dei #กกตต้องติดคุก

91.8K posts

dei #กกตต้องติดคุก banner
dei #กกตต้องติดคุก

dei #กกตต้องติดคุก

@webdevxp

แอคนี้ไม่ใช้ AI ร่วมเรียกร้องอิสรภาพให้มวลชน #หยุดคุมขัง #ยกเลิก112

가입일 Mart 2012
670 팔로잉36.5K 팔로워
dei #กกตต้องติดคุก 리트윗함
• • november • • อสส. io 4th 💫❄️🫧🌫️
นักการเมืองอีลีทพันล้านมานั่งสั่งสอนคนอดมื้อกินมื้อให้รู้จักพอเพียง 😱
ไทย
12
16.6K
6K
256.6K
dei #กกตต้องติดคุก
หัวใจเกือบวาย แม่ไปไหนไม่รู้จะสองทุ่มแล้วยังไม่กลับมา โทรศัพท์ก็ไม่เอาไป เลยคิดไปว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุจึงไปตามหาที่รพ. แต่ก็ไม่เจอ พอกลับมาบ้านก็เจอว่าแกกลับมาแล้ว บอกไปหาเพื่อน ฮ่วย 😑
ไทย
0
0
3
558
dei #กกตต้องติดคุก 리트윗함
TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
วันนี้ (27 มี.ค. 69) ครบ 3 ปีที่ "วุฒิ" อดีต รปภ. วัย 53 ปี ถูกคุมขังในคดี ม.112 จากการโพสต์เฟซบุ๊ก 12 ข้อความ ก่อนรับโทษ 18 ปี และโทษยังคงเดินต่อไป และเขายังคงรออยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม ในฐานะผู้ต้องขัง ม.112 ที่ถูกจองจำนานที่สุดในขณะนี้ . . อ่านเนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์: tlhr2014.com/archives/82659
TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน tweet media
ไทย
3
72
61
1.8K
dei #กกตต้องติดคุก 리트윗함
• • november • • อสส. io 4th 💫❄️🫧🌫️
เอาเจ้าของปั๊มน้ำมันมานั่งแก้ปัญหาวิกฤติพลังงาน 555555555555555555 มึงว่ามันจะทำให้ใครรวยล่ะไอ้ชาติเปรต
ไทย
1
8.4K
2.3K
113K
dei #กกตต้องติดคุก 리트윗함
Isriya Paireepairit
Isriya Paireepairit@markpeak·
"กระทรวงพาณิชย์ได้ย้ำหลายครั้งว่า ปุ๋ยเคมีเป็นสินค้าควบคุมตาม พรบ. ว่าด้วยสินค้าและบริการ หากผู้ประกอบการจะมีการขึ้นราคาจะต้องขออนุญาตก่อน และกระทรวงพาณิชย์ยังย้ำว่า ยังไม่มีผู้ประกอบการขอขึ้นราคาปุ๋ยเคมีแต่อย่างใด แต่ในข้อเท็จจริงที่พบในสภาพพื้นที่ ราคาปุ๋ยเคมีเกือบทุกสูตรได้ขึ้นราคากันหมดแล้ว"
เดชรัต สุขกำเนิด@Decharut114

ปัญหา 4 เรื่อง ที่รัฐบาลควรต้องตอบเรื่อง ปุ๋ยเคมี การแถลงข้อมูลกลับไปกลับมาของกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ปริมาณปุ๋ยยูเรียที่มีในสต็อก จากเดิมเคยบอกว่าจะมีถึงเดือนสิงหาคม และกลับมาแถลงเป็นปลายเดือนเมษายน (ตามภาพประกอบ) รวมถึงการแถลงอื่นๆ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ทำให้เห็นถึงปัญหา 4 ด้าน ในเรื่องการจัดการปุ๋ยเคมีของรัฐบาล ดังนี้ หนึ่ง “ไม่โปร่งใส” จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่มีการประกาศให้สาธารณชนทราบว่า ปุ๋ยเคมีแต่ละสูตรที่มีในสต็อกมีอยู่ในปริมาณเท่าไร? อยู่ในสต็อกของใคร? และเพียงพอจนถึงเมื่อไรกันแน่? เพราะในขณะที่กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่ายังมีปริมาณปุ๋ยยูเรียจนถึงเดือนเมษายนเป็นอย่างน้อย แต่ในพื้นที่จริงกลับปรากฏว่า ร้านค้าย่อยจำนวนหนึ่งไม่สามารถสั่งปุ๋ยยูเรียและปุ๋ยบางสูตรมาจำหน่ายให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ได้ ในประเด็นนี้ ผมเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกันแถลงข้อมูลเหล่านี้ต่อประชาชนให้ชัดเจนโดยเร็ว เพราะความคลาดเคลื่อนและความไม่ชัดเจนของข้อมูลจะสร้างความแคลงใจให้กับเกษตรกรว่าจะมี “ไอ้โม่ง” ที่ซ้อนอยู่เบื้องหลังการลดลงของปริมาณปุ๋ยเคมีในสต็อกเพื่อรอการขายเมื่อราคาขยับขึ้นแล้วหรือไม่? (แบบที่ประชาชนสงสัยในกรณีการจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง) นอกจากนั้น ความชัดเจนของข้อมูลปริมาณปุ๋ยนี้ยังมีผลต่อการเตรียมรับมือของภาคการเกษตรอีกด้วย เพราะในช่วง 4 เดือนถัดไปจากเดือนเมษายน จะเป็นช่วงเวลาของการเพาะปลูกรอบใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จะมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้น สอง “ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง” ในการแถลงข่าว กระทรวงพาณิชย์ได้ย้ำหลายครั้งว่า ปุ๋ยเคมีเป็นสินค้าควบคุมตาม พรบ. ว่าด้วยสินค้าและบริการ หากผู้ประกอบการจะมีการขึ้นราคาจะต้องขออนุญาตก่อน และกระทรวงพาณิชย์ยังย้ำว่า ยังไม่มีผู้ประกอบการขอขึ้นราคาปุ๋ยเคมีแต่อย่างใด แต่ในข้อเท็จจริงที่พบในสภาพพื้นที่ ราคาปุ๋ยเคมีเกือบทุกสูตรได้ขึ้นราคากันหมดแล้ว เช่น ปุ๋ยยูเรียได้ขึ้นจาก 850 บาท/กระสอบ เป็น 1,000-1,200 บาท/กระสอบแล้ว (แล้วแต่ในแต่ละพื้นที่) ในประเด็นนี้ ผมเสนอให้กระทรวงพาณิชย์ประกาศราคาควบคุมของปุ๋ยเคมีแต่ละสูตรให้ประชาชนทราบ เพื่อที่ประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรจะได้ช่วยกันติดตามว่า มีการขายเกินราคาควบคุมของกระทรวงพาณิชย์หรือไม่? ประชาชนจะได้ช่วยแจ้งให้กระทรวงพาณิชย์ทราบโดยไว และ/หรือ เราก็อาจจะทราบว่า ราคาควบคุมของกระทรวงพาณิชย์อาจตั้งไว้สูงเกินไป ผู้ประกอบการจึงขยับราคาได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งกระทรวงพาณิชย์ สาม “ไม่ประสานงานกัน” ตั้งแต่เกิดสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางจนกระทั่งปัจจุบัน เกือบหนึ่งเดือน เรายังไม่เคยเห็นการแถลงข่าวร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เลยสักครั้ง แม้กระทั่ง การแถลงเรื่อง การใช้ปุ๋ยสูตรสำเร็จแทนปุ๋ยยูเรีย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เองก็เคยแถลงเมื่อวันที่ 17 มีนาคมว่าจะไปประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้มั่นใจว่าผลผลิตของพี่น้องเกษตรกรจะไม่ลดลง แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม กระทรวงพาณิชย์ก็ยังแถลงในลักษณะเดิมว่า จะประสานกับกระทรวงเกษตรฯ โดยที่ไม่มีข้อมูล/ความคืบหน้าเพิ่มเติมแต่อย่างใด แม้จะผ่านไป 10 วันแล้วก็ตาม ผมคาดหวังว่า กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ จะเร่งออกมาแถลงถึงความชัดเจนในเรื่องมาตรการต่างๆ ไม่ว่าการใช้ปุ๋ยสูตรสำเร็จ และปุ๋ยอินทรีย์ รัฐบาลจะดำเนินมาตรการอย่างไร และจะส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยในลักษณะใด สำหรับพืชใด ทั้งนี้ คำแนะนำดังกล่าว ควรสอดคล้องกับคุณสมบัติและความสมบูรณ์ของดินที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ด้วย สี่ “ไม่ทำงานเชิงรุก” ค่าน้ำมันและค่าปุ๋ยเคมี เป็นต้นทุนประมาณ 35-50% ของต้นทุนทั้งหมดในการผลิต (สัดส่วนขึ้นอยู่กับพืชแต่ละชนิด) การเพิ่มขึ้นของราคาปุ๋ยเคมีและราคาน้ำมันย่อมกระทบต้นทุนการผลิตโดยรวมของพี่น้องเกษตรกร แต่ปัจจุบัน เรากลับยังไม่เห็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกรแต่ละประเภท (และในแต่ละฉากทัศน์) ว่า แต่ละพืชจะได้รับผลกระทบหนัก/เบาเพียงใด พืชผลชนิดใดมีความเสี่ยงที่เกษตรกรจะขาดทุน และรัฐบาลจะเตรียมมาตรการใดไว้รองรับ และ/หรือรัฐบาลควรมีเป้าหมายในการยกระดับราคาสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบนั้นให้อยู่ในระดับใด เกษตรกรจึงจะอยู่รอดในภาวะที่ต้นทุนการผลิตสำคัญเพิ่มขึ้น เป็นต้น ผมขอเสนอให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบและมีฐานข้อมูลต้นทุนการผลิตทางการเกษตรอยู่แล้ว ได้นำเสนอข้อมูลผลกระทบในแต่ละฉากทัศน์ และเสนอแนะมาตรการรับมือต่อรัฐบาลและสาธารณชนโดยเร็ว

ไทย
2
168
135
9.8K
dei #กกตต้องติดคุก 리트윗함
เดชรัต สุขกำเนิด
ปัญหา 4 เรื่อง ที่รัฐบาลควรต้องตอบเรื่อง ปุ๋ยเคมี การแถลงข้อมูลกลับไปกลับมาของกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ปริมาณปุ๋ยยูเรียที่มีในสต็อก จากเดิมเคยบอกว่าจะมีถึงเดือนสิงหาคม และกลับมาแถลงเป็นปลายเดือนเมษายน (ตามภาพประกอบ) รวมถึงการแถลงอื่นๆ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ทำให้เห็นถึงปัญหา 4 ด้าน ในเรื่องการจัดการปุ๋ยเคมีของรัฐบาล ดังนี้ หนึ่ง “ไม่โปร่งใส” จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่มีการประกาศให้สาธารณชนทราบว่า ปุ๋ยเคมีแต่ละสูตรที่มีในสต็อกมีอยู่ในปริมาณเท่าไร? อยู่ในสต็อกของใคร? และเพียงพอจนถึงเมื่อไรกันแน่? เพราะในขณะที่กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่ายังมีปริมาณปุ๋ยยูเรียจนถึงเดือนเมษายนเป็นอย่างน้อย แต่ในพื้นที่จริงกลับปรากฏว่า ร้านค้าย่อยจำนวนหนึ่งไม่สามารถสั่งปุ๋ยยูเรียและปุ๋ยบางสูตรมาจำหน่ายให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ได้ ในประเด็นนี้ ผมเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกันแถลงข้อมูลเหล่านี้ต่อประชาชนให้ชัดเจนโดยเร็ว เพราะความคลาดเคลื่อนและความไม่ชัดเจนของข้อมูลจะสร้างความแคลงใจให้กับเกษตรกรว่าจะมี “ไอ้โม่ง” ที่ซ้อนอยู่เบื้องหลังการลดลงของปริมาณปุ๋ยเคมีในสต็อกเพื่อรอการขายเมื่อราคาขยับขึ้นแล้วหรือไม่? (แบบที่ประชาชนสงสัยในกรณีการจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง) นอกจากนั้น ความชัดเจนของข้อมูลปริมาณปุ๋ยนี้ยังมีผลต่อการเตรียมรับมือของภาคการเกษตรอีกด้วย เพราะในช่วง 4 เดือนถัดไปจากเดือนเมษายน จะเป็นช่วงเวลาของการเพาะปลูกรอบใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จะมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้น สอง “ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง” ในการแถลงข่าว กระทรวงพาณิชย์ได้ย้ำหลายครั้งว่า ปุ๋ยเคมีเป็นสินค้าควบคุมตาม พรบ. ว่าด้วยสินค้าและบริการ หากผู้ประกอบการจะมีการขึ้นราคาจะต้องขออนุญาตก่อน และกระทรวงพาณิชย์ยังย้ำว่า ยังไม่มีผู้ประกอบการขอขึ้นราคาปุ๋ยเคมีแต่อย่างใด แต่ในข้อเท็จจริงที่พบในสภาพพื้นที่ ราคาปุ๋ยเคมีเกือบทุกสูตรได้ขึ้นราคากันหมดแล้ว เช่น ปุ๋ยยูเรียได้ขึ้นจาก 850 บาท/กระสอบ เป็น 1,000-1,200 บาท/กระสอบแล้ว (แล้วแต่ในแต่ละพื้นที่) ในประเด็นนี้ ผมเสนอให้กระทรวงพาณิชย์ประกาศราคาควบคุมของปุ๋ยเคมีแต่ละสูตรให้ประชาชนทราบ เพื่อที่ประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรจะได้ช่วยกันติดตามว่า มีการขายเกินราคาควบคุมของกระทรวงพาณิชย์หรือไม่? ประชาชนจะได้ช่วยแจ้งให้กระทรวงพาณิชย์ทราบโดยไว และ/หรือ เราก็อาจจะทราบว่า ราคาควบคุมของกระทรวงพาณิชย์อาจตั้งไว้สูงเกินไป ผู้ประกอบการจึงขยับราคาได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งกระทรวงพาณิชย์ สาม “ไม่ประสานงานกัน” ตั้งแต่เกิดสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางจนกระทั่งปัจจุบัน เกือบหนึ่งเดือน เรายังไม่เคยเห็นการแถลงข่าวร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เลยสักครั้ง แม้กระทั่ง การแถลงเรื่อง การใช้ปุ๋ยสูตรสำเร็จแทนปุ๋ยยูเรีย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เองก็เคยแถลงเมื่อวันที่ 17 มีนาคมว่าจะไปประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้มั่นใจว่าผลผลิตของพี่น้องเกษตรกรจะไม่ลดลง แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม กระทรวงพาณิชย์ก็ยังแถลงในลักษณะเดิมว่า จะประสานกับกระทรวงเกษตรฯ โดยที่ไม่มีข้อมูล/ความคืบหน้าเพิ่มเติมแต่อย่างใด แม้จะผ่านไป 10 วันแล้วก็ตาม ผมคาดหวังว่า กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ จะเร่งออกมาแถลงถึงความชัดเจนในเรื่องมาตรการต่างๆ ไม่ว่าการใช้ปุ๋ยสูตรสำเร็จ และปุ๋ยอินทรีย์ รัฐบาลจะดำเนินมาตรการอย่างไร และจะส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยในลักษณะใด สำหรับพืชใด ทั้งนี้ คำแนะนำดังกล่าว ควรสอดคล้องกับคุณสมบัติและความสมบูรณ์ของดินที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ด้วย สี่ “ไม่ทำงานเชิงรุก” ค่าน้ำมันและค่าปุ๋ยเคมี เป็นต้นทุนประมาณ 35-50% ของต้นทุนทั้งหมดในการผลิต (สัดส่วนขึ้นอยู่กับพืชแต่ละชนิด) การเพิ่มขึ้นของราคาปุ๋ยเคมีและราคาน้ำมันย่อมกระทบต้นทุนการผลิตโดยรวมของพี่น้องเกษตรกร แต่ปัจจุบัน เรากลับยังไม่เห็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกรแต่ละประเภท (และในแต่ละฉากทัศน์) ว่า แต่ละพืชจะได้รับผลกระทบหนัก/เบาเพียงใด พืชผลชนิดใดมีความเสี่ยงที่เกษตรกรจะขาดทุน และรัฐบาลจะเตรียมมาตรการใดไว้รองรับ และ/หรือรัฐบาลควรมีเป้าหมายในการยกระดับราคาสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบนั้นให้อยู่ในระดับใด เกษตรกรจึงจะอยู่รอดในภาวะที่ต้นทุนการผลิตสำคัญเพิ่มขึ้น เป็นต้น ผมขอเสนอให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบและมีฐานข้อมูลต้นทุนการผลิตทางการเกษตรอยู่แล้ว ได้นำเสนอข้อมูลผลกระทบในแต่ละฉากทัศน์ และเสนอแนะมาตรการรับมือต่อรัฐบาลและสาธารณชนโดยเร็ว
เดชรัต สุขกำเนิด tweet media
ไทย
3
214
201
13.2K
dei #กกตต้องติดคุก 리트윗함
Rolenda
Rolenda@loreneeliz·
Pov แปลหยาบ : กูเนี่ยอยากจะบอกให้รัฐบาลเลิกตอแหล ถ้าไม่มีปัญญาบริหารก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาเป็นรัฐบาลครับ ไอ้ควาย
ไทย
14
12.5K
8.8K
216.7K
dei #กกตต้องติดคุก 리트윗함
✴ คุณอุ๋ง
✴ คุณอุ๋ง@oonginlavender·
หนูปัจจุบันที่เพื่อไทยโหวตนี้แหละเรียกว่าอำนาจเต็ม ส่วนไอ้รัฐบาลเสียงข้างน้อยที่นางแบกอกแตกตายเนี่คืออัจฉริยภาพของพรรคประชาชนในการถ่วงดุลอำนาจไม่ให้ล้นเกิน เห็นมั้ยแค่ขู่เปิดไม่ไว้วางใจ มันชิงยุบสภาเลย คุณนี่ตอแหลเก่งสมเป็นนางแบกเพื่อไทย ไม่ค่อยมีความรู้เน้นจำขี้ปากคนอื่นมาแพล่ม
✴ คุณอุ๋ง tweet media
tt@paponsuwan

@oonginlavender แต่ พท เขามาร่วมบริหาร ไม่โง่แบบเท้ง ให้อำนาจเต็ม หนูแบบโง่ๆ ไม่จริงตรงไหนบอกด้วยนะว่า เท้งโง่

ไทย
6
55
62
2.7K
dei #กกตต้องติดคุก 리트윗함
• • november • • อสส. io 4th 💫❄️🫧🌫️
เยสเขร้ สส.หน้าใหม่ชื่อย่อป้อมภาวุธนำเสนอทางออกให้รัฐบาลศรีธนญชัยทำ open data ภาครัฐได้แล้วอีควายเผือก แหกตาดูนี่ครับกุทำตัวอย่าง dashboard น้ำมันใกล้ฉันมาให้ลอก ซับนรกโดย…โนเวมเบ้อ ตันสกุล
ไทย
7
2.5K
2.6K
156.9K
dei #กกตต้องติดคุก 리트윗함
Ordinaryfern
Ordinaryfern@fernnnfernnfern·
ลบทวิตนี้ละ ฉันรำคาญพวกก่อหวอดดราม่าพูดจากับแมวงั้นงี้ๆ ฯลฯ หน้างานจริงพี่เขาก็พูดปกติ เขารักแมวเขาอยู่ทุกวัน
Ordinaryfern tweet media
ไทย
34
2.7K
3.3K
343.3K
dei #กกตต้องติดคุก 리트윗함
dei #กกตต้องติดคุก 리트윗함
we need democracy
we need democracy@P_23_10·
ลงพื้นที่/ก็โดนด่าโดนตราหน้า นั่งในสภา/นั่งหน้าเป็นหมาหงอยไปจนหมดวาระการเป็นสส. แค่นี้ยังน้อยไปกับสิ่งระยำๆที่มันทำกับคนอุดรเขต7
we need democracy tweet media
ไทย
45
8.5K
5.5K
330.5K
dei #กกตต้องติดคุก 리트윗함
อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล
อสรพิษในโหลดอง 🐍 ทรยศประชาชน ทรยศเพื่อนร่วมอุดมการณ์
อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล tweet mediaอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล tweet mediaอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล tweet media
ไทย
130
1.4K
1.6K
119.4K
dei #กกตต้องติดคุก 리트윗함
Ingrid
Ingrid@IngridFromSpace·
พรรคแดงและนางแบก ข้อ 1 - พิเชษฐ์โยกงบลงจ.ตัวเอง รธน.กำหนดให้ฟ้องศาลรธน. ต่อให้ฟ้องปปช.ก็ต้องส่งต่อศาลรธน.อยู่ดี - พรรคส้มเตือนก่อนแล้วว่าอย่าทำ - นางแบกแบกการทุจริต ตอนที่ส้มเตือนให้หยุด ไม่มีนางแบกออกมาบอกพิเชษฐ์ห้ามทำสักคน แต่ออกมาเห่าตอนโดนฟ้อง ข้อ 2 - แพทองธารและเศรษฐาเอา 112 มาหาเสียงทั้งคู่ แต่เมื่อมีอำนาจไม่เคยทำตามที่พูดเพราะเอาใจอนุรักษ์นิยม ข้อ 3 - ทักษิณทวิตปฏิเสธเจรจาและสนับสนุนให้ทหารจัดการเขมร แชร์โดยแพทองธาร ข้อ 4 - พรรคมึงเลยโหวตให้มันไปโยกข้าราชการต่อ 555555 อย่าตอแหลทำเป็นห่วงประเทศเลย #นางแบกเพื่อไทยภัยสังคม
Ingrid tweet media
บจ. x ทำได้ 🫐🌹🎂@bji031

พรรคส้ม - ฟ้อง ม144 ให้ฝ่ายขวาใช้อำนาจ รธน ปราบโกง -ไม่แตะ 112 อีกต่อไปเพราะเอาใจอนุรักษ์นิยม - โหนวิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา เขมรคือศัตรู - โหวตอนุทิน 150 เสียง จนเกิดการโยกย้าย ขรก. เต็มประเทศเสริมอำนาจให้พรรคฝ่ายขวาเต็มๆจนมันยังขอบคุณมาถึงทุกวันนี้

ไทย
3
226
202
15.9K
dei #กกตต้องติดคุก 리트윗함
นายอะมีบา (rest)
เลิกอ้างว่ามีคนโดนคดีน้อยลง คนติดคุกเพราะม.112 มันหาทางแก้ระเบียบราชทัณฑ์ระหว่างรอนิรโทษได้ เพื่อไม่ให้โดนจำคุกฟรีทั้งที่ไม่มีการตัดสินว่าผิด แต่พท.ก็ไม่ทำอีก ละนิรโทษมีตั้ง 2-3 ร่าง ถ้ามั่นในการเปลี่ยนผ่านปชต.ก็ต้องผ่านทุกร่างไปดิ เสือกปัดตกเหลือร่างที่ *ยึดกปปส.ตั้งต้น* อิควาย
นายอะมีบา (rest) tweet media
@beforeaini_

สิทธิมนุษยชนตกต่ำลงแต่คนโดนคดีการเมืองน้อยลงกว่าทุกรัฐบาล มีคนได้นิรโทษคดีการเมืองออกมามากกว่า 1000+ คน แต่ถ้ามึงเลือกจะนิรโทษ 112 ด้วยจะไม่มีใครได้ออกมาเลย เลิกนะสันดานบิดขายวาทกรรม มึงลองทำงานบนฐานความเป็นจริงบ้าง กูถามหน่อยเหอะ ในกมธ.เป็นสลิ่มกี่คน ใครมันจะซื้อนิรโทษ 112 กับมึง

ไทย
0
142
68
4.7K
dei #กกตต้องติดคุก 리트윗함
Tom Wright
Tom Wright@TomWrightAsia·
When Thailand’s Deputy Finance Minister resigned in 2025, he claimed he only knew fugitive money launderer Benjamin Mauerberger as a casual acquaintance from their kids' school. Leaked photos from his son’s private Instagram tell a different story. 1/8
Tom Wright tweet media
English
30
1.1K
5K
978.9K
dei #กกตต้องติดคุก 리트윗함
Supachot Chaiyasat - โต๋ ศุภโชติ
[ รัฐบาลกำลังดำเนินนโยบายไบโอดีเซลเพื่อเอื้อประโยชน์นายทุนพลังงานหรือไม่ และนี่อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำมันของประชาชนขาดแคลน ] . อีกหนึ่งคำถามสำคัญที่รัฐบาลไม่เคยพูดถึงเลย คือ นโยบายพลังงานของตัวเองกำลังเป็น “ต้นเหตุ” ของวิกฤตน้ำมันที่ประชาชนเผชิญอยู่ . การที่รัฐบาลปรับสัดส่วนผสมน้ำมันดีเซลจาก B5 (น้ำมันไบโอดีเซล 5%) เป็น B7 (น้ำมันไบโอดีเซล 7%) และยังพยายามผลักดันไปถึง B10 หรือ B20 ภายใต้สถานการณ์ที่น้ำมันกำลังขาดแคลนแบบนี้ แทนที่จะช่วยแก้ปัญหา กลับยิ่งเพิ่มความซับซ้อนให้กับห่วงโซ่อุปทาน จากเดิมที่เคยพึ่งพาน้ำมันดีเซลที่ขาดแคลนอยู่แล้ว ต้องหันมาพึ่งพาน้ำมันไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งมีข้อจำกัดด้านวัตถุดิบและต้นทุนอย่างชัดเจน . ยิ่งไปกว่านั้น ไทยยังต้องนำเข้าเมทานอลซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลเพิ่มขึ้น เนื่องจากเราผลิตเมทานอลเองได้น้อยมาก เราต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก และมีความเสี่ยงจากสถานการณ์โลกที่กำลังขัดแย้ง รัฐบาลกลับยังเดินหน้าผลักดันนโยบายนี้โดยไม่ประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน . คำถามคือ นโยบายแบบนี้กำลัง “เปิดช่อง” ให้เกิดการกักตุนในฝั่งผู้ผลิตไบโอดีเซลหรือไม่ เพราะเมื่อความต้องการ B100 ถูกบังคับให้สูงขึ้นตามนโยบาย แต่การจัดหาวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันได้ มีข้อจำกัด ก็ย่อมสร้างแรงจูงใจให้มีการกักตุนเพื่อเก็งราคาได้ทันที . ตัวเลขจากกระทรวงพาณิชย์ก็สะท้อนชัดเจนว่า ราคาน้ำมันปาล์มที่เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตน้ำมันดีเซลหน้าปั๊ม ขยับจากระดับ 36 บาทต่อลิตรก่อนเกิดสงคราม ขึ้นไปแตะระดับ 43 บาทต่อลิตรในปัจจุบัน การปรับขึ้นขนาดนี้ไม่ได้เป็นไปตามกลไกราคาตลาดโลกเท่านั้น แต่ต้องตั้งคำถามด้วยว่า มีพฤติกรรมการกักตุนเพื่อดันราคาขึ้นหรือไม่ และถ้ามีจริง ใครคือผู้ได้ประโยชน์จากนโยบายของรัฐในครั้งนี้?! . สิ่งที่น่ากังวลคือ ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้อาจไม่ใช่น้ำมันดิบขาดแคลน แต่เป็นการที่ “น้ำมันไบโอดีเซลถูกกักตุนไว้เพื่อเก็งกำไร” จนโรงกลั่นไม่สามารถผลิตดีเซลผสมออกมาสู่ตลาดได้เพียงพอ ทำให้เกิดภาพน้ำมันขาดหน้าปั๊ม หากเป็นเช่นนั้น นี่ไม่ใช่แค่ความล้มเหลวในการบริหาร แต่คือการปล่อยให้เกิดการบิดเบือนตลาดจากนโยบายรัฐเอง . รัฐบาลจึงไม่มีทางเลี่ยง และต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ทั้งปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มรายจังหวัด รายวัน เทียบกับข้อมูลราคาที่กระทรวงพาณิชย์มีอยู่แล้ว เพื่อให้สังคมตรวจสอบได้ว่า ในช่วงที่ราคาพุ่งสูงขึ้น มีพื้นที่ใดหรือผู้ประกอบการรายใดกักตุนเพื่อเก็งกำไรหรือไม่ เพราะถ้าปล่อยให้เรื่องนี้คลุมเครือ เท่ากับรัฐบาลกำลังปล่อยให้เกิดช่องโหว่นโยบายและกลายเป็นเครื่องมือให้บางกลุ่มหากินบนความเดือดร้อนของประชาชน . และคำถามสุดท้ายที่สังคมกำลังตั้งข้อสงสัย คือ นโยบายที่ผลักดันในช่วงวิกฤตนี้ กำลังเอื้อประโยชน์ให้กับใครกันแน่ โดยเฉพาะคุณพิพัฒน์ รองนายกฯ และผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ซึ่งมีอำนาจในการกำหนดนโยบายพลังงานที่สามารถเพิ่มอัตราส่วนผสมน้ำมันไบโอดีเซล และเป็นผู้เชี่ยวชาญในวงการธุรกิจไบโอดีเซลมาก่อน ยิ่งต้องเร่งออกมาชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้พี่น้องประชาชนคลายความกังวลโดยเร็วที่สุด #โต๋ศุภโชติ #พรรคประชาชน #ทีมพลังงานประชาชน #ค่าไฟแพง #น้ำมันแพง #น้ำมันหาย #วิกฤตพลังงาน
Supachot Chaiyasat - โต๋ ศุภโชติ tweet media
ไทย
12
283
278
5.8K
dei #กกตต้องติดคุก 리트윗함
Rukchanok Srinork
Rukchanok Srinork@nanaicez·
ประเทศเราใช้ทั้ง วิกฤต และ โอกาส เปลืองเหลือเกิน เมื่อเกิดวิกฤตหรือโอกาสขึ้น คนมีวิสัยทัศน์จะฉวยใช้เอาทั้งวิกฤตและโอกาส เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างใดอย่างนึง เพราะวิกฤตและโอกาสเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะดึงความสนใจของสังคมมาที่ประเด็น แล้วมันควรถูกใช้เพื่อลดแรงต้านของสังคม หรือ ใช้กระแสสังคมที่ขึ้นสูง เพื่อนำไปสู่แก้ไขสิ่งที่ควรจะแก้ แต่แก้ยากแก้ลำบากเพราะเหตุผลใดใดก็ตามแต่ ยกตัวอย่างเช่น วิกฤตเครนถล่ม รัฐบาลควรใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาสในการปรับชั้นผู้รับเหมา เพราะถ้าไม่เกิดวิกฤตแล้วอยู่ดีดีปรับชั้น ผู้รับเหมาอาจจะเล่นบทเหยื่อว่าถูกกลั่นแกล้ง แต่เมื่อเครนถล่นบ่อยๆคนก็พร้อมสนับสนุนให้ปรับชั้น แต่รัฐบาลก็ไม่ทำ เดี๋ยวก็เกิดอีก ตอนเด็กรถโรงเรียนไฟไหม้ เด็กๆและคุณครูเสียชีวิตจำนวนมาก คนสะเทือนใจทั้งประเทศ มันควรนำไปสู่การแก้ไขเรื่องมาตรฐานรถรับส่งนักเรียน หรือ ปราบพวกดัดแปลงรถเถื่อนให้สิ้นซาก แต่รัฐบาลก็ไม่ทำ เดี๋ยวก็เกิดอีก ตอนนี้เอฟวันได้แชมป์สนุกเกอร์รายการระดับโลก ถ้าเป็นรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ ใจกว้าง ตั้งใจมาแก้ปัญหาจริงๆ ควรจะใช้โอกาสนี้ผลักดันแก้ พ.ร.บ.การพนัน 2478 เพื่อปลดล็อคสนุกเกอร์ออกจากการพนัน เพื่อสร้างโอกาสให้คนในวงการสนุกเกอร์ ได้สยายปีก ขยายศักยภาพ เพราะตอนนี้คนเห็นปัญหาข้อจำกัด และพร้อมซัพพอต คนเชียร์กีฬาอยากเห็นคนไทยไประดับโลกแบบนี้อีกเยอะๆ คนเล่นกันทั่วประเทศ กีฬาสนุกเกอร์ถูกบรรจุอยู่ในรายการระดับโลก ซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ ทั้งยังมีรายการของตัวเอง แต่นักกีฬาไทยหาสปอนเซอร์ลำบากเพราะหลายคนห่วงเรื่องที่ยังติดอยู่ใน พ.ร.บ.การพนัน (สมาคมก็ห่วยแตก) และอีกเหตุผลหลักที่ปลดล็อคไม่ได้ เราก็รู้รู้กันอยู่ว่าโต๊ะสนุกทั่วประเทศมีเป็น 10,000 ที่อาจจะเป็น 100,000 โต๊ะ ทุกโต๊ะจะมีทั้งตำรวจและนักการเมืองท้องถิ่นคอยเรียกรับผล เป็นกันเป็นรายเดือน ที่ผ่านมาคนเหล่านี้ก็จะเอาศีลธรรมมาบังหน้าเพื่อปกปิด พื้นที่สีเทาที่ทำให้พวกเขาได้รับผลประโยชน์ ประเทศไทยที่ผ่านมา เราใช้ทั้งวิกฤตและโอกาสเปลืองเหลือเกิน ไม่เคยนำไปสู่อะไรได้เลย ไม่อยากให้โอกาสครั้งนี้มันเลือนหายไปอีก ขอให้รัฐบาลรับฟังเสียงของคนในวงการสนุกเกอร์จริงๆสักครั้งเถอะ
Rukchanok Srinork tweet media
ไทย
27
993
1.2K
42.7K