固定されたツイート
nq
230 posts

nq がリツイート
nq がリツイート

ไม่รู้จะต้องตกใจอะไรก่อน
- อวดรวยจนโดนจับได้
- พ่อมีสัญญากับรัฐบาลสหรัฐฯ
- เงินรัฐบาลขโมยง่ายๆเลย?
.
อีกหนึ่งในคดีคริปโตที่สั่นสะเทือนวงการคริปโต และคำถามใหญ่ที่ไม่ใช่แค่เรื่องแฮกเกอร์โชว์รวย
.
เรื่องนี้เริ่มจากดราม่าเล็กๆ ในกลุ่มแชท แต่ปลายทางกลับพาไปสู่การเปิดโปงการขโมยคริปโตมูลค่ากว่า 90 ล้านดอลลาร์ ที่โยงถึงทั้งเหยื่อทั่วไป และแม้แต่ทรัพย์สินดิจิทัลที่รัฐบาลสหรัฐยึดมาเก็บไว้
.
ข้อมูลถูกรวบรวมและตามรอยโดยนักสืบบล็อกเชนชื่อดัง ZachXBT ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการไล่เส้นทางเงินบนบล็อกเชนจนหลายคดีดังถูกเปิดโปงมาแล้ว
.
_____
.
🔴 จากการอวดกระเป๋าเงิน กลายเป็นหลักฐานมัดตัว
.
จุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อชายที่ใช้ชื่อในวงการว่า “John (Lick)” มีปากเสียงกับอาชญากรไซเบอร์อีกรายในกลุ่มแชท และมีการอัดคลิปไว้
.
ระหว่างการเถียงกัน เขาเปิดหน้าจออวดกระเป๋าคริปโตของตัวเอง พร้อมย้ายเงินให้เห็นแบบสดๆ บนเครือข่าย Tron และ Ethereum
.
คลิปนี้กลายเป็นหลักฐานสำคัญว่าเขาควบคุมกระเป๋าเหล่านั้นได้จริง ไม่ใช่แค่คุยโว จากนั้น ZachXBT ก็เริ่มไล่เส้นทางเงินย้อนหลัง และสิ่งที่พบทำให้เรื่องนี้ใหญ่กว่าที่ใครคิด
.
_____
.
🔴 ภาพรวมเงินที่หายไป มากกว่า 90 ล้านดอลลาร์
.
เมื่อวิเคราะห์ธุรกรรมทั้งหมด พบว่าเงินที่เชื่อมโยงกับกระเป๋าของ “John (Lick)” ไม่ได้มาจากแหล่งเดียว แต่กระจายมาจากหลายต้นทางใหญ่ๆ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลัก
.
👉 เงินจากกระเป๋าคริปโตที่รัฐบาลสหรัฐยึดไว้จากคดี Bitfinex ปี 2016
หนึ่งในธุรกรรมสำคัญเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2024 มูลค่าประมาณ 24.9 ล้านดอลลาร์ และยังมีเงินอีกหลายล้านดอลลาร์ที่คงค้างอยู่ในกระเป๋าที่เกี่ยวข้อง
.
👉 เงินจากเหยื่อรายอื่นในช่วงปลายปี 2025
ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี มีเงินไหลเข้ากระเป๋าที่เชื่อมโยงกับเขามากกว่า 60 ล้านดอลลาร์ จากหลายเครือข่าย ทั้ง Ethereum, Bitcoin และ Solana
.
👉 เงินที่เคลื่อนไหวผ่านเว็บเทรดคริปโต
ในวันเดียวกับที่เรื่องถูกเปิดโปง มี ETH จำนวนกว่า 4,000 เหรียญ หรือราว 12 ล้านดอลลาร์ ถูกโอนเข้ามาเพิ่มเติมจากแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต
.
เมื่อนำทั้งหมดมารวมกัน ตัวเลขความเสียหายที่ถูกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้จึงทะลุ 90 ล้านดอลลาร์ไปแล้ว
.
จากเรื่องโชว์รวยในแชท กลายเป็นหนึ่งในคดีขโมยคริปโตที่แตะถึงทรัพย์สินของรัฐโดยตรง
.
_____
.
🔴 “John (Lick)” คือใคร และทำไมคดีนี้ถึงน่ากังวลกว่าที่คิด
.
หลังจากเรื่องแตก สื่อหลายแห่งเริ่มเชื่อมโยงตัวตนของ “John (Lick)” ไปยังชายชื่อ John Daghita (ยังไม่มีการยืนยันจากหน่วยงานรัฐอย่างเป็นทางการ)
.
แต่สิ่งที่ทำให้คดีนี้สะเทือนวงการจริงๆ คือรายงานที่ระบุว่า เขาอาจมีความเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ทำหน้าที่ดูแลคริปโตที่รัฐบาลสหรัฐยึดไว้จากคดีอาชญากรรมต่างๆ
.
ทำให้เอาหลายคนกังวลเรื่องการเก็บรักษาคริปโตของรัฐบาลสหรัฐฯ
.
บริษัทลักษณะนี้มีบทบาทสำคัญมาก พวกเขาเป็นผู้ถือกุญแจดิจิทัล (private key) ดูแลกระเป๋าเงิน และจัดการโอนย้ายสินทรัพย์ตามคำสั่งของหน่วยงานรัฐ
.
อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ สมมุติรัฐบาลยึด Bitcoin มาจากผู้ต้องหา บางครั้งรัฐบาลจะไม่เก็บไว้เอง แต่จะจ้างบริษัทที่ดูแลเกี่ยวกับ Custodial มาถือและเก็บเอาไว้
.
และที่พีคกว่านั้นคือมีข้อมูลอ้างว่า John Daghita อาจเป็นลูกของผู้บริหารในบริษัทลักษณะนี้ ซึ่งถ้าเรื่องนี้เป็นจริง นั่นหมายความว่าเงินบางส่วนอาจไม่ได้ถูกแฮกด้วยเทคนิคซับซ้อนจากภายนอก แต่อาจถูกนำออกไปผ่านสิทธิ์การเข้าถึงจากภายในระบบ
.
นั่นเท่ากับว่าไม่ใช่แค่เอกชนที่เสี่ยง แต่เงินที่รัฐยึดมาเพื่อความยุติธรรมก็อาจไม่ปลอดภัยเช่นกัน
.
_____
.
🔴 คำถามใหญ่ที่ยังไม่มีคำตอบ
.
วันนี้เรื่องยังอยู่ระหว่างการติดตามของหลายฝ่าย
.
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “ใครคือคนผิด” แต่คือเงินคริปโตที่รัฐยึดไว้ ถูกดูแลปลอดภัยแค่ไหน ใครถือกุญแจ ใครตรวจสอบคนถือกุญแจ และระบบป้องกันภัยจากคนวงในแข็งแรงพอหรือยัง
.
เพราะถ้าทรัพย์สินระดับรัฐบาลยังรั่วได้ ระบบการดูแลคริปโตของโลกทั้งใบอาจต้องถูกทบทวนใหม่
.
เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ดราม่าแฮกเกอร์อวดรวย แต่มันคือกรณีศึกษาระดับโลกว่า
คริปโตไม่ใช่แค่สินทรัพย์ลงทุน แต่มันเกี่ยวพันกับอำนาจ ความรับผิดชอบ และความปลอดภัยเชิงระบบโดยตรง
.
และบางครั้ง ความผิดพลาดไม่ได้มาจากเทคโนโลยี แต่มาจาก “คน” ที่อยู่หลังระบบนั้นเอง

ไทย
nq がリツイート
nq がリツイート










