rvt

221.2K posts

rvt banner
rvt

rvt

@ravingsand

ขอโทดที่เยอะนะค่ะ #ยกเลิก112 | EXO-L | ty | kyh | zjy | @keenkeno_sp | @NxNattakit | LN1 | #REXY🎧

Beigetreten Ekim 2012
871 Folgt523 Follower
rvt
rvt@ravingsand·
เหมือนเคะเมะจะใช้แค่ในคอมมูสาววายมาก่อนมะ ถ้าภาษาไทยแท้ๆก้ใช้รุกรับนั่นแหละ
ไทย
0
0
0
11
rvt retweetet
Melty • HARiBO
Melty • HARiBO@meltyharibo·
เมะเคะนี่ใช้มาตั้งแต่เจน Y คับ จนคนเริ่มเปลี่ยนมาเป็นซ้ายกับขวา ตอนนี้มันกลับมาเมะกับเคะอีกละเหรอ
ชุนโจ@ShunJou

ยุค Gen X : เกย์คิง เกย์ควีน ยุค Gen Y : รุก รับ ยุค Gen Z : เมะ เคะ

ไทย
6
1.9K
991
86.7K
rvt retweetet
rvt retweetet
sophia.¹
sophia.¹@LN4BEAU·
GENTE OLHA OQ CHEGOU AQUI EM CASA O CARD DA MCLAREN COM O NUMERO 1 DO LANDO VOU FALECER
sophia.¹ tweet mediasophia.¹ tweet media
Português
21
37
1K
43.5K
rvt retweetet
。 Mame 。A Birb from Babylonia
อันนี้แหละที่เคยบอก กุ้งแช่น้ำปลา ปัจจุบันทำจากกุ้งขาว ซึ่งเป็นกุ้งเลี้ยงน้ำกร่อย-น้ำจืด มันมีพยาธิปอดหนู ซึ่งถ้าเราติด มันจะแสดงอาการคือมันจะไชออกมาจากลำไส้ไปที่อวัยวะต่างๆ เคสที่เจอบ่อยคือไชเข้าตา ตาบอดได้นะ กินกุ้งทะเลดีกว่า และถ้าให้ดีก็กินสุก ปลอดภัยสุด ทวิตใหม่จำพยาธิผิด
แบดแด๊ดดี้วอลเล่ย์@volleyppk

เริ่มมีคนออกมาเรื่อยๆ สาเหตุเกิดจากชอบกินกุ้งแช่น้ำปลาดิบๆ เสี่ยงดับไม่รู้ตัว ใครจะกินแนะนำ ให้กินแบบสุกๆเถอะ ปลอดภัยกว่าเยอะ

ไทย
12
16.3K
5.1K
1.2M
rvt
rvt@ravingsand·
จริง เหนสภาพคนทำงานตำแหน่งเริ่ดๆ บอใหย่ๆ หลายคนแล้วโอ้ย มึงกินพื้นที่ตลาดแรงงานมากอ่ะ
ไทย
0
0
0
22
rvt retweetet
FLARE U
FLARE U@flareu_official·
★ 〃∩ ∩_∩ ∧_∧ ∩ 〃 ⊂⌒( • · •)(• · • )⌒⊃ ╭◜◝ ͡ ◜◝ ͡ ◜ ͡ ◜◝ ͡ ◝╮ ( 𝗛𝗲𝗹𝗹𝗼, 𝗙𝗟𝗔𝗥𝗘 𝗨 ! ) ╰◟◞ ͜ ◟◞ ͜ ◟◞ ͜ ◟ ◞╯ ✨ youtu.be/hjDMd62m2IA #FLAREU #플레어유 #최립우 #CHUEILIYU #강우진 #KANGWOOJIN
YouTube video
YouTube
Indonesia
142
4.3K
10.5K
558.7K
rvt retweetet
하리
하리@harii_0212·
🕺💃🕺💃
QME
1
259
1.9K
31.2K
rvt
rvt@ravingsand·
@nasjungmemo ไม่ไปไหนทั้งนั้น นอน
ไทย
0
0
0
14
UraNAs
UraNAs@nasjungmemo·
@ravingsand แม่ทรายไปงานไหนดีคะ วันนั้นน้องลูกคีนก็มีงานน้า
ไทย
1
0
0
84
rvt retweetet
REXXA
REXXA@REXXA__gmmtv·
🦖🏄‍♂️ #REXXA
REXXA tweet media
QME
890
24.1K
71.8K
1.6M
rvt retweetet
♡
@amminimaew·
ว้าว แอดมินขยันตอนเที่ยงคืนเพื่อสิ่งนี้ เข้าใจว่าคำมันรุนแรงเลยต้องออกมา แต่ทีทวิตเกี่ยวกับคุณภาพสินค้าไม่เห็นเทคแอคชั่น เก่งขนาดนี้ไปไล่จับของละเมิดลิขสิทธิ์บ้างนะคะ จับให้ทั่วถึงหน่อย ใครเจอสินค้าไม่ตรงตามมาตรฐานที่ควรเป็น ทักไปขอเปลี่ยนกันค่ะ อยากรู้จะตอบว่าไง มาตรฐานแฮนเมด😬
♡ tweet media
GMMTV SHOP@GmmtvShop

บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงว่า สินค้าประเภทพวงกุญแจตุ๊กตา (Doll Keychain) หรือพวงกุญแจตุ๊กตาตัวเล็ก (TINY DOLL KEYCHAIN) เป็นสินค้างานฝีมือ (Handmade) เกือบ 100% ซึ่งต้องอาศัยความละเอียดอ่อนทางศิลปะของช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนด ด้วยเหตุผลดังกล่าว ถึงแม้บริษัทจะพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อให้สินค้าทุกชิ้นส่งถึงมือทุกคนตามกำหนดที่แจ้งไว้ แต่ก็อาจมีความเป็นไปได้ที่ต้องขยายระยะเวลาในการส่งมอบสินค้าเกินเวลาจากที่กำหนดไว้ รวมถึงถ้ามีปริมาณการสั่งซื้อเข้ามาพร้อมกันเป็นจำนวนมาก ก็อาจจะใช้เวลาในการผลิตเพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้เบื้องต้น จะเห็นได้ว่าการจำหน่ายสินค้าพวงกุญแจตุ๊กตา หลังจากการจำหน่ายแบบพรีออเดอร์ครั้งแรก ๆ ที่ผ่านมาแล้วนั้น บริษัทจึงใช้วิธีผลิตและตรวจสอบคุณภาพให้เสร็จสิ้นก่อนวางจำหน่าย แต่ก็ยังผลิตได้ในจำนวนที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการสินค้าที่มีเป็นจำนวนมาก ขณะนี้บริษัทฯ จึงอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการผลิตและทยอยจัดส่งตามลำดับคำสั่งซื้อของลูกค้า ทั้งนี้ หากท่านไม่ประสงค์รอรับสินค้า สามารถติดต่อทีมงานผ่านทางอีเมล gmmtv.shop@gmail.com โดยระบุหัวข้อว่า “ขอคืนเงินสินค้า Tiny doll” ตามด้วย หมายเลขคำสั่งซื้อ #0000000 เพื่อให้บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบและคืนเงินตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม การใช้ถ้อยคำในลักษณะกล่าวหาว่า “โกง” ใช้คำว่า “มิจฉาชีพ”หรือข้อความที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัทฯ ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย หากยังคงมีการเผยแพร่ข้อความดังกล่าว ทางบริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้องพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ไทย
0
1.6K
389
96.8K
rvt retweetet
ninetyfour
ninetyfour@selubae94·
น้องเรียว(น้องวิช) บอกว่าจุดเริ่มต้นการตกหลุมรักsmเลยก็คือ EXO NEXT DOOR นั่งดูกับพี่สาว ตอนนั้นอยู่ประถม3(ป.3?😭) พอได้ดูซีรีย์แล้วเท่รส.ชอบขึ้นมา แถมยังเคยสมัครมบชเพื่อจะกดบัตรคอนไปดูกับครอบครัวที่เป็นติ่งเหมือนกัน จำเด็กที่แปะมาร์กหน้าเซฮุนได้มั้ย คนเดียวกัน 555555555555555
ไทย
1
3.4K
1.3K
56.3K
rvt retweetet
The Momentum
The Momentum@themomentumco·
3 ปีหลังการจากไปของ ‘จีจี้’ ตัวเลขความรุนแรงในความสัมพันธ์เพิ่มขึ้น แต่สังคมยังตั้งคำถามกับ ‘เหยื่อ’ มากกว่าผู้กระทำ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2566 จีจี้-สุพิชชา ปรีดาเจริญ หญิงสาววัย 20 ปี ได้เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงโดยอดีตคนรัก และชื่อของ ‘จีจี้’ กลายเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียที่สร้างความสะเทือนใจแก่สังคม 3 ปีผ่านไป เรื่องราวของเธอถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้งโดยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ไม่ใช่เพียงเพื่อรำลึกถึงผู้จากไป แต่เพื่อชวนให้สังคมหันกลับมาตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า เหตุใดความสัมพันธ์ ซึ่งควรเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด จึงกลายเป็นพื้นที่อันตรายสำหรับใครบางคน คำถามนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อพิจารณาจากข้อมูลการติดตามข่าวของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ความรุนแรงในครอบครัวไม่ได้ลดลง ทว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี พบว่า ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 40% เหตุรุนแรงถึงชีวิตเพิ่มขึ้นเกือบ 45% และในกลุ่มคู่รักเอง ตัวเลขก็พุ่งสูงถึง 50-70% อย่างไรก็ตาม แม้โพสต์ดังกล่าวจะพยายามชวนให้สังคมตระหนักถึงความรุนแรงในความสัมพันธ์ผ่านข้อมูล ข้อเท็จจริง และบทเรียนจากกรณีของจีจี้ ทว่าสิ่งที่ผู้เขียนสังเกตเห็นกลับไม่ใช่เพียงเนื้อหาของโพสต์ แต่เป็นปฏิกิริยาคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวจำนวนไม่น้อย ที่ไม่ได้ทำความเข้าใจความรุนแรง แต่ตั้งคำถามต่อผู้เสียชีวิตแทน เช่น “ทำไมไม่เลิก” “ทำไมไม่หนี” หรือแม้กระทั่งโยงไปถึงเรื่องเงินและสถานะ ความคิดเห็นเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘การโทษเหยื่อ’ (Victim Blaming) อย่างชัดเจน และนี่คืออีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ความรุนแรงยังคงดำรงอยู่ เพราะตราบใดที่สังคมยังตั้งคำถามกับเหยื่อมากกว่าผู้กระทำ ความรุนแรงก็ยังมีพื้นที่ให้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า • ความรุนแรงในครอบครัวที่ทวีเพิ่มขึ้น จากข้อมูลการติดตามข่าวของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ในปี 2566 มีข่าวความรุนแรงในครอบครัว 1,086 ข่าว ก่อนจะเพิ่มเป็น 1,529 ข่าวในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 40% ภายในเวลาเพียง 1 ปี แต่สิ่งที่น่าห่วงยิ่งกว่าจำนวน คือระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ที่ขยับสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ข่าวการทำร้ายร่างกายเพิ่มจาก 433 เป็น 638 ข่าว ขณะที่เหตุฆ่ากันเพิ่มจาก 388 เป็น 562 ข่าว และเหตุฆ่ายกครัว เพิ่มจาก 3 เป็น 11 ข่าว ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ความรุนแรงไม่ได้เกิดบ่อยขึ้นเท่านั้น แต่กำลังนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงถึงชีวิตมากขึ้น ในความสัมพันธ์แบบคู่รัก แนวโน้มยิ่งชัดเจน การทำร้ายกันเพิ่มจาก 102 เป็น 153 ข่าว หรือเพิ่มขึ้น 50% ส่วนการฆ่ากันเพิ่มจาก 64 เป็น 109 ข่าว หรือสูงขึ้นกว่า 70% แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ที่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย กลับกลายเป็นจุดเสี่ยงของความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ปัจจัยกระตุ้นอย่างแอลกอฮอล์และยาเสพติดยังคงมีบทบาทสำคัญ แม้สัดส่วนจะใกล้เคียงเดิม แต่จำนวนเหตุที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นตามภาพรวมของความรุนแรงที่สูงขึ้น โดยมีปัจจัยกระตุ้นอย่างแอลกอฮอล์เกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรง จาก 316 เป็น 448 ข่าว หรือเพิ่มขึ้น 41.8% ยาเสพติดเกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรง จาก 283 เป็น 412 ข่าว หรือเพิ่มขึ้น 45.6% สะท้อนว่าปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงเป็นเชื้อไฟที่ทำให้ความรุนแรงในคู่รักปะทุขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention: CDC) ระบุว่า ความรุนแรงในความสัมพันธ์ (IPV) เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยและกระทบผู้คนจำนวนมากในสหรัฐฯ ทุกปี ผู้หญิงมากกว่า 1 ใน 3 คน หรือเกือบ 43.5 ล้านคน และผู้ชายมากกว่า 1 ใน 6 คน หรือ 20.7 ล้านคน เคยเผชิญความรุนแรงจากคนรัก ไม่ว่าจะเป็นการล่วงละเมิดทางเพศ การทำร้ายร่างกาย หรือการคุกคามติดตาม (Stalking) อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต เมื่อดูเฉพาะผู้หญิง พบว่า ประมาณ 1 ใน 5 เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ เกือบ 1 ใน 4 เคยถูกทำร้ายร่างกาย และราว 1 ใน 8 เคยถูกสะกดรอยตาม นอกจากนี้ ผู้หญิงเกือบ 1 ใน 3 ไม่เพียงเผชิญความรุนแรง แต่ยังได้รับผลกระทบตามมา เช่น บาดเจ็บทางร่างกาย ต้องหยุดงานหรือเรียน มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ต้องเข้ารับการรักษา หรือถึงขั้นแจ้งความกับตำรวจ ความรุนแรงลักษณะนี้มักเริ่มตั้งแต่อายุน้อย และอาจดำเนินต่อเนื่องไปตลอดชีวิต หากเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่นจะเรียกว่า ‘ความรุนแรงในการเดต’ (Teen Dating Violence) โดยมีผู้หญิงราว 16 ล้านคน และผู้ชาย 11 ล้านคน ระบุว่า เคยเจอความรุนแรงจากคนรักเป็นครั้งแรกตั้งแต่อายุต่ำกว่า 18 ปี อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของการเผชิญความรุนแรงไม่ได้เท่ากันในทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต เช่น ครอบครัว ชุมชน หรือสังคม ทำให้คนบางกลุ่ม โดยเฉพาะเยาวชนในบางบริบท มีความเสี่ยงสูงกว่าคนอื่น ในการเผชิญความรุนแรงทั้งทางเพศและทางร่างกายจากคนรัก • คืนโอกาสชีวิต ด้วยการไม่ทนต่อความรุนแรง ย้อนกลับไปในปี 2567 มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับ BBDO Bangkok และ สสส. เปิดตัวแคมเปญ Bring Back 2nd Chance of Life เพื่อชวนสังคมทบทวนความเชื่อเรื่องโอกาสครั้งที่สองในความสัมพันธ์ที่มีความรุนแรง พร้อมย้ำว่า การให้อภัยหรือกลับไปเริ่มต้นใหม่ อาจไม่ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเสมอไป และในบางกรณีอาจหมายถึงการไม่มีโอกาสครั้งต่อไปในชีวิต ซึ่งการจากไปของจีจี้สะท้อนบทเรียนสำคัญต่อสังคมใน 3 มิติ มิติแรก คือการยุติความรุนแรงในความสัมพันธ์ แนวคิดเลิกให้โอกาสที่ 2 กับความรุนแรง เตือนให้เห็นว่า เมื่อความรุนแรงเกิดขึ้นแล้ว มักมีแนวโน้มจะเกิดซ้ำ การตัดสินใจออกจากความสัมพันธ์ที่เป็นพิษจึงไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือการปกป้องชีวิตและอนาคตของตัวเอง มิติที่สอง คือการคืนโอกาสและความฝันให้คนรุ่นใหม่ จีจี้เป็นตัวแทนของเยาวชนที่มีศักยภาพและอนาคตที่ควรได้เติบโต การสูญเสียครั้งนี้จึงสะท้อนความสำคัญของการสร้างสังคมที่ปลอดภัย เพื่อให้เด็กและผู้หญิงได้มีโอกาสใช้ชีวิตและทำตามความฝันอย่างเต็มที่ มิติสุดท้าย คือปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการเข้าถึงอาวุธปืนในความสัมพันธ์ใกล้ชิด ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรถูกพูดถึงอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก และย้ำว่าความขัดแย้งไม่ควรถูกแก้ไขด้วยอำนาจหรือความรุนแรง • โทษเหยื่อ=ผลิตซ้ำความรุนแรง ปรากฏการณ์การโทษเหยื่อที่มักเห็นในพื้นที่คอมเมนต์ ไม่ใช่แค่ความเห็นส่วนบุคคล แต่เป็นการสะท้อนทัศนคติที่ฝังลึกในสังคม จนกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการยุติความรุนแรงและเป็นการโยนความรับผิดชอบจากผู้กระทำไปยังผู้ถูกกระทำ ราวกับว่าเหยื่อสามารถควบคุมหรือหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้ แต่ในความเป็นจริง ความรุนแรงในความสัมพันธ์มีความซับซ้อนมากกว่านั้น ผู้ที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มักเผชิญทั้งการควบคุมทางจิตใจ การข่มขู่ ความกลัว และความหวังว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนแปลง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การเดินออกมาไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คนนอกมอง ขณะเดียวกัน การโทษเหยื่อยังเชื่อมโยงกับโครงสร้างทางสังคม โดยเฉพาะกรอบคิดปิตาธิปไตย ที่มองความสัมพันธ์เป็นเรื่องส่วนตัว และมองว่าผู้หญิงคือต้นเหตุของปัญหา เมื่อเกิดความรุนแรง ความผิดจึงถูกผลักไปที่ผู้ถูกกระทำอย่างแนบเนียน แม้จะมีข้อมูล งานวิจัย และแคมเปญจากหลายภาคส่วนที่พยายามสื่อสารเรื่องความรุนแรงและการยุติการโทษเหยื่อมาอย่างต่อเนื่อง แต่บทสนทนาในสังคมกลับวนอยู่ที่จุดเดิม พื้นที่คอมเมนต์ยังถูกใช้เป็นพื้นที่ ‘ตัดสิน’ มากกว่าพื้นที่ ‘ทำความเข้าใจ’ ผู้เขียนเองได้มีโอกาสเขียนถึงประเด็นการโทษเหยื่อในหลายกรณี และยังคงเห็นว่าปัญหานี้ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เหยื่อหลายคนยังคงถูกตั้งคำถาม ถูกตัดสิน และถูกลดทอนความเป็นมนุษย์ สิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่คอมเมนต์ของโพสต์ดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ย้ำให้เห็นว่า เรายังมีหนทางอีกยาวไกลในการสร้างสังคมที่มีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจต่อกันมากกว่านี้ บางทีจุดเริ่มต้นอาจไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่อาจเป็นเพียงการตั้งคำถามง่ายๆ กับตัวเองว่า เรากำลังมองเหยื่อด้วยความเข้าใจ หรือด้วยอคติ และก่อนจะพิมพ์ข้อความใดลงไปในพื้นที่สาธารณะ อาจต้องถามอีกครั้งว่า คำพูดของเราจะช่วยเยียวยาหรือซ้ำเติม เพราะการกล่าวโทษเหยื่อไม่ได้ช่วยอะไรทั้งนั้น แต่เป็นการผลิตซ้ำความรุนแรงและตอกย้ำบาดแผลของผู้ถูกกระทำ ท้ายที่สุดนี้ ผู้เขียนขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ จีจี้-สุพิชชา ปรีดาเจริญ และเหยื่อของความรุนแรงทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ถูกจดจำในหน้าข่าวหรือไม่ก็ตาม ทุกคนล้วนสมควรได้รับความเป็นธรรมไม่ต่างกัน อ้างอิง - cdc.gov/intimate-partn… - facebook.com/share/p/1BruJU… - bit.ly/4dXNhur เรื่อง: นลินี ค้ากำยาน ภาพ: ชมพูนุท สะราคำ #TheMomentum #Gender #ความรุนแรงในครอบครัว #ความรุนแรงในความสัมพันธ์ #การโทษเหยื่อ #VictimBlaming #GenderViolence #จีจี้สุพิชชา #สุพิชชาปรีดาเจริญ
The Momentum tweet media
ไทย
2
7.3K
2.7K
365.1K
rvt retweetet
sce.naris.t ♡̆̈
sce.naris.t ♡̆̈@ni_mongmong·
ให้ดอกไม้ตั้งแต่ 13/02 แต่เลือกลงรูป 14/02 ตอน 00.03 น. คนแรกของวันแห่งความรัก แต่คีนมาตอบกลับตามภาพ แฟนคลับงง งอนไรกัน ละซีไปบอกในไลฟ์เล่นเกม ว่าคีนเขินตอนเอาดอกไม้ไปให้ ที่เป็นตำนานเพราะ จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้เหตุการณ์วันนั้นเลย วันแฟนมีตเล่าให้ฟังหน่อยได้ป้ะ อยากฟินด้วย
sce.naris.t ♡̆̈ tweet mediasce.naris.t ♡̆̈ tweet mediasce.naris.t ♡̆̈ tweet media
Rainny_3005@pairin_3005

อยากเล่นๆ โควทตำนานเกี่ยวกับซีคีนอ่ะ มาม้ะๆ

ไทย
2
218
283
10K