GA?A_F!LE ♡ Dan Hiroki
43.8K posts

GA?A_F!LE ♡ Dan Hiroki
@Gaia_File
My personality is 0, the nonsense has escalated ✶ 推しの ・「壇浩輝」



📜 เคยไหมฮะ.. กับการเยียวยาใจในวันเหี่ยว ๆ ด้วยมีมแมวหน้าตาหดหู่จากศิลปะยุคกลาง (Medieval art) แล้วเคยหรือเปล่า.. กับการขมวดคิ้วอย่างนึกกังขาว่าทำไมศิลปินจึงมองแมวในยุคนั้นออกมาได้พิสดารขนาดนั้น 😿 เพื่อน ๆ หลายคนคงเคยสงสัยกันสิท่า ว่าทำไมพวกมันถึงดูไม่องอาจ สง่าผ่าเผยอย่างแมวในศิลปะของชาวอียิปต์ ทำไมถึงไม่ดูนุ่มฟูนวยนาดน่าหยุมเหมือนงานภาพเขียนของชาวญี่ปุ่น หรือชาวจีน 🐈✨ คำตอบของความกังขาเหล่านั้น ส่วนหนึ่งคือมุมมอง และภาพลักษณ์ของแมวในสายตาชาวตะวันตกในยุคนั้นฮะ ด้วยแมวเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอิสระ ควบคุมยาก ฝึกสอนลำบาก บ่อยครั้งที่เราจะได้พบกับงานเอกสารที่วิพากษ์ถึงความซน และบันทึกพฤติกรรมแสบของเหล่าเหมียวเหมียวใจเสรีเอาไว้ด้วย เช่น บันทึกจากเดเวนเตอร์ ในเนเธอแลนด์ในปี 1420 ฉบับหนึ่งที่ระบุว่า "ข้าขอสาปเจ้าแมวน่ารำคาญที่บังอาจฉี่รดหนังสือข้า แลด้วยเกรงว่าพวกมันตัวอื่นก็คงทำไม่ต่าง พึงระวังอย่าเปิดหนังสือของท่านคาค้างไว้ในที่ที่แมวกร้ำกรายถึง" หลังผู้บันทึกพบว่าแมวมาฉี่รดหนังสือที่เขาเปิดทิ้งไว้ในหอเขียนหนังสือก่อนเข้านอน อีกทั้งการมาถึงของศาสนาก็นำไปสู่การผูกโยงเหล่าเจ้าเหมียวสู่เรื่องที่เกี่ยวพันกับอวิชชา ภูติผี ปีศาจ และแม่มด ทำให้พวกเขายิ่งมองว่าแมวไม่น่ารัก ไม่น่าเข้าใกล้กันไปใหญ่ ในวรรณกรรมเทศน์ หรือการกล่าวคำสอนทางศาสนาหลายครั้งก็มีการกล่าวถึงแมวด้วย เช่น ครั้งหนึ่ง จอห์น บรอมยาร์ด นักเทศน์ชื่อดังในศตวรรษที่ 14 เคยกล่าวว่าแมวนั้นเป็นของประดับที่ไร้ประโยชน์ แต่กินดีอยู่ดีเกินไปของเหล่าคนรวยที่เสวยสุขในขณะที่เหล่าคนจนต้องทนหิวโหย นอกจากนี้ยังมีอีกบางความเห็นที่กล่าวว่าจริง ๆ แล้วที่หน้าตาเจ้าเหมียวผ่านงานศิลป์ในยุคนั้นดูเพี้ยน ๆ ไม่ใช่อะไรหรอก แค่จิตรกรไม่คุ้นเคยกับแมวก็เท่านั้น และทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นไปได้ที่นำไปสู่การถ่ายทอดภาพลักษณ์ของเจ้าเหมียวให้ออกมาในสภาพที่หดหู่ เหี่ยว ๆ เป็นมีมให้ตลกขบขันกันในปัจจุบัน แต่ถึงอย่างนั้น หน้าตาแปลก ๆ ของพวกมันบนงานศิลป์ก็ไม่ใช่เครื่องการันตีได้ 100% หรอกนะฮะ ว่าเหล่าเจ้านายหน้ามอมเหล่านี้จะไม่ได้รับความรักจากเหล่าทาสสองขาน่ะ ❤️ แล้วเพื่อน ๆ ล่ะ มีมีมแมวจากยุคกลางติดเครื่องกันบ้างหรือเปล่า ลองเอามาแชร์กันได้น้า 🐾 #babyloncg #สารภัณฑ์อยากจะเล่า


📜 เคยไหมฮะ.. กับการเยียวยาใจในวันเหี่ยว ๆ ด้วยมีมแมวหน้าตาหดหู่จากศิลปะยุคกลาง (Medieval art) แล้วเคยหรือเปล่า.. กับการขมวดคิ้วอย่างนึกกังขาว่าทำไมศิลปินจึงมองแมวในยุคนั้นออกมาได้พิสดารขนาดนั้น 😿 เพื่อน ๆ หลายคนคงเคยสงสัยกันสิท่า ว่าทำไมพวกมันถึงดูไม่องอาจ สง่าผ่าเผยอย่างแมวในศิลปะของชาวอียิปต์ ทำไมถึงไม่ดูนุ่มฟูนวยนาดน่าหยุมเหมือนงานภาพเขียนของชาวญี่ปุ่น หรือชาวจีน 🐈✨ คำตอบของความกังขาเหล่านั้น ส่วนหนึ่งคือมุมมอง และภาพลักษณ์ของแมวในสายตาชาวตะวันตกในยุคนั้นฮะ ด้วยแมวเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอิสระ ควบคุมยาก ฝึกสอนลำบาก บ่อยครั้งที่เราจะได้พบกับงานเอกสารที่วิพากษ์ถึงความซน และบันทึกพฤติกรรมแสบของเหล่าเหมียวเหมียวใจเสรีเอาไว้ด้วย เช่น บันทึกจากเดเวนเตอร์ ในเนเธอแลนด์ในปี 1420 ฉบับหนึ่งที่ระบุว่า "ข้าขอสาปเจ้าแมวน่ารำคาญที่บังอาจฉี่รดหนังสือข้า แลด้วยเกรงว่าพวกมันตัวอื่นก็คงทำไม่ต่าง พึงระวังอย่าเปิดหนังสือของท่านคาค้างไว้ในที่ที่แมวกร้ำกรายถึง" หลังผู้บันทึกพบว่าแมวมาฉี่รดหนังสือที่เขาเปิดทิ้งไว้ในหอเขียนหนังสือก่อนเข้านอน อีกทั้งการมาถึงของศาสนาก็นำไปสู่การผูกโยงเหล่าเจ้าเหมียวสู่เรื่องที่เกี่ยวพันกับอวิชชา ภูติผี ปีศาจ และแม่มด ทำให้พวกเขายิ่งมองว่าแมวไม่น่ารัก ไม่น่าเข้าใกล้กันไปใหญ่ ในวรรณกรรมเทศน์ หรือการกล่าวคำสอนทางศาสนาหลายครั้งก็มีการกล่าวถึงแมวด้วย เช่น ครั้งหนึ่ง จอห์น บรอมยาร์ด นักเทศน์ชื่อดังในศตวรรษที่ 14 เคยกล่าวว่าแมวนั้นเป็นของประดับที่ไร้ประโยชน์ แต่กินดีอยู่ดีเกินไปของเหล่าคนรวยที่เสวยสุขในขณะที่เหล่าคนจนต้องทนหิวโหย นอกจากนี้ยังมีอีกบางความเห็นที่กล่าวว่าจริง ๆ แล้วที่หน้าตาเจ้าเหมียวผ่านงานศิลป์ในยุคนั้นดูเพี้ยน ๆ ไม่ใช่อะไรหรอก แค่จิตรกรไม่คุ้นเคยกับแมวก็เท่านั้น และทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นไปได้ที่นำไปสู่การถ่ายทอดภาพลักษณ์ของเจ้าเหมียวให้ออกมาในสภาพที่หดหู่ เหี่ยว ๆ เป็นมีมให้ตลกขบขันกันในปัจจุบัน แต่ถึงอย่างนั้น หน้าตาแปลก ๆ ของพวกมันบนงานศิลป์ก็ไม่ใช่เครื่องการันตีได้ 100% หรอกนะฮะ ว่าเหล่าเจ้านายหน้ามอมเหล่านี้จะไม่ได้รับความรักจากเหล่าทาสสองขาน่ะ ❤️ แล้วเพื่อน ๆ ล่ะ มีมีมแมวจากยุคกลางติดเครื่องกันบ้างหรือเปล่า ลองเอามาแชร์กันได้น้า 🐾 #babyloncg #สารภัณฑ์อยากจะเล่า




📜 เคยไหมฮะ.. กับการเยียวยาใจในวันเหี่ยว ๆ ด้วยมีมแมวหน้าตาหดหู่จากศิลปะยุคกลาง (Medieval art) แล้วเคยหรือเปล่า.. กับการขมวดคิ้วอย่างนึกกังขาว่าทำไมศิลปินจึงมองแมวในยุคนั้นออกมาได้พิสดารขนาดนั้น 😿 เพื่อน ๆ หลายคนคงเคยสงสัยกันสิท่า ว่าทำไมพวกมันถึงดูไม่องอาจ สง่าผ่าเผยอย่างแมวในศิลปะของชาวอียิปต์ ทำไมถึงไม่ดูนุ่มฟูนวยนาดน่าหยุมเหมือนงานภาพเขียนของชาวญี่ปุ่น หรือชาวจีน 🐈✨ คำตอบของความกังขาเหล่านั้น ส่วนหนึ่งคือมุมมอง และภาพลักษณ์ของแมวในสายตาชาวตะวันตกในยุคนั้นฮะ ด้วยแมวเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอิสระ ควบคุมยาก ฝึกสอนลำบาก บ่อยครั้งที่เราจะได้พบกับงานเอกสารที่วิพากษ์ถึงความซน และบันทึกพฤติกรรมแสบของเหล่าเหมียวเหมียวใจเสรีเอาไว้ด้วย เช่น บันทึกจากเดเวนเตอร์ ในเนเธอแลนด์ในปี 1420 ฉบับหนึ่งที่ระบุว่า "ข้าขอสาปเจ้าแมวน่ารำคาญที่บังอาจฉี่รดหนังสือข้า แลด้วยเกรงว่าพวกมันตัวอื่นก็คงทำไม่ต่าง พึงระวังอย่าเปิดหนังสือของท่านคาค้างไว้ในที่ที่แมวกร้ำกรายถึง" หลังผู้บันทึกพบว่าแมวมาฉี่รดหนังสือที่เขาเปิดทิ้งไว้ในหอเขียนหนังสือก่อนเข้านอน อีกทั้งการมาถึงของศาสนาก็นำไปสู่การผูกโยงเหล่าเจ้าเหมียวสู่เรื่องที่เกี่ยวพันกับอวิชชา ภูติผี ปีศาจ และแม่มด ทำให้พวกเขายิ่งมองว่าแมวไม่น่ารัก ไม่น่าเข้าใกล้กันไปใหญ่ ในวรรณกรรมเทศน์ หรือการกล่าวคำสอนทางศาสนาหลายครั้งก็มีการกล่าวถึงแมวด้วย เช่น ครั้งหนึ่ง จอห์น บรอมยาร์ด นักเทศน์ชื่อดังในศตวรรษที่ 14 เคยกล่าวว่าแมวนั้นเป็นของประดับที่ไร้ประโยชน์ แต่กินดีอยู่ดีเกินไปของเหล่าคนรวยที่เสวยสุขในขณะที่เหล่าคนจนต้องทนหิวโหย นอกจากนี้ยังมีอีกบางความเห็นที่กล่าวว่าจริง ๆ แล้วที่หน้าตาเจ้าเหมียวผ่านงานศิลป์ในยุคนั้นดูเพี้ยน ๆ ไม่ใช่อะไรหรอก แค่จิตรกรไม่คุ้นเคยกับแมวก็เท่านั้น และทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นไปได้ที่นำไปสู่การถ่ายทอดภาพลักษณ์ของเจ้าเหมียวให้ออกมาในสภาพที่หดหู่ เหี่ยว ๆ เป็นมีมให้ตลกขบขันกันในปัจจุบัน แต่ถึงอย่างนั้น หน้าตาแปลก ๆ ของพวกมันบนงานศิลป์ก็ไม่ใช่เครื่องการันตีได้ 100% หรอกนะฮะ ว่าเหล่าเจ้านายหน้ามอมเหล่านี้จะไม่ได้รับความรักจากเหล่าทาสสองขาน่ะ ❤️ แล้วเพื่อน ๆ ล่ะ มีมีมแมวจากยุคกลางติดเครื่องกันบ้างหรือเปล่า ลองเอามาแชร์กันได้น้า 🐾 #babyloncg #สารภัณฑ์อยากจะเล่า



📜 เคยไหมฮะ.. กับการเยียวยาใจในวันเหี่ยว ๆ ด้วยมีมแมวหน้าตาหดหู่จากศิลปะยุคกลาง (Medieval art) แล้วเคยหรือเปล่า.. กับการขมวดคิ้วอย่างนึกกังขาว่าทำไมศิลปินจึงมองแมวในยุคนั้นออกมาได้พิสดารขนาดนั้น 😿 เพื่อน ๆ หลายคนคงเคยสงสัยกันสิท่า ว่าทำไมพวกมันถึงดูไม่องอาจ สง่าผ่าเผยอย่างแมวในศิลปะของชาวอียิปต์ ทำไมถึงไม่ดูนุ่มฟูนวยนาดน่าหยุมเหมือนงานภาพเขียนของชาวญี่ปุ่น หรือชาวจีน 🐈✨ คำตอบของความกังขาเหล่านั้น ส่วนหนึ่งคือมุมมอง และภาพลักษณ์ของแมวในสายตาชาวตะวันตกในยุคนั้นฮะ ด้วยแมวเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอิสระ ควบคุมยาก ฝึกสอนลำบาก บ่อยครั้งที่เราจะได้พบกับงานเอกสารที่วิพากษ์ถึงความซน และบันทึกพฤติกรรมแสบของเหล่าเหมียวเหมียวใจเสรีเอาไว้ด้วย เช่น บันทึกจากเดเวนเตอร์ ในเนเธอแลนด์ในปี 1420 ฉบับหนึ่งที่ระบุว่า "ข้าขอสาปเจ้าแมวน่ารำคาญที่บังอาจฉี่รดหนังสือข้า แลด้วยเกรงว่าพวกมันตัวอื่นก็คงทำไม่ต่าง พึงระวังอย่าเปิดหนังสือของท่านคาค้างไว้ในที่ที่แมวกร้ำกรายถึง" หลังผู้บันทึกพบว่าแมวมาฉี่รดหนังสือที่เขาเปิดทิ้งไว้ในหอเขียนหนังสือก่อนเข้านอน อีกทั้งการมาถึงของศาสนาก็นำไปสู่การผูกโยงเหล่าเจ้าเหมียวสู่เรื่องที่เกี่ยวพันกับอวิชชา ภูติผี ปีศาจ และแม่มด ทำให้พวกเขายิ่งมองว่าแมวไม่น่ารัก ไม่น่าเข้าใกล้กันไปใหญ่ ในวรรณกรรมเทศน์ หรือการกล่าวคำสอนทางศาสนาหลายครั้งก็มีการกล่าวถึงแมวด้วย เช่น ครั้งหนึ่ง จอห์น บรอมยาร์ด นักเทศน์ชื่อดังในศตวรรษที่ 14 เคยกล่าวว่าแมวนั้นเป็นของประดับที่ไร้ประโยชน์ แต่กินดีอยู่ดีเกินไปของเหล่าคนรวยที่เสวยสุขในขณะที่เหล่าคนจนต้องทนหิวโหย นอกจากนี้ยังมีอีกบางความเห็นที่กล่าวว่าจริง ๆ แล้วที่หน้าตาเจ้าเหมียวผ่านงานศิลป์ในยุคนั้นดูเพี้ยน ๆ ไม่ใช่อะไรหรอก แค่จิตรกรไม่คุ้นเคยกับแมวก็เท่านั้น และทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นไปได้ที่นำไปสู่การถ่ายทอดภาพลักษณ์ของเจ้าเหมียวให้ออกมาในสภาพที่หดหู่ เหี่ยว ๆ เป็นมีมให้ตลกขบขันกันในปัจจุบัน แต่ถึงอย่างนั้น หน้าตาแปลก ๆ ของพวกมันบนงานศิลป์ก็ไม่ใช่เครื่องการันตีได้ 100% หรอกนะฮะ ว่าเหล่าเจ้านายหน้ามอมเหล่านี้จะไม่ได้รับความรักจากเหล่าทาสสองขาน่ะ ❤️ แล้วเพื่อน ๆ ล่ะ มีมีมแมวจากยุคกลางติดเครื่องกันบ้างหรือเปล่า ลองเอามาแชร์กันได้น้า 🐾 #babyloncg #สารภัณฑ์อยากจะเล่า




📜 เคยไหมฮะ.. กับการเยียวยาใจในวันเหี่ยว ๆ ด้วยมีมแมวหน้าตาหดหู่จากศิลปะยุคกลาง (Medieval art) แล้วเคยหรือเปล่า.. กับการขมวดคิ้วอย่างนึกกังขาว่าทำไมศิลปินจึงมองแมวในยุคนั้นออกมาได้พิสดารขนาดนั้น 😿 เพื่อน ๆ หลายคนคงเคยสงสัยกันสิท่า ว่าทำไมพวกมันถึงดูไม่องอาจ สง่าผ่าเผยอย่างแมวในศิลปะของชาวอียิปต์ ทำไมถึงไม่ดูนุ่มฟูนวยนาดน่าหยุมเหมือนงานภาพเขียนของชาวญี่ปุ่น หรือชาวจีน 🐈✨ คำตอบของความกังขาเหล่านั้น ส่วนหนึ่งคือมุมมอง และภาพลักษณ์ของแมวในสายตาชาวตะวันตกในยุคนั้นฮะ ด้วยแมวเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอิสระ ควบคุมยาก ฝึกสอนลำบาก บ่อยครั้งที่เราจะได้พบกับงานเอกสารที่วิพากษ์ถึงความซน และบันทึกพฤติกรรมแสบของเหล่าเหมียวเหมียวใจเสรีเอาไว้ด้วย เช่น บันทึกจากเดเวนเตอร์ ในเนเธอแลนด์ในปี 1420 ฉบับหนึ่งที่ระบุว่า "ข้าขอสาปเจ้าแมวน่ารำคาญที่บังอาจฉี่รดหนังสือข้า แลด้วยเกรงว่าพวกมันตัวอื่นก็คงทำไม่ต่าง พึงระวังอย่าเปิดหนังสือของท่านคาค้างไว้ในที่ที่แมวกร้ำกรายถึง" หลังผู้บันทึกพบว่าแมวมาฉี่รดหนังสือที่เขาเปิดทิ้งไว้ในหอเขียนหนังสือก่อนเข้านอน อีกทั้งการมาถึงของศาสนาก็นำไปสู่การผูกโยงเหล่าเจ้าเหมียวสู่เรื่องที่เกี่ยวพันกับอวิชชา ภูติผี ปีศาจ และแม่มด ทำให้พวกเขายิ่งมองว่าแมวไม่น่ารัก ไม่น่าเข้าใกล้กันไปใหญ่ ในวรรณกรรมเทศน์ หรือการกล่าวคำสอนทางศาสนาหลายครั้งก็มีการกล่าวถึงแมวด้วย เช่น ครั้งหนึ่ง จอห์น บรอมยาร์ด นักเทศน์ชื่อดังในศตวรรษที่ 14 เคยกล่าวว่าแมวนั้นเป็นของประดับที่ไร้ประโยชน์ แต่กินดีอยู่ดีเกินไปของเหล่าคนรวยที่เสวยสุขในขณะที่เหล่าคนจนต้องทนหิวโหย นอกจากนี้ยังมีอีกบางความเห็นที่กล่าวว่าจริง ๆ แล้วที่หน้าตาเจ้าเหมียวผ่านงานศิลป์ในยุคนั้นดูเพี้ยน ๆ ไม่ใช่อะไรหรอก แค่จิตรกรไม่คุ้นเคยกับแมวก็เท่านั้น และทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นไปได้ที่นำไปสู่การถ่ายทอดภาพลักษณ์ของเจ้าเหมียวให้ออกมาในสภาพที่หดหู่ เหี่ยว ๆ เป็นมีมให้ตลกขบขันกันในปัจจุบัน แต่ถึงอย่างนั้น หน้าตาแปลก ๆ ของพวกมันบนงานศิลป์ก็ไม่ใช่เครื่องการันตีได้ 100% หรอกนะฮะ ว่าเหล่าเจ้านายหน้ามอมเหล่านี้จะไม่ได้รับความรักจากเหล่าทาสสองขาน่ะ ❤️ แล้วเพื่อน ๆ ล่ะ มีมีมแมวจากยุคกลางติดเครื่องกันบ้างหรือเปล่า ลองเอามาแชร์กันได้น้า 🐾 #babyloncg #สารภัณฑ์อยากจะเล่า

ทำไมตุ๊กตา fanmade ถึงต้องน่ารักกว่าตุ๊กตา official ด้วย ทำไมตุ๊กตา official ถึงดูเป็นมาการีน ทั้งๆที่เป็นเนยแท้ ส่วนตุ๊กตา fanmade ที่ควรจะเป็นมาการีน กลับดูเป็น pure butter




























