RogerRabbit 🐰 retweetet

ตอนแรกไม่รู้จะเขียนสรุปไอตัวนี้ดีมั้ยแต่คิดว่าเขียนเผื่อไว้หน่อยๆก็ดี
Tempo น่าจะเป็นโปรเจกต์บล็อคเชนที่มาแรงมากแน่ๆ
เป้าหมายหลัก:
เป็น Layer-1 ที่ถูกสร้างมาเพื่อประมวลผลธุรกรรม Stablecoin, การชำระเงินระดับสถาบัน และระบบแบบ Machine-to-Machine (M2M) โดยเฉพาะ
ผู้ผลักดัน:
ทำร่วมกันโดย Stripe (ยักษ์ใหญ่ด้าน Payment ที่มีวอลุ่ม $1.4 Trillion/ปี) และ Paradigm (กองทุนคริปโตที่ใหญ่ที่สุด)
พาร์ทเนอร์ก็จะมีพวก Anthropic, DoorDash, Mastercard, Nubank, OpenAI, Ramp, Revolut, Shopify, Standard Chartered, และก็ Visa
การระดมทุน:
ปิดรอบ Series A ไป $500 Million (Valuation $5 Billion) นำโดย Thrive Capital และ Greenoaks โดยที่ Stripe และ Paradigm ไม่ได้ลงทุนในรอบนี้เพื่อรักษาความเป็นกลางของเครือข่าย แต่ก็ถือสัดส่วนในฝั่ง Core Contributor แน่ๆ (Founder ของ Paradigm เป็น Engineer เองเลย)
กลยุทธ์กินรวบของ Stripe:
Tempo เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายในการคุมระบบ Payment ทั้งหมด ต่อจากการเข้าซื้อ Bridge ($1.1B) เพื่อจัดการ Stablecoin ระดับธนาคาร (ได้ไลเซนส์จาก OCC) และ Privy เพื่อจัดการระบบ Wallet ทำเป็น Closed-loop Ecosystem ที่บริษัทสามารถควบคุมวงจรชีวิตของธุรกรรม ได้ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ โดยไม่ต้องพึ่งพาหรือแบ่งเค้กให้กับโครงสร้างพื้นฐานของ Web3 เจ้าอื่นเลย
1. ต้นน้ำ (Fiat-to-Crypto & Custody): การเข้าซื้อ Bridge
มูลค่าดีล: ~$1.1 พันล้านดอลลาร์ (ต้นปี 2025)
เป็นประตูเชื่อมระหว่างเงินสดในโลกจริง (Fiat) กับโลกคริปโต
ทำให้ Stripe สามารถถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลและออก Stablecoin ให้กับลูกค้าองค์กรได้ทั่วประเทศสหรัฐฯ ทันที โดยไม่ต้องไปนั่งขอใบอนุญาต Money Transmitter Licenses แยกทีละรัฐให้ปวดหัว
2. กลางน้ำ (User Experience & Onboarding): การเข้าซื้อ Privy
มูลค่าดีล: เข้าซื้อเมื่อกลางปี 2025
จัดการกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet Infrastructure) ผ่านระบบ Account Abstraction
Privy ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสร้าง Wallet ผ่านการล็อกอินด้วยอีเมล, โซเชียลมีเดีย หรือใช้ FaceID (ผ่าน Passkey) ได้เลย Stripe จึงสามารถดึงผู้ใช้จากโลก Web2 เข้ามาทำธุรกรรมได้ทันทีโดยที่ End-user อาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังใช้งาน Blockchain อยู่
3. ปลายน้ำ (The Settlement Layer): การสร้าง Tempo Blockchain
เป็น Layer-1 สำหรับชำระเงินโดยเฉพาะ
ก่อนหน้านี้ ถ้า Stripe เลือกใช้เครือข่ายอื่นอย่าง Ethereum หรือ Solana พวกเขาต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ เช่น วันดีคืนดีมีการแฮ๊คหรือการฟอกเงินอะไร ก็จะควบคุมไม่ได้
การมี Tempo L1 เป็นของตัวเอง (ที่มี Gas Limit มหาศาล และมีระบบ Dedicated Payment Lanes) ทำให้ Stripe สามารถการันตีให้กับพาร์ทเนอร์อย่าง Visa หรือ Klarna ได้ว่า ธุรกรรมจะสำเร็จภายใน 1 วินาทีเสมอ และค่าธรรมเนียมจะนิ่งอยู่ที่ ~$0.001 ตลอดไป
จุดเด่น ทำไม Tempo ถึงเป็นอะไรที่คนจับตามอง?
ลาก่อนเหรียญ Gas (TIP-20 Standard): เชนนี้ไม่มีเหรียญ Native แก๊ส เราสามารถจ่ายค่าธรรมเนียมด้วย Stablecoin อย่าง USDC หรือ USDT ได้เลย โดยระบบจะมี "FeeAMM" ซึ่งเป็น DEX ที่ฝังอยู่หลังบ้าน คอยสลับเหรียญจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้ Validator แบบอัตโนมัติ
สปีดระดับ Enterprise: ใช้ระบบ Consensus แบบใหม่ที่เรียกว่า Minimmit (รันบล็อกละ 0.5 วินาที) และใช้ Reth เป็น Execution Layer รองรับได้ถึง 100,000 TPS โดยที่ค่าธรรมเนียมถูกและนิ่งมาก (เฉลี่ยแค่ $0.001)
Stripe คุมเกมหมด: Stripe ค่อยๆ กว้านซื้อโครงสร้างพื้นฐานมาตลอด ทั้ง Bridge (ระบบจัดการ Stablecoin ที่ได้ใบอนุญาตระดับธนาคาร) และ Privy (ระบบ Wallet) พอเอามาประกอบร่างกับ Tempo ทำให้ Stripe ควบคุม Payment Stack ได้ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำโดยไม่ต้องพึ่งเชนอื่น
ยุคของ AI Payment (MPP): มาพร้อมมาตรฐาน Machine Payments Protocol (MPP) ที่ให้ AI Agents จ่ายเงินซื้อ API หรือ Data ได้เองแบบ Micro-transaction บอทสามารถจ่ายค่า Data Stream ยิบย่อยด้วย Stablecoin ได้แบบไร้รอยต่อ
โอกาสที่ Tempo จะออกเหรียญของตัวเอง (TGE) มีแค่ไหน?
ระยะสั้นน่าจะมีโอกาส 0%
แต่ผมก็ยังคิดว่า 50/50 ที่ Tempo จะออกโทเคน
- ถูกออกแบบมาให้ต่างจากรากฐานของเครือข่ายเดิมๆ อย่าง Ethereum (ที่ผู้ใช้ต้องมี ETH) หรือ Solana (ที่ต้องมี SOL) อย่างสิ้นเชิง มาตรฐาน TIP-20 อนุญาตให้ผู้ใช้จ่ายค่าแก๊สด้วย Stablecoin อย่าง USDC ได้โดยตรง
- ตามสไตล์โปรเจกต์ที่ Paradigm แบ็คหลัง (อย่าง Optimism, Starknet, Monad) โอกาสแจก Airdrop ในอนาคตมีสูง
- แต่..
- การที่ยักษ์ใหญ่อย่าง Stripe เข้ามาคุมเกม ทำให้ Tempo ต่างจากโปรเจกต์ Web3 ทั่วไป โมเดลธุรกิจของ Stripe ขับเคลื่อนด้วย "ปริมาณธุรกรรมและค่าธรรมเนียม (Processing Volume)" ไม่ใช่การเก็งกำไร การดันทุรังออกเหรียญที่เสี่ยงต่อการถูก ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ตีความว่าเป็น "หลักทรัพย์ (Security)"
- แต่... (อีกรอบ)
- แหล่งข่าวบอก The Rollup ว่ามีโอกาสที่จะปล่อยเหรียญแต่รอให้สภาพทางกฎหมายและโครงสร้าง Tokenomics ชัดเจนกว่านี้
- แม้ Stripe จะไม่อยากเสี่ยงเรื่องกฎหมาย แต่กลุ่มทุนที่ลงเงินไปกว่า $500M ในรอบ Series A ย่อมต้องการผลตอบแทนที่จับต้องได้ หากไม่ใช่การเสนอขายหุ้น IPO ของ Tempo เอง การทำ TGE เพื่อให้ VC นำไปเทขายทำกำไรจึงเป็นแรงกดดันเชิงโครงสร้างที่โปรเจกต์ต้องหาจุดสมดุลให้เจอ
ตอนนี้ก็เลยคิดว่า 50/50 ไม่ค่อยชัวร์ เพราะ Validator ก็รับ reward เป็น Stablecoin
Guide ล่าแอร์ดรอปอยู่ใน KoFi 👇

ไทย




