน โดย กกต. ได้เริ่มพิจารณาคดีแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คาดว่านัดแรกจะพิจารณาข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับ สว. 4 คนจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ในการแถลงข่าวครั้งนี้ พริษฐ์ได้นำเสนอ 4 เหตุผลสำคัญที่ กกต. ควรส่งเรื่องของบุคคลทั้ง 229 คนไปยังศาล ประกอบด้วย
1. ความชัดเจนและหนักแน่นของหลักฐาน
พริษฐ์ระบุว่า หลักฐานในคดีนี้มีความชัดเจนและหนักแน่นกว่าคดีอื่นๆ ที่ กกต. เคยส่งเรื่องให้ศาลพิจารณา แม้จะยังไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดของสำนวนคณะไต่สวนได้ทั้งหมด แต่ข้อมูลสาธารณะและการให้การของผู้ที่เกี่ยวข้องชี้ให้เห็นถึงหลักฐานหลายประเภท เช่น สถิติการลงคะแนนที่มีการเลือกกลุ่มตัวเลขเดียวกันอย่างผิดปกติ ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานโพยตัวเลข การนัดหมายของกลุ่ม สว. หลักฐานการเดินทาง อุปกรณ์ที่แจก คลิปเสียง และที่สำคัญที่สุดคือเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงกลุ่มบุคคลและทีมงาน สส. ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
พริษฐ์ตั้งคำถามว่า หาก กกต. เคยส่งหลักฐานเพียงแชตไลน์ระหว่างบุคคลให้ศาลพิจารณาได้ ทำไมหลักฐานที่หนักแน่นเหล่านี้จึงไม่ถูกส่งให้ศาลพิจารณาเช่นกัน
2. ความชอบธรรมของคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36
พริษฐ์ตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ ทั้งที่มีคณะอนุวินิจฉัยอยู่แล้วถึง 35 คณะ นอกจากนี้ ยังพบว่าคณะอนุวินิจฉัยชุดนี้ไม่เคยเรียกตัวแทนจาก DSI หรือคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เข้าให้ข้อมูล ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความรอบด้านในการพิจารณา
พริษฐ์ยังเปิดเผยว่า กรรมการ 3 ใน 7 คนของคณะอนุวินิจฉัยชุดนี้ มีประวัติที่ถูกสังคมตั้งคำถาม โดย 2 คนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตคอร์รัปชัน (คดีรถไฟฟ้าสายสีส้ม และคดีการจัดซื้อคอมพิวเตอร์) และอีก 1 คนมีความเชื่อมโยงกับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อความเป็นกลางทางการเมือง
3. ผลประโยชน์ทับซ้อนของ กกต.
พริษฐ์ชี้ว่า กกต. 4 ใน 7 คน เข้าสู่ตำแหน่งผ่านการรับรองจาก สว. ที่เป็นผู้ถูกตรวจสอบในสำนวนคดีนี้ หาก กกต. มีการตัดสินใจที่ค้านสายตาประชาชน อาจนำไปสู่ข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ดังนั้น วิธีที่โปร่งใสที่สุดคือการส่งเรื่องทั้งหมดให้ศาลเป็นผู้พิจารณาชี้ขาด
4. การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.
พริษฐ์อ้างอิงคลิปวิดีโอการเลือก สว. รอบไขว้ระดับประเทศ ที่ได้จากผู้ตรวจการการเลือกตั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นหนึ่งใน กกต. เข้าตรวจสอบและกล่าวตักเตือนผู้สมัครว่า "จะเป็น สว. กันอยู่แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะ"
พริษฐ์ตั้งคำถามว่า กกต. ท่านนั้นพบเห็นสิ่งใดที่นำไปสู่การกล่าวตักเตือนและเก็บโพย และหลังจากนั้น กกต. ได้ดำเนินการอย่างไรต่อไป มีการประชุมเพื่อพิจารณาหลักฐานหรือไม่ ได้มีการตรวจสอบความเชื่อมโยงของโพยกับหลักฐานอื่นๆ ในสำนวนหรือไม่ และปัจจุบันโพยดังกล่าวถูกจัดเก็บไว้ที่ใด หาก กกต. ไม่สามารถชี้แจงประเด็นเหล่านี้ได้ และไม่ส่งเรื่องให้ศาลพิจารณา อาจถูกมองว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือรู้เห็นเป็นใจกับกระบวนการโกง สว.
ส่วนกรณีที่มีข้อโต้แย้งว่าผู้สมัครจากฝั่งประชาชนก็มีการจองโรงแรมล่วงหน้าก่อนวันเลือก สว. ในลักษณะเดียวกัน พริษฐ์ยืนยันว่า การดำเนินคดีต้องเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและใช้มาตรฐานเดียวกัน โดยหลักฐานในสำนวนของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ไม่ได้มีเพียงเรื่องการจองโรงแรม แต่ประกอบด้วยหลักฐานหลายประเภทที่เชื่อมโยงกัน ทั้งโพยตัวเลข การนัดหมาย การซื้อตั๋วเครื่องบิน และเส้นทางการเงิน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระทำอย่างเป็นขบวนการ
#TheStandardNews

ไทย
Jen4cute 🪅 retweetet

พวกเพจข่าวคลั่งชาติ เหยียดเพื่อนบ้าน สร้างความเกลียดชัง ด้วยภาพที่เจนขึ้นมา
เดี๋ยวนี้ปัดนิ้วไม่กี่ที ก็เจอพรึ่บ!
.
แล้ว กระทรวง DE ตำรวจ cyber กองทัพไทย ฯลฯ มัวทำอะไรกันอยู่
.
ดูจบแล้วเกิดคำถาม ว่าทำไม content ที่สร้างความเกลียดชัง และยุยงให้เกิดการฆ่า. มันถึง popular ในสังคมที่ทุกคนท่องศีล 5 ได้ขึ้นใจ?
.
ขอบคุณ @the101world ที่ไปสืบค้นมา
youtu.be/534Vl_kd1_8?si…

YouTube

ไทย





