Call me P

11.3K posts

Call me P banner
Call me P

Call me P

@pasitnat

👨‍🏫 Assoc Prof | 🩺 GP & Palliative Care | 💡 Health & Policy Advocate | 🏃 Jogger | ✨ Wellness & simple happiness | ⚖️ Curious about people & power

Thailand Beigetreten Mart 2010
226 Folgt1.3K Follower
Angehefteter Tweet
Call me P
Call me P@pasitnat·
เฝ้าติดตาม - ปัญหาชายแดน-สแกมเมอร์ - ทุนเทา - กำหนดกติกาผู้ค้ารายย่อยไม่เสียเปรียบสินค้านำเข้าราคาถูก ไม่มีมาตรฐาน - ปัญหาฝุ่น pm2.5 - ปัญหาปลาหมอคางดำ - การจัดการน้ำท่วม น้ำแล้ง - การแก้ไขรัฐธรรมนูญ - คดีฮั้ว สว - คดีเขากระโดง - คดีตึก สตง ถล่ม - ความผิดปกติของการใช้งบขององค์กรอิสระ - GDP, ค่าเงินบาท - CPI, GINI - ตลาดหุ้น - นิรโทษกรรมคดีทางการเมือง เมื่อ สว องค์กรอิสระ และ สส เป็นเนื้อเดียวกัน ลองดูว่าประเทศจะเป็นอย่างไร
ไทย
1
10
13
1.4K
Call me P
Call me P@pasitnat·
ส่วนเช้านี้ ฝุ่นนรกมาก
Call me P tweet media
THE STANDARD@thestandardth

เชียงใหม่วิกฤตฝุ่น PM2.5 พุ่งอันดับ 1 ของโลก ปภ. เตือนภัยระดับ 3 วันนี้ (28 มีนาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจและติดตามสถานการณ์มลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ยังคงอยู่ในระดับที่น่ากังวล ล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันของรัฐ ระบุว่าค่าฝุ่นละอองในพื้นที่อยู่ในระดับเตือนภัยที่ 3 (สีเหลือง) ซึ่งเป็นระดับที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประชากรเปราะบางและกลุ่มเสี่ยง สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศจากเว็บไซต์ IQAir โดยเมื่อเวลา 10.00 น. พบว่าค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (US AQI) พุ่งสูงถึงระดับ 235 ส่งผลให้จังหวัดเชียงใหม่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 1 ของเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลกในช่วงเช้า ก่อนที่ปริมาณฝุ่นควันจะทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกันตลอดทั้งวัน กระทั่งเวลา 16.00 น. ค่า US AQI จึงปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 122 (อันดับ 4 ของโลก) ซึ่งคุณภาพอากาศโดยรวมยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน จากการลงพื้นที่สังเกตการณ์ พบว่าวิกฤตฝุ่นพิษในครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยในการมองเห็นทั่วบริเวณตัวเมืองเชียงใหม่อย่างรุนแรง โดยมีกลุ่มหมอกควันหนาทึบปกคลุมพื้นที่ตลอดทั้งวัน ทำให้ไม่สามารถมองเห็นแนวทิวเขาที่ล้อมรอบตัวเมืองได้อย่างชัดเจน ท้องฟ้ามีลักษณะขาวขุ่นขมุกขมัว ขณะที่แสงแดดถูกกรองจนหม่นลงกว่าสภาวะปกติ ภาพ: พงศ์มนัส ทาศิริ #TheStandardNews #TheStandardPhoto #พงศ์มนัสทาศิริ

ไทย
0
3
3
130
Call me P
Call me P@pasitnat·
เมื่อ “กินไม่ได้” ไม่ได้แปลว่า “ต้องให้อาหารเสมอไป” ในการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย คำถามที่ครอบครัวถามบ่อยมากคือ “ถ้าคนไข้กินไม่ได้ เราควรให้อาหารทางสายยางหรือทางเส้นเลือดไหม?” คำตอบของคำถามนี้ ไม่ได้มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน เพราะคำว่า “กินไม่ได้” ในคนไข้แต่ละกลุ่ม มีความหมายไม่เหมือนกัน และประโยชน์ของการให้อาหาร ก็ไม่เท่ากัน ผู้ป่วยระยะท้ายกลุ่มหนึ่ง คือคนที่ยังพอมีแรง ยังเคลื่อนไหวได้ดี ยังมีความต้องการใช้ชีวิตในแต่ละวันพอสมควร แต่มีอุปสรรคเชิงกายภาพที่ทำให้อาหารผ่านเข้าไปไม่ได้ เช่น มีก้อนขวางอยู่ที่ปาก คอหอย หลอดอาหาร หรือ ลำไส้เล็ก ในคนไข้กลุ่มนี้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ร่างกาย “ไม่ต้องการอาหาร” แต่อยู่ที่ “อาหารเข้าไปไม่ถึง” ดังนั้น การให้สารอาหารผ่านสายยางหรือทางหลอดเลือดดำ อาจช่วยให้ผู้ป่วยมีเรี่ยวแรงมากพอ ที่จะประคองการใช้ชีวิต ช่วยเหลือตัวเองได้มากที่สุด และคงคุณภาพชีวิตไว้ในช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่ การให้สารอาหารในลักษณะนี้ จึงอาจเป็นการรักษาที่มีเป้าหมายชัดเจน คือช่วยพยุงร่างกาย ในช่วงที่โรคยังเปิดโอกาสให้ใช้ชีวิตได้บางส่วน และเมื่อโรคดำเนินไปจนเรี่ยวแรงลดลงตามธรรมชาติ หรือเข้าสู่ระยะสุดท้ายจริง ๆ การหยุดการให้สารอาหาร ก็อาจเป็นสิ่งที่เหมาะสมตามบริบทของโรค แต่อีกกลุ่มหนึ่ง คือผู้ป่วยที่ติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยมาก ไม่ค่อยรู้สึกหิว และร่างกายเข้าสู่ภาวะที่ต้องการอาหารลดลงอย่างชัดเจน ในคนไข้กลุ่มนี้ การให้อาหารทางสายยางหรือทางหลอดเลือดดำ อาจไม่ได้เพิ่มพลังชีวิตอย่างที่หลายคนหวัง ตรงกันข้าม อาจเพิ่มภาระให้ร่างกายที่กำลังอ่อนล้า เช่น อาหารย่อยไม่ดี อาหารค้าง ท้องอืด แน่นท้อง มีน้ำเกินจนแขนขาบวม หรือมีโอกาสสำลักจนเกิดปอดติดเชื้อ ท้ายที่สุดอาจทำให้ต้องกลับเข้าโรงพยาบาล ทั้งที่สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้ช่วยให้คนไข้สบายขึ้นเลย นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่า การตัดสินใจเรื่องอาหารในผู้ป่วยระยะท้าย ไม่ควรถามเพียงว่า “ให้ได้ไหม” แต่ควรถามต่อด้วยว่า “ให้ไปเพื่ออะไร” “ช่วยให้คนไข้ดีขึ้นจริงไหม” และ “สิ่งที่ทำอยู่ เพิ่มคุณภาพชีวิต หรือเพิ่มความทุกข์กันแน่” การดูแลที่ดี ไม่ใช่การยื้อทุกอย่างไว้ให้นานที่สุดเสมอไป แต่คือการเลือกสิ่งที่เหมาะกับสภาพร่างกายของคนไข้ในเวลานั้น เลือกสิ่งที่ให้ประโยชน์จริง และหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจกลายเป็นความทรมานโดยไม่จำเป็น เพราะในระยะท้ายของชีวิต “อาหาร” ไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องการอยู่รอด แต่ยังเกี่ยวข้องกับความสบาย ศักดิ์ศรี และคุณภาพของช่วงเวลาที่เหลืออยู่ด้วย การให้สารอาหาร คือการประคับประคองที่มีคุณค่า แต่บางครั้ง การไม่ให้เพิ่ม ก็อาจเป็นการดูแลอย่างอ่อนโยนและเหมาะสมที่สุดเช่นกัน สิ่งสำคัญที่สุด คือการตัดสินใจบนความเข้าใจโรค เข้าใจเป้าหมายการดูแล และพูดคุยร่วมกันอย่างตรงไปตรงมา ระหว่างทีมรักษา คนไข้ และครอบครัว เพื่อให้ทุกการตัดสินใจ ไม่ใช่แค่ “ทำได้” แต่เป็นสิ่งที่ เหมาะสมและมีความหมาย สำหรับชีวิตของคนคนนั้นจริง ๆ หมอนัท เพราะความตายออกแบบได้
ไทย
0
0
2
67
Call me P
Call me P@pasitnat·
เราจะไม่ยอมเห็นแค่คนเดียว สตง. 1 ปี ตึกถล่ม ทวงปมไร้คำตอบ youtu.be/D4N4XXGRphs?si… via @YouTube
YouTube video
YouTube
ไทย
0
2
2
110
Call me P
Call me P@pasitnat·
เมื่อ “ความหวัง” ของคนหนึ่ง กลายเป็น “ความทุกข์” ของอีกคนหนึ่ง ทุกครั้งที่ต้องพบกับครอบครัวที่ยังไม่พร้อมจะหยุดการยื้อชีวิต ผมมักรู้สึกถึงความรัก…ที่กำลังต่อสู้กับความกลัว ความรักที่ไม่อยากเสียคนสำคัญไป และความกลัว…ที่จะรู้สึกว่าตัวเอง “ปล่อยให้เขาจากไป” ผมเข้าใจเสมอว่า การตัดสินใจหยุดการรักษา ไม่เคยเป็นเรื่องง่าย และไม่มีใครควรถูกเร่งให้ตัดสินใจในวันที่หัวใจยังไม่พร้อม ในบทบาทของแพทย์ ผมไม่สามารถบังคับให้ใคร “เลือกปล่อย” ได้ และในหลายครั้ง…ผมก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจใครได้เช่นกัน สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าในแต่ละวัน คือภาพของคนไข้ที่ค่อย ๆ สูญเสียความเป็นตัวเองไป มีสายระโยงระยาง มีเครื่องช่วยหายใจแทนลมหายใจของเขา มีรอยเจาะเลือดซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางครั้ง…ต้องถูกผูกมือผูกเท้า เพื่อให้ “การรักษา” ดำเนินต่อไปได้ และในบางช่วงเวลา มันแทบไม่เหลือภาพของ “คนคนหนึ่ง” ที่เคยมีชีวิต มีความรู้สึก มีเรื่องราว ผมรู้สึกสงสารและเวทนาทุกครั้ง แต่สุดท้ายแล้ว หน้าที่ของผมไม่ใช่การตัดสินแทนใคร หากคือการ “อยู่ตรงนั้น” อย่างไม่ตัดสิน รับฟังอย่างแท้จริง และค่อย ๆ ประคองทั้งคนไข้และครอบครัว ผ่านช่วงเวลาที่ยากที่สุดนี้ไปด้วยกัน แม้จะยังต้องเดินต่อบนเส้นทางของการยื้อชีวิต ผมก็ยังพยายามทำให้ทุกช่วงเวลาที่เหลืออยู่ สงบที่สุด เจ็บปวดน้อยที่สุด และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มากที่สุด เพราะในบางครั้ง “การดูแลที่ดีที่สุด” อาจไม่ใช่การยื้อชีวิตให้นานที่สุด แต่คือการทำให้การจากไป เป็นไปอย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หมอนัท เพราะความตายออกแบบได้
ไทย
0
0
3
148
Call me P retweetet
ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ Suphanat Minchaiynunt
ครบ 1 ปี #ตึกสตง. ❌ ป.ป.ช.ยังสอบสวนจนท.สตง.กว่า 70 คนไม่จบ ❌ สตง.ยังไม่ขึ้น blacklist บริษัทที่เกี่ยวข้อง ทำให้ทุกบริษัทยังคงเข้าประมูลโครงการรัฐได้ตามปกติ ❌ สตง.ยังไม่มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย แม้แต่ยอดความเสียหายก็ยังไม่รู้ว่าเท่าไร ❌ คดีที่ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินยังไม่ได้ข้อสรุป ❌ คกก.สืบสวนข้อเท็จจริง ไม่ยอมเปิดเผยรายงานผลการสืบสวน ✅ ตึกสตง.คือ ตัวอย่างความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างสมบูรณ์
พรรคประชาชน - People's Party@PPLEThai

ครบ 1 ปี ตึก สตง. ถล่ม สิ่งที่สังคมต้องการ ไม่ใช่เพียงการรำลึกความสูญเสีย แต่คือความจริง 1 ปีผ่านไป มีคำถามที่สังคมยังค้างคาใจ รอคำตอบและทวงถามความรับผิดชอบจาก สตง. @BankSuphanatMin

ไทย
9
1.5K
1.2K
44.3K
Call me P
Call me P@pasitnat·
ฝุ่นภาคเหนือ #ฝุ่น #เหนือ
Call me P tweet media
ไทย
0
1
0
51
Call me P
Call me P@pasitnat·
โปรดทราบ หน่วยงานรัฐที่มีข้อมูลประชาชนและสิทธิการรักษาเกือบ 65 ล้านคน โดนแฮกเอาข้อมูลไปขายในตลาด ราคาพันกว่าบาท โปรดระวังมิจจี้โทรหาแล้วพ่นข้อมูลพวกนี้ใส่ ไม่รับ ไม่โอนเด็ดขาด
Call me P tweet media
ไทย
1
685
198
16.2K
Call me P retweetet
The Kobeissi Letter
The Kobeissi Letter@KobeissiLetter·
BREAKING: The S&P 500 officially posts its lowest close in 232 days, erasing another -$1 trillion of market cap today. This brings total S&P 500 losses since the Iran War began to -$4.8 trillion.
The Kobeissi Letter tweet media
English
268
1.1K
5.3K
498.1K
Call me P retweetet
suthichai
suthichai@suthichai·
suthichai tweet media
ZXX
128
5.2K
5.3K
125.4K
Call me P retweetet
เรื่องเล่าเช้านี้
เดือนเดียวขึ้น 3 รอบ! สหกรณ์ฯ แจ้งปรับขึ้นราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มฟองละ 20 สตางค์ หรือแผงละ 6 บาท มีผล 28 มี.ค.นี้ อ่านข่าว : ch3plus.com/news/economy/m… #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวเศรษฐกิจ
เรื่องเล่าเช้านี้ tweet media
ไทย
7
1.4K
576
53.1K
Call me P retweetet
FM91 Trafficpro
FM91 Trafficpro@fm91trafficpro·
27 มี.ค. 69 เวลา 19.00 น. เพจเฟซบุ๊ก "กระแสข่าว" แจ้งปชส. ผู้ใช้เส้นทาง เจ้าหน้าที่ปิดการจราจรชั่วคราว ในช่องทางคู่ขนาน ให้รถเข้าช่องทางหลัก ถ.ราชพฤกษ์ ขาออก ตรงข้ามตลาด 18 คอร์ด เพื่อทำการยกเสาป้ายจากอุบัติเหตุที่มีรถยนต์กระบะชนเสาได้รับความเสียหายช่วงเย็นที่ผ่านมา โดยจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ให้รถทุกคันที่จะเบี่ยงซ้ายไปทางบางบัวทอง หรือจะขึ้นต่างระดับเพื่อไปสะพานพระราม 4 โปรดไปกลับรถใต้สะพานข้ามคลองข่อย #ข่าวจราจร #ข่าวสวพ91 #FM91 Cr. Wuttikrai Satjamanee
ไทย
0
2
7
5.6K
Call me P retweetet
ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ Chutiphong Pipoppinyo
ข้อเสนอถึงนายกอนุทินครับ นาทีนี้ควรเอาคุณพิพัฒน์ที่เป็นนายทุนน้ำมันที่อาจโดนครหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนออกจากผอ.ศบก. แล้วตั้งคุณศุภจีทำหน้าที่แทน ตอนนี้คนไทยอยากเห็นมือเศรษฐกิจมือหนึ่งของรัฐบาลมากู้วิกฤติแล้วครับ ลุยเลย สู้ๆ รอชมครับ
ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ Chutiphong Pipoppinyo tweet media
ไทย
9
170
317
7.5K
Call me P retweetet
THE STANDARD
THE STANDARD@thestandardth·
นักวิเคราะห์ข้อมูลจาก iLaw ได้นำเสนอรายงานสรุปการวิเคราะห์ข้อมูลระบบรายงานผลการเลือกตั้ง ECT Report 69 จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยได้วิเคราะห์ข้อมูล 47 Snapshot ในช่วง 24 ชั่วโมงหลังปิดคูหา ซึ่งพบความผิดปกติหลายประการ ตั้งแต่ความคลาดเคลื่อนของผลคะแนน และการหยุดชะงักเป็นห้วงๆ ของระบบรายงานผลที่ควรจะเป็น ‘เรียลไทม์’ ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ระบบมีการรายงานคะแนนที่ไม่ต่อเนื่อง และมีช่วงที่การรายงานผลคะแนนหยุดชะงักไป 2 ครั้ง หรือที่เรียกว่า GAP 1 เป็นเวลา 55 นาที และ GAP 2 เป็นเวลา 106 นาที นอกจากนั้น ตามหลักความเป็นจริง ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 1 คน จะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบพร้อมกัน คือบัตรสีเขียว (สส. แบบแบ่งเขต) และบัตรสีชมพู (สส. แบบบัญชีรายชื่อ) ในการรายงานผลเรียลไทม์ จำนวนบัตรทั้ง 2 ประเภทจึงควรเท่ากัน ทว่าข้อมูลกลับแสดงผลผิดไปจากหลักความจริงนั้น โดยเวลา 20:49 น. เป็นจุดที่จำนวนบัตรทั้งสองประเภทต่างกันสูงสุด คือมากถึง 906,825 ใบ และเมื่อเวลา 22.35 น. ได้พบว่า มีการ ‘ปรับลดคะแนน’ ของผู้สมัคร สส. เป็นรายบุคคล จำนวน 2,157 กรณีด้วยกัน จากผู้สมัคร 1,384 ราย ใน 179 เขต 62 จังหวัด คิดเป็นยอดคะแนนที่ถูกลดทอนรวม 118,635 คะแนน แม้การลดคะแนนส่วนนี้จะไม่ทำให้ผลแพ้-ชนะเปลี่ยนไปก็ตาม อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ thestandard.co/ilaw-thailand-… ภาพ: ฐานิส สุดโต #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569 #TheStandardNews #TheStandardPhoto #ฐานิสสุดโต
THE STANDARD tweet media
ไทย
12
799
601
64.2K
Call me P retweetet
Parit Wacharasindhu (Itim)
หลังจากได้ฟังสัมภาษณ์ของรองนายกฯ พิพัฒน์ เมื่อเช้าในรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ ผมยังยืนยันความเห็นผมที่ได้อภิปรายในสภาเมื่อวันก่อน ว่า นายกฯ ควร “เปลี่ยนตัว” ผู้รับผิดชอบหลักเรื่องวิกฤตพลังงานจาก รองนายกฯ พิพัฒน์ เป็นคนอื่น เพื่อเคลียร์ข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน . ในช่วงหนึ่ง [นาที 39-40] รองนายกฯ พิพัฒน์ เล่าว่านายกฯเคยหารือกับเขาเกี่ยวกับเรื่องการขึ้นราคาน้ำมัน โดย “เรียกประชุมเป็นกลุ่มเล็กโดยไม่มีผู้ประกอบการ เพราะเรื่องนี้เราไม่สามารถให้ผู้ประกอบการรู้ได้ (ว่าจะขึ้นราคาน้ำมันเท่าไหร่) เพราะเราก็กลัวว่าผู้ประกอบการรู้ เขาอาจจะปิดสถานีบริการก่อนหรือกักตุน…” . แต่ “ช้างในห้อง” คือตัวท่านรองนายกฯ พิพัฒน์ เองก็เป็นส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการเช่นกัน . 1. รองนายกฯ พิพัฒน์ ยังถือหุ้นอยู่ 5% ใน บริษัท “รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด” ที่เป็นผู้ถือหุ้นหลัก (25%) ในบริษัท PTG Energy (โดยมีน้องชายเป็นกรรมการและผู้บริหาร) . 2. แม้รองนายกฯ พิพัฒน์ จะพยายามปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการบริหารธุรกิจ แต่มีหลายครั้งตลอดการสัมภาษณ์ที่รองนายกฯ พิพัฒน์ มักใช้คำว่า “เรา” หรือ “พวกเรา” เวลาพูดถึงการดำเนินการของบริษัท PTG Energy [เช่น นาที 70-72] . 3. แม้ PTG Energy ไม่ได้มีโรงกลั่นของตนเอง แต่ รัชกิจ โฮลดิ้ง หรือ PTG Energy ถือหุ้นในหลายบริษัทที่ครอบคลุมแทบทุกขั้นตอนอื่นในห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน - จากข้อมูลล่าสุดที่ผมมี: . มีการถือหุ้นในผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่หรือคลังน้้ำมัน (ม.7) = อย่างน้อย 2 บริษัท - บริษัท 1: PTG ถือหุ้น 70.50% - บริษัท 2: PTG ถือหุ้น 40% . มีการถือหุ้นในผู้ค้าน้ำมันรายย่อยหรือจ็อบเบอร์ (ม.10) = อย่างน้อย 6 บริษัท - บริษัท 1: PTG ถือหุ้น 100% - บริษัท 2: PTG ถือหุ้น 99.98% - บริษัท 3: PTG ถือหุ้น 99.98% - บริษัท 4: PTG ถือหุ้น 99.98% - บริษัท 5: PTG ถือหุ้น 99.97% - บริษัท 6: PTG ถือหุ้น 99.97% . มีการถือหุ้นในผู้ขนส่งน้ำมัน (ม.12 = อย่างน้อย 4 บริษัท - บริษัท 1: PTG ถือหุ้น 100% - บริษัท 2: รัชกิจ โฮลดิ้ง ถือหุ้น 25% - บริษัท 3: รัชกิจ โฮลดิ้ง ถือหุ้น (ทางอ้อม) 25% - บริษัท 4: รัชกิจ โฮลดิ้ง ถือหุ้น (ทางอ้อม) 19% . 4. หนึ่งในบริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ (ม.7) ที่ PTG ถือหุ้น เป็นธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันไบโอดีเซล ที่ย่อมได้ประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาลที่เสนอให้เพิ่มอัตราส่วนผสมน้ำมันไบโอดีเซล (เช่น B10 หรือ B20) . ผมย้ำว่าผมไม่ได้กล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้ทำอะไรที่ผิดไปแล้ว แต่ผมอยากชี้ให้เห็นว่า หากสมมติผมเป็นบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่มีเครือข่ายบริษัทน้ำมันอย่างกว้างขวางในแทบจะทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน และหากผมรู้มาก่อนว่านโยบายของรัฐบาลในแต่ละวันถูกกำหนดมาอย่างไร สถานการณ์แบบนี้จะเปิดช่องมหาศาลให้ผมสามารถเก็งกำไรได้บนความเดือดร้อนของประชาชน . ท่านรองนายกฯ พิพัฒน์ ก็ทราบดีถึงข้อกังขานี้ เพราะท่านพูดในลักษณะตัดพ้อหลายครั้งในรายการว่าท่าน “พูดอะไรไป ก็ไม่มีใครเชื่อ” . ดังนั้น ไม่ว่าที่ผ่านมาจะมีหรือไม่มีการใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของเครือข่ายธุรกิจตนเอง แต่ตราบใดที่รัฐบาลยังคงออกแบบโครงสร้างการบริหารจัดการวิกฤตพลังงานครั้งนี้ โดยให้ผู้กำหนดนโยบายหลักกับผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจน้ำมัน เป็นคนๆเดียวกัน ก็ยากที่ประชาชนจะเชื่อมั่นในความตรงไปตรงมาหรือความโปร่งใสในการดำเนินการของรัฐบาล . ผมจึงเห็นว่า หากรัฐบาลต้องการเคลียร์ข้อครหาตนเองเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน: . ท่านนายกฯ ควรเปลี่ยน ผอ. ศบก. หรือผู้รับผิดชอบหลักเรื่องวิกฤตพลังงานจาก รองนายกฯ พิพัฒน์ เป็นคนอื่น . หรือหากท่านนายกฯไม่กล้าตัดสินใจ ท่านรองนายกฯ พิพัฒน์ จะพิจารณาถอนตนเองก็ได้ครับ . . —- . ที่มา: . รายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ กับรองนายกฯ พิพัฒน์: youtube.com/watch?v=jxw_my… . คำอภิปรายผมในประเด็นนี้ในสภา: facebook.com/reel/449337888…
YouTube video
YouTube
Parit Wacharasindhu (Itim) tweet media
ไทย
43
4.1K
3.2K
99.9K
Call me P retweetet
The Isaan Record
The Isaan Record@isaanrecord·
“ผมยืนยันว่า จะติดตามเรื่องนี้แรงงานเบอร์รี่ป่าอย่างใกล้ชิดและใช้ทุกวิถีทางที่จะทำให้คนผิดมาติดคุกให้ได้” สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน อ่าน - บก.บห. The Isaan Record ถาม “สุชาติ ชมกลิ่น” ถอนฟ้องทำไม กลัวอะไรหรือเปล่า เตรียมเดินหน้ารายงานข่าวแรงงานเบอร์รี่ป่าเต็มที่ theisaanrecord.co/.../suchart-ch… #การเมืองไทย
The Isaan Record tweet media
ไทย
2
321
458
7.7K
Call me P retweetet