固定されたツイート
Alice in Cryptoland 🧭 alice.ink
4.4K posts

Alice in Cryptoland 🧭 alice.ink
@CryptoAliceTH
Information is the new rich, arm yourself with it. #ไม่รับเทรด #ไม่ชวนลงทุน อลิซรวมข้อมูลเกี่ยวกับ Investment,Crypto,GameFi,Tech & AI มาให้อ่านกันง่ายๆค่ะ
Bangkok,Thailand 参加日 Mart 2021
57 フォロー中42.6K フォロワー

มีข้อมูลมาฝากเพื่อนๆที่กำลังหนาวๆร้อนๆกลัวโดน AI แย่งงานค่ะ 🤖
ตลาดไม่ได้กำลัง “ประหยัดต้นทุน” ด้วย AI แต่กำลัง “เปลี่ยนวิธีสร้างมูลค่า” ค่ะ 😊
สิ่งที่ Jensen Huang #Nvidia ให้สัมภาษณ์กับ Jim Cramer ไม่ใช่แค่เรื่อง layoffs แต่มันคือสัญญาณของการแตกแขนงของระบบเศรษฐกิจในยุค AI ค่ะ
ผู้นำของ NVIDIA ออกมาบอกตรง ๆ ว่า บริษัทที่ “ไม่มีจินตนาการ” จะใช้ AI เพื่อลดคน
แต่บริษัทที่ “เข้าใจศักยภาพ” ของ AI จะใช้ AI ขยายสิ่งที่ทำได้
มุมมองพื้นผิวของตลาดตอนนี้คือ
AI ทำให้คนตกงาน
บริษัท optimize margin
หุ้นขึ้นเพราะลดต้นทุน
แต่นั่นคือแค่ layer แรกของระบบค่ะ
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงคือ
ทุนกำลังไหลจาก “labor-based production” ไปสู่ “compute-based production”
AI ไม่ได้เป็น cost-saving tool
มันคือ capital multiplier
ทุก dollar ที่เคยจ่ายให้แรงงาน
กำลังถูก redirect ไปสู่ GPU, data center, และ agentic systems
นี่คือเหตุผลที่ capex ของ hyperscalers พุ่งไประดับหลายแสนล้านดอลลาร์ และทำไมรายได้ของ NVIDIA โตในระดับที่ใกล้เคียง infrastructure cycle มากกว่า tech cycle ค่ะ
#OpenClaw หรือ agentic AI ที่ Huang พูดถึง คือ layer ใหม่ของ software stack
ที่ทำให้ “แรงงานความคิด” ถูก automate แบบ scalable ( อลิซตามติด Openclaw ตั้งแต่วันที่สองที่น้องเปิดตัว , agent ของอลิซชื่อ Athena ค่ะ แต่นางชอบเถียงมาก 😂)
นี่ไม่ใช่ automation แบบโรงงาน
แต่มันคือ automation ของ decision-making
ภาพใหญ่กว่านั้นคือ
เศรษฐกิจกำลัง shift จาก industrial economy ไปสู่ compute economy ค่ะ
ในระบบใหม่
unit ของ output ไม่ใช่สินค้า
แต่คือ token, inference, และ automated actions
ระยะสั้น
เราจะเห็น layoffs เพิ่ม
เพราะองค์กรยังใช้ AI เพื่อ optimize cost ( ปีนี้ Tech เลย์ออฟทะลุ 45,000 ตำแหน่งแล้ว ส่วนใหญ่ผูกกับ AI efficiency ค่ะ)
แต่ระยะโครงสร้าง
ผู้ชนะจะเป็นบริษัทที่ใช้ AI เพื่อ expand revenue frontier
ไม่ใช่แค่ shrink cost base
ซึ่งจะสร้าง divergence ชัดเจนในตลาดระหว่าง “efficiency players” กับ “expansion players” ค่ะ 💪
#AI
#investing
#techstock
**เพิ่มเติมนิดค่ะ @openclaw หรือ agentic AI ที่ Huang พูดถึง กำลังบูมสุด ๆ เป็น open-source project ยอดฮิตที่สุดในประวัติศาสตร์ (แซง Linux ภายในไม่กี่สัปดาห์) ทำให้ใคร ๆก็สร้าง agent ได้ง่ายๆค่ะ 😊
ไทย

บางอย่างกำลังเปลี่ยนในระบบการเงินโลก แบบที่ไม่ต้องประกาศออกข่าวใหญ่ค่ะ
จีนกำลัง “โหวตด้วยพอร์ต”
และสิ่งที่เลือก คือทองคำ 🪙
People's Bank of China
เพิ่งซื้อทองต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 ค่ะ
เพิ่งจะซื้อเพิ่มอีกเกือบ 1 ตันในเดือนกุมภาพันธ์ ดันสำรองรวมขึ้นมาที่ราว 2,300+ ตัน คิดเป็นประมาณ 10% ของทุนสำรองทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในไม่กี่ปี
คนส่วนใหญ่มองว่า
นี่คือ safe haven play ค่ะ
ซื้อทองเพราะโลกไม่แน่นอน
สงคราม เงินเฟ้อ ความเสี่ยง
แต่ถ้ามองลึกกว่านั้น
นี่คือการ “ปรับโครงสร้าง reserve” นะคะ 😊
จีนไม่ได้ซื้อทองเพราะราคาถูก
แต่ซื้อในช่วงที่ทองอยู่ใกล้จุดสูงสุด
ซึ่งสะท้อนว่า
สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ราคา แต่คือ “บทบาทของทองในระบบใหม่” ค่ะ
ในโลกเดิม
ทุนสำรอง = ดอลลาร์ + พันธบัตรสหรัฐ
แต่ในโลกที่ geopolitical risk สูงขึ้น
เงินสำรองเริ่มถูก “weaponized”
ทองคำมีคุณสมบัติที่ต่างออกไปค่ะ
คือไม่มี counterparty
ไม่ขึ้นกับระบบดอลลาร์
ไม่ถูก freeze ได้ง่าย
สิ่งที่จีนกำลังทำ
ไม่ใช่แค่ diversify แต่คือการ “ลด exposure ต่อระบบเดิม”
แรงผลักระยะสั้น
คือความไม่แน่นอนของโลก
แต่แรงผลักเชิงโครงสร้าง
คือการเปลี่ยนแปลงของ monetary order
ถ้าดูสัดส่วน ประเทศตะวันตกบางประเทศมีสัดส่วนทองในทุนสำรองตนเองสูงมาก ส่วน reserves จีนยังอยู่แค่ราว 10%
นั่นหมายความว่า
ถ้ากลยุทธ์นี้ยังเดินต่อ
demand ยังมี space ใหญ่กว่าที่ตลาดคิด
นี่ไม่ใช่การเทรด แต่มันคือการ reposition ระดับประเทศค่ะ 🔥
#Goldprice
#Gold
#investment
**เพิ่มเติมนิดนะคะ
“โหวตด้วยพอร์ต” ไม่ได้แปลว่าโหวตจริงๆแต่หมายถึง
การแสดงความเชื่อผ่านการลงทุนค่ะ
เช่นในกรณีนี้
People's Bank of China
ไม่ได้ออกมาพูดว่า “ไม่มั่นใจดอลลาร์” แต่เลือก “ซื้อทองต่อเนื่อง”
นั่นคือการ “โหวต” ด้วยเงินจริงค่ะ 💰

ไทย

ชาวคริปโตได้กรี๊ดกันเล็กๆค่ะ 😉
นี่คือสัญญาณสำคัญของตลาดคริปโต ที่หลายคนอาจมองข้าม
U.S. Securities and Exchange Commission #SEC
เพิ่งออก “interpretation” ใหม่
เพื่ออธิบายให้ชัดเจนขึ้นว่า
กฎหมายหลักทรัพย์ของสหรัฐ
จะถูกนำมาใช้กับ crypto assets ยังไงบ้าง
ถ้ามองผิวเผิน
นี่อาจดูเหมือนแค่การออก guideline เพิ่มเติมค่ะ
แต่ในความเป็นจริง
นี่คือการ “ลดความไม่แน่นอน”
ซึ่งเป็นสิ่งที่กดตลาดคริปโตมาหลายปี
ที่ผ่านมา ปัญหาใหญ่ไม่ใช่ว่า crypto โตไม่ได้ แต่คือไม่มีใครรู้ชัดว่าอะไร “ผิด” อะไร “ถูก”
การเคลื่อนไหวครั้งนี้
ไม่ได้แปลว่า regulation ผ่อนคลายลงทันที
แต่มันเปลี่ยนสิ่งที่สำคัญกว่าค่ะ
จาก uncertainty ไปสู่
“framework ที่เริ่มอ่านเกมได้”
สำหรับตลาด
ความชัดเจน
สำคัญไม่แพ้ความผ่อนคลาย
เพราะมันเปิดทางให้
institutional capital product ใหม่
และ infrastructure ระดับสถาบัน
เริ่มขยับได้จริงค่ะ 🔥
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ
interpretation นี้
จะถูก “บังคับใช้เข้มแค่ไหน”
และจะมี follow-up action ต่อ project และ exchange อย่างไร
ง่ายๆคือนี่ไม่ใช่แค่ข่าว regulatory ค่ะ แต่มันคือการวางรากฐาน
ของ “กติกาเกม” ในตลาดคริปโตสหรัฐฯค่ะ 😊
Full details in the official release: ow.ly/XhhV50YvxvO.

ไทย

เป็นทางการละค่ะ ข้อตกลงการซื้อกิจการประกาศเมื่อวันนี้ (17 มีนาคม 2569)
ก่อนหน้านี้ มีรายงานตั้งแต่ปลายปี 2568 ว่า #Mastercard กำลังเจรจาซื้อ #BVNK โดยแข่งกับ #Coinbase (ซึ่งต่อมา Coinbase ถอนตัวออกไป) จากนั้น Mastercard หันไปมองเป้าหมายอื่น เช่น Zerohash แต่สุดท้ายก็กลับมาปิดดีลกับ BVNK ได้สำเร็จ
BVNK เคยได้รับการสนับสนุนและการลงทุนจาก Visa และ Citi รวมถึงเคยร่วมพัฒนาโครงการนำร่อง stablecoin บางส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Visa เห็นได้ชัดเลยค่ะว่าการแข่งขันเพื่อครอง "ราง" (rails) การเงินเนี่ย มีผู้เล่นหลายรายโดดเข้ามาเล่นค่ะ 🔥
ไทย

คนส่วนใหญ่อาจจะเรียกดีลนี้ว่า “crypto deal”.แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
ใหญ่กว่านั้นเยอะมากเลยค่ะ 😊
Mastercard กำลังขยับเข้าใกล้การควบคุม “รางการเงินยุคใหม่”
ผ่านการเชื่อมโลกของ fiat
เข้ากับ stablecoins
โดยมีแพลตฟอร์มอย่าง BVNK
ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง
เชื่อมเงินข้ามกว่า 130 ประเทศ
ระหว่างระบบธนาคารดั้งเดิมกับ digital dollars
ถ้ามองผิวเผิน
นี่คืออีกก้าวของ crypto adoptionค่ะ
แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้นสักนิ้ดดดนึง
นี่คือการแข่งขันเพื่อ “ควบคุม rails”
คือในโลกการเงินเนี่ย
คนที่ชนะ
ไม่ใช่คนที่ถือ asset ค่ะ แต่คือคนที่ควบคุม “ทางผ่านของเงิน”
#Stablecoins อย่าง
$USDT และ $USDC
กำลังกลายเป็น digital dollars
ที่เคลื่อนที่ได้เร็วกว่า ถูกกว่าและไร้พรมแดนมากกว่าเดิม
คำถามคือไม่ใช่ว่า
stablecoin จะโตหรือมั้ย
แต่ควรถามว่า มันจะ “ไหลผ่านใคร”
สิ่งที่ Mastercard กำลังทำ
ไม่ใช่แค่ “รองรับ crypto”
แต่คือการวางตัวเอง
ให้อยู่ตรงกลางของ flow นี้
ระหว่าง
ธนาคาร
ผู้ใช้
และ onchain economy 🔥
แรงผลักระยะสั้นคือการเติบโตของ stablecoins แต่แรงผลักเชิงโครงสร้างใหญ่กว่านั้นมากค่ะ
โลกกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนจาก
bank-based system
ไปสู่
network-based money
ในระบบใหม่เนี่ย
เงินไม่จำเป็นต้องอยู่ในบัญชีธนาคารเสมอไป แต่มันเคลื่อนที่ผ่าน
API
wallet
และ blockchain
บริษัทที่ควบคุม rails จะมีอำนาจมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ตอนนี้ค่ะ
นี่ไม่ใช่แค่เรื่อง crypto adoption
แต่มันคือเกมของ infrastructure
ก่อนหน้านี้ Visa และ Mastercard คุมโลกของ card payments
แต่ในโลกของ digital dollars สนามแข่งขันกำลังถูก reset ใหม่ค่ะ 💰 🔥
#Mastercard
#investing
#cryptonews
#Tether

ไทย

@MMFang4 ตอนนี้คุณแม่ค้าแถวบ้านเริ่มบ่นกันเรื่องกล่องพลาสติกใส่ขนมเริ่มหายากละค่ะ 😢
ไทย

@CryptoAliceTH พลังงานเห็นทันที
พลาสติก 1-2เดือน
ปุ๋ย 1-2เดือน
Grain 3-6เดือน
ไทย

เมื่อวานนี้มีภาพรถรอต่อคิวยาวเหยียดเติมน้ำมันในหลายจังหวัดของไทยค่ะ (แถมหลายปั๊มไม่มีน้ำมันให้เติม 😭)
ตอนนี้พลังงานไม่ใช่แค่สินค้าโภคภัณฑ์อีกต่อไปแระค่ะ แต่คือระบบประสาทของเศรษฐกิจโลก
และตอนนี้ระบบประสาทนั้นกำลังถูกกดค่ะ หัวจะปวดกันถ้วนหน้า 😢
ความตึงเครียดใน Iran ทำให้การเดินเรือผ่าน Strait of Hormuz เผชิญการรบกวนอย่างหนัก
เส้นทางนี้คือคอขวดที่น้ำมันราว 20% ของโลกต้องผ่าน
เพื่อพยุงตลาด
International Energy Agency และประเทศสมาชิกเริ่มส่งสัญญาณเตรียมใช้ strategic reserves ในระดับขนาดใหญ่หลายร้อยล้านบาร์เรล ซึ่งจะเป็นหนึ่งในการแทรกแซงตลาดพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ หากเกิดขึ้นจริง
ราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้นใกล้ $120 ในช่วงที่ volatility สูง ก่อนย่อลง
แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ทำให้ตลาดเริ่มตั้งคำถามกับสมมติฐานนโยบายการเงินทั่วโลก
คนส่วนใหญ่มองเหตุการณ์นี้เป็นเพียงวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ชั่วคราวค่ะ มองโลกสวยๆ รอให้การทูตคลี่คลาย รอให้เรือแล่นผ่านได้อีกครั้ง แล้วราคาจะกลับสู่ปกติ
แต่โครงสร้างที่ลึกกว่านั้นอาจเล่าเรื่องอีกแบบค่ะ
ปัญหาไม่ได้เริ่มจากอิหร่าน
แต่มาจากทศวรรษของการลงทุนที่ต่ำเกินไปในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
เงินทุนสถาบันจำนวนมากถอนออกจากฟอสซิลฟูเอลภายใต้แรงกดดัน ESG ขณะที่พลังงานทดแทนยังไม่สามารถแบกรับฐานระบบทั้งหมดได้ค่ะ
เมื่อระบบที่แทบไม่มี buffer ถูกกระทบเพียงจุดเดียว สัญญาณก็ขยายตัวเป็นทวีคูณ แม้การปล่อยสำรองระดับหลายร้อยล้านบาร์เรลจะดูใหญ่โต แต่นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่ามันครอบคลุมได้เพียง “ไม่กี่สัปดาห์” ของ disruption เท่านั้น
นี่คือการซื้อเวลา ไม่ใช่การแก้ปัญหา
โลกกำลังอยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างสองระบบพลังงาน
ระบบเก่าที่พึ่งพาเส้นทางทะเลและจุดผ่านทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปราะบาง
กับระบบใหม่ที่ยังสร้างไม่เสร็จ
ในช่วงรอยต่อนี้ ความเสี่ยงกำลังสะสมโดยที่ตลาดอาจยังไม่ได้ตีราคาเต็ม
ณ ตอนนี้ สัญญาณยังผสม
มีความพยายามรักษาการไหลของ supply ให้เดินต่อ รวมถึงความเป็นไปได้ที่กองทัพเรือจะเข้ามามีบทบาทในการคุ้มกันเส้นทางพาณิชย์
แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างค่ะ
ถ้า Hormuz ไม่กลับสู่สภาวะปกติอย่างต่อเนื่อง
เราอาจไม่ได้เห็นแค่เงินเฟ้อรอบใหม่ แต่อาจเห็นการ repricing ของความเสี่ยงพลังงานทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทุนทุนของธุรกิจไปจนถึงนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางค่ะ
#IranWar
#Oilprice
#investing
#Trump
#Hormuz

ไทย

@blackshark0x 5555 คนค่ะ ตัวเป็นๆไม่ใช่ AI อุตสาห์เม้นมา (คนอ่านใจฟู) ต้องตอบให้ครบค่ะ เผื่อเพื่อนคนอื่นอ่านด้วยค่ะ ❤️
ไทย

@CryptoAliceTH ไม่ผิดหวังสำหรับคำตอบ ครบถ้วนจนนึกว่า ai มาตอบ 🤣 ขอบคุณครับ
ไทย

เรื่องนี้เกิดขึ้นช่วงวีคเอนด์ อลิซกรี๊ดไปสามตลบต้องเก็บมาเขียนให้เพื่อนๆอ่านวันจันทร์ จะได้เห็นกันเยอะๆค่ะ
มีคนเพิ่งสูญเงิน $50 ล้านในธุรกรรมเดียวบน DeFi !!
ไม่ใช่การแฮ็ก
ไม่ใช่ rug pull
และไม่มีใครขโมยเงิน
มันคือ execution disaster ที่เกิดจาก market mechanics ล้วนๆค่ะ
เหตุการณ์เกิดบน Aave หนึ่งในโปรโตคอล DeFi ที่ใหญ่ที่สุดของตลาด
ผู้ใช้พยายาม swap ประมาณ $50.4M USDT เพื่อซื้อโทเคน #AAVE ผ่านอินเทอร์เฟซของแอป
ปัญหาคือ
ออเดอร์ขนาดนี้ ใหญ่กว่าสภาพคล่องในตลาดอย่างมหาศาล
ใน DeFi ถ้าคุณซื้อสินทรัพย์จำนวนมากเกิน liquidity ใน pool
ราคาจะถูกดันขึ้นทันที
สิ่งนี้เรียกว่า price impact
ผลคือ quote ที่ระบบให้มาแย่มาก
และถ้าธุรกรรม execute จริง
ผู้ใช้จะได้ AAVE น้อยมาก
อินเทอร์เฟซมี warning ชัดเจนว่า slippage สูงผิดปกติ
และต้องกดยืนยันก่อนทำธุรกรรม
ผู้ใช้กดยืนยัน
ธุรกรรมถูก route ผ่าน aggregator อย่าง CoW Swap
แต่ execution สุดท้ายไปชน pool ที่ liquidity ต่ำมาก
ผลลัพธ์คือ
ผู้ใช้จ่าย $50.4M
แต่ได้รับเพียงประมาณ 327 $AAVE
มูลค่าประมาณ $35K–$36K
เท่ากับสูญเสียมูลค่าประมาณ 99.9%
และสิ่งที่ทำให้ loss หนักยิ่งขึ้นคือ
เมื่อธุรกรรมถูก broadcast บน blockchain
MEV bots เข้ามา arbitrage ทันที
พวกมันเห็นธุรกรรมที่กำลังจะเกิด price distortion
แล้วรีบ sandwich และดึง value ออกจาก trade
สิ่งนี้ทำให้ส่วนต่างราคาเกือบทั้งหมดไหลไปเป็นกำไรของ MEV searchers
นี่คือกลไกของตลาดที่โหดมากใน #DeFi ค่ะ
หลังเหตุการณ์นี้
Stani Kulechov @StaniKulechov ผู้ก่อตั้ง Aave ออกมาชี้แจงว่า
ระบบทำงานตามที่ออกแบบไว้
เพราะ DeFi เป็นระบบ permissionless
แต่ทีมจะคืนค่าธรรมเนียมประมาณ $600K ให้ผู้ใช้ และกำลังพิจารณาเพิ่ม guardrails เช่น.การบล็อกธุรกรรมที่มี price impact สูงผิดปกติ
เรื่องนี้กำลังกลายเป็น case study ใหญ่ของ DeFi ค่ะ (และไวรัลมากเมื่อทีมงานของ AAVE คนนึง โพสต์แซะว่าผู้ใช้ " retarded" คือโง่งี่เง่าเองเลยพลาด ผลคืองานเข้าทันที โดนประณามจากชาวเน็ต)
เรื่องนี้มันสะท้อนความจริงสำคัญของระบบค่ะ
#CeFi ( CEX อย่าง Binance ,OKX ) มีคนช่วยหยุดความผิดพลาด
แต่ใน DeFi
ไม่มีใครกดเบรคหยุดคุณค่ะ
ถ้าคุณกด confirm ธุรกรรม
ระบบจะ execute มันทันที
ไม่ว่าผลลัพธ์จะเลวร้ายแค่ไหน🙂↕️
และนี่คือบทเรียนสำคัญ
ความเสี่ยงในคริปโต
บางครั้งไม่ได้มาจาก hacker
แต่มาจาก market structure ที่คุณยังไม่เข้าใจดีพอค่ะ 😭
#investing
#Bitcoin
#Cryptocurrency


ไทย

คำถามนี้ดีมากกกกค่ะ 🔥
ในเคสนี้คนที่ได้ไม่ใช่ #Aave ค่ะ (AAVE คือค่า fee ให้ แต่ก็ยังงานเข้าอยู่ดี) แต่คือ “market participants ที่อยู่ฝั่ง execution”
หลัก ๆ คือ
1. MEV bots / searchers
เมื่อธุรกรรมขนาดใหญ่ถูก broadcast บน blockchain
มันเหมือนการ “ประกาศให้ทั้งตลาดรู้ล่วงหน้า”ค่ะ
MEV bots จะเห็นทันทีว่ากำลังจะเกิด price distortion
แล้วเข้าไปทำ arbitrage / sandwich trade
กำไรจากส่วนต่างราคาที่ควร “เสียไป”จะถูกดูดไปโดย bots เหล่านี้แทบทั้งหมด
2. liquidity providers (LPs)
บางส่วนของ slippage จะกลายเป็นกำไรของคนที่ provide liquidity ใน pool เพราะผู้ใช้ไปซื้อในราคาที่แพงกว่าตลาดมาก
3. validators / block builders
ในบางกรณี พวกนี้จะได้ส่วนแบ่งจาก MEV flowเพราะเป็นคนจัดลำดับธุรกรรมใน block
#DeFi ไม่ใช่แค่ “ตลาดที่เปิด" ค่ะ แต่มันคือ ตลาดที่แข่งขันกัน extract value แบบ real-time
พลาดเมื่อไร ทั้ง ecosystem ที่กำลังรอ arbitrage คุณอยู่ เหมือนโยนไก่ทอดลงบ่อปลา ปลามารุมแย่งกิน แว้บเดียวหายโม้ดดดค่ะ 😭
ไทย

@CryptoAliceTH จากเหตุการณ์นี้ คำถามคือ เมื่อมีผู้เสีย ก็ต้องมีผู้ได้ แล้ว... ใครจะเป็นผู้ที่ได้?
ไทย

ยู้ดดดดด หยุดก่อนค่ะ 😂 ไม่แนะนำให้ all in กับสินทรัพย์ใดๆตอนนี้ค่ะ ตลาดแกว่งมากและ #BTC ราคาเพิ่งดีดขึ้น ยังไม่ทะลุแนวต้าน ถ้ากลัวตกรถให้ DCA ค่ะ แบ่งเข้าเรื่อยๆ อลิซแปะกราฟให้ ดูแนวรับแนวต้านนะคะ TF 1D กะ 4H
อย่าโดดเข้าค่ะ เดี๋ยวดอย จะหงอยๆนอนหลับไม่สนิทค่ะ ❤️
#Bitcoin
#cryptocurrency


ไทย

ช่วงสองวีคที่ผ่านมา ตลาดการเงินโลกกำลังส่งสัญญาณที่น่าสนใจมากกกกค่ะ 🔥
ตั้งแต่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเริ่มรุนแรงขึ้นราวกลางปลายก.พ. ตลาดหุ้นสหรัฐฯสูญมูลค่ารวมไปมหาศาลหลายล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ราคาทองคำและเงินซึ่งก่อนนั้นดีดขึ้นไปแรงก็เริ่มย่อตัวลงมา
แต่สิ่งที่หลายคนเริ่มพูดถึงคือ
ในช่วงที่ตลาดผันผวนแบบนี้
Bitcoin กลับไม่ได้ร่วงแรงเหมือนในอดีตค่ะ 📈
Bitcoin ยังคงยืนได้ค่อนข้างแข็งเมื่อเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่นและมูลค่าตลาดคริปโตรวมก็ยังขยายตัวในช่วงเดียวกันค่ะ
ถ้ามองเผิน ๆ มันดูแปลก
เพราะในวิกฤตก่อนหน้า
สินทรัพย์อย่าง Bitcoin มักจะถูกขายก่อนเสมอ 👀
ขณะที่ Gold มักถูกมองเป็น safe haven แต่รอบนี้ภาพอาจซับซ้อนกว่านั้นค่ะ
หนึ่งในเหตุผลที่นักวิเคราะห์พูดถึงคือเรื่อง liquidity
เมื่อความเสี่ยงในตลาดเพิ่มขึ้น นักลงทุนสถาบันจำนวนมากจำเป็นต้องหาเงินสดอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับ margin calls หรือปรับพอร์ต
และโดยปกติแล้ว
สินทรัพย์ที่ถูกขายก่อนมักเป็น สินทรัพย์ที่มีกำไรอยู่แล้ว
ซึ่งช่วงก่อนหน้า ทองคำและเงินปรับตัวขึ้นมามาก ทำให้กลายเป็นแหล่งสภาพคล่องที่ง่ายที่สุด
อีกปัจจัยหนึ่งคือค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นในช่วงเดียวกัน ซึ่งมักกดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ตั้งราคาเป็นดอลลาร์
ในขณะที่ตลาดหุ้นเองก็เผชิญความกังวลอีกด้าน
สงครามในตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงานพุ่งและเพิ่มต้นทุนให้กับอุตสาหกรรมสำคัญ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เช่น data centers ที่ใช้พลังงานมหาศาลค่ะ
นั่นทำให้ narrative การลงทุนในเทคโนโลยีบางส่วนเริ่มถูกตั้งคำถาม
ส่วน #Bitcoin มีลักษณะต่างออกไปค่ะ
มันไม่มีรายได้ที่ต้องถูกปรับประมาณการ
ไม่มีห่วงโซ่อุปทาน
และไม่ได้ผูกกับต้นทุนพลังงานในลักษณะเดียวกับบริษัทเทคโนโลยี
ทำให้ในช่วงที่ระบบเศรษฐกิจจริงเริ่มสั่นคลอน สินทรัพย์ดิจิทัลบางส่วนอาจเคลื่อนไหวตาม logic ที่ต่างออกไปค่ะ
แน่นอนว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าบทบาทของ Bitcoin เปลี่ยนไปอย่างถาวร
แต่ถ้าสินทรัพย์ที่อยู่นอกระบบการเงินแบบดั้งเดิมสามารถยืนได้ในช่วงที่ตลาดโลกกำลังเผชิญแรงกดดัน
มันอาจเป็นสัญญาณว่า
หลังผ่านมากว่า 15 ปี
ตลาดกำลังเริ่มทดสอบบทบาทของ Bitcoin ในระบบการเงินโลกจริง ๆ เป็นครั้งแรกค่ะ 😊
#Gold
#Goldprice
#investing

ไทย

@StaniKulechov
Why allow 99%+ slippage on huge trades at all? 😡
Hard caps (e.g. old 30% max), stronger warnings ("type: I will lose it all"), or straight-up blocks for obvious disasters , the frontend should stop users from nuking $50M, even if #DeFi is "open & free."
The user bravely left CeFi to buy tons of $AAVE & support the project... then gets called "retarded" by a team member?
Straight-up biting the hand that feeds you. Bad attitude toward people who make (very expensive) mistakes.
What da heck?! #Aave


English

Wow did not expect this from the team at Aave. Even though the tech “works as intended”, it is still the builders’ responsibility to ensure users have the smoothest and best experience using the product… let alone calling them “retarded”
Marc Zeller@Marczeller
@0xLouisT Imagine calling someone that 1) was brave enough to leave CeFi to use your product 2) Had the intention to use unholy amount of wealth to buy your shitcoin and support you "retarded". That's literally first rule of doing business. never, ever bite the hand that feed you.
English

He’s coming for me… 🦁@at_mwagner
The lion is after the pink cat’s blood !!!! 😲
I need to runnnnnn
holosim.staratlas.com
@staratlas
@ZinkSVM @AliceArcade
English

ข่าวคริปโตช่วงนี้มีอีกเคสที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของระบบการเงินแบบดั้งเดิมกับโลกคริปโตได้ชัดค่ะ 💰
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีการยื่น class action lawsuit ต่อ JPMorgan Chase ในศาลรัฐบาลกลางเขต Northern District of California
ผู้ยื่นฟ้องกล่าวหาว่าธนาคารรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ อาจมีส่วนช่วยให้ Ponzi scheme คริปโตมูลค่ากว่า 328 ล้านดอลลาร์ดำเนินต่อได้เป็นเวลาหลายปีค่ะ
คดีนี้เกี่ยวข้องกับบริษัทชื่อ Goliath Ventures ซึ่งถูกกล่าวหาว่าหลอกนักลงทุนด้วยโปรแกรมลงทุนคริปโตที่อ้างว่าทำกำไรจาก arbitrage และ trading
แต่ตามคำฟ้อง เงินลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกนำไปเทรดจริง
จากเงินทั้งหมดราว 328 ล้านดอลลาร์ มีการลงทุนในคริปโตจริงเพียงประมาณ 1 ล้านดอลลาร์
ส่วนที่เหลือถูกใช้จ่ายและหมุนเงินแบบ Ponzi คือนำเงินนักลงทุนใหม่ไปจ่ายผลตอบแทนให้คนเก่า
ผู้ก่อตั้งบริษัทคือ Christopher Delgado ถูกจับกุมในฟลอริดาเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2026 และกำลังเผชิญข้อหาของรัฐบาลกลาง
สิ่งที่ทำให้คดีนี้ถูกจับตามองไม่ใช่แค่ตัว Ponzi scheme ค่ะ
แต่คือบทบาทของธนาคาร
คำฟ้องระบุว่า JPMorgan Chase ประมวลผลธุรกรรมมากกว่า 253 ล้านดอลลาร์ ผ่านบัญชีของบริษัทในช่วงปี 2023 ถึง 2025 แม้จะมีสัญญาณความผิดปกติหลายอย่าง
เช่น
กระแสเงินหมุนเวียนผิดปกติ
การโอนเงินไปกระเป๋าคริปโต
และรูปแบบธุรกรรมที่เข้าข่ายต้องรายงานตามกฎหมาย AML
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นคือ
ก่อนหน้านี้ CEO ของธนาคารอย่าง Jamie Dimon เคยวิจารณ์คริปโตอย่างรุนแรง และเรียก Bitcoin ว่าเป็น “เครื่องมือของการฉ้อโกง”
แต่ตอนนี้ธนาคารของเขากลับถูกกล่าวหาว่า อาจมีส่วนช่วยให้การฉ้อโกงคริปโตเกิดขึ้นผ่านระบบธนาคาร big 👀
ในมุม macro เรื่องนี้สะท้อนปัญหาที่ใหญ่กว่าคดีเดียวค่ะ
เมื่อเงินทุนไหลเข้าสู่โลกคริปโตมากขึ้น เส้นแบ่งระหว่างระบบการเงินแบบดั้งเดิมกับระบบคริปโต ก็เริ่มทับซ้อนกัน
ธนาคารยังคงเป็นประตูสำคัญของเงินทุน แต่ธุรกรรมจำนวนมากกำลังไหลออกไปยังโลก on-chain
ตอนนี้ไม่ใช่แค่ถามว่า “ใครโกง” ค่ะ แต่คือระบบการเงินยุคใหม่ควรถูกกำกับอย่างไร เมื่อเงินสามารถเคลื่อนที่ข้ามสองโลกได้ตลอดเวลา 🤔
#cryptoscam
#JPmorgan
#Bitcoin

ไทย
Alice in Cryptoland 🧭 alice.ink がリツイート

Facebook+Moltbook = ? 🔥
AI กำลังเข้าสู่เฟสใหม่ค่ะ
จากยุคที่มนุษย์ “คุยกับ AI”
ไปสู่ยุคที่ AI เริ่มคุยกันเอง
และบริษัทเทคโนโลยีกำลังรีบสร้าง infrastructure สำหรับโลกของ AI ค่ะ
ที่น่าสนใจคือ Meta (Facebook) เพิ่งเข้าซื้อแพลตฟอร์มชื่อ #Moltbook ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นเหมือน social network สำหรับ AI agents แทนที่จะเป็นมนุษย์
Moltbook มีลักษณะคล้าย Reddit แต่ผู้ใช้งานหลักคือ AI Agents ที่สามารถโพสต์แสดงความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนคำสั่งกันได้
ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามี AI agents ลงทะเบียนมากกว่า 2.8 ล้านตัว พร้อมโพสต์และคอมเมนต์หลายล้านรายการในช่วงไม่กี่สัปดาห์แรกค่ะ
สิ่งที่ทำให้ Moltbook กลายเป็นไวรัลคือบางโพสต์ดูเหมือนว่า AI agents กำลังตั้ง community ของตัวเอง
แลกเปลี่ยนวิธีใช้เครื่องมือ
หรือพูดคุยเกี่ยวกับ “สังคมของ AI”
มีรายงานหลายแห่งพบว่าบางโพสต์ที่ดูน่ากลัว เช่น AI คุยเรื่องต่อต้านมนุษย์ หรือสร้างภาษาลับ อาจเกิดจากมนุษย์ที่ปลอมเป็น AI เพราะช่วงแรกของแพลตฟอร์มมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ทำให้ impersonation เกิดขึ้นได้
ดังนั้นเรื่อง “AI สร้างสังคมลับเพื่อโค่นมนุษย์” ยังไม่มีหลักฐานจริงนะคะ 😂
สิ่งที่สำคัญคือ
เหตุผลที่ Meta สนใจแพลตฟอร์มนี้
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนจาก
AI chatbot
→ AI copilots
→ AI agents
agent ต่างจาก chatbot เพราะมันสามารถใช้เครื่องมือ,ทำ task หลายขั้นตอน,ติดต่อระบบอื่นและอาจทำงานแทนมนุษย์บางส่วนได้
แพลตฟอร์มอย่าง Moltbook จึงกลายเป็นเหมือน สนามทดลองของ agent economy=มันช่วยให้เห็นว่าเมื่อ agent จำนวนมากอยู่ใน environment เดียวกัน
พวกมันจะแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือพฤติกรรมกันอย่างไร
การแข่งขันรอบนี้ไม่ได้มีแค่ Meta
บริษัทอย่าง
OpenAI
Google
และ Amazon
กำลังเร่งพัฒนา agent frameworks และ infrastructure เพื่อรองรับระบบ AI ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ใน workflow จริงค่ะ
แรงผลักระยะสั้นคือ hype ของ agentic AI
แต่แรงผลักเชิงโครงสร้างคือเศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ยุคของ AI workforce
ในโลกแบบนั้น
software จะไม่ได้ถูกใช้แค่โดยคน
แต่มันจะถูกใช้โดย ล้าน ๆ AI agents ที่ทำงานแทนคน
และแพลตฟอร์มที่สามารถจัดระเบียบ agents ได้
อาจกลายเป็น infrastructure ใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัลค่ะ 😊
#AI
#investing
#OpenClaw

ไทย

วุฒิสภาสหรัฐลงมติ 89 ต่อ 10 ห้าม 2FED ออก CBDC หรือ “ดอลลาร์ดิจิทัล” ค่ะ
หลายปีที่ผ่านมา มีหลายประเทศทดลองสร้างเงินดิจิทัลของรัฐ (CBDC) เพื่อควบคุมระบบการชำระเงินยุคใหม่
แต่วีคนี่สหรัฐอเมริกาเพิ่งส่งสัญญาณที่น่าสนใจมากกกกค่ะ
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2026 วุฒิสภาสหรัฐลงมติ 89 ต่อ 10 ผ่านร่างกฎหมาย 21st Century ROAD to Housing Act ซึ่งมีบทแก้ไขสำคัญที่ “ห้าม” ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Federal Reserve ออก CBDC หรือ “ดอลลาร์ดิจิทัล” ไปจนถึงอย่างน้อยปี 2030
พูดง่าย ๆ คือ
รัฐบาลสหรัฐฯกำลังชะลอการสร้างเงินดิจิทัลของรัฐค่ะ
ในขณะที่หลายประเทศกำลังเร่งเดินหน้า
ตัวอย่างชัดที่สุดคือ People's Bank of China ที่กำลังทดลองใช้ digital yuan ในหลายเมืองใหญ่และพยายามสร้างระบบชำระเงินที่รัฐควบคุมได้มากขึ้น
ความกังวลหลักของฝ่ายที่คัดค้าน #CBDC ในสหรัฐคือเรื่อง financial privacy
นักการเมืองจำนวนมากโดยเฉพาะฝั่งที่สนับสนุนคริปโต มองว่าเงินดิจิทัลของรัฐอาจทำให้รัฐบาลสามารถติดตามธุรกรรมของประชาชนได้ละเอียดกว่าระบบธนาคารปัจจุบัน
ผลลัพธ์ที่น่าสนใจคือ
การตัดสินใจครั้งนี้ อาจเปิดพื้นที่ให้ระบบการเงินเอกชนเติบโตแทน
ทั้งคริปโตอย่าง #Bitcoin และ #Ethereum รวมถึง stablecoin เช่น #Tether $USDT และ #USDC
ในเชิงระบบ เป็นการสะท้อนความแตกต่างของสองแนวทางใหญ่ของโลกค่ะ
ฝั่งหนึ่งคือ รัฐสร้างเงินดิจิทัลเอง
อีกฝั่งคือ ปล่อยให้เอกชนสร้างนวัตกรรมบนระบบเงินดอลลาร์
และดูเหมือนว่าสหรัฐกำลังเลือกแนวทางที่สอง อย่างน้อยในช่วงหลายปีข้างหน้า
แต่ไม่ได้แปลว่า CBDC จะล้มหายตายจากไปนะคะ
Federal Reserve ยังสามารถศึกษาระบบนี้ต่อได้ และกฎหมายฉบับนี้เป็นเพียงการ “หยุดชั่วคราว” จนถึงปี 2030
แต่ในระยะสั้นส่งสัญญาณชัดว่า
การแข่งขันของเงินดิจิทัลโลก
อาจไม่ได้เป็นแค่ รัฐ vs รัฐ
แต่อาจกลายเป็น รัฐ vs โปรโตคอล มากขึ้นและนั่นคือ เกมใหญ่ของระบบการเงินยุคใหม่ค่ะ 💰
#investment
#currency

ไทย


