˃̵͈̑ᴗ˂̵͈̑ POR
24.2K posts

˃̵͈̑ᴗ˂̵͈̑ POR
@POR53
Beauty is a gift. Intelligence is an investment. Wealth is a result. Humility is an achievement 🙏🏻 this’s my diary 📔



@PongpunPromjun ครั้งนี้ไม่ใช่ภาพผู้สมัคร ครั้งนี้คือบอกตัวเองลงอิสระ แต่ชม สก บางคนออกสื่อราวกับสนับสนุนคนนี้ แต่แอ๊บเลือกใครก็เลือก🙄 @chadchart_trip โตเป็นควายขนาดนี้ เต็ง1ผู้ว่ากินขาด ลงแบบอิสระ แต่แอ๊บไร้เดียงสาไม่รู้อิมแพคคำพูดตัวเองออกสื่อ ถ้าไม่โง่ก็เป็นคนเหลี่ยมจัดแต่แอ๊บใสซื่อไว้ 😌




‘ชัชชาติ’ เผย หากได้กลับมานั่งเก้าอี้ ผู้ว่าฯ กทม. ต่อ จะกลับมาสางปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่ยังไม่หมดใน กทม. . #วันเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม69 #อนาคตกรุงเทพฯอนาคตประเทศไทย #เรื่องใหญ่รายวัน #ศึกชิงผู้ว่าฯท้าอนาคต #onenews #สํานักข่าววันนิวส์ #ช่องวัน31




พรรคส้มเสนอนโยบาย ลดค่าโดยสารให้คนเดินทางช่วง off-peak(ช่วงการจราจรติดขัด) ซึ่งใช้กันหลายเมืองในหลายประเทศ แต่เพียงเพราะคนเสนอเป็นพรรคส้ม นางแบกลองต้องบิดว่าเป็นนโยบายไม่ดี เพ้อเจอไปถึงว่าเป็นนโยบายเหยียดคนจน กันก็เหยียดกันทั้งโลก "ลองให้นโยบายนี้เสนอโดยชัชชาติดู"




ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการและอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มช. ได้โพสต์เฟสบุ๊ค สนับสนุนให้คนกทม. เลือก ดร.โจ แบบสุดลิ่มทิ่มประตู โดยมีเนื้อหาดังนี้ "ผมชื่นชม ดร. ชัชชาติ และทีมงานครับ ขอคารวะและชื่นชม 4 ปีที่ท่านและทีมทุ่มเท ทำเพื่อ กทม. ครับ แต่ผมคิดว่า ประเทศเราก้าวไปข้างหน้าได้แล้วครับ ถ้าผมอยู่ กทม. ผมจะเลือก ดร. โจ เบอร์ 10. และจะเลือกปชน ไปเป็น สก ให้มากที่สุดเพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่กรุงเทพฯ และประเทศไทย เลือกพรรคคนหนุ่มสาวไปบริหารเมืองหลวงเพื่อคนเมืองหลวง และจะส่งบุญกุศลแพร่ออกไปยังจังหวัดต่างๆๆๆ ทั่วประเทศ ให้คนทุกจังหวัดได้เห็นการบริหารโดยผู้ว่าเลือกตั้งและเป็นคนหนุ่ม เพราะพรรคประชาชนได้บริหารกรุงเทพฯ แล้ว เขาก็จะออกมาพูดและรณรงค์มากขึ้นๆๆๆให้มีการกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่นมากขึ้นๆๆ เหมือนกับผู้ว่า ดร. โจ ที่จะทำงาน 4 ปีต่อไปนี้ครับ 28 มิถุนายน นี้ เลือก ดร. โจ เบอร์ 10 นะครับ" ถ้าอาจารย์ชื่นชอบขนาดนี้ สงสัยเลือกนายกอบจ. เชียงใหม่ ส้มต้องดัน ดร.โจ เข้าชิงแล้ว รับรองเชียงใหม่เจริญเท่าลำพูนแน่ๆ #เลือกตั้งผู้ว่า69 #ผู้ว่ากทม #ชัชชาติ #ด๊อกเตอร์โจ #พรรคประชาชน

สวนดุสิตโพลสะท้อนคนเมืองเลือกผลงาน-บุคคล เหนือแบรนด์พรรค ชัชชาติยังนำลิ่ว ขณะผู้สมัคร ส.ก. อิสระขึ้นเป็นอันดับ 1 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพมหานครเฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เรื่อง ‘การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 18 (ครั้งที่ 3)’ ซึ่งทำการสำรวจทั้งทางออนไลน์และภาคสนามระหว่างวันที่ 9-12 มิถุนายน 2569 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,029 คน ผลการสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มสำคัญในมิติทางรัฐศาสตร์ที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งกำลังส่งสัญญาณเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของการเมืองเชิงประสิทธิภาพ (Performance-based Politics) โดยเลือกพิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้ คุณภาพผู้นำ และความสามารถในการแก้ปัญหาของตัวบุคคลมากกว่าการยึดโยงกับอุดมการณ์หรือแบรนด์พรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว ⚈ ชัชชาติยังนำโด่งเกินครึ่ง ขณะความนิยม ‘ส.ก. อิสระ’ ขึ้นแซงพรรคประชาชน ความคิดเห็นของคนกรุงเทพมหานครต่อคำถามที่ว่าอยากให้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไป พบว่า อันดับ 1 คือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (สมัครในนามอิสระ) ได้รับคะแนนนิยมสูงสุดถึง 60.08% ทิ้งห่างอันดับ 2 คือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน) ซึ่งได้ 13.17% อย่างมีนัยสำคัญ ตามมาด้วยอันดับ 3 มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (อิสระ) 7.39% อันดับ 4 อนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์) 3.89% อันดับ 5 คมสัน พันธุ์วิชาติกุล (อิสระ) 1.28% และอันดับ 6 ม.ล. กรกสิวัฒน์ เกษมศรี (อิสระ) 1.09% โดยมีผู้เลือกผู้สมัครอื่น ๆ 1.03% และกลุ่มที่ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจอีก 12.07% ขณะที่พฤติกรรมการตัดสินใจเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ผลสำรวจพบว่า คนกรุงเทพฯ เทคะแนนให้กับกลุ่มผู้สมัครอิสระมาเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 35.39% รองลงมาคือพรรคประชาชน 28.88% พรรคเพื่อไทย 10.55% พรรคประชาธิปัตย์ 9.96% พรรคภูมิใจไทย 1.58% อื่น ๆ 1.12% และมีผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือก ส.ก. อยู่ที่ 12.52% ⚈ อ่านพฤติกรรมโหวตเตอร์เดิม คะแนนพรรคไม่เปลี่ยนมาเป็นคะแนนบุคคล? สำหรับพฤติกรรมการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเมื่อเปรียบเทียบกับประวัติการเลือกตั้งในอดีต จากข้อมูลการจำแนกกลุ่มผู้ที่เคยเลือกผู้ว่าฯ กทม. ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 พบว่า ‘กลุ่มที่เคยเลือก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ ในอดีต ระบุว่าจะยังคงเลือกชัชชาติในครั้งนี้ถึง 73.72% และเปลี่ยนไปเลือกชัยวัฒน์ 10.32% เลือกมัลลิกา 4.15% เลือกอนุชา 1.60% เลือกคมสัน 1.28% เลือก ม.ล. กรกสิวัฒน์ 0.20% เลือกอื่น ๆ 0.43% และยังไม่ตัดสินใจ 8.30% ‘กลุ่มที่เคยเลือกนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร (อดีตพรรคก้าวไกล)’ ในครั้งนี้ระบุว่าจะเลือกชัยวัฒน์ 44.12% และหันไปเลือกชัชชาติถึง 24.12% เลือกมัลลิกา 12.35% เลือกคมสัน 1.76% เลือก ม.ล. กรกสิวัฒน์ 1.29% เลือกอื่น ๆ 1.29% และยังไม่ตัดสินใจ 14.12% โดยไม่มีผู้เลือกอนุชาเลย (0%) ‘กลุ่มที่เคยเลือกนายสกลธี ภัททิยกุล’ ครั้งนี้ระบุว่าจะเลือกชัชชาติ 64.52% เลือกมัลลิกา 9.03% เลือกชัยวัฒน์ 7.74% เลือก ม.ล. กรกสิวัฒน์ 3.53% เลือกคมสัน 1.29% เลือกอื่น ๆ 1.29% และยังไม่ตัดสินใจ 14.84% โดยไม่มีผู้เลือกอนุชา (0%) ‘กลุ่มที่เคยเลือก สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์’ ครั้งนี้ระบุว่าจะเลือกชัชชาติ 41.86% และเลือกอนุชาที่เป็นตัวแทนจากพรรคเดียวกัน 23.26% เลือกชัยวัฒน์ 5.81% เลือกมัลลิกา 5.81% เลือก ม.ล. กรกสิวัฒน์ 2.91% เลือกอื่น ๆ 2.91% และยังไม่ตัดสินใจ 17.44% โดยไม่มีผู้เลือกคมสัน (0%) ‘กลุ่มที่เคยเลือก พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง’ ครั้งนี้ระบุว่าจะเลือกชัชชาติ 62.33% เลือกมัลลิกา 12.33% เลือกชัยวัฒน์ 5.48% เลือก ม.ล. กรกสิวัฒน์ 1.37% เลือกอนุชา 0.68% เลือกอื่น ๆ 1.37% และยังไม่ตัดสินใจ 16.44% โดยไม่มีผู้เลือกคมสัน (0%) ⚈ โยงฐานเสียงเลือกตั้งใหญ่ สู่สนามเลือกตั้ง กทม. เมื่อพิจารณาพฤติกรรมของผู้ที่เคยเลือก ส.ส. สังกัดพรรคการเมืองต่าง ๆ ในการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้จะเลือก ส.ก. จากพรรคใด พบข้อมูลดังนี้ ‘กลุ่มที่เคยเลือกพรรคประชาชน’ ในการเลือกตั้งใหญ่ จะเลือก ส.ก. พรรคประชาชน 52.88% แต่มีกลุ่มที่หันไปเลือกผู้สมัครอิสระสูงถึง 33.90% เลือกพรรคเพื่อไทย 2.94% เลือกพรรคประชาธิปัตย์ 1.47% เลือกพรรคภูมิใจไทย 0.56% เลือกอื่น ๆ 0.90% และยังไม่ตัดสินใจ 7.35% ‘กลุ่มที่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์’ จะเลือก ส.ก. พรรคประชาธิปัตย์ 54.67% เลือกผู้สมัครอิสระ 28.89% เลือกพรรคประชาชน 10.67% เลือกพรรคเพื่อไทย 2.22% เลือกพรรคภูมิใจไทย 0.44% เลือกอื่น ๆ 0.44% และยังไม่ตัดสินใจ 2.67% ‘กลุ่มที่เคยเลือกพรรคเพื่อไทย’ จะเลือก ส.ก. พรรคเพื่อไทย 41.09% เลือกผู้สมัครอิสระ 32.73% เลือกพรรคประชาชน 5.09% เลือกพรรคประชาธิปัตย์ 3.64% เลือกพรรคภูมิใจไทย 0.36% เลือกอื่น ๆ 3.27% และยังไม่ตัดสินใจ 13.82% ‘กลุ่มที่เคยเลือกพรรคภูมิใจไทย’ จะเลือกผู้สมัครอิสระ 36.36% เลือกพรรคเพื่อไทย 16.16% เลือกพรรคประชาชน 11.79% เลือกพรรคประชาธิปัตย์ 11.11% เลือกพรรคภูมิใจไทยของตัวเองเพียง 7.07% เลือกอื่น ๆ 1.35% และยังไม่ตัดสินใจ 16.16% ‘กลุ่มที่เคยเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ’ จะเลือกผู้สมัครอิสระสูงที่สุดถึง 53.06% เลือกพรรคประชาชน 28.57% เลือกพรรคประชาธิปัตย์ 12.24% เลือกพรรคเพื่อไทย 2.04% และยังไม่ตัดสินใจ 4.09% โดยไม่มีผู้เลือกพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคอื่น ๆ (0%) ⚈ ผลโพลชี้คนกรุงฯ ตัดสินจากผลสำเร็จ เน้นตัวบุคคลมากกว่าภาพจำพรรค ดร. พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล วิเคราะห์ว่า จากผลโพลทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา สะท้อนชัดเจนว่าคนกรุงเทพฯ ยังคงให้ความสำคัญกับตัวบุคคลเป็นหลัก โดยฐานเสียงเดิมของอดีตพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชนส่วนหนึ่งยังไม่ได้เคลื่อนย้ายมาสนับสนุน ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร อย่างเบ็ดเสร็จ ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าคะแนนนิยมของพรรคการเมืองไม่ได้แปรเปลี่ยนหรือส่งต่อมาเป็นคะแนนนิยมของผู้สมัครโดยอัตโนมัติ และการยอมรับในตัวผู้สมัครรายบุคคลยังคงเป็นปัจจัยชี้ขาดสำคัญในการตัดสินใจเลือกตั้งของคนเมือง ด้าน ดร. งามประวัณ เอ้สมนึก คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายเพิ่มเติมในเชิงรัฐศาสตร์ว่า ผลสำรวจนี้สะท้อนโครงสร้างความคิดของคนกรุงเทพฯ ที่ให้ความสำคัญกับ ‘ผลงานและตัวบุคคล’ มากกว่าการเมืองเชิงระบบพรรคอย่างชัดแจ้ง การที่ชัชชาติได้รับการสนับสนุนสูงถึง 60.08% แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นต่อการบริหารเมืองยังอยู่ในระดับสูง และผู้มีสิทธิเลือกตั้งจากหลากหลายกลุ่มการเมืองพร้อมที่จะข้ามเส้นแบ่งของพรรคเพื่อสนับสนุนผู้ที่พิสูจน์ผลงานได้จริง ขณะเดียวกัน แม้พรรคประชาชนจะยังรักษาความแข็งแกร่งในฐานะพลังทางเลือกของคนเมือง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างไว้ได้ แต่การที่ผู้สมัครอิสระได้รับความนิยมสูงทั้งในระดับผู้ว่าฯ และ ส.ก. เป็นการส่งสัญญาณจากคนกรุงเทพฯ ว่าคุณภาพของผู้นำและความสามารถในการแก้ปัญหามีน้ำหนักเหนือกว่าแบรนด์พรรคการเมือง พฤติกรรมเช่นนี้ชี้ให้เห็นว่าการเมืองกรุงเทพฯ กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ประชาชนตัดสินนักการเมืองจากผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้จริง มากกว่าความนิยมเชิงอารมณ์ ซึ่งอาจกลายเป็นทิศทางและหมุดหมายสำคัญของพฤติกรรมผู้มีสิทธิเลือกตั้งไทยในอนาคต ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร #TheStandardNews #TheStandardPhoto #ศวิตาพูลเสถียร


ชอบมาก นโยบาย เดินทางก่อน 06.30 น. จะช่วยลดราคาค่าโดยสายขนส่งสาธารณะ แทนที่คนจะได้มีเวลาอยู่กับบ้าน อยู่กับครอบครัวนานๆขึ้น นี่เหมือนตบหน้ากลางป้ายรถเมลล์ ละบอกว่า ก็มึงจนอ่ะ มึงก็ต้องตื่นเช้ามารับตั๋วราคาถูกนะ เหนื่อยกว่าคนอื่นหน่อยนะ เหอๆ คิดได้สุดยอดดด



เรื่องแรกเลยคือรถไฟฟ้าก่อนเลย รถไฟฟ้าปัญหาคือราคาแพง กรุงเทพเองดูแลแค่ 2 สายคือ "สีเขียวกับสีทอง" และอนาคตต้องมีความร่วมมือกับรัฐบาลในการทำเรื่อง "ตั๋วร่วม" ตั๋วใบเดียว และก็ทำโครงสร้างราคาที่ให้ถูกที่สุด ส่วนในแง่ของรถไฟฟ้าของกรุงเทพมหานครเองคือสายสีเขียวตอนนี้สัญญาเราสัมปทานไข่แดงจะหมดในปี 72 เราจะได้ทั้งหมดกลับมาเป็นของเรา แต่เราก็ยังมีพันธสัญญาที่ผูกพันอยู่คือ "สัญญาจ้างเดินรถ" ซึ่งผู้บริหารชุดเก่าทำสัญญาจ้างเดินรถถึงปี 85 แล้ว แต่ปี 72 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะต่อรองเรื่องสัมปทานได้ ปี 72 นี้เราต้องมีค่าจ้างเดินรถที่เค้าไปเซ็นต์สัญญาล่วงหน้าปีละ 18,000 ล้าน จะทำยังไงให้ค่าสัญญาเดินรถที่ถูกลงและก็ทำให้ประชาชนใช้จ่ายถูกลง เพราะฉะนั้นแนวคิดเราคือพอปี 72 ปุ๊บ เราจะมีแนวคิดของการทำ "ตั๋วเดือน" สำหรับผู้คนทำงาน นักศึกษา ผู้สูงอายุ นักเรียน เพื่อให้ตั๋วเดือนราคาถูกลงเยอะๆ เลย ส่วนคนที่ซื้อรายวันอาจจะเป็นนักท่องเที่ยวไม่ได้ใช้ตลอดก็อาจจะเป็นราคาซึ่งปกติหรือว่าแพงกว่าบ้าง คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตผู้ว่ากรุงเทพฯ ให้สัมภาษณ์นักข่าว 13 มิถุนายน 2569 ฟังนโยบายที่ทีมอาจารย์ชัชชาติจะทำเทียบกับนโยบายของพรรคประชาชนแล้ว ชัดเจนครับว่านโยบายไหนผ่านฐานคิดและเข้าใจมากกว่ากัน อยากให้ติ่งส้มเปิดใจฟังแล้วเทียบดูอย่างปราศจากอคติด้วย!!! ปล. ที่ปรึกษานโยบายของพรรคไหนหว่าที่ทำสัญญาเดินรถแบบสัญญาทาสปีละ 1.8 หมื่นล้าน สร้างภาระให้กทม. ที่ปรึกษาเหี้ยๆ คนนั้นชื่ออะไรน้าาาาาา 🤔🤔🤔 #เลือกตั้งผู้ว่า69 #ผู้ว่ากทม #ชัชชาติ #พรรคประชาชน #ดรโจ #รถไฟฟ้า #คนกรุงตื่นเช้า #กรุงเทพง่ายๆ

เห็นทวิตของสส.แบงค์ @BankSuphanatMin แล้วถือว่าได้คำตอบในประเด็นที่1แล้วคือต้องการที่จะส่งเสริมให้ประชาชนเดินทางเร็วขึ้นเพื่อกระจายคนในการเดินทางในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน และจะไม่ได้ใช้เงินอุดหนุนมากเท่ารถไฟฟ้า20บาทของเพื่อไทยเพราะลดราคาแค่ช่วงชั่วโมงเร่งด่วนโดยที่มีเพดานอยู่ที่45บาท


นางเป็นคนเราคิดว่าถ้าลง ผู้ว่ากทม น่าจะชนะแน่ๆ





