tom789

184.2K posts

tom789

tom789

@shieldeye111

가입일 Ekim 2010
1.8K 팔로잉152 팔로워
tom789 리트윗함
THE STANDARD WEALTH
THE STANDARD WEALTH@Standard_Wealth·
ดร.เอกนิติ ตั้งเป้าเปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยให้ขับได้ฉิว เติบโตอย่างทั่วถึง และมีคุณภาพ ที่ระดับการเติบโตเต็มศักยภาพ ‘3% Plus’ บนเส้นทางถนนขรุขระที่เต็มไปด้วยวิกฤตเปลี่ยนโลก ทั้งปัญหาความมั่นคงทางพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ ไปจนถึงปัญหาแรงงานและเทคโนโลยีท่ามกลางสังคมสูงวัย ทั้งนี้ ดร.เอกนิติ ยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าศักยภาพมานาน นโยบายต่างๆ ที่ออกแบบมา จึงจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเปลี่ยนรถยนต์เศรษฐกิจไทยให้เป็นคันใหม่ เทคโนโลยีใหม่ และขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด “ต้องใช้ทรัพยากรทุกอย่างที่มีอยู่บนข้อจำกัดต่างๆ เพื่อยกเศรษฐกิจไทยขึ้นมา แต่ยกอย่างเดียวไม่พอ มันต้องเปลี่ยนเครื่องด้วย รถยนต์เศรษฐกิจไทยมันเก่า เครื่องยนต์เก่า เทคโนโลยีเดิม วันนี้จะต้องเปลี่ยนเป็นรถใหม่ และเป็นเครื่องยนต์สีเขียวด้วย” ดร.เอกนิติกล่าว ในงานแถลงนโยบายอย่างไม่เป็นทางการที่อาคาร 150 ปีกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 📌 เผย 3 บริบท รับโลกยุคใหม่ ดร.เอกนิติระบุว่าในวิกฤต มีโอกาสซึ่งบีบให้คนปรับตัวเร็วขึ้น พร้อมชี้ว่าโลกกำลังเผชิญวิกฤตใหญ่ ซึ่งจะเปลี่ยนโลกไป 3 ทาง ดังนี้ 1.โลกจะเข้าสู่ยุค ‘Security First’ มากขึ้น: นักลงทุนจะเลือกย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีความปลอดภัยสูง จากเดิมที่เน้นฐานการผลิตที่มีต้นทุนต่ำ โดยประเทศไทยเปรียบดัง ‘ที่หลบภัย’ (Safe Haven) ของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม เวียดนามและมาเลเซียเองถือเป็นประเทศคู่แข่งที่สำคัญ ซึ่งไทยจะต้องสร้างจุดแข็งผ่านการปลดล็อกการลงทุน ด้วยนโยบาย BOI Fast Pass นอกจากความมั่นคงทางการทหารแล้ว ยังมีประเด็นความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน แม้ไทยจะไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันสุทธิ แต่ไทยยังมีวัตถุดิบในการผลิต ‘เอทานอล’ อย่างอ้อย ปาล์ม และมันสำปะหลัง วัตถุดิบทางการเกษตรเหล่านี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรักษาจุดแข็งทางอาหารและพลังงานต่อไปได้ โดยจะผลักดันในระดับอุตสาหกรรม ให้มีความเข้มแข็งทั้งรายใหญ่ รายเล็ก จนส่งออกไปยังต่างประเทศได้ 2.วิกฤตพลังงานและสิ่งแวดล้อม: ท่ามกลางภาวะสงครามที่เกิดขึ้น อุปทานน้ำมันดิบหรือก๊าซธรรมชาติ ไม่ได้เคลื่อนไหวตามการตัดสินใจของประเทศผู้ผลิตน้ำมันเช่นกลุ่ม OPEC+ อีกต่อไป แต่ลดลงจากโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกทำลาย ทำให้โลกหมดยุคราคาพลังงานถูกไปสักระยะ เดิมไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยพึ่งพาน้ำมันดิบกว่า 60% และการผลิตไฟฟ้าในปัจจุบัน กว่า 60% ก็มาจากก๊าซธรรมชาติในตะวันออกกลาง ดร.เอกนิติระบุว่า จากนี้ไป ไทยจะมุ่งเน้นพลังงานสะอาดมากขึ้น ผ่านการผลักดัน ‘Direct PPA’ ให้ครัวเรือนขายไฟส่วนเกินกลับคืนการไฟฟ้าได้ โดยจะมีการหักลดหย่อนภาษีเพื่อเปิดทางให้ประชาชนทั่วไปติดตั้งโซลาร์เซลล์ในครัวเรือน พร้อมออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับติดโซลาร์ให้กับคนไทยอีกด้วย นอกจากนี้ จะมีนโยบายอุดหนุนสินค้าเกษตร เพื่อนำไปผลิต Bio-Ethanol ซึ่งถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะเกษตรกรจะมีรายได้ดีขึ้นพร้อมกับการแก้ปัญหาราคาพลังงาน ไม่เพียงเท่านั้น ดร.เอกนิติยังกล่าวอีกด้วยว่า กำลังคิดนโยบาย ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ เพื่อให้คนได้เปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฮบริดและรถไฟฟ้า และช่วยลดมลพิษ PM 2.5 โดยเบื้องต้นได้มอบหมายให้กับทางปลัดกระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตร่วมกันพิจารณาออกแบบนโยบาย ดร.เอกนิติระบุว่าจะครอบคลุม รถยนต์คาร์บอนต่ำ เช่น รถยนต์ไฮบริด (HEV) รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และที่สำคัญ ต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศ 3.โลกเข้าสู่เทคโนโลยี AI อย่างก้าวกระโดด: ดร.เอกนิติกล่าวว่า แม้ปัจจุบันคนทำงานส่วนใหญ่จะหยิบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้อย่างแพร่หลาย ซึ่งช่วยยกระดับผลิตผลแรงงานอย่างมาก อย่างไรก็ตาม คนไทยส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีดังกล่าว จึงจะประสานกระทรวงดีอี (DE) หนุนให้คนไทยใช้เครื่องมือ AI พรีเมียม เช่น ChatGPT, Gemini มากขึ้น ท่ามกลางสังคมสูงวัย AI จะก้าวเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพแรงงานไทยให้เก่งขึ้น และหารายได้ได้มากขึ้น นอกจากนี้ AI ยังสามารถนำมาต่อยอดธุรกิจสุขภาพ (Health Wellness) ในไทยได้ จากอุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพ ทั้งสมาร์ทวอทช์รุ่นต่างๆ รับเศรษฐกิจสูงวัย (Silver Economy) เพิ่มเติมจากการลงทุนศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศ ซึ่งไทยมีการลงทุนของ Data Center สูงเป็นอันดับ 6 ของโลก 📌 ขับเคลื่อนนโยบายด้วยหัวใจหลัก 4T ดร.เอกนิติระบุว่า ในการรับมือบริบทโลกยุคใหม่ การดำเนินนโยบายต้องขับเคลื่อนบนพื้นฐาน 4T ดังนี้ Target: คือการมุ่งเป้า ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ งบไขมันต่างๆ จะต้องถูกตัดทิ้งหมด ไม่ว่าจะเป็น งบศึกษาดูงาน งบเดินทางต่างประเทศ อะไรที่ฟุ่มเฟือยจะต้องโดนตัดทิ้ง เพื่อนำงบประมาณที่มีอยู่ มาเยียวยาประชาชนในช่วงวิกฤต ประกอบด้วยนโยบาย ⚈ มาตรการเยียวยาพุ่งเป้าตรงกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ ⚈ ไทยช่วยไทย ประกอบด้วย คนละครึ่ง พลัส, และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ⚈ BOI ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ในอุตสาหกรรมมุ่งเป้า เช่น อาหาร และสุขภาพ ⚈ เพิ่มประสิทธิภาพของงบประมาณรายจ่าย เช่น ตัดงบเดินทางศึกษาดูงานต่างประเทศ ⚈ Thailand Future Fund ⚈ Matching Fund รัฐ-ท้องถิ่น ⚈ Hometown Tax “เรายังไม่รู้วิกฤตจะยาวเท่าไหร่ แต่เราจะจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 70 บนวินัยการคลังตามกรอบแผนการคลังระยะปานกลางเหมือนเดิม” ดร.เอกนิติกล่าว Transition: การเปลี่ยนผ่าน เพื่อช่วยคนไทย และเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่ ยกระดับภาครัฐให้ทันสมัย ว่องไว และโปร่งใส ปรับปรุงกฏหมายกติกาที่ล้าสมัย เชื่อมโยงกันด้วยข้อมูล ลดขั้นตอน ลดความซ้ำซ้อน ⚈ เร่งรัด Green Transition ภาคขนส่งและพลังงาน ⚈ เร่งทำ Direct PPA เปิดให้ครัวเรือนซื้อขายไฟโดยตรงนะครับ ⚈ ลงทุน Smart Grid ⚈ Solar ในทุกภาคส่วน รัฐ/ชุมชน/ครัวเรือน/ธุรกิจ ⚈ พัฒนารัฐบาลดิจิทัล เป็น Seamless Government ใช้ Data ขับเคลื่อนการตัดสินใจ Transform: พลิกโฉมสร้างการเติบโตที่ทั่วถึง สร้างโอกาสการเติบโตให้ไปถึงคนตัวเล็ก SMEs ชุมชน ผู้สูงอายุ สร้างโอกาส สร้างอนาคตให้ลูกหลาน ⚈ ส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Digital, Bio, Green ⚈ ยกระดับแรงงานไทยผ่าน โครงการ Thailand Skill Bridge ⚈ สนับสนุนเทคโนโลยี เงินทุน และตลาด ให้ SME เข้าถึง Digital + Data + Platform ⚈ ปฏิรูประบบภาษี เน้นความง่าย อำนวยความสะดวก ด้วย Digital เอื้อให้คนเข้าระบบมากขึ้น ⚈ ปฏิรูปสินเชื่อคนตัวเล็กตัวน้อย Ari Score ปิดทางคนเป็นหนี้นอกระบบ ตั้งเป้าเสร็จภายใน มิถุนายน-กรกฎาคม 2569 Together: รวมพลัง การร่วมมือกันทั้งประเทศ ภาคเอกชนต้องเป็นผู้นําในการลงทุนนวัตกรรม และการสร้างงานใหม่ ภาครัฐต้องเป็นผู้สนับสนุนลดกฎที่ไม่จําเป็น ส่วนประชาชนทุกคน โอกาสนั้นจะเกิดผลได้ จริงก็ต่อเมื่อทุกคนลุกขึ้นมาคว้ามันด้วยตัวเอง ⚈ พื้นที่นําร่อง ทดลองนโยบายใหม่แบบครบวงจร ก่อนขยายผลทั้งประเทศ ⚈ (เช่น Saraburi Model, ร้อยเอ็ด Model) ⚈ ร่วมกับ กกร. ออกแบบนโยบายเศรษฐกิจร่วมกัน Re-Invent Thailand ⚈ เปิด sandbox ให้เอกชน-สตาร์ทอัพ-ชุมชน ร่วมทดลองและพัฒนานโยบายจริง ⚈ One Government บริการรัฐไร้รอยต่อ เชื่อมหน่วยงานรัฐเป็นระบบเดียว ลดขั้นตอน ลดต้นทุนประชาชน ⚈ Open Data/Open Governmentเปิดเผยข้อมูล สร้างความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ ⚈ ผสานกองทุนรัฐ-เอกชน-ต่างประเทศ เร่งลงทุนเศรษฐกิจใหม่ 📌 ย้ำ ‘Hometown Tax’ ไม่ได้เก็บภาษีเพิ่ม ทั้งนี้ ‘ภาษีรักบ้านเกิด’ หรือ ‘Hometown Tax’ มีจุดประสงค์เพื่อกระจายเม็ดเงินไปกับการพัฒนาท้องถิ่น โดยอยู่ระหว่างการออกแบบนโยบายจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ซึ่งหลักการเบื้องต้นจะเปิดโอกาสให้ผู้เสียภาษีสามารถเลือกนำเงินภาษีของตนไปบริจาคหรือสนับสนุนให้กับจังหวัดที่ตนเองชื่นชอบ จังหวัดที่ไปท่องเที่ยว หรือจังหวัดบ้านเกิดของตนเองได้ ซึ่งจะคล้ายคลึงกับระบบที่เปิดทางให้ผู้เสียภาษีเลือกหักภาษีเพื่อสนับสนุนพรรคการเมืองในปัจจุบัน พร้อมกันนี้ ดร.เอกนิติ ย้ำว่า ‘Hometown Tax’ จะไม่ใช่การเก็บภาษีในอัตราเพิ่มขึ้น แต่เป็นการกระจายเม็ดเงินไปยังต่างจังหวัดเพื่อไม่ให้ความเจริญกระจุกตัวแค่ในกรุงเทพ 📌 พร้อมผ่อนคลายวินัยการคลังถ้า ‘จำเป็น’ ทั้งนี้ ดร.เอกนิติระบุว่า ‘ถ้าจำเป็น’ อาจต้องผ่อนคลายวินัยการคลัง แต่เบื้องต้น จะยังไม่ขยับกรอบใดๆ โดยเชื่อว่า สถาบันจัดอันดับเครดิต (Credit Rating Agency) เข้าใจดีถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก และเตรียมหารือสถาบันจัดอันดับเครดิตต่างๆ ในงาน IMF-World Bank ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ระหว่างวันที่ 13-18 เมษายนนี้ พร้อมกันนี้ ดร.เอกนิติระบุว่า พันธบัตรรัฐบาลไทย ยังคงสูงกว่าระดับมีปัญหาที่เรียกว่า ‘Junk Bond’ อยู่ 2-3 ระดับ โดยคาดว่าสถาบันจัดอันดับเป็นห่วงประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณมากกว่าขนาดของการใช้จ่าย สิ่งสำคัญคือการใช้จ่ายอย่างมุ่งเป้า ซึ่งดร.เอกนิติตั้งเป้า ขยายสัดส่วนการลงทุนในประเทศเพิ่มเป็น 30% ต่อ GDP จากระดับ 23% ในปัจจุบัน โดยมุ่งเป้าไปยังการลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล “เราตั้งเป้าใน 4 ปีเราจะลงทุนเป็น 30% ทั้งภาครัฐและเอกชน แต่เราลงทุนทุกอย่างไม่ได้ เราจะต้องมุ่งเป้าไปยังการลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล” ดร.เอกนิติกล่าว #TheStandardWealth
THE STANDARD WEALTH tweet media
ไทย
0
19
23
1.7K
tom789 리트윗함
𝓂𝓎³⁹🌸
𝓂𝓎³⁹🌸@Minebaejuu·
: เงินเดือนออกปุ๊ปเข้าบัญชีเมียอัตโนมัติ ให้เหลือไว้แค่ค่ามาม่า ให้กูขยันคือควาย ณเดช : ได้ บ่เป็นหยัง : ให้เชื่อฟังเมียอย่างหมา ณเดช : ได้ บ่เป็นหยัง คำปฏิญาณตนฮีเริ่ดมาก พระเอกช่อง 3 คือไม่เอาไรแล้วนอกจากเมีย ได้หมด 55555555 #NYเขยนอร์เวย์สะใภ้ขอนแก่น
ไทย
20
28.7K
23.1K
795.7K
tom789 리트윗함
sunset ☀️
sunset ☀️@sthaftxrtherain·
จังหวะณเดชน์แกล้งบิดมอไซค์ ญาญ่ากรี๊ดเลย เหมือนดูละครนางเอกเป็นลูกสาวกำนันแล้วพระเอกก็มาจีบแบบกวนๆอ่ะ น่ารักมาก #NYเขยนอร์เวย์สะใภ้ขอนแก่น
ไทย
5
10K
11.5K
292.4K
tom789 리트윗함
ถือแถน
ถือแถน@pran2844·
ใช้สิทธิทันตกรรมในโรงพยาบาลรัฐไม่จำกัดจำนวนครั้ง ตามแผนการรักษา ช่วยค่าผ่าตัดใส่รากฟันเทียมรายละ 17,500 บาท ช่วยค่าชุดรากฟันเทียมรายละ 3,300 บาท
ถือแถน tweet media
ไทย
6
665
567
42.3K
tom789 리트윗함
수박 땡모 [윤아 ❣️🦌]
ในฐานะคนขอนแก่น ขอให้ดีเทลนิดนึง พ่อพราหมห์ที่ทำพิธีให้คือพ่อพราหมห์ อันดับ 1ของเมืองขอนแก่นเลยนะ คุณตา ชื่อตาสมาน ตอนนี่จบม 3 และ ม6 คุณตาก็มาทำพิธีสู่ขวัญให้ที่รร ปล หายากนะจะลงลึกดีเทลประเพณีท้องถิ่นขนาดนี้ #nyเขยนอร์เวย์สะใภ้ขอนแก่น
ไทย
1
9.1K
10K
368K
tom789 리트윗함
The Economist
The Economist@TheEconomist·
Even as the threat from artificial intelligence looms, tech jobs are not going away. Instead they are spreading through the whole economy. Register for free to discover why economist.com/finance-and-ec…
English
3
9
37
106.2K
tom789 리트윗함
Thai PBS
Thai PBS@ThaiPBS·
ร่องรอย "เปอร์เซีย" ในคำภาษาไทย . "อิหร่าน" ดินแดนที่มีประวัติศาสตร์หลายพันปี ในอดีต ดินแดนนี้คือที่ตั้งของ "จักรวรรดิเปอร์เซีย" อันยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะในยุคของกษัตริย์ไซรัสมหาราช เมื่อราว 2,500 ปีก่อน อารยธรรมเปอร์เซียมีอิทธิพลอย่างกว้างขวาง รวมถึงประเทศไทยด้วย . ย้อนกลับไปในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 8 แห่งอาณาจักรอยุธยา มี "พวกแขกเทศ" หรือชาวต่างชาติที่นับถือศาสนาอิสลาม เข้ามาติดต่อกับไทย ทั้งการค้าขาย และรับราชการ โดยเฉพาะอาหรับ และเปอร์เซีย ที่เป็นพวกที่มีอิทธิพลที่สุด ทำให้คำเปอร์เซียและคำอาหรับปนอยู่ในภาษาไทย ตั้งแต่สมัยนั้นเป็นต้นมา . Thai PBS รวบรวมคำยืมจากภาษาเปอร์เซีย ที่ปะปนใช้อยู่ในภาษาไทย จนหลายคนอาจแยกไม่ออก ว่าคำเหล่านี้มีที่มาจากคำว่าอะไร . • กากี มาจากคำว่า Shak [ขาก] แปลว่า ฝุ่นหรือดิน • กุหลาบ มาจากคำว่า Gulbab [กุล้อบ] แปลว่า น้ำดอกไม้ • ลูกเกด มาจากคำว่า Kishmish [กิชมิช] แปลว่า องุ่นแห้ง • คาราวาน มาจากคำว่า Karwan [การฺวาน] แปลว่า กองอูฐ หรือขบวนพ่อค้าที่เดินทางด้วยกันเพื่อความปลอดภัย • ผ้าขาวม้า มาจากคำว่า Kamarband [กามาร์ บันด์] แปลว่า เข็มขัด, ผ้า พัน, หรือ รัด, หรือคาดสะเอว • ฝรั่ง มาจากคำว่า Farang [ฟารัง] แปลว่า คำเรียกที่ชาวมุสลิมอาหรับเรียกชาวยุโรปตะวันตก • สนม มาจากคำว่า Zananah [เซนานา] แปลว่า เกี่ยวกับผู้หญิง • สักหลาด มาจากคำว่า Sakhlat [ซะเกาะลาต] แปลว่า ผ้าเนื้อนุ่มสีแดง • องุ่น มาจากคำว่า Angur [อังงูรฺ] แปลว่า ผลไม้ชนิดหนึ่ง . รู้หรือไม่ ? วิธีสังเกตคำไหนไทยแท้ : ส่วนใหญ่มี 1 พยางค์, ไม่มีการันต์, ไม่นิยมควบกล้ำ, มีวรรณยุกต์มีรูป-ไม่มีรูป . ที่มา : ครูบ้านนอก, ศิลปวัฒนธรรม, หนังสือหลักภาษาไทย ม.ปลาย บทที่ 3 การยืมคำภาษาต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย . #ThaiPBS #ThaiPBSDigitalMedia #ตะวันออกกลาง
Thai PBS tweet media
ไทย
0
214
190
8.9K
tom789 리트윗함
ฐานเศรษฐกิจ
สงครามตะวันออกกลางซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ เครื่องยนต์หลัก “ดับพร้อมกัน” ตั้งแต่ผลิต-ส่งออก-เกษตร-ท่องเที่ยว-อสังหาฯ กำลังการผลิตร่วง โรงงานปิดพุ่ง ต้นทุนทะยาน เงินเฟ้อจ่อเร่ง กดจีดีพีไตรมาสแรกเสี่ยงต่ำ 2% ขณะเอกชนหั่นเป้าทั้งปีเหลือ 1.2-1.6% เตือนเสี่ยงเข้าสู่ภาวะชะงักงัน #เศรษฐกิจไทย #เศรษฐกิจโลก #ราคาน้ำมัน #เงินเฟ้อ #ค่าครองชีพ thansettakij.com/economy/trade-…
ฐานเศรษฐกิจ tweet media
ไทย
0
19
20
1.1K
tom789 리트윗함
แม่กระต่ายพอพอ 🌼🌻
สิทธิ์ 2 หมื่นคันต้องแย่งชิงยิ่งกว่ากดตั๋วคอนเกาหลีอีก
แม่กระต่ายพอพอ 🌼🌻 tweet media
ไทย
0
18
7
1.3K
tom789 리트윗함
THE STANDARD
THE STANDARD@thestandardth·
KEY MESSAGES: เจาะลึกสัญญาณเตือน 61% รับมือ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ ภัยแล้งครั้งใหญ่ที่ไทยอาจต้องเผชิญในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในขณะที่โลกเพิ่งเริ่มหายใจคล่องคอจากสภาวะลานีญาที่ยาวนาน ข้อมูลล่าสุดจากทั่วโลกกลับชี้ไปที่ทิศทางเดียวกันว่า ปี 2569 จะไม่ใช่แค่ปีที่ร้อนธรรมดา แต่มันคือการเผชิญหน้ากับ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño)’ ที่อาจรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ พอล ราวน์ดี (Paul Roundy) ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์บรรยากาศจากมหาวิทยาลัยออลบานี ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร TIME ไว้อย่างน่าสนใจว่า เอลนีโญเกิดขึ้นเมื่อมวลน้ำอุ่นที่สะสมอยู่ทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกไหลเคลื่อนมายังฝั่งตะวันออก และเข้าไปแทนที่น้ำเย็นตามปกติด้วยน้ำที่อุ่นกว่า ส่วน ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ คือภาวะที่น้ำอุ่นดังกล่าวรุนแรงจนแทบลบล้างแนวน้ำเย็นตามธรรมชาติไปทั้งหมด ส่งผลให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลพุ่งสูงกว่าปกติเกิน 2.5 องศาเซลเซียส ซึ่งจะกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ขับเคลื่อนความปรวนแปรของสภาพอากาศโลกอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบ 140 ปี 📌 🌏 ทำความรู้จักสภาพอากาศ ENSO เพื่อให้เข้าใจตรงกัน ปรากฏการณ์ที่เรากำลังพูดถึงคือส่วนหนึ่งของ ENSO (El Niño-Southern Oscillation) หรือความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้ ซึ่งประกอบด้วย 3 สถานะหลัก 1. ลานีญา (La Niña): ระยะเย็น น้ำทะเลเย็นผิดปกติ ไทยมักเจอน้ำท่วมและฝนชุก 2. สภาวะปกติ (Neutral): ช่วงเปลี่ยนผ่านที่อุณหภูมิน้ำทะเลใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 3. เอลนีโญ (El Niño): ระยะอุ่น น้ำทะเลร้อนผิดปกติ กระแสลมค้า (Trade Winds) อ่อนกำลังลง ทำให้น้ำอุ่นไหลย้อนกลับมาทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำพาความแห้งแล้งมา โดยปกติเอลนีโญจะเกิดขึ้นทุกๆ 2-7 ปี และสามารถคงอยู่ได้นานตั้งแต่ 12-18 เดือน TIME ระบุว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง มีเพียง 5 ครั้งเท่านั้นนับตั้งแต่ปี 1950 ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงปี 2015-2016 นักวิทยาศาสตร์ยังไม่แน่ใจว่าเอลนีโญจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในปีนี้หรือไม่ แต่ความเป็นไปได้กำลังเพิ่มสูงขึ้น 🌏 สัญญาณเตือน 61% ที่ไทยจะเข้าสู่เตาอบยักษ์ รายงานจาก National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ฉบับเดือนเมษายน 2569 ยืนยันว่าระบบเตือนภัยเอนโซได้ปรับสู่สถานะ ‘เฝ้าระวังเอลนีโญ’ โดยคาดการณ์ว่า ⚈ ช่วงพฤษภาคม-กรกฎาคม 2569 มีโอกาสเกิดเอลนีโญ 61% ⚈ ช่วงปลายปี (ตุลาคม-ธันวาคม) โอกาสพุ่งสูงถึง 93% สอดคล้องกับ รายงานการเฝ้าระวังปรากฏการณ์เอลนีโญ/ลานีญาในเดือนมีนาคม 2569 ของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะเอลนีโญในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ด้วยความน่าจะเป็น 62% และจะต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี 2569 ไม่เพียงแต่รายงานเหล่านี้และอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรที่สูงขึ้นเป็นจุดสังเกตสำคัญ แต่อุณหภูมิในฤดูร้อนและต้นฤดูฝนที่สูงปกติ จากดัชนีความร้อนเข้าเกณฑ์อันตราย อุณหภูมิในกทม. และหลายพื้นที่สูงกว่า 40-42 องศาเซลเซียส ปริมาณฝนในปี 2569 ที่คาดว่าจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปีอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าปีนี้จะมีฝนเพียง 1,479 มิลลิเมตร (เทียบกับปี 2568 ที่สูงถึง 1,816 มิลลิเมตร) 🌏 เอลนีโญส่งผลกระทบต่อโลกของเราอย่างไร National Geographic วิเคราะห์ผลกระทบของเอลนีโญไว้ว่า สามารถแผ่กว้างออกไปได้ขึ้นอยู่กับความรุนแรง ซึ่งจะส่งผลต่อรูปแบบพายุ ภัยแล้ง ประชากรสัตว์ป่า และแม้แต่ความเร็วในการหมุนของโลก น้ำที่อุ่นขึ้นในส่วนตอนกลางและตะวันออกของแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรอาจหมายถึงพายุที่รุนแรงขึ้น เพราะเอลนีโญผลักดันกระแสลมกรดให้ลงไปทางใต้มากขึ้น ขณะที่พื้นที่อื่นๆ รวมถึงแอฟริกาตอนใต้เผชิญความร้อนและภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น ซึ่งทำลายพืชผลอาหารและนำไปสู่ความหิวโหย ปริมาณฝนที่น้อยลง และอุณหภูมิที่อุ่นขึ้นในอินโดนีเซียและออสเตรเลียยังหมายถึงไฟป่าที่มากขึ้นด้วย หลังจากเหตุการณ์เอลนีโญที่รุนแรงสองครั้งในทศวรรษที่ 80 และ 90 ส่งผลกระทบต่อประชากรสัตว์ป่า ประชากรเพนกวินบนเกาะกาลาปากอสลดลงอย่างรุนแรง อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นยังกระทบระบบนิเวศทางทะเล ปะการังแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำจะเกิดการฟอกขาว อินโดนีเซียเกิดไฟป่ารุนแรง ส่งผลให้หมอกควันไฟปกคลุมบางบริเวณของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ประเทศไทย บางส่วนของเมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ได้รับความแห้งแล้ง ในอีกด้านหนึ่งของโลก ปรากฏการณ์เอลนีโญส่งผลให้พายุในมหาสมุทรแอตแลนติกมีจำนวนลดลง แต่กลับเอื้อให้พายุในแปซิฟิกตะวันออกรุนแรงขึ้น และทำให้พายุในแปซิฟิกตะวันตกเปลี่ยนทิศทางจนเกิดภัยแล้งในหลายพื้นที่ ในภาคเกษตรกรรมก็เช่นกัน ABC News รายงานบทเรียนจากซูเปอร์เอลนีโญในอดีต (ปี 1982 และ 1997) ว่าสิ่งนี้จะก่อให้เกิดภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในออสเตรเลีย นำไปสู่การขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ และราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น 📌 🌏 ขีดจำกัดที่ร่างกายมนุษย์ทนได้ เมื่อเอลนีโญมาพบกับสภาวะ ‘โลกเดือด’ ผลลัพธ์คือคลื่นความร้อนที่ทำลายสถิติ The Guardian รายงานความกังวลของนักวิทยาศาสตร์ว่า ปี 2570 อาจเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ช่วงเดือนเมษายน บางพื้นที่อาจมีดัชนีความร้อน (อุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกจริง) สูงถึง 60 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม พบว่าอุณหภูมิที่สูงเกินไป (ประมาณ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไป) จะส่งผลต่อการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตเกือบทุกชนิด มนุษย์มีขีดจำกัดการทนทานความร้อนอยู่ที่ 35 องศาเซลเซียสกระเปาะเปียก ขณะที่หมีน้ำจอมอึดในสภาวะปกติ ทนความร้อนได้ 37.1 องศาเซลเซียส (เป็นเวลา 24 ชั่วโมง) แต่เมื่ออยู่ในภาวะจำศีลจะสามารถทนความร้อนได้ถึง 63 องศาเซลเซียส (เป็นเวลา 24 ชั่วโมง) อุณหภูมิกระเปาะเปียก คืออะไร สิ่งนี้คือการคำนวณความร้อนบวกกับความชื้น ไม่ใช่ตัวเลขอุณหภูมิตามพยากรณ์อากาศ เช่น กรุงเทพฯ มีอุณหภูมิอยู่ที่ 46 องศาเซลเซียส มีความชื้นในอากาศราว 30% (น้อย) อุณหภูมิกระเปาะเปียกจะอยู่ที่ 30.5 องศาเซลเซียส หากเกิน 35 องศาเซลเซียสกระเปาะเปียก กลไกการขับเหงื่อจะใช้ไม่ได้ผล ร่างกายจะไม่สามารถระบายความร้อนออกสู่ภายนอกได้ ส่งผลให้เกิดภาวะ Hyperthermia เลือดจะเริ่มหนืด หัวใจเต้นรัวเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงผิวหนัง และหากอุณหภูมิแกนกลางร่างกายพุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียส อวัยวะภายในจะเริ่มล้มเหลวและนำไปสู่การเสียชีวิตจาก ฮีทสโตรก (Heatstroke) ได้ในเวลาไม่กี่นาที 🌏 ไทยพร้อมแค่ไหน แม้ที่ผ่านมาปรากฏการณ์เอลนีโญในอดีตจะส่งผลต่อประเทศไทยทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น หรือฝนน้อยกว่าปกติ แต่ซูเปอร์เอลนีโญจะส่งผลกระทบที่ยิ่งกว่า ฝนทิ้งช่วง ภัยแล้ง ความเสี่ยงโรคฮีทสโตรกในกลุ่มเปราะบางที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เมื่อหันกลับมามองปริมาณน้ำใช้การได้ทั่วประเทศ พบว่า เหลือเพียง 46% โดยเฉพาะภาคกลางและภาคตะวันออกที่น่ากังวล เนื่องจากมีน้ำสำรองต่ำกว่า 40% ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์วิกฤตหนักเหลือแหล่งน้ำเพียง 28% ของความจุ หากฝนทิ้งช่วงยาวนานย่อมส่งผลต่อปริมาณน้ำสะสมสำหรับปี 2570 โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและการเกษตรของไทย แม้ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กำลังใช้ดาวเทียม THEOS-2 ในการทำแผนที่เสี่ยงภัยแบบ Real-time เพื่อตรวจจับจุดความร้อน (Hotspot) และวิเคราะห์สุขภาพพืชผ่านดัชนีความเขียวให้รัฐตัดสินใจเชิงนโยบายได้แม่นยำขึ้น แต่หัวใจสำคัญคือการเตรียมภูมิคุ้มกัน 🌏 คู่มือเอาตัวรอดในยุคซูเปอร์เอลนีโญ 1. ตระหนักแต่ไม่ตระหนก: แม้การพยากรณ์ระยะยาวจะมีความคลาดเคลื่อน แต่การเตรียมพร้อมคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด 2. น้ำคือทองคำ: กักเก็บน้ำในระดับครัวเรือนและไร่นา ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชเป็นชนิดที่ใช้น้ำน้อย 3. ดูแลกลุ่มเปราะบาง: เด็กและผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อฮีทสโตรกสูงที่สุด ต้องจัดหาที่พักอาศัยที่ระบายอากาศได้ดีและหมั่นเช็ดตัวระบายความร้อน 4. เฝ้าระวังพายุแทรก: ในปีที่แล้งจัด หากมีพายุหลงมาเพียงลูกเดียว (เหมือนไต้ฝุ่นซินลากู) อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ทันที เนื่องจากดินแห้งแข็งไม่สามารถดูดซับน้ำได้ทัน ซูเปอร์เอลนีโญ 2569 อาจเป็นอีกหนึ่งบททดสอบที่โหดร้าย แต่หากเราเตรียมพร้อมด้วยข้อมูล วิทยาศาสตร์ และการบริหารจัดการด้วยความไม่ประมาท เชื่อว่าไทยจะผ่านสมรภูมิความร้อนนี้ไปได้ #TheStandardNews
THE STANDARD tweet media
ไทย
4
123
92
10.6K
tom789 리트윗함
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
🔍 เรื่องไม่ลับฉบับนักวิจัย! รู้จัก "เอื้องตอติเล" กล้วยไม้อิงอาศัยที่มีเอกลักษณ์ตรงกลีบดอกบิดพลิ้วพริ้วไหว 🩰 พบกระจายพันธุ์ในป่าดิบชื้นแถบเอเชียรวมถึงไทย ดอกบานทนกว่า 1 สัปดาห์ ⏳ ม่วงสวยสะดุดตามากครับ 💜🍃 ​#เรื่องไม่ลับฉบับนักวิจัย #กล้วยไม้ป่า #ตอติเล #สุราษฎร์ธานี
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช tweet mediaกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช tweet mediaกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช tweet mediaกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช tweet media
ไทย
0
98
194
3.1K
tom789 리트윗함
IMF Asia & Pacific
IMF Asia & Pacific@IMFAsiaPacific·
สงครามในตะวันออกกลางเป็นบททดสอบต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียที่ก้าวเข้าสู่ปี 2569 ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่ง IMF คาดการณ์ว่าเอเชียจะขยายตัวร้อยละ 4.4 ในปี 2569 และยังคงเป็นกลไกขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก อ่านเพิ่มเติมได้ที่
ไทย
0
97
208
414.2K
tom789
tom789@shieldeye111·
@pipob69 ความคิดดี
ไทย
0
0
1
294
Pipob
Pipob@pipob69·
เป็นไปตามสัญญาในการหาเสียง “Tax the Rich” นายกเทศมนตรีเมืองนิวยอร์ก โซห์ราน มามดานี สร้างประวัติศาสตร์ ประกาศแผนจัดเก็บภาษีบ้านพักตากอากาศของคนรวยในนิวยอร์กที่มีมูลค่ามากกว่า 5 ล้านเหรียญขึ้นไป เป็นแผนการจัดเก็บภาษีคนรวยที่ได้รับความเห็นขอบจากผู้ว่าการรัฐเคธี่ โฮชุลจากพรรคเดียวกัน โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มมหาเศรษฐีที่อาศัยอยู่นอกนครนิวยอร์ก แต่ครอบครองบ้านพักหรูในนิวยอร์ก และเพราะพวกเขาไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็น residence ของนิวยอร์ก ทำให้ไม่ต้องเสียภาษีรายได้ให้กับรัฐหรือเมือง แต่ตามแผนการนี้ มหาเศรษฐีเหล่านี้ต้องเสียภาษี "pied-à-terre" สำหรับการครอบครองอสังหาริมทรัพย์หรูมูลค่า 5ล้านเหรียญขึ้นไป หากไม่ได้พักอาศัยในอาคารเหล่านั้น รายงานข่าวระบุว่า โครงการอาคารสูงแห่งใหม่ขนาดใหญ่หลายแห่งในย่านแมนฮัตตันเป็นของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งใช้เวลาอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่ซื้อไปเพียงเล็กน้อย เพราะใช้เป็นแค่บ้านพักตากอากาศ ในวิดีโอเพื่อโปรโมทเรื่องนี้ มัมดานียกตัวอย่างของ มหาเศรษฐีเคน กริฟฟิน ซึ่งซื้อเพนต์เฮาส์มูลค่า 238 ล้านเหรียญในนิวยอร์ก แต่กลับไม่ได้ใช้เป็นที่พำนักอาศัย ในขณะที่กรรมาชีพในนิวยอร์กไม่มีปัญญาแม้แต่จะจ่ายค่าเช่าบ้านของตัวเอง คาดการณ์แผนการเก็บภาษีครั้งนี้จะทำให้รัฐมีรายได้ 500 ล้านเหรียญต่อปี เพียงพอต่อการใช้เพื่อสนับสนุนงบประมาณเรื่องการดูแลเด็กเด็ก การทำให้ถนนสะอาด และทำให้ย่านที่อยู่อาศัยปลอดภัยยิ่งขึ้น ปล. คำภาษาฝรั่งเศส “pied-à-terre”หมายถึงบ้านหลังที่สองขนาดเล็ก มักออกเสียงในภาษาอังกฤษว่า เพย์-อา-เทียร์ nytimes.com/2026/04/14/nyr…
Bang Phong Phang, Thailand 🇹🇭 ไทย
9
525
389
35.5K
tom789 리트윗함
ลงทุนแมน
TSMC ไตรมาสเดียว ฟันกำไร 580,000 ล้านบาท เติบโต 58% /โดย ลงทุนแมน วันนี้ TSMC ประกาศผลประกอบการไตรมาสล่าสุด (ม.ค. - มี.ค. 2026) โดยทั้งรายได้และกำไร สามารถเอาชนะตัวเลขที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ได้อีกครั้ง ผลประกอบการของ TSMC ไตรมาส 1 ปี 2026 - รายได้ 1.15 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.1% จากปีก่อน - กำไรสุทธิ 0.58 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.3% จากปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ สูงถึง 50.5% ซึ่งหมายความว่าทุก ๆ รายได้ 100 บาท TSMC จะสามารถเก็บเป็นกำไรเข้ากระเป๋า ได้ถึง 50.5 บาท โดยกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced Technologies) หรือชิปที่มีขนาด 7 นาโนเมตรลงมานั้น ครองสัดส่วนรายได้รวมกันสูงถึง 74% ของรายได้รวม longtunman.com/67807
ลงทุนแมน tweet media
ไทย
2
176
204
14.9K
tom789 리트윗함
ปอป่านขอแปล
ร่มจำเป็นต้องดูดีมีสกุลขนาดนี้ม้าย น้องเป็นร่มญี่ปุ่นทรงดอกคิเคียว ด้านนอกเป็นสีฟ้าอ่อน ด้านในเป็นสีม่วง แล้วพอต้องแดด สีก็ทับซ้อนกันเปลี่ยนเป็นสีครามม่วง โครงร่มประกอบกับใยของกระดาษญี่ปุ่นที่จะเห็นเลือนรางกลางแสงแดด ยิ่งทำให้ดูเหมือนกลีบดอกคิเคียวจริงๆ ก็ไม่ปาน ฮืออ คิดมาดี🥹
仐日和 (岐阜和傘)@kasabiyori

桔梗和傘の色の変化

ไทย
5
7.2K
9.6K
269.7K
tom789 리트윗함
Pokrath Hansasuta
Pokrath Hansasuta@pokrath·
กทม.ชวนประชาชนรีไซเคิล "ปืนฉีดน้ำพลาสติก" หลังสงกรานต์ ใช้เป็นวัตถุดิบผลิตเม็ดพลาสติกและเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ จุดรับ 9 แห่งถึงวันที่ 19 เม.ย.นี้ 1. สีลม เขตบางรัก 2. ข้าวสาร เขตพระนคร 3. สวนเบญจกิติ 4. ไอคอนสยาม 5. เซ็นทรัลเวิลด์ 6. EMSPHERE 7. เดอะมอลล์ ท่าพระ 8. เดอะมอลล์ บางกะปิ 9. ดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค
ไทย
3
5.6K
1.5K
180.5K
tom789 리트윗함
tom789
tom789@shieldeye111·
@pran2844 รัฐไปสนับสนัน รถไฟฟเา หมดแล้วไม่ใช่เหรอ
ไทย
0
0
0
2.1K
ถือแถน
ถือแถน@pran2844·
ตอนนี้ราคาน้ำมันโลกลดลงแล้ว ราคาน้ำมันดิบวันนี้อยู่ที่ 94 เหรียญต่อบาร์เรล แต่ราคาน้ำมันบ้านเราไม่ลดลงตาม เพราะนโยบายของรัฐบาลอนุทิน เขาไปลดภาระของกองทุนน้ำมันก่อน แทนการลดราคาน้ำมันให้กับประชาชน และ เริ่มเก็บเงินเข้ากองทุนผ่านราคาน้ำมันเบนซิน ส่วนภาษีสรรพสามิตยังเก็บอยู่ในราคาเดิม ที่เคยบอกว่าจะลดให้น้ำมันดีเซลลิตรละ 1 บาท ตอนนั้นบอกว่า ต้องขอ กกต.ก่อนเพราะเป็นรัฐบาลรักษาการ แต่ก็ไม่มีการขอ พอแถลงนโยบายเสร็จ มีอำนาจเต็มตามกฎหมาย ก็ไม่ทำต่อ ตอนน้ำมันขึ้นก็อ้างขึ้นตามกลไกราคาตลาดโลก แต่พอราคาน้ำมันตลาดโลกลง ก็อ้างว่าต้องเก็บเงินเข้ากองทุน เอาไว้ช่วยประชาชนเวลาน้ำมันแพง แต่พอเวลาน้ำมันแพงจริงๆ ชดเชยได้ 2-3 วัน ร้องแล้วว่า เงินกองทุนไม่เหลือ ถ้าจะให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดโลก ก็ควรเป็นไปตามกลไกจริงๆ ไม่ควรเอากองทุนน้ำมันมาเป็นข้ออ้าง เล่นกลกับราคาน้ำมันให้ประชาชนแบกไม่รู้จบไปเรื่อยๆ
ไทย
10
9.9K
2.3K
208.7K