
คมจ.
3.2K posts




อย่างงานภาคเกษตร เช่น หว่านปุ๋ย/ข้าว ดำนา ฉีดยาข้าว ซึ่งเป็นอะไรที่แรงงานไม่คิดว่าจะมีอะไรมาแย่งงานได้ (อย่างน้อยก็ในเร็ววัน) แต่ที่ไหนได้ ตอนนี้ทั้งโดรน ทั้งรถดำนา มาแย่งงานเรียบร้อย วางแผนได้ นัดคิวง่าย หน้างานไม่จุกจิก ไม่ต้องคอยรับส่ง ไม่ต้องหาข้าวหาน้ำ หาของบำรุงกำลัง จบเลย





ไทยใช้เวลา 20 ปีลองผิดลองถูกกว่าจะหาสูตรในการปลูกทุเรียน เวียดนามใช้เวลา 3 ปีตามไทยทัน เพราะจ้างคนไทยไปสอนสูตรการปลูกทุเรียน





สปอย obsession นิดนึง . . . . ตอนจวนตัวอยู่แล้ว ทุกคนตายเกือบหมดแล้ว นิกกี้ขอร้องให้แบร์ฆ่าตัวเองด้วยซ้ำ สิ่งที่แบร์พูดคืออยู่กับฉันมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ คิดไง จะกันหมดตายอยู่แล้ว สิ่งที่พูดยังเป็นเรื่องที่แคร์ครส.ตัวเองมากสุด

นี่งงคนสมน้ำหน้าที่ยุโรปโดน Heatwave มาก ชั้นว่าถ้าเค้าจะสมน้ำหน้ากลับเรื่อง น้ำท่วม กทม ในปี 2050 กับ ฝุ่น PM2.5 ที่แก้ไม่จบ ไหนจะเรื่องข่าวทับลาน มันจะเหี้ยกว่าเยอะ ไม่มีนโยบายใดๆที่มีผลออกมาเป็นรูปธรรมจับต้องได้สักอย่าง มีแต่ภาค ปชช + activist ที่ขับเคลื่อนกันเอง


เรียนไปทำไมกำลังสองสมบูรณ์หรือ Perfect Square Formula (a+b)^2 = a^2 + 2ab + b^2 คุณครูไทยไม่ค่อยอธิบายว่ามันมายังไง ไม่ได้เล่า Story ของการค้นพบมันมักเกี่ยวกับการแก้ปัญหาสนุกจนเอามาแก้ปัญหาระดับโลกยังไง มันถูกเรียกว่ากำลังสองสมบูรณ์ เพราะมันคือสูตรที่อธิบายการประกอบกันของพื้นที่จนได้รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่สมบูรณ์แบบ ยกกำลังสองในทางเรขาคณิต มันหมายถึง การหาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส สมองมนุษย์ถูกออกแบบมาจำภาพ ไม่ได้จำสัญลักษณ์ อะไรที่เราเคยจำเป็นสูตร ถ้าเราจำเป็นภาพเราจะเข้าใจมันมากขึ้น และคำถามว่าเรียนไปทำไมอาจจะลดลง สมองมนุษย์ถูกออกแบบมาจำภาพ การเรียนคณิตศาสตร์ถ้าคุณครูเล่าที่มาของสมการได้ ทุกอย่างจะสนุกขึ้น ชาว Babylonians เมื่อประมาณ 4,000 ปีก่อนพวกเขาเป็นกลุ่มแรกๆ ที่รู้จักการแก้สมการกำลังสองเพื่อใช้ในการแบ่งที่ดินทำกิน แต่ตอนนั้นยังไม่มีตัวแปร a หรือ b แบบเรา มีเพียงการคำนวณเป็นตัวเลขและรูปทรง ถ้าไม่มีสูตรกล่องสี่เหลี่ยมตัดแปะอันนี้วิศวกรจะไม่มีทางคำนวณโค้งรับน้ำหนักของหลังคาสนามกีฬาใหญ่ๆ เราจะไม่มีเกม 3D ลื่นๆ เล่น เพราะคอมพิวเตอร์จะคำนวณแรงโน้มถ่วงไม่ทัน









ไปเจอข่าวนึงมาน่าสนใจมาก $IBM โชว์เทคโนโลยีชิประดับต่ำกว่า 1 นาโนเมตร หรือประมาณ 0.7nm / 7 angstrom หรือมันคือสัญญาณว่าโลกชิปกำลังจะเปลี่ยนอีกขั้น!? ทุกวันนี้ชิปที่เราใช้กันในมือถือ โน้ตบุ๊ก หรือแม้แต่ Apple Silicon อย่าง M4 / M5 ส่วนใหญ่ยังอยู่แถวๆ 3nm ของ TSMC ซึ่ง 3nm ก็ถือว่าโหดมากแล้ว > กินไฟน้อยลง > แรงขึ้น > ใส่ทรานซิสเตอร์ได้เยอะขึ้น > ทำให้ MacBook, iPhone, iPad แรงขึ้นโดยไม่ต้องแลกกับแบตที่หมดไวเหมือนยุคเก่า แต่ข่าวของ $IBM คือไปไกลกว่านั้น คือการเริ่มเปลี่ยนวิธีคิดจากการวางทรานซิสเตอร์บนพื้นราบ ไปสู่การ “ซ้อนทรานซิสเตอร์ในแนวตั้ง” คล้ายๆ จากเดิมเรามีที่ดินแปลงเดียวแล้วสร้างบ้านชั้นเดียว พอพื้นที่เริ่มเต็ม ก็ต้องเริ่มสร้างตึกสูงแทน $IBM เคลมว่าเทคโนโลยีนี้อาจทำให้ชิปแรงขึ้นได้ราว 50% หรือประหยัดพลังงานได้ราว 70% เมื่อเทียบกับเทคโนโลยี 2nm ของตัวเอง ผลกระทบในอนาคตคือใหญ่มาก > มือถืออาจแรงขึ้น + แบตอึดขึ้น > MacBook อาจทำงาน AI หนักๆ ได้โดยไม่ร้อนเท่าเดิม > Data center อาจใช้ไฟน้อยลง > AI chip อาจใส่ทรานซิสเตอร์ได้มากขึ้นในพื้นที่เท่าเดิม > ต้นทุนพลังงานของ AI อาจลดลงในระยะยาว แต่ต้องเข้าใจให้ถูกก่อนว่า $IBM ยังไม่ได้ผลิตขายจริงแบบ mass production นี่คือ breakthrough ฝั่ง research ยังไม่ใช่ชิปที่ Apple จะเอาไปใส่ iPhone พรุ่งนี้ แต่ถ้ามองภาพใหญ่ ข่าวนี้คือการบอกว่า Moore’s Law ยังไม่ตายง่ายๆ แค่เส้นทางต่อจากนี้ อาจไม่ได้มาจากการ “ย่อให้เล็กลง” อย่างเดียวแล้ว แต่มาจากการออกแบบชิปให้ฉลาดขึ้น ซ้อนมากขึ้น ใช้พื้นที่คุ้มขึ้น และประหยัดพลังงานมากขึ้น ในยุคที่ AI กินไฟมหาศาล ชิปแบบนี้อาจไม่ใช่แค่ทำให้คอมแรงขึ้น แต่มันอาจเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ที่ทำให้ AI ในอนาคตถูกลง เร็วขึ้น และเข้าถึงคนทั่วไปมากขึ้น

คนเจนรูปเล่น ไม่ใช่ตัวการหลักเลย ถ้าจะยิงให้ถูกตัว มันคือ Big Tech ทั้งหลายที่แข่งกันสร้าง Data Center เอาชนะกัน ผู้ชนะตอนนี้คือ Anthropic คือบริษัทที่โต 1,000% ในปีที่แล้ว Claude ที่คนแห่ใช้กันขนาดนี้ “ไม่มีการเจนรูปเลย” แต่เชื่อเถอะว่าโพสต์นี้จะไม่แมส เพราะคนอยากเชื่อในสิ่งที่อยากเชื่อ มากกว่า

🚨HUGE: CHINA JUST CRACKED MYTHOS LEVEL OF VULNERABILITY DETECTION China's Zhipu AI has reportedly matched Claude Mythos at discovering software vulnerabilities, marking a major leap in the U.S.–China frontier AI race, per WSJ. The new GLM-5.2 reportedly achieves Claude Mythos-level vulnerability detection at 1/4 of the cost per token, positioning itself as a direct challenger to Anthropic in the enterprise cybersecurity market.


ในนี้เหมือนศูนย์รวมคนบ้า คนเงี่ยน คนร้อนวิชา ร้อนความรู้ คนคิดได้ คนคิดไม่ได้ และอีกมากมาย นึกภาพจับพวกนี้มายำรวมกันอยู่หน้าทามไลน์กุเหมือนคณะตลก




