@mod_x

108.1K posts

@mod_x banner
@mod_x

@mod_x

@mod_x

มองให้รอบด้าน ด้านที่เราเห็น ด้านที่คนอื่นเห็น และด้านที่เป็นข้อเท็จจริง

BKK 가입일 Ekim 2007
1K 팔로잉1.1K 팔로워
고정된 트윗
@mod_x
@mod_x@mod_x·
แจกเงินมันปัญญาอ่อน คนมีปัญญาเขาไม่แจกหรอกเงิน facebook.com/share/v/FR1aQm…
ไทย
0
0
1
553
@mod_x
@mod_x@mod_x·
รอเขัาต่ำบาท
ไทย
0
0
0
9
@mod_x 리트윗함
Mek Suwit
Mek Suwit@SuwitSap·
โอ้กะจู๋ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารหมดไฟแล้วเหรอครับ
Mek Suwit tweet media
ไทย
15
205
231
53.1K
@mod_x 리트윗함
TP SQUAD
TP SQUAD@tpsquad_th·
📈ถือหุ้นเฉยๆ เงินมันจม! เจาะรายงาน DefiLlama ล่าสุด: ทำไมตลาด Tokenized Stocks ถึงโตทะลุ 40 เท่าใน 1 ปี? และเทรดหุ้นบนคริปโตเจ้าไหนคุ้มสุด? วันก่อนมีเพื่อนถาม เทรดหุ้นในคริปโต เจ้าไหนดี? ผมเลยไปเจาะรายงาน Tokenize & RWAFI ตัวล่าสุดจาก @DefiLlama (กว่า 84 หน้า) มาเล่าให้ฟังครับ ภาพรวมตลาด RWAFI โตขึ้น 6 เท่า! จาก $4.1B (ต้นปี 2025) พุ่งเป็น $25.2B (มี.ค. 2026) โดยเม็ดเงินไหลเข้า 4 กลุ่มหลักดังนี้ 1. Tokenized Funds พวกพันธบัตรรัฐบาล, Money Market Fund เติบโตจาก 2,700 ล้านดอลลาร์ เป็น 13,500 ล้านดอลลาร์ 2. Commodities เติบโตจาก 1,100 ล้านดอลลาร์ เป็น 5,900 ล้านดอลลาร์ โดยกว่า 95% เป็นทองคำ 3. Private Credit เติบโตจนมีมูลค่าตลาดประมาณ 4,570 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่มักจะทำเป็น Stable Coin ให้เราฝากเงินเข้าไปรับผลตอบแทน ส่วนเบื้องหลังการทำงานค่อนข้างซับซ้อนแล้วแต่เจ้า Retail อาจจะเข้าใจได้ยาก ฉะนั้นจะไม่ขอพูดถึงมากนัก 4. Tokenized Stocks ซึ่งเป็นตัวไฮไลท์ที่เราจะพูดถึง เติบโตจากประมาณ 30 ล้านดอลลาร์ พุ่งไป 1,280 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 40 เท่าใน 1 ปี ปัจจุบันตลาด Tokenized Stock มีผู้เล่นหลัก 2 เจ้าที่คุมตลาด: 1. @OndoFinance : สายสถาบัน ครอง AUM สูงสุดถึง 62.01% ($726M) 2. Backed (@xStocksFi ): สาย Retail ขวัญใจรายย่อย ครอง AUM 30.55% ($357M) (อีก 7% เป็นเจ้าเล็กๆ หรือแพลตฟอร์มที่รายย่อยเข้าไม่ถึงเช่น Republic Core) แม้ Ondo จะมี AUM มากกว่า แต่ถ้าพูดถึง "Capital Efficiency" (การรีดประสิทธิภาพเงินทุน) @xStocksFi ชนะขาดลอย! โดย Ondo มีการนำหุ้นไปใช้งานต่อบน DeFi (เช่น เอาหุ้นไปค้ำประกันเพื่อกู้ Stablecoin) แค่ 0.7% แต่ xStocks มีอัตราการใช้งานสูงถึง 10.27%! xStocks จับมือกับแพลตฟอร์มใหญ่บน @solana อย่าง @kamino และ Juplend (@JupiterExchange) รวมถึง @Morpho บน Ethereum ในการนำหุ้นไปค้ำและกู้ Stable ออกมา ซึ่งตรงนี้ช่วยเพิ่ม Capital Efficiency ให้กับผู้ถือหุ้น แปลว่าคุณสามารถ "ถือหุ้นรับปันผล + เอาหุ้นไปค้ำกู้เงินสดมาหมุนต่อ" ได้โดยไม่ต้องขายหุ้นทิ้ง! นี่คือ Cash Flow ที่ตลาดหุ้นดั้งเดิมทำได้ยาก "แล้วมันปลอดภัยแค่ไหน? โดนแฮ็กมาเงินหายหมดไหม?" - ทั้งสามแพลตฟอร์มทำเป็น Vault เฉพาะ ฉะนั้นถ้าเกิดปัญหาการ Hack/Exploit ด้าน Lending กับส่วนอื่นตรงนี้จะไม่มีปัญหาแน่นอน - ส่วนกรณีถ้าแพลตฟอร์ม xStocks ปลิว? เขาใช้โมเดล Bankruptcy Remote หุ้นจริงๆ ถูกเก็บไว้ในธนาคารที่สวิตเซอร์แลนด์ (เช่น InCore Bank) ซึ่งแยกขาดจากบริษัท แปลว่าทรัพย์สินของเรายังปลอดภัย นอกจากจะได้ Capital Efficiency แล้ว ฝั่ง xStocks ยังมีให้เก็บ xPoints ลุ้นแอร์ดรอปได้ด้วย โดยมีอยู่ 3 วิธีหลักๆ 1. ผ่านการถือหุ้นที่ Tokenized by xStocks 2. การนำหุ้นไปปล่อย lending เช่นบน Kamino หรือ Juplend 3. การผูก Liquidity Pool เพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดบน @Raydium , @MeteoraAG ใครที่สาย DeFi และเทรดหุ้นอเมริกาอยู่แล้ว ลองไปศึกษาดูครับ เอาเงินที่จมมาต่อยอดดีกว่า สำหรับคนที่สนใจสะสม xPoints สามารถเอากระเป๋าไปผูกบนเว็บตามลิงก์นี้ได้เลย (ได้ Boost Point เพิ่ม 20% ด้วย): defi.xstocks.fi/points?ref=A4U…
TP SQUAD tweet mediaTP SQUAD tweet mediaTP SQUAD tweet mediaTP SQUAD tweet media
DL Research@dl_research

The State of RWAFi Q1 2026 Report is here. Developed in collaboration with @DefiLlama, this report breaks down tokenised commodities, equities, real estate & alternative finance. Same macro trend, yet evolving differently under unique constraints. assets.dlnews.com/dlresearch/The…

ไทย
0
12
21
2.8K
@mod_x 리트윗함
Morning Brew ☕️
Morning Brew ☕️@MorningBrew·
Semiconductor stocks, YTD • Sandisk +482.4% • Intel +201.4% • Micron +128.4% • Arm +115.8% • Marvell +99.5% • AMD +93.6% • ASML +43.2% • TSMC +36.3% • Broadcom +21.8% • Qualcomm +13.6% • Nvidia +9.9% Chips are never down.
English
61
462
5.6K
520.7K
@mod_x 리트윗함
Jui (Colby Daddy) 🐶
ทำความรู้จัก Skill ของ Claude กันครับ /Skill = folder ที่ Claude หยิบใช้เอง มี instruction + script + reference โหลดเป็นชั้นๆ (layer) ใส่ 100 ตัวก็ไม่กิน context เพราะหลักการที่เรียกว่า Progressive Disclosure description ห้ามเกิน 1,024 ตัวอักษร ต้องบอก "ทำอะไร + ใช้ตอนไหน" Claude หยิบ/ไม่หยิบ ตัดสินจากตรงนี้
4
341
509
17.4K
@mod_x 리트윗함
Ajit kumar
Ajit kumar@ajitcodes·
Claude just dropped 13 free AI courses (with certificates). No $500 course needed. No “guru” required. Just real skills, straight from Anthropic. Here’s the full list: 1. Claude 101 lnkd.in/gCPUQsRg 2. AI Fluency: Frameworks & Foundations lnkd.in/gS6ceZ_M 3. Introduction to Agent Skills lnkd.in/g_wWNiEb 4. Building with the Claude API lnkd.in/gDr5K_B4 5. Claude Code in Action lnkd.in/g9wWZbK9 6. Introduction to Model Context Protocol lnkd.in/gAj5HqMY 7. MCP: Advanced Topics lnkd.in/g3eDwBFY 8. AI Fluency for Students lnkd.in/gKKujHGG 9. AI Fluency for Educators lnkd.in/gVcKnuhA 10. Teaching AI Fluency lnkd.in/g9P4gJFM 11. AI Fluency for Nonprofits lnkd.in/gpsm_BVf 12. Claude with Amazon Bedrock lnkd.in/gbfPjSFt 13. Claude with Google Vertex AI lnkd.in/gvVgB4Ub If you go through even half of these, you’ll be ahead of 95% of people using AI. Most people won’t. Because they’re still watching random YouTube videos, buying overpriced courses, or “learning AI” without actually building. Don’t be that person. Do this instead: 1. Bookmark this post (you’ll come back) 2. Pick 1 course and start today 3. Share it with someone who needs this 👇Comment "Course" for more resources. Free. Practical. No excuses.
Ajit kumar tweet media
English
30
145
535
21.7K
@mod_x 리트윗함
iwhale
iwhale@iwhale·
😱 10 ตำแหน่งงานทางการเงิน ที่ Claude Cowork ทำแทนได้ พร้อมวิธีรักษาเก้าอี้ไว้ไม่ให้หลุด | |👩‍💻👨‍💻 Cowork Thailand ตอนที่ 8 ถ้าคุณยังคิดว่า AI ทำได้แค่ช่วยร่างอีเมลกับสรุปประชุม คุณกำลังตามโลกการเงินไม่ทันแล้ว 🚨 ล่าสุด Anthropic เปิดตัว Agent Templates สำหรับวงการการเงิน อย่างเป็นทางการ เอไอ เอเจนต์ 10 แบบ 10 หน้าที่ ส่งตรงเข้าวงการธนาคาร วาณิชธนกิจ และบริษัทจัดการกองทุน เป็น AI ที่สามารถทำงานแบบทีมการเงินจริงๆ จากประกาศวันที่ 5 พฤษภาคม 2026 มี 10 ตำแหน่งงานในวงการการเงิน ที่สามารถโหลด Claude Agent Template มาใช้งานได้แล้วมีดังนี้ 👇 🎯 10 ตำแหน่งที่ Claude Cowork ทำแทนได้ในวงการการเงิน กลุ่ม Research และ Client Coverage คือ ทีมที่เจอลูกค้าเปรียบเหมือนฝ่ายขายของวงการเงิน ทีมกลุ่มนี้ทำงานในวาณิชธนกิจ (investment bank) หรือบริษัทหลักทรัพย์ หน้าที่หลักคือ หาลูกค้า รักษาลูกค้า และให้คำแนะนำการลงทุน ได้แก่ 1. คนทำสไลด์เสนอขาย (Pitch Builder) เวลาจะไปเสนอบริการให้บริษัทใหญ่ เช่น "เราช่วยคุณซื้อบริษัทอื่น/ระดมทุน/IPO ได้" ต้องมีการทำสไลด์ที่เรียกว่า pitchbook หนาประมาณ 50-100 หน้า ใส่ข้อมูลเช่น - บริษัทคู่แข่งของลูกค้าเป็นใคร - บริษัทที่คล้ายกันมีมูลค่าเท่าไหร่ (เรียกว่า comparables หรือ "comps") - เราจะช่วยลูกค้าได้อย่างไร เหมือนทีมการตลาดที่ทำ proposal deck เสนอลูกค้า แต่ต้องเป็นเวอร์ชันที่อ้างอิงข้อมูลทางการเงินทุกตัวเลข น้องๆนักวิเคราะห์ที่ต้องนั่งทำคืนละหลายชั่วโมง ทำต่อเนื่อง 3–5 วันต่อชุด นอนตีสามตีสี่มีอยู่จริง 👀 . 2. คนเตรียมบริฟก่อนประชุม (Meeting Preparer) ก่อนผู้บริหารจะคุยกับ CEO ของบริษัทลูกค้า ต้องมีคนเตรียมเอกสารสรุปให้ว่า - บริษัทนี้เพิ่งทำอะไรมาบ้าง - ผลประกอบการล่าสุดเป็นอย่างไร - มีข่าวอะไรที่ควรรู้ - คู่แข่งของเขาทำอะไรอยู่ เหมือนเลขาที่เตรียมเอกสานบริฟ ให้เจ้านายก่อนเข้าประชุม แต่เป็นเวอร์ชันละเอียดมาก เพราะถ้าผู้บริหารพูดผิด อาจเสียดีล นักวิเคราะห์ หรือ ผู้ช่วย มักใช้เวลา 2-4 ชั่วโมงต่อการประชุม 1 ครั้ง งานเหมือนไม่มากแต่สำคัญมาก . 3. คนตามอ่านงบบริษัท (Earnings Reviewer) ทุกไตรมาส บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ต้องประกาศผลประกอบการ พร้อมจัดประชุมกับนักลงทุน นักวิเคราะห์ต้อง - ฟัง/อ่าน transcript ของการประชุม - เปรียบเทียบกับที่บริษัทเคยพูดไว้ครั้งก่อน หาว่ามีอะไรเปลี่ยน - อัปเดตประมาณการกำไรของบริษัท เหมือนนักข่าวที่ตามทำข่าวบริษัทเฉพาะ 1-2 บริษัท แต่ต้องอ่านลึกถึงระดับตัวเลขทุกบรรทัด Equity analyst มีคนเดียวต่อ 10–20 บริษัท ช่วงประกาศงบจะยุ่งหัวฟูมากๆ . 4. คนสร้างโมเดลทำนายอนาคต (Model Builder) งานจริงคืออะไร: ทำโมเดลทางการเงิน (Financial model) ในวงการเงินคือ ไฟล์ Excel ที่ซับซ้อนมาก มีหลายร้อยชีท ใช้คาดการณ์ว่าบริษัทจะมีรายได้/กำไรเท่าไหร่ในอีก 5-10 ปี โดยใส่ข้อมูลมากมายเช่น - งบการเงินย้อนหลัง - สมมติฐาน เช่น "ปีหน้ารายได้โต 8%" - ข้อมูลอุตสาหกรรม การตัดสินใจดีลที่มูลค่าเป็นพันล้าน จะมีสูตรโยงกัน 10,000+ ช่องนี่เป็นไปได้ นี่คืองานหลักของนักวิเคราะห์น้องใหม่ เพราะงานมันถึกจริงๆ . 5. คนตามข่าวอุตสาหกรรม (Market Researcher) มีหน้าที่ติดตามว่ามีอะไรเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมหนึ่งๆ เช่น - บริษัทไหนเพิ่งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ - มีกฎหมายอะไรเปลี่ยน - คู่แข่งกำลังทำอะไร - มี broker เจ้าไหนออก research report แล้วสรุปเป็นรายงานให้ทีมลงทุนหรือทีมความเสี่ยง เหมือน content curator ที่ดูข่าว 100 แหล่งต่อวัน แล้วสรุปเป็น 1 หน้าให้เจ้านายอ่าน ปกติเป็นหน้าที่ของ ฝ่ายวิจัยตลาดและทีมกลยุทธ์ . กลุ่ม Finance และ Operations เป็นทีมหลังบ้าน เปรียบเหมือน "ฝ่ายบัญชี + ฝ่ายตรวจสอบ" ทีมกลุ่มนี้ทำงานในธนาคาร บริษัทประกัน บริษัทจัดการกองทุน หรือบริษัททั่วไป หน้าที่หลักคือ ทำให้ตัวเลขถูกต้อง และทำตามกฎหมาย มีงานดังนี้ 6. คนตรวจราคาประเมิน (Valuation Reviewer) เวลาบริษัทจะซื้อบริษัทอื่น หรือกองทุนจะซื้อสินทรัพย์ ต้องมี การประเมินมูลค่า (valuation) ก่อน เช่น "บริษัท A ควรราคา 500 ล้านบาท" จากนั้นต้องมีคนตรวจว่า - ใช้วิธีคำนวณถูกต้องไหม - เปรียบเทียบกับบริษัทคล้ายๆ กันแล้วสมเหตุสมผลไหม - ทำตามมาตรฐานของบริษัทไหม เหมือน ผู้ตรวจราคาบ้าน ก่อนธนาคารปล่อยกู้ ต้องมีคนช่วยกันดู ไม่ใช่เชื่อคนเดียว เป็นงานของนักวิเคราะห์ระดับอาวุโส หรือนักประเมินมืออาชีพ . 7. คนกระทบยอดบัญชี (General Ledger Reconciler) ทุกบริษัทมี บัญชีแยกประเภท (general ledger หรือ GL) เก็บรายการเงินเข้าออกทุกรายการ ซึ่งทุกวันต้องมีคนตอยทำหน้าที่พวกนี้ - เช็คว่ายอดในระบบ A ตรงกับ B ไหม - เช็คว่าเงินที่บันทึกไว้ ตรงกับเงินจริงในบัญชีธนาคารไหม - คำนวณ NAV (Net Asset Value มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ) สำหรับกองทุน ถ้ามีอะไรไม่ตรง ต้องหาว่าทำไม งานแบบนี้ปกติใช้คนทำเยอะมากในฝ่ายแบ็คออฟฟิศ . 8. คนปิดงบประจำเดือน (Month-End Closer) ทุกสิ้นเดือน บริษัทต้อง "ปิดงวด" คือสรุปว่าเดือนนี้ - รายได้เท่าไหร่ - รายจ่ายเท่าไหร่ - กำไรเท่าไหร่ ต้องทำ checklist หลายร้อยข้อ ลงรายการบัญชี (journal entry) ที่ค้างไว้ และออกรายงานสรุป งานเป็นของฝ่ายบัญชี ฝ่ายการเงิน ที่จะหนักที่สุดคือ "ช่วงต้นเดือน" ทุกเดือน . 9. คนตรวจงบการเงิน (Statement Auditor) ก่อนงบการเงินจะส่งให้ผู้บริหาร นักลงทุน หรือผู้สอบบัญชีภายนอก ต้องตรวจว่า - ตัวเลขทุกที่ในเอกสารตรงกัน (consistency) - ครบทุกรายการที่ควรมี (completeness) - พร้อมให้ ผู้ตรวจสอบภายนอกทำการตรวจ (audit-ready) เป็นงานของนักบัญชีอาวุโส สมุหบัญชี หรือ ผู้ตรวจสอบภายใน . 10. คนตรวจประวัติลูกค้า (KYC Screener) KYC ย่อมาจาก "Know Your Customer" เป็นข้อบังคับทางกฎหมายว่าก่อนรับลูกค้าใหม่ในวงการเงิน (โดยเฉพาะลูกค้านิติบุคคล) ต้องทำงานดังนี้ - รวบรวมเอกสาร (หนังสือรับรองบริษัท, รายชื่อกรรมการ, แหล่งที่มาของเงิน) - ตรวจว่าลูกค้าไม่อยู่ใน blacklist (เช่น เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน) - ถ้าพบความเสี่ยง ส่งต่อ (escalate) ให้ทีม compliance พิจารณา เหมือน ฝ่ายบุคคลตรวจประวัติพนักงานก่อนรับเข้าทำงาน แต่กฎเข้มข้นกว่ามาก เพราะถ้าพลาด อาจโดนปรับและมีผลทางกฎหมาย ทีม compliance หรือ AML (Anti-Money Laundering) จะต้องรับดูแลเรื่องนี้ . . ⚠️ ขอย้ำให้ชัดว่า ทั้ง 10 ตำแหน่งนี้ Claude Cowork ไม่ได้ทำงานแทนได้ 100% สิ่งที่มันทำได้คือ "บางส่วนของงาน" โดยเฉพาะงานที่เป็นขั้นตอนชัดเจน มีรูปแบบซ้ำๆ และอิงข้อมูลหรือเทมเพลตเป็นหลัก นี่จึงไม่ใช่ภาพการถูกแทนที่ทันที แต่เป็นภาพของ "การแบ่งงาน" ที่กำลังเกิดขึ้น งานบางส่วนของมนุษย์จะค่อยๆ ถูกโอนไปให้ AI มากขึ้นเรื่อยๆ และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เมื่อ Claude Opus 4.7 ทำคะแนน 64.37% บน Vals AI Finance Agent benchmark แล้ว รุ่นถัดไปจะเก่งกว่านี้แน่นอน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า AI จะมาแทนใครเมื่อไร แต่คือ . . เมื่องานบางส่วนของเราถูกแบ่งออกไปแล้ว เราจะยกระดับตัวเองไปทำอะไรแทน? 🤔 คำตอบหรือทางออกคืออะไร? . . 🔗 การทำงานข้ามแอปแบบอัตโนมัติในวงการการเงิน Claude Cowork ทำให้เราเห็นว่า AI ในวงการการเงินไม่ได้จำกัดอยู่ในแอปเดียวอีกต่อไป ตอนนี้ Claude เชื่อมเข้า Microsoft Excel, PowerPoint, Word และ Outlook ผ่าน add-ins for Microsoft 365 นั่นหมายความว่า analyst สามารถ - เริ่มต้นวิเคราะห์ข้อมูลใน Excel - ให้ AI สร้างสไลด์สรุปใน PowerPoint อัตโนมัติ - ส่งอีเมลถึงลูกค้าผ่าน Outlook โดยไม่ต้องอธิบายซ้ำ นี่คือรูปแบบการทำงานแบบ "ตัวแทนอัตโนมัติระดับองค์กร" ที่กำลังถูกนำไปใช้ในธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ทั่วโลก . . 🪑 แล้วเราจะกอดเก้าอี้ 🫂 ในวงการการเงินไว้ได้อย่างไร? ความจริงที่ต้องยอมรับคือ AI ไม่ได้มาแทน "ตำแหน่งงาน" แต่กำลังมาแทน "งานที่เป็นรูปแบบซ้ำๆ" ถ้างานของใครคืองานแบบนี้ - รวบรวมข้อมูล - จัดรูปแบบ Excel - เขียนตามเทมเพลต - กระทบยอดตามขั้นตอนเดิม - คัดกรองเอกสารแบบ checklist บอกได้เลยว่า "เสี่ยงสูง" 😱 . . แต่ในวงการการเงินยังมีงานที่ AI ทำไม่ได้ และเป็นงานที่ "สำคัญที่สุด" นั่นคือ งานตัดสินใจ ✅️ การตัดสินใจปล่อยสินเชื่อ - AI วิเคราะห์งบได้ แต่ credit officer ต้องดู signal ที่ AI จับไม่ได้ เช่น ผู้บริหารน่าเชื่อถือไหม เศรษฐกิจกำลังจะเปลี่ยนทิศทางหรือไม่ ✅️ การตัดสินใจลงทุน - AI บอกได้ว่าหุ้น "ถูก" หรือ "แพง" แต่ fund manager ต้องตัดสินจาก thesis การลงทุน + market sentiment ที่ข้อมูลจับไม่ได้ ✅️ การตัดสินใจ KYC escalation - AI screen ได้ แต่ MLRO (Money Laundering Reporting Officer) ต้องเป็นคนตัดสินสุดท้ายว่าจะปิดบัญชี รายงาน ปปง. หรือไม่ เพราะมีความรับผิดทางอาญาตามกฎหมายไทย ✅️ การจัดการวิกฤต - เมื่อค่าเงินตก มีข่าวลือ ลูกค้าใหญ่ปิดบัญชี AI ช่วยรวมข้อมูลได้ แต่ CEO ต้องตัดสินว่าจะออกแถลงการณ์อย่างไร ✅️ การต่อรองและความสัมพันธ์ลูกค้า - การโน้มน้าวลูกค้าให้เซ็นดีล 5,000 ล้าน ยังต้องเป็นมนุษย์อยู่อีกนาน . . กฎทอง: ใครเซ็นรับผิดชอบ คนนั้นต้องตัดสินใจ และ AI เซ็นไม่ได้ตามกฎหมาย ⚖️ . . 📈 สำหรับองค์กรการเงินในไทย คำถามที่ต้องตอบ ในไทย เรามีกฎเกณฑ์เฉพาะที่ต้องคำนึงก่อนเอา Claude Cowork ไปใช้ ⚠️ กฎของ ธปท. ก.ล.ต. และ ปปง. - มีข้อกำหนดเรื่อง AI ในการตัดสินใจที่กระทบลูกค้า ⚠️ PDPA และ data residency - ข้อมูลลูกค้าที่ AI เข้าถึงต้องเป็นไปตามกฎหมาย ⚠️ Audit trail - ทุกการกระทำของ AI ต้องบันทึกได้ว่าใครสั่ง ใช้ข้อมูลอะไร ตัดสินใจอย่างไร ⚠️ Human-in-the-loop - ทุกงานที่ความเสี่ยง ต้องมีมนุษย์คอยตัดสินใจและตรวจสอบเสมอ นี่ไม่ใช่อุปสรรค แต่คือ โอกาส ของคนที่เข้าใจทั้ง AI และ regulation . . 🚀 สรุป Claude Cowork ไม่ได้มาแย่งงานทั้งหมดในวงการการเงิน แต่มาช่วยทำงานที่เป็นระบบให้เร็วขึ้น ในขณะเดียวกัน วงการการเงินกำลังแบ่งชัดเจนขึ้นระหว่าง คนที่ทำงานตามเทมเพลตเดิม กับ คนที่คิดเชิงกลยุทธ์ ตัดสินใจ และสร้างคุณค่าใหม่ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า AI จะมาแทนงานในวงการเงินหรือไม่ แต่คือ เรากำลังทำงานในระดับไหน? ถ้าเรายังทำเฉพาะงานที่ AI ทำได้ในวันนี้ นั่นอาจเป็นสัญญาณให้เราต้องรีบพัฒนาทักษะใหม่ตั้งแต่ตอนนี้ นักวิเคราะห์น้องใหม ที่เคยใช้เวลา 80% ทำสไลด์และ Excel จะถูกปลดปล่อยให้ไปทำงานคิด งานวิเคราะห์เชิงลึก งานสื่อสารกับลูกค้าแทน . . ใครปรับตัวก่อน ได้เปรียบก่อน เรายังปรับตัวได้ เริ่มกันตั้งแต่วันนี้ครับ 🚀 ᕙ( •̀ ᗜ •́ )ᕗ . สร้างกองทัพเอไอ ด้วย Claude Cowork รุ่นที่ 2 จะจัดในวันที่ 9 พ.ค. วันเสาร์นี้ครับ ยังพอมีที่นั่งเหลืออีก 5 ที่ ใครสนใจเชิญดูได้ที่คอมเมนต์นะครับ 🆗😄
iwhale tweet media
ไทย
1
306
376
21.1K
@mod_x
@mod_x@mod_x·
คลองเตยยาบ้าหายาก แต่ถ้าจะหาจริงๆ กพอมีอยู่ ลุงแกจะสื่อแบบนี้หรือเปล่านะ
ไทย
1
0
0
27
@mod_x 리트윗함
น้องเหนือ โทรจัน
วันนี้แวะมาเปิด Long HYPE กันหน่อยดีกว่า ผมเปิดเพราะ Price Action cross EMA 20/50 และ RSI Cross พอดี ท่าเดิมเป๊ะ ๆ และที่สำคัญที่ผมเปิดเพราะ - ผมรู้ว่ากราฟแบบนี้ใน HYPE TF 1h เกิดขึ้นมาแล้วทั้งหมด 112 ครั้ง - ผมรู้ว่าใน 112 ครั้ง มีไม้ที่ได้ทั้ง TR และ TP ถึง 80 ไม้ ซึ่งถ้าอิงตาม Statistic เดิม การเปิด Long ตรงนี้ ผมมีโอกาสถึง 71.4% ที่จะได้กินไม้นี้ไป - ผมรู้ว่า Strategy ที่เทสมาได้ Profit Factor ที่ 1.514 พอเหตุผลครบ Data พร้อม ก็ลุยครับ ที่เหลือนอนตีพุงรอ ถ้าถูกทางก็ปล่อย Trailing Stop ทำงาน แต่ถ้าผิดทางก็แค่ตัด SL จบตามแผนครับ เนื้อหาดังกล่าวเป็นเพียงการบันทึกกลยุทธ์ส่วนตัวเพื่อกรณีศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนลงทุนหรือการให้คำแนะนำทางการเงิน สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและตัดสินใจด้วยตนเอง
น้องเหนือ โทรจัน tweet media
ไทย
1
4
15
1K
@mod_x 리트윗함
L O L A
L O L A@lolitascak3·
ผู้หญิงเกาหลีโดนผู้ชายที่ทำงานบูลลี่ลวนลาม 8 เดือน จนตัดสินใจจบชีวิต อีผู้ชายมันบอกว่า “ดีนะที่แกเป็นผู้หญิง ไม่งั้นฉันเล่นแกตายแล้ว” มันอ้างว่าล้อเล่นเฉยๆ ด้วยการต่อยจมูก เตะเจาะยาง บีบคอ จะยกผญจากคอด้วยมือเดียว ผญทำงานเป็นวิศวกรเครื่องกล แผนกมีแต่ผช ไม่มีใครห้ามใคร รุมรังแกผญ ผญแจ้งตำรวจ ตำรวจก็ไม่ช่วย บอกว่าหลักฐานไม่เพียงพอ เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเดือนมีนา-เมษาปี 2024 คุณพังยูริม อายุ 25 เข้าทำงานที่บริษัทผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ในจังหวัดคยองกี เพราะที่ทำงานมีแต่ผชแม่เลยเป็นห่วง คุณพังยูริมก็บอกแม่ว่าหนูปรับตัวได้ค่ะ สบายมาก แต่แล้วไม่ถึงปีคุณพังยูริมก็จบชีวิตตัวเอง แม่เสียใจมากไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนไปเปิดคอมลูกดู ในคอม แม่เจอหลักฐานว่าลูกสาวโดนคนที่ทำงานคุกคามรังแกมาตลอด เธอบันทึกเรื่องราวทุกอย่างไว้ โดนแกล้งตั้งแต่เดือนแรกที่เข้าทำงาน โดนหัวหน้าผู้ชายบีบคอ เตะ ต่อย ทำเหมือนเธอเป็นกระสอบทรายของที่ทำงาน มีภาพที่เธอบาดเจ็บ ฟกช้ำดำเขียวไปหมด มีคลิปเสียงเธอสะอึกสะอื้น เล่าว่า หัวหน้าผู้ชายบอกว่า “จงขอบคุณซะที่แกเกิดมาเป็นผู้หญิง ถ้าแกเกิดมาเป็นผู้ชาย แกตายไปนานแล้ว” ทำงานทุกวันมีแต่ผชเตรียมง้างหมัดใส่ ทั้งที่เธอไม่ได้ไปทำอะไรให้เลย แค่เพราะเป็นผญ หัวหน้าผู้ชายยังลวนลาม เตะก้นเธอ บีบคอแล้วจับยก จะพิสูจน์ว่าใช้มือเดียวยกผญได้มั้ย ถามล้อๆ ว่าทำไมเป็นผญถึงมีลูกกระเดือกล่ะ หรือพูดคุกคามว่า อย่างนี้ถ้าเรา(แผนก)ไปงานปาร์ตี้ ก็ไปร้านที่มีสาวเอ็นเตอร์เทนไม่ได้แล้วสิ คุณพังยูริมตัดสินใจไปแจ้งกรมแรงงาน แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะบริษัทไม่จัดการขั้นเด็ดขาด ไม่ได้แยกหัวหน้าให้อยู่ห่างๆ คุณพังยูริม ทุกอย่างเลยเหมือนเดิมหรืออาจแย่กว่าเดิม คุณพังยูริมเลยไปแจ้งตำรวจ แต่ตำรวจทำงานช้ามาก แถมชิงปิดคดีบอกว่า หลักฐานไม่เพียงพอ คุณพังยูริมลาออกจากงานไม่ได้ เพราะมีภาระทางการเงิน ส่งเงินพ่อแม่ หนีไปไหนไม่ได้ แจ้งใครไปก็ไม่มีใครช่วย เลยจบชีวิตตัวเอง ซึ่งตอนที่ตำรวจปิดคดีโดยไม่ใส่ใจ ตำรวจไม่รู้ว่าคุณพังยูริมเสียชีวิตแล้ว ครอบครัวของคุณพังยูริมที่ปะติดปะต่อเรื่องได้แล้วก็โมโหมาก ครอบครัวเธอยื่นคัดค้านและส่งเรื่องให้อัยการสืบสวนใหม่จนมีการส่งฟ้องในที่สุด พอตอนขึ้นศาล หัวหน้าผู้ชายอ้างกับศาลว่า ‘แค่ล้อเล่นเอง’ ผชในที่ทำงานเครียดๆ ก็เล่นกันแบบนี้แหละ ขอโทษครอบครัวคุณพังยูริม แต่ปฏิเสธว่ากูไม่ผิด ก็วัฒนธรรมชายแท้ในที่ทำงานเป็นแบบนี้ อ้างว่าคุณพังยูริมยอมให้เล่นด้วย พอออกจากศาล หัวหน้าผู้ชายรีบวิ่งหนีครอบครัวของคุณพังยูริม ไม่มีความสำนึก ตอนนี้คดียังไม่จบ ยังอยู่ในชั้นศาล ก็ขอให้คุณพังยูริมที่แม้จะจากไปแล้วได้รับความยุติธรรม เพราะไม่มีผญคนไหนควรตกในสถานการณ์แบบนี้ นึกถึงที่เขาว่าผญทำได้ทุกอาชีพ แต่ผชบางคนก็ตั้งใจทำให้ที่ทำงานเป็นนรกของผญ
기니피기@ginipigi

20대 여성 엔지니어가 차장에게 직장 내 괴롭힘, 성희롱 당해서 숨짐. 회사에서 분리조치 안 함. 차장은 재판에서 장난이었다고 함. 잡기, 발차기, 성적 발언, 회식 노래방 발언은 장난이 될 수 없음. 이러니 댓글에서 법후진국이라는 말이 나오는 거임.

ไทย
66
4.2K
2.7K
479.1K
@mod_x 리트윗함
@mod_x 리트윗함
lordachita - ai/acc
lordachita - ai/acc@0xlordachita·
(126/365) จากข่าวเมื่อวานที่ Coinbase ได้ lay-off พนง. ไป มีสิ่งที่ผมรู้สึกว่าสะดุดตามากๆคือ เขาเริ่มทดลองทำ "ทีมคนเดียว" สามารถทำได้ตั้งแต่ Product, Design ไปถึง Engineering (a.k.a ทำ Product ออกมาได้ด้วยตัวคนเดียว) กับเมื่อกี้ พึ่งฟังคลิป 9arm ล่าสุด อ้างว่าปจบ. AI ทำงานเกิน lv. Senior ได้แล้ว จากที่ได้ทดลองใช้งานมา ทำให้เห็นว่าในอนาคตอีกไม่ใกล้ ก็อาจจะได้เห็นรูปแบบของการทำงานในลักษณะของทีมคนเดียวมากขึ้น (let's see) *ส่วนตัวผมเอง* ก็คิดว่าพร้อมฝึกสกิลในระดับของ "ทีมคนเดียว" เช่นกัน หากโชคร้ายโดน lay-off อย่างน้อยก็มีสกิลพร้อมทำธุรกิจต่อได้เลย
Brian Armstrong@brian_armstrong

This is an email I sent earlier today to all employees at Coinbase: Team, Today I’ve made the difficult decision to reduce the size of Coinbase by ~14%. I want to walk you through why we're doing this now, what it means for those affected, and how this positions us for the future. Why now Two forces are converging at the same time. We need to be front footed to respond to both. First, the market. Coinbase is well-capitalized, has diversified revenue streams, and is well-positioned to weather any storm. Crypto is also on the verge of the next wave of adoption, with stablecoins, prediction markets, tokenization, and more taking off. However, our business is still volatile from quarter to quarter. While we've managed through that cyclicality many times before and come out stronger on the other side, we’re currently in a down market and need to adjust our cost structure now so that we emerge from this period leaner, faster, and more efficient for our next phase of growth. Second, AI is changing how we work. Over the past year, I’ve watched engineers use AI to ship in days what used to take a team weeks. Non-technical teams are now shipping production code and many of our workflows are being automated. The pace of what's possible with a small, focused team has changed dramatically, and it's accelerating every day. All of this has led us to an inflection point, not just for Coinbase, but for every company. The biggest risk now is not taking action. We are adjusting early and deliberately to rebuild Coinbase to be lean, fast, and AI-native. We need to return to the speed and focus of our startup founding, with AI at our core. What this means To get there, we are not just reducing headcount and cutting costs, we’re fundamentally changing how we operate: rebuilding Coinbase as an intelligence, with humans around the edge aligning it. What does this mean in practice? - Fewer layers, faster decisions: We are flattening our org structure to 5 layers max below CEO/COO. Layers slow things down and create coordination tax. The future is small, high context teams that can move quickly. Leaders will own much more, with as many as 15+ direct reports. Fewer layers also means a leaner cost structure that is built to perform through all market cycles. - No pure managers: Every leader at Coinbase must also be a strong and active individual contributor. Managers should be like player-coaches, getting their hands dirty alongside their teams. - AI-native pods: We’ll be concentrating around AI-native talent who can manage fleets of agents to drive outsized impact. We’ll also be experimenting with reduced pod sizes, including “one person teams” with engineers, designers, and product managers all in one role. In short: AI is bringing a profound shift in how companies operate, and we’re reshaping Coinbase to lead in this new era. This is a new way of working, and we need to leverage AI across every facet of our jobs. To those who are affected I know there are real people behind these decisions — talented colleagues who have poured themselves into this company and our mission. To those of you who will be leaving: thank you. You’ve helped build Coinbase into what it is today, and I am sincerely grateful for everything you've done. All impacted team members will receive an email to their personal account in the next hour with more information, and an invitation to meet with an HRBP and a senior leader in your organization. Coinbase system access has been removed today. I know this feels sudden and harsh, but it is the only responsible choice given our duty to protect customer information. To those affected, we will be providing a comprehensive package to support you through this transition. US employees will receive a minimum of 16 weeks base pay (plus 2 weeks per year worked), their next equity vest, and 6 months of COBRA. Employees on a work visa will get extra transition support. Those outside of the US will receive similar support, based on local factors and subject to any consultation requirements. Coinbase prides itself on talent density. Our employees are among the most talented people in the world, and I have no doubt that your skills and experience will be highly sought after as you pursue your next chapters. How we move forward To the team that is staying, I know this is a difficult day. We’re saying goodbye to colleagues and friends you've been in the trenches with. But here’s what I want you to know as we move forward together: Over the past 13 years, we have weathered four crypto winters, gone public, and built the most trusted platform in our industry. We’ve made it this far by making hard decisions and by always staying focused on our mission. This time will be no different – nothing has changed about the long term outlook of our company or industry. And most importantly, our mission has never been more important for the world. Increasing economic freedom requires a new financial system, and we’re building it. The Coinbase that emerges from this will be more capable than ever to achieve our mission. Brian

ไทย
1
5
15
1.5K
@mod_x
@mod_x@mod_x·
ปลากระป๋องยี่ห้อที่เป็นข่าวอยู่ตอนนี้ เขาซื้อกันจากไหน แถวบ้านไม่มีเลย
ไทย
0
0
0
60
@mod_x
@mod_x@mod_x·
ทำไมดูเป็นเดือดเป็นร้อนกับการถูกเก็บเงินออกนอกประเทศ พันว่าบาทกันขนาดนั้น
ไทย
0
0
0
42
@mod_x 리트윗함
Kawaaii
Kawaaii@Kawaaii13·
ไม่แน่ใจว่าคุณพี่ ดูคลิปกล้องวงจรปิดรึยัง?? ให้ภาพมันเล่าเรื่อง‼️ เมียของผู้เสียชีวิต💥💥เตรียมยื่นขอเงินเยียวยากองทุนยุติธรรม หลังที่สูญเสียเสาหลักครอบครัว ….สิ่งที่ให้การกับตำรวจคือตรงกันข้ามกับคลิปวงจรปิดทุกอย่าง ​เมียวัย 33 ของคุณสุรพันธ์ ( ผู้เสียชีวิต วัย 50 ปี) เผยว่า 📍ผัวเข้าไปช่วยในฐานะพลเมืองดี เพื่อระงับเหตุแต่กลับถูกป้ากระซวกสีข้างจนจากไป 📍ตอนนี้ครอบครัวลำบากมากเพราะขาดเสาหลักไปกะทันหัน ไม่รู้จะเดินต่อไปยังงัย ผัวจะเข้าไปห้ามแต่กลับถูกสวนด้วยมีx 📍ส่วนที่เห็นยกเก้าอี้ทำท่าฟาด….แค่จะห้ามและหยอกล้อเท่านั้น ประมาณ เอาสักทีมั้ย แต่ไม่ได้ทำ แต่ป้าก็ยังถือในมือ จึงต้องเดินไปข้างหลังล๊อกไว้
Kawaaii@Kawaaii13

เคสนี้🥹🥹สงสารป้าดวงเหมือนกันนะ โดนรุมทำร้าย 3 รุม 1 เลยใช้มีxป้องกันตัว จนสุดท้ายโดนผู้ชายตุยย มาค่ะ จะสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ป้าศรีขายข้าวเหนียวมะม่วงหน้าวัดมาก่อน แต่ขายไม่ดีจึงย้ายที่ขายอื่น ต่อมา ป้าดวงจึงมาขายต่อที่ป้าศรี สรุปว่าป้าดวงขายดี เป็นเทน้ำเทท่า ข้าวเหนียวอร่อย มะม่วงหวานกำลังดี ลูกค้าแน่น ป้าศรีเห็นว่าที่เก่าของตัวเองขายดี จึงกลับไปขายที่เก่าต่อข้างๆป้าดวง ต่างคนต่างขาย แต่ก็แขวะกันเรื่อยมา แต่ข้าวเหนียวมะม่วงป้าดวงก็ขายดีปกติ แต่ของป้าศรีไม่ ต่อมา ป้าศรี ก็เริ่มไม่พอใจที่ป้าดวงขายดีกว่า จึงเรียกญาติที่เป็นผู้ชายมาดูป้าดวง ผู้ชายมาปุ๊ป ประมาณว่า ยังงัยเอางัย ก็จัดป้าดวง 3-1 จนป้าดวงคว่ำ ป้าดวงสู้ไม่ไหว้คว้า ซาซึมีด ที่วางอยู่กระซวกสีข้างผู้ชายเข้าให้ สรุปตุยย

ไทย
37
661
538
291.5K
@mod_x 리트윗함
TP SQUAD
TP SQUAD@tpsquad_th·
อันนี้ลองแล้วดีมาก เป็นเหมือน Ultimate Prompt ที่ยกทั้งบริษัทช่วยปรึกษา บริหารชีวิตและการเงินเลย ทุกคนควรลอง เนื่องจากคุณ Earthh Evans ไม่มีทวิตเลยขออนุญาตแคปและก็อป prompt มานะครับ __________________________ คุณคือที่ปรึกษาชีวิต การเงิน การลงทุน และการพัฒนาทักษะส่วนตัวของผม ให้คุณทำหน้าที่เหมือนทีมที่ปรึกษาระดับมืออาชีพที่รวมบทบาทของ Relationship Manager, Wealth Planner, Fund Manager, Career Coach, Risk Manager และ Personal CFO เข้าด้วยกัน เป้าหมายของคุณไม่ใช่การขายฝัน ไม่ใช่การอวยผม ไม่ใช่การบอกให้ผมรวยเร็ว แต่คือการช่วยผมออกแบบชีวิตทางการเงินที่เป็นไปได้จริง มีวินัย มีความเสี่ยงที่ควบคุมได้ และเหมาะกับฐานะ รายได้ เวลา ทักษะ ภาระ และนิสัยของผมจริง ๆ ผมต้องการให้คุณคิดแบบมืออาชีพ แต่สื่อสารแบบมนุษย์ เข้าใจง่าย ตรงไปตรงมา และเอาไปใช้ได้จริง เป้าหมายหลักของผมคือ 1. สร้างเงินก้อนแรกให้ได้ 2. เพิ่มรายได้ให้มากขึ้น 3. ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น 4. ปิดหนี้หรือจัดการหนี้ให้เป็นระบบ 5. สร้างเงินฉุกเฉิน 6. พัฒนาทักษะเพื่อเพิ่มมูลค่าตัวเอง 7. เริ่มลงทุนให้เหมาะกับฐานะและความเสี่ยง 8. สร้างพอร์ตที่มีเหตุผล ไม่มั่ว ไม่ตามกระแส 9. วางแผนไปสู่เป้าหมายระยะ 1 ปี, 3 ปี, 5 ปี และ 10 ปี 10. สร้างระบบชีวิตที่ทำซ้ำได้จริง ไม่ใช่แผนสวยแต่ทำไม่ได้ ก่อนวิเคราะห์ ให้คุณถามคำถามผมเป็นหมวด ๆ อย่างละเอียด โดยห้ามรีบสรุปจนกว่าจะมีข้อมูลพอ หมวดที่ 1: ภาพรวมชีวิตตอนนี้ ถามผมว่าอายุเท่าไหร่ อยู่จังหวัด/ประเทศอะไร มีครอบครัวที่ต้องดูแลไหม มีคู่สมรสไหม มีลูกไหม มีพ่อแม่ที่ต้องส่งเสียไหม สุขภาพเป็นอย่างไร มีภาระอะไรบ้าง สถานะชีวิตตอนนี้เป็นยังไง และเป้าหมายชีวิตจริง ๆ คืออะไร ให้ช่วยแยกด้วยว่าเป้าหมายของผมคือ ความมั่นคง อิสรภาพทางการเงิน การซื้อบ้าน การสร้างครอบครัว การเกษียณ การมีเงินก้อน การออกจากงานประจำ หรือการสร้างธุรกิจ หมวดที่ 2: รายได้ ถามผมว่ามีรายได้จากอะไรบ้าง รายได้ประจำเท่าไหร่ รายได้เสริมเท่าไหร่ รายได้ไม่สม่ำเสมอไหม รายได้เติบโตปีละประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ มีโบนัสไหม มีค่าคอมมิชชั่นไหม งานมั่นคงแค่ไหน มีโอกาสเพิ่มรายได้จากงานเดิมไหม และมีช่องทางไหนที่น่าจะต่อยอดได้ ให้วิเคราะห์คุณภาพของรายได้ด้วยว่าเป็นรายได้มั่นคง รายได้ผันผวน รายได้ที่โตได้ หรือรายได้ที่เสี่ยงหายไปในอนาคต หมวดที่ 3: รายจ่าย ถามผมว่ารายจ่ายจำเป็นต่อเดือนมีอะไรบ้าง เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเช่า ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าประกัน ค่าครอบครัว ค่าเลี้ยงลูก ค่าเรียน ค่าเดินทาง และรายจ่ายฟุ่มเฟือยมีอะไรบ้าง ให้ช่วยแยกรายจ่ายเป็น 3 กลุ่ม 1. รายจ่ายจำเป็น 2. รายจ่ายเพื่อคุณภาพชีวิต 3. รายจ่ายที่ควรถูกลดหรือตัดออก หมวดที่ 4: หนี้สิน ถามผมว่ามีหนี้อะไรบ้าง ยอดหนี้เท่าไหร่ ดอกเบี้ยเท่าไหร่ ผ่อนเดือนละเท่าไหร่ เหลืออีกกี่งวด เป็นหนี้บ้าน หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต หนี้ส่วนบุคคล หนี้ธุรกิจ หรือหนี้นอกระบบ ให้ช่วยแยกหนี้เป็น 1. หนี้ดี 2. หนี้ที่พอรับได้ 3. หนี้อันตราย 4. หนี้ที่ต้องรีบจัดการทันที และให้จัดลำดับการจ่ายหนี้แบบชัดเจน โดยพิจารณาจากดอกเบี้ย กระแสเงินสด ความเสี่ยง และสภาพจิตใจ หมวดที่ 5: เงินออม สินทรัพย์ และสภาพคล่อง ถามผมว่าตอนนี้มีเงินสดเท่าไหร่ เงินฉุกเฉินกี่เดือน มีเงินฝาก กองทุนตลาดเงิน ทอง หุ้น กองทุน ETF คริปโต ประกัน อสังหา ธุรกิจ หรือสินทรัพย์อื่นไหม แต่ละอย่างมีมูลค่าเท่าไหร่ และขายออกมาเป็นเงินสดได้ง่ายแค่ไหน ให้ช่วยวิเคราะห์ Liquidity ด้วยว่าอะไรคือสินทรัพย์ที่ใช้ฉุกเฉินได้จริง อะไรคือสินทรัพย์ระยะยาว และอะไรคือสินทรัพย์เสี่ยงที่ไม่ควรนับเป็นเงินสำรอง หมวดที่ 6: ทักษะ งาน และ Human Capital ถามผมว่าทำงานอะไร มีทักษะอะไรบ้าง ถนัดอะไร ไม่ถนัดอะไร มีผลงานอะไรที่เคยทำได้ดี มีประสบการณ์กี่ปี มีใบรับรองหรือ Portfolio ไหม มีทักษะไหนที่ตลาดต้องการ และถ้าจะเพิ่มรายได้ควรพัฒนาทักษะอะไรเป็นอันดับแรก ให้คุณวิเคราะห์ Human Capital ของผมด้วย Human Capital หมายถึงมูลค่าความสามารถในการหาเงินในอนาคตของผม ให้ช่วยประเมินว่าในตอนนี้สินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของผมคือเงินลงทุน หรือความสามารถในการหารายได้ในอนาคต ถ้าผมยังมีเงินลงทุนน้อย ให้ช่วยบอกตรง ๆ ว่าควรโฟกัสเพิ่มเงินต้น เพิ่มทักษะ หรือเปลี่ยนงานก่อนลงทุนหนัก ๆ หรือไม่ หมวดที่ 7: เวลา พลังงาน และข้อจำกัดชีวิต ถามผมว่าในแต่ละวันมีเวลาว่างกี่ชั่วโมง หลังเลิกงานยังมีแรงเรียนรู้ไหม วันหยุดใช้เวลาทำอะไร นอนพอไหม สุขภาพเป็นอย่างไร มีข้อจำกัดเรื่องครอบครัว การเดินทาง อุปกรณ์ ภาษา หรือเงินทุนไหม ให้ช่วยประเมินว่าแผนที่แนะนำเหมาะกับชีวิตจริงของผมหรือไม่ ไม่ใช่แผนที่ดูดีแต่ทำไม่ได้ หมวดที่ 8: พฤติกรรมการเงินและวินัย ถามผมว่านิสัยใช้เงินเป็นยังไง ซื้อของตามอารมณ์ไหม มีการจดรายรับรายจ่ายไหม มีปัญหาเรื่องวินัยไหม เคยลงทุนแล้วขาดทุนเพราะอะไร เคยติดพนัน เทรดเกินตัว ใช้ leverage หรือไล่ตามหุ้นร้อนหรือไม่ ให้ช่วยวิเคราะห์ Behavioral Risk ของผมด้วย เช่น ใจร้อน กลัวพลาดโอกาส ขายหมู ถือขาดทุนเกินไป ลงทุนตามคนอื่น ใช้อารมณ์มากกว่าแผน หรือชอบเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว หมวดที่ 9: เป้าหมายทางการเงิน ถามผมว่าอยากมีเงินก้อนแรกเท่าไหร่ เช่น 10,000 / 100,000 / 1,000,000 บาท ภายในกี่ปี และเป้าหมายนี้มีไว้เพื่ออะไร เช่น อิสระทางการเงิน บ้าน รถ ครอบครัว การลงทุน การเกษียณ หรือความมั่นคง ให้ช่วยแปลงเป้าหมายที่ vague ให้เป็นตัวเลขจริง เช่น ต้องเก็บเดือนละเท่าไหร่ ต้องใช้ผลตอบแทนเท่าไหร่ ต้องเพิ่มรายได้อีกเท่าไหร่ และต้องลดรายจ่ายตรงไหน หมวดที่ 10: ความเสี่ยงที่รับได้ ถามผมว่าถ้าลงทุนแล้วพอร์ตติดลบ 10%, 20%, 30%, 50% ผมรับได้ไหม เคยผ่านตลาดลงแรงไหม มีรายได้มั่นคงแค่ไหน มีภาระกดดันไหม และผมเหมาะกับการลงทุนแบบ Conservative, Balanced, Growth หรือ Aggressive ให้แยกความเสี่ยงเป็น 2 แบบ 1. Risk Tolerance คือใจรับความผันผวนได้แค่ไหน 2. Risk Capacity คือฐานะการเงินรับความเสี่ยงได้จริงแค่ไหน ถ้าใจผมรับได้มาก แต่ฐานะยังรับไม่ได้ ให้เตือนผมตรง ๆ หมวดที่ 11: ประกัน ภาษี และความเสี่ยงชีวิต ถามผมว่ามีประกันสุขภาพ ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ประกันโรคร้ายแรง หรือสวัสดิการจากบริษัทไหม มีภาระภาษีไหม มีการลดหย่อนภาษีไหม และมีความเสี่ยงอะไรที่ถ้าเกิดขึ้นแล้วจะทำให้แผนพังทันที ให้ช่วยบอกด้วยว่าก่อนลงทุนหนัก ๆ ผมควรอุดรูรั่วเรื่องประกัน ภาษี หรือความเสี่ยงชีวิตตรงไหนก่อนหรือไม่ หลังจากถามคำถามครบและได้ข้อมูลเพียงพอแล้ว ให้คุณวิเคราะห์ผมแบบละเอียดในหัวข้อต่อไปนี้ ส่วนที่ 1: Executive Summary สรุปสถานะชีวิตและการเงินของผมแบบผู้บริหารอ่านได้ใน 1 หน้า บอกให้ชัดว่า ตอนนี้ผมอยู่จุดไหน ปัญหาใหญ่ที่สุดคืออะไร โอกาสใหญ่ที่สุดคืออะไร ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดคืออะไร สิ่งที่ควรทำทันทีคืออะไร สิ่งที่ไม่ควรทำตอนนี้คืออะไร ส่วนที่ 2: Personal Balance Sheet ช่วยสรุปสินทรัพย์ หนี้สิน และมูลค่าสุทธิของผม คำนวณ Net Worth คำนวณเงินสดสำรอง คำนวณหนี้ต่อรายได้ คำนวณสภาพคล่อง และบอกว่างบดุลชีวิตผมแข็งแรงหรือเปราะบางตรงไหน ส่วนที่ 3: Cash Flow Analysis ช่วยคำนวณรายได้รวม รายจ่ายรวม เงินเหลือสุทธิ Savings Rate และ Runway ว่าถ้ารายได้หายไป ผมจะอยู่ได้กี่เดือน บอกด้วยว่าถ้าใช้ชีวิตแบบเดิม ผมจะไปถึงเป้าหมายช้าหรือเร็วแค่ไหน ส่วนที่ 4: Debt Strategy ช่วยวิเคราะห์หนี้ทั้งหมด แยกหนี้ดี หนี้กลาง ๆ หนี้อันตราย และหนี้ที่ต้องรีบจัดการ ให้ช่วยเลือกวิธีจัดการหนี้ที่เหมาะกับผม เช่น Avalanche Method, Snowball Method หรือ Hybrid Method พร้อมเหตุผล ส่วนที่ 5: Emergency Fund และ Safety Net ช่วยบอกว่าผมควรมีเงินฉุกเฉินกี่เดือน เพราะอะไร ถ้างานมั่นคง ภาระน้อย ควรมีกี่เดือน ถ้างานไม่มั่นคง รายได้ผันผวน ควรมีกี่เดือน ถ้ามีครอบครัวหรือภาระสูง ควรมีกี่เดือน และก่อนลงทุนหนัก ๆ ผมต้องมีเงินฉุกเฉินระดับไหนก่อน ส่วนที่ 6: Human Capital และแผนเพิ่มรายได้ ช่วยวิเคราะห์ว่าตัวผมในฐานะสินทรัพย์หนึ่งมีศักยภาพแค่ไหน ผมควรเพิ่มรายได้จากอะไรเป็นอันดับแรก ควรอัปสกิลอะไร ควรเปลี่ยนงานไหม ควรทำรายได้เสริมไหม ควรทำคอนเทนต์ ธุรกิจ ฟรีแลนซ์ Affiliate นายหน้า หรือบริการอะไรไหม ให้ช่วยจัดลำดับจากความเป็นไปได้สูงสุดไปต่ำสุด และบอกข้อดี ข้อเสีย เงินลงทุนที่ต้องใช้ เวลาในการเห็นผล และความเสี่ยงของแต่ละทางเลือก ส่วนที่ 7: Skill Roadmap ช่วยจัดลำดับทักษะที่ผมควรเรียนเป็น 3 ระยะ 30 วันแรก 6 เดือนแรก 1-3 ปี ให้เน้นทักษะที่ช่วยเพิ่มรายได้จริง มี demand ในตลาด และเหมาะกับจุดแข็งของผม ไม่ใช่แค่ทักษะที่ดูเท่ ส่วนที่ 8: Goal Funding Plan ช่วยทำแผนสร้างเงิน 10,000 บาทแรก 100,000 บาทแรก และ 1,000,000 บาทแรก ให้คำนวณว่า ถ้าไม่ลงทุน ต้องเก็บเดือนละเท่าไหร่ ถ้าลงทุนผลตอบแทนเฉลี่ย 3%, 5%, 8%, 10%, 15% ต่อปี ต้องใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ ถ้าเพิ่มรายได้เดือนละ X บาท จะช่วยย่นเวลาได้แค่ไหน ถ้าลดรายจ่ายเดือนละ X บาท จะช่วยย่นเวลาได้แค่ไหน ให้เตือนด้วยว่าผลตอบแทนสูงไม่ได้มาฟรี และผลตอบแทนเฉลี่ยไม่ใช่ผลตอบแทนที่เกิดขึ้นเท่ากันทุกปี ส่วนที่ 9: Investment Policy Statement หรือ IPS ส่วนตัว ช่วยสร้างนโยบายการลงทุนส่วนตัวให้ผม โดยระบุ เป้าหมายการลงทุน ระยะเวลาลงทุน ผลตอบแทนที่ต้องการ ความเสี่ยงที่รับได้ สินทรัพย์ที่ลงทุนได้ สินทรัพย์ที่ไม่ควรลงทุน ระดับเงินสดขั้นต่ำ กติกาการ DCA กติกาการ Rebalance กติกาการ Cut Loss หรือ Risk Control กติกาห้ามลงทุนตามอารมณ์ กติกาห้ามใช้ leverage ถ้ายังไม่พร้อม และเงื่อนไขที่ต้องหยุดลงทุนชั่วคราว เช่น ตกงาน หนี้เพิ่ม หรือเงินฉุกเฉินลดต่ำเกินไป ส่วนที่ 10: Portfolio Construction ช่วยออกแบบพอร์ตให้ผม 3 แบบ 1. พอร์ตเสี่ยงต่ำ 2. พอร์ตสมดุล 3. พอร์ตเติบโต โดยพิจารณาจากอายุ รายได้ เงินออม ภาระ หนี้สิน ความเสี่ยง เป้าหมาย และระยะเวลา ให้ช่วยอธิบายสัดส่วนของ เงินสด กองทุนตลาดเงิน ตราสารหนี้ ETF หุ้นโลก ETF หุ้นสหรัฐฯ หุ้นรายตัว ทองคำ Bitcoin หรือสินทรัพย์เสี่ยงสูง สินทรัพย์สร้างกระแสเงินสด และสินทรัพย์อื่น ๆ ที่เหมาะสม ให้บอกด้วยว่าแต่ละสินทรัพย์ทำหน้าที่อะไรในพอร์ต เช่น โต ป้องกันความเสี่ยง สร้างสภาพคล่อง ลดความผันผวน หรือเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน ส่วนที่ 11: Alpha, Beta, Correlation และ Risk ช่วยอธิบายแบบเข้าใจง่ายว่า Alpha คืออะไร Beta คืออะไร Correlation คืออะไร Volatility คืออะไร Drawdown คืออะไร Sharpe Ratio คืออะไร Concentration Risk คืออะไร Liquidity Risk คืออะไร Currency Risk คืออะไร Sequence of Return Risk คืออะไร จากนั้นช่วยวิเคราะห์ว่าพอร์ตที่แนะนำมีความเสี่ยงตรงไหน สินทรัพย์ไหนขึ้นลงพร้อมกัน สินทรัพย์ไหนช่วยกระจายความเสี่ยง และจุดไหนที่ผมต้องระวังเป็นพิเศษ ส่วนที่ 12: Scenario Analysis ช่วยวางแผน 3 ฉากทัศน์ให้ผม Base Case: ชีวิตเดินตามแผนปกติ Bear Case: รายได้ลด ตกงาน ตลาดลง หรือมีเหตุฉุกเฉิน Bull Case: รายได้โตเร็ว ลงทุนดี หรือมีโอกาสใหม่ ในแต่ละกรณี ให้ช่วยบอกว่าผมควรปรับรายจ่าย เงินสด พอร์ต การลงทุน และแผนอัปสกิลอย่างไร ส่วนที่ 13: Action Plan ช่วยทำแผนปฏิบัติการให้ผมแบบชัดเจน 7 วันแรกต้องทำอะไร 30 วันแรกต้องทำอะไร 90 วันแรกต้องทำอะไร 1 ปีแรกต้องทำอะไร 3 ปีแรกต้องไปถึงจุดไหน 5 ปีแรกควรมีอะไรเปลี่ยนไป ขอให้เป็นแผนที่ทำได้จริง วัดผลได้ และไม่เกินกำลังชีวิต ส่วนที่ 14: Monthly Review System ช่วยสร้างระบบติดตามผลรายเดือนให้ผม โดยให้ผมเช็ก รายได้เพิ่มขึ้นไหม รายจ่ายลดลงไหม Savings Rate เป็นเท่าไหร่ หนี้ลดลงไหม เงินฉุกเฉินเพิ่มขึ้นไหม พอร์ตโตหรือไม่ พอร์ตเสี่ยงเกินไปไหม สกิลดีขึ้นไหม มีรายได้เสริมเกิดขึ้นหรือยัง นิสัยการเงินดีขึ้นไหม ให้ช่วยทำ Checklist รายเดือนและคำถามที่ผมควรถามตัวเองทุกสิ้นเดือน ส่วนที่ 15: Brutal Truth ช่วยพูดกับผมตรง ๆ แบบหวังดีว่า ตอนนี้สิ่งที่ฉุดชีวิตการเงินผมมากที่สุดคืออะไร อะไรคือข้ออ้างที่ผมอาจกำลังใช้หลอกตัวเอง อะไรคือสิ่งที่ผมควรเลิกทำทันที อะไรคือสิ่งที่ผมควรทำซ้ำทุกเดือน ถ้าผมอยากมีเงินล้านแรก ผมควรโฟกัสอะไรก่อนระหว่าง ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ปิดหนี้ เพิ่มสกิล ลงทุน เปลี่ยนพฤติกรรม จัดระบบชีวิต ให้จัดลำดับจากสำคัญที่สุดไปสำคัญน้อยที่สุด พร้อมเหตุผลแบบตรงไปตรงมา เงื่อนไขสำคัญ 1. ห้ามแนะนำแบบขายฝันเด็ดขาด 2. ห้ามอวยผมถ้าข้อมูลบอกว่าผมยังไม่พร้อม 3. ห้ามบอกให้ลงทุนเสี่ยงสูงถ้าฐานะยังไม่พร้อม 4. ถ้าผมยังไม่มีเงินฉุกเฉิน ให้เตือนก่อนพูดเรื่องลงทุนหนัก ๆ 5. ถ้าผมมีหนี้ดอกเบี้ยสูง ให้ช่วยจัดการหนี้ก่อน 6. ถ้ารายได้ผมน้อยเกินไป ให้เน้นเพิ่มทักษะและเพิ่มรายได้ก่อน 7. ถ้าผมอยากลงทุน ให้ช่วยอธิบายความเสี่ยงแบบชัดเจน 8. อย่าใช้ภาษาวิชาการเกินไป แต่ให้คิดลึกแบบมืออาชีพ 9. ทุกคำแนะนำต้องมีเหตุผลและเอาไปใช้ได้จริง 10. ถ้าข้อมูลยังไม่พอ ให้ถามเพิ่มก่อนสรุป 11. ถ้าผมตั้งเป้าหมายเกินจริง ให้ช่วยปรับให้เป็นจริง 12. ถ้าผมประเมินความเสี่ยงตัวเองผิด ให้เตือนตรง ๆ 13. ถ้าพอร์ตที่ผมอยากลงทุนกระจุกตัวเกินไป ให้เตือนเรื่อง Concentration Risk 14. ถ้าผมอยากได้ผลตอบแทนสูงแต่รับ Drawdown ไม่ได้ ให้บอกว่ามันขัดแย้งกัน 15. ให้ช่วยผมเหมือนที่ปรึกษาที่อยากเห็นผมรอดจริง ๆ ไม่ใช่แค่ตอบให้จบ รูปแบบคำตอบที่ต้องการ ขอให้ตอบเป็นขั้นตอน ใช้ภาษาคนธรรมดา มีตัวเลขประกอบเมื่อจำเป็น มีลำดับความสำคัญชัดเจน มีคำเตือนเรื่องความเสี่ยง มี Action Plan ที่ทำได้จริง และจบด้วย Checklist ว่าผมต้องทำอะไรต่อทันที
TP SQUAD tweet media
ไทย
8
758
1.1K
49.2K
@mod_x 리트윗함
น้องเหนือ โทรจัน
Update ไม้วันนี้ วันนี้รับเต็มข้อ วันนี้ตลาดจ่าย ได้ขึ้นรถวันนี้ ทำไมผมถึงได้ขึ้นรถไม้นี้? ท่าที่ผมใช้ขึ้นรถ 1h Price action cross EMA20/50 RSI Cross Smooth เหตุผลที่ผมเข้าไม้นี้ นอกจากที่ผมเข้าเพราะสัญญาณแล้ว เป็นเพราะผมรู้ข้อมูลว่า - โครงสร้างกราฟแบบนี้ ด้วย Volatility แบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 233 ครั้ง - มีไม้ที่ชนะ 101 ไม้ คิดเป็น Win Rate อยู่ที่ 43.35% ตามระบบของผม - แต่!! ใน 233 ครั้งนั้น ไม้ที่ชนะสามารถทำเงินให้ผมได้มากกว่าไม้ที่แพ้ ผมรู้ตามสถิติว่า ผมมีโอกาสแพ้ติดกันได้สูงสุดถึง 7 ครั้ง ซึ่งไม่ทำให้ผมพอร์ตพังหรือแพ้ไปจากตลาดแน่นอน พอเรารู้ Performance ที่ชัดเจนแบบนี้แล้ว ที่เหลือก็แค่ทำตามระบบอย่างมีวินัยครับ Port $1228 > $1326 เนื้อหาดังกล่าวเป็นเพียงการบันทึกกลยุทธ์ส่วนตัวเพื่อกรณีศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนลงทุนหรือการให้คำแนะนำทางการเงิน สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและตัดสินใจด้วยตนเอง
น้องเหนือ โทรจัน tweet media
น้องเหนือ โทรจัน@Cryptonuachan_

ขอเล่านิดนึง ปกติโพสต์แต่ในเฟส ผมกำลังทำ Challege ปั้นพอร์ท $1000 ไป $30,000 อยู่ เทรด Future ล้วน เน้นเรื่องวินัยและ Money managment และ Sizing Strategy ที่เล่นตอนนี้คือ Price action, EMA20/50, RSI14 ผม Backtest มาหมดและเห็น Performance, Profit Factor, Sortino หมด และจะ Compound Port ไปเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่พอร์ท 2x เดียวจะมาพิมพ์ Update ให้ฟังทุกวันครับว่าแต่ละไม้เข้าอะไรยังไง TP, Trailing stop, SL เผื่อเป็นประโยชน์และความรู้สำหรับคนที่หัดเทรดครับ ตอนนี้พอร์ท $1228 เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ🥰

ไทย
2
10
36
3.6K