_parallel ∞

34.7K posts

_parallel ∞ banner
_parallel ∞

_parallel ∞

@BBLKTY

Katılım Eylül 2010
923 Takip Edilen59 Takipçiler
_parallel ∞ retweetledi
sober
sober@2000kidsfiles·
ความจริงสมองคนเราสามารถเทรนได้เหมือนนักกีฬาเทรนร่างกายนั่นแหละ พอคิดบวกซ้ำ ๆ สมองมันก็จะสร้าง neuro pathway ใหม่ขึ้นมา แรก ๆ ไม่ง่ายหรอก แต่พอทำเรื่อย ๆ สมองมันหัดคิด best case scenario ได้จริง คอยบอกตัวเองบ่อย ๆ ว่าบางทีมันอาจจะดีก็ได้นะ ต่อให้ไม่เป็นแบบที่คิดแต่อาจจะชอบมากกว่า
ไทย
2
4.6K
3.9K
104.5K
_parallel ∞ retweetledi
。 Mame 。A Birb from Babylonia
คือมันมาจากการเมือง (ที่รวมไปถึงระบบการปกครอง การบังคับใช้กฏหมาย) ด้วยน่ะ เราไม่มีระบบลงโทษคนที่ทำผิดในเรื่องแบบนี้ที่ดีเพียงพอ คนทำผิดกลับได้ Reward เช่น กรณีพ่อค้าแม่ค้าคือไม่ต้องทำระบบกำจัดไขมัน/อาหาร กรณีขับรถคือรถที่เบียด แทรก ได้ไปก่อน มันสร้างประเทศที่มือใครยาวสาวได้สาวเอา
qt pie ,@532am_

เคยคุยกับเพื่อนว่าทำไมประเทศไทยมันไม่เจริญเลยวะ เพื่อนตอบ ‘การเมืองก็ส่วนนึงนะมึง แต่อีกส่วนนึงที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือสันดานคนไทยอะ มันมักง่าย’ ซึ่งมันจริง บ่นฝนตกน้ำท่วมท่อตันแต่พ่อค้าแม่ค้าข้างทางยังเทเศษอาหารลงท่อฉ่ำ กุจะบ้า

ไทย
4
617
380
19.5K
_parallel ∞ retweetledi
べんごし ทแนะทนัย ⚖️
ประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นเหมือนฟิลิปปินส์ อดีตฟิลิปปินส์เคยเป็นประเทศที่เจริญรุ่งเรืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นรองแค่ญี่ปุ่น เศรษฐกิจโตเร็ว มะนิลาเจริญสุดๆ ต่อมามีปัญหาเมืองภายใน ทุจริตคอร์รัปชัน นโยบายที่ผิดพลาด ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก ไทยกำลังเดินซ้ำรอยนั้น กำลังจะกลายเป็นประเทศที่โตช้าและสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก ไทยกับปินส์คล้ายๆ กัน โครงสร้างสังคมปินส์ มีความเหลื่อมล้ำสูงอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองผูกขาดอยู่กับตระกูลการเมือง ตระกูลดัง และกลุ่มทุนไม่กี่กลุ่ม ขณะที่ประชากรส่วนใหญ่ยังยากจนเหมือนประเทศไทยเป๊ะ หากรัฐบาลชุดนี้ยังบริหารต่อไป ไม่อยากนึกสภาพ เห็นออกมาตอบเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ข่มขู่คนจะแฉความจริง ขนาดให้ดื่มน้ำสาบานไม่ให้หักหลัง รัฐบาลเหมือนจะเลือกเข้าข้างข้าราชการพวกนี้
ไทย
184
29.7K
17.4K
2.4M
_parallel ∞ retweetledi
Nathalie S.
Nathalie S.@imagination_nat·
อธิบายง่ายๆ มันคือ ”โหมดเอาตัวรอด“ ของสมอง และวิธีแก้ไม่ใช่ไม่มีนะ แค่ต้องใช้การตระหนักรู้หรือการรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง ไม่ใช่ “ฝืนไม่รู้สึก” สมองจะกลับมาอยู่ในโหมดปลอดภัย (คนที่มี EQ สูงเลยจะบริหารคนหรือสถานการณ์ได้ดี) **จริงใช้ได้กับการเล่นโซเชียลด้วย พวกคนที่ดราม่าเยอะๆ คิดเองเออเองแล้วลามไปหาคนอื่น ในชีวิตจริงก็จัดการเรื่องสถานการณ์หรือคนได้แย่เหมือนกัน แต่ต้องใช้เวลาในการแยกทีละด้าน: 1. Status (สถานะ) ถ้าโดนลดคุณค่า ข้ามหัว หรือโดนเปรียบเทียบบ่อย ให้แยก “คุณค่าตัวเอง” ออกจาก “ปฏิกิริยาคนอื่น”เก็บ evidence ของ competence ตัวเองไว้จริงๆ เช่น งานที่ทำสำเร็จ feedback ดี ตัวเลข ผลลัพธ์ อยู่กับคนที่สื่อสารแบบให้เกียรติ ไม่ใช่ใช้การกดเพื่อควบคุม 2. Certainty (ความชัดเจน) สมองเกลียด ambiguity เพราะมันใช้พลังงานสูงมากในการเดา สิ่งที่ช่วยได้คือเปลี่ยนจาก “เดา” เป็น “ถามให้ชัด”เขียน expectation เป็นข้อๆ ทำ routine เล็กๆ ในชีวิต เพราะ routine ทำให้สมองรู้สึกคาดเดาโลกได้ 3. Autonomy (อิสระ) เวลารู้สึกถูกควบคุมมาก สมองจะต่อต้านโดยอัตโนมัติ ให้ลองหาพื้นที่ที่ “เลือกเองได้” ถึงจะเล็กน้อย ตั้ง boundary ให้ชัด เปลี่ยนจาก mindset “โดนสั่ง” เป็น “ฉันเลือกทำเพราะอะไร” 4. Relatedness (พวกเดียวกัน) ถ้าสมองรู้สึกว่า “ไม่มีใครอยู่ฝั่งเรา” มันจะปิด creativity และเข้าสู่ survival mode สิ่งที่ช่วยคือ การนึกว่ามี safe people แค่ 1–2 คนก็ช่วยได้มากแล้ว ลดการอยู่ใน environment ที่เต็มไปด้วย passive aggression หรือ politics คุยแบบตรงและสงบแทนการตีความเองทั้งหมด 5. Fairness (ความแฟร์) สมองไวต่อ double standard ต้องแยกว่า “อะไรไม่แฟร์” กับ “อะไรควบคุมไม่ได้”ถ้าแก้ระบบไม่ได้ ก็ต้องสร้างระบบปกป้องตัวเอง โดยการใช้ documentation/ boundaries/ exit plan อย่า gaslight ตัวเองว่า “คิดมาก” ถ้ามันมี pattern จริง (ต่อ)
Satoshi Xu@SatoshiBangkok

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเวลาโดนตามงานจู้จี้ (Micromanage) หรือโดนตำหนิต่อหน้าคนอื่น สมองมันถึงได้รู้สึกเดือดดาลเหมือนกำลังโดนทำร้ายร่างกายจริงๆ? เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เราคิดมากไปเอง แต่มันคือปฏิกิริยาเคมีในสมองตามหลัก SCARF Model ของ ดร. เดวิด ร็อค ที่อธิบายไว้ว่า สมองมนุษย์มอง "ความสัมพันธ์และสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน" เป็นเรื่องคอขาดบาดตายพอๆ กับการเอาชีวิตรอด สมองเราจะคอยสแกน 5 สิ่งนี้อยู่ตลอดเวลา ถ้าข้อไหนติดลบ มันจะสับสวิตช์เข้าโหมด "สู้หรือหนี" (Threat Mode) ทันที: • Status (สถานะ): ความรู้สึกว่าเรามีความสำคัญแค่ไหนในกลุ่ม การโดนหักหน้าหรือข้ามหัว สมองจะประมวลผลความเจ็บปวดแบบเดียวกับบาดแผลทางกายภาพ • Certainty (ความชัดเจน): สมองเกลียดความคลุมเครือ นโยบายที่เปลี่ยนไปมาฟลุคๆ หรือสั่งงานแบบเบลอๆ คือตัวผลาญพลังงานชีวิตชั้นดี • Autonomy (อิสระ): ความรู้สึกว่าเราควบคุมอะไรได้บ้าง การมีสิทธิ์เลือกวิธีทำงานเอง การโดนจ้องจับผิดทุกฝีก้าวทำให้สมองรู้สึกเหมือนกำลังโดนกักขัง • Relatedness (พวกเดียวกัน): การเป็นส่วนหนึ่งของทีม ถ้าทำงานแล้วรู้สึกโดดเดี่ยวหรือระแวงว่าคนรอบข้างเป็นศัตรู สมองจะปิดโหมดความคิดสร้างสรรค์ทันที • Fairness (ความแฟร์): ความโปร่งใสตรงไปตรงมา เกณฑ์วัดผลที่ลำเอียงหรือเล่นพรรคเล่นพวก จะกระตุ้นความรู้สึกโกรธและต่อต้านอย่างรุนแรง พอเข้าใจมุมนี้แล้ว เวลาเราหงุดหงิดงานหรือเห็นคนในทีมเริ่มฟึดฟัด มันจะช่วยให้เรามองข้าม "ดราม่า" แล้วกลับมามองที่ "กลไกสมอง" แทน ไม่ว่าจะใช้บริหารคนอื่น หรือเอาไว้เช็กเซฟโซนของตัวเอง ลองดูว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราตอนนี้ มันกำลังสร้างภัยคุกคาม (Threat) หรือให้รางวัล (Reward) กับสมองมากกว่ากัน

ไทย
2
1.9K
2K
129.5K
_parallel ∞ retweetledi
Rukchanok Srinork
Rukchanok Srinork@nanaicez·
เรากำลังอยู่ในยุค อันธพาลครองเมือง คนชั่วเรืองอำนาจ คนไร้สติปัญญาส่งเสริมให้ท้าย ไม่เพียงแต่ทำให้ประเทศไทย หมดหวังเรื่องการปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น แต่ส่งผลกระทบ กับการเข้าร่วม OECD ซึ่งเป็นเวทีระกับโลกอีกด้วย เวลามีคนวิจารณ์หรือตั้งข้อสงสัยว่า การทำงานของคุณไม่โปร่งใส ส่อไปในทางทุจริต คอร์รัปชัน สิ่งที่คุณควรทำคือข้อใด ก) ขอโทษสังคม ให้คำมั่นสัญญาว่าจะปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น ข) ตามล่าหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นในองค์กรที่ตนเป็นผู้กำกับดูแล เพื่อชี้แจงสังคมว่าเกิดอะไรขึ้น พร้อมแนวทางปรับปรุงแก้ไขที่เป็นรูปธรรม ค) หาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่าง คนในองค์กรจะได้ไม่มีใครกล้าทำผิดอีก คนปกติที่สติดี​ ๆ​ มีความคิดความอ่าน ก็คงต้องเลือกสักข้อในบรรดาตัวเลือกเหล่านี้ แต่แนวทางของรัฐบาลนี้ ทำให้ประเทศไทยหมดหวังกับการจัดการเรื่องทุจริตคอรัปชั่น เริ่มจาก นายสุชาติ ชมกลิ่น ตั้งแต่เรื่อง ตึก SKYY9 เบอร์รีเลือด จนมาถึง กรมควบคุมมลพิษที่ถูกกล่าวหาว่ารับสินบน กลับกลายเป็นการออกมาปกป้องข้าราชการ ไม่สืบหาความจริง และขู่ฟ้องคนที่ออกมาเปิดเผยข้อมูล แทนที่ นายอนุทิน จะออกมาให้ความมั่นใจ ว่าคนที่เปิดโปงเรื่องทุจริตคอรัปชั่น จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง แต่ดันออกมาพูดอะไรพล่อย ๆ ซึ่งฟังดูแล้วเหมือน ให้ท้ายคนทุจริตคอรัปชั่นมากกว่าจะจัดการให้เด็ดขาด ทั้งรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี ออกมาแสดงพฤติกรรม ที่ดูราวกับจะปกป้องและเข้าข้างคนทำทุจริตคอรัปชั่น ทำให้รู้สึกว่าบ้านเมืองคงหมดหวังแล้วจริงๆ ที่จะจัดการปัญหาคอรัปชั่นในรัฐบาลนี้ พฤติกรรมดังกล่าว คือ “การฟ้องปิดปาก (SLAPP)” ทำให้คนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เกิดความหวาดกลัว ต้องเสียค่าใช้จ่าย เสียต้นทุนในชีวิตที่ต้องมาเข้าสู่กระบวนการ และเสียสุขภาพจิตในการต่อสู้คดีในชั้นศาล จนทำให้ประชาชนจำนวนนึงไม่กล้ามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน ยิ่งต้องต่อสู้กับคนที่มีอำนาจเหนือกว่ามาก​ ๆ ทั้งอำนาจเหนือทางเศรษฐกิจและทางสังคม เช่น นายทุนยักษ์ใหญ่ นักการเมือง หรือคนมีสีที่เกี่ยวข้องกับทุนและการเมือง ยิ่งสู้ยาก เพราะรวยกว่ามีโอกาสซื้อเวลาซื้อความยุติธรรมได้มากกว่า มีอำนาจมากกว่าก็มีคอนเนคชันมีเครือข่ายที่อาจจะทำให้ได้เปรียบ แล้วนี่เหมือนประชาชนคนตาดำๆ ต้องสู้กับนายกของประเทศตัวเอง ที่ให้ท้ายพวกคอรัปชั่น เค้าจะสู้ยังไง.. ปัญหาของเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่ประเทศไทยต้องมีคนสันดานเช่นนี้เป็นรัฐมนตรีและเป็นนายก(ไม่ได้ขยายว่าสันดานแบบใด ผู้อ่านสามารถตีความเอาเองในใจ) แต่มันส่งผลกระทบถึงความเชื่อมั่นระดับประเทศ คือ​ การก้าวเข้าสู่ OECD ที่รัฐบาลอยากเข้าเป็นสมาชิก องค์การนี้เค้ากำลังจับจ้องประเทศไทยในเรื่องการฟ้องปิดปากอยู่ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD : Organisation for Economic Co-operation and Development) เป็นองค์กรที่กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วมารวมตัวกัน เพื่อส่งเสริมแนวนโยบายเศรษฐกิจ สังคม และการค้าโลกที่ดีกว่า โดยกำหนดมาตรฐานความโปร่งใส ธรรมาภิบาล การเติบโตที่ยั่งยืน รวมไปถึงเรื่องมาตรฐานเรื่องการ “คุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสการทุจริต” ด้วย ซึ่งรัฐบาลนี้ประกาศในคำแถลงนโยบายว่าต้องการเข้าร่วม OECD เพราะการได้เข้าร่วมนั่นหมายถึงโอกาสมหาศาล ประเทศที่เข้าร่วมจะมีภาพลักษณ์และมาตรฐานตามประเทศพัฒนาแล้ว ได้ความช่วยเหลือทางด้านคำปรึกษา และนโยบาย รวมกลุ่มหลวม​ ๆ เพิ่มอำนาจต่อรองกับกลุ่มทุนและอื่น​ ๆ แต่มันไม่ใช่ว่าอยากเข้าแล้วเข้าได้เลย ไม่ใช่ว่าสมัครแล้วจะรับหมดไง OECD ได้ส่งข้อเสนอแนะว่าประเทศไทยต้องปรับปรุงกฎหมายและแนวปฏิบัติของเราให้สอดคล้องกับ “อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบน (OECD Anti-Bribery Convention)” ซึ่งวางหลักให้ประเทศต่าง ๆ ต้องมีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ปกป้อง​ whistleblower คุ้มครองทั้งคนในองค์กรและคนนอกที่แจ้งเบาะแสการทุจริต คุ้มครองพยาน แต่ OECD ชี้ว่า เรายังขาดกลไกการคุ้มครองที่ทั่วถึง พูดง่าย​ ๆ​​ เขาบอกเราทำไม่ได้ตามมาตรฐานเขา นอกจากนี้ ประเทศของเราก็กำลังเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป (FTA Thailand-EU) ซึ่งยุโรปให้ความสำคัญกับการมีกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก​ (Anti-SLAPP) มาก ๆ EU เขามีมติให้ชาติสมาชิกของเขาต้องออกกฎหมายนี้ และรัฐสภายุโรปรวมถึงภาคประชาสังคมก็กดดันให้ EU ใช้การเจรจา FTA กดดันให้ไทยปฏิรูปกฎหมายมาโดยตลอด (1/2)
Rukchanok Srinork tweet media
ไทย
86
5K
4K
387.7K
_parallel ∞ retweetledi
Matichon Online
Matichon Online@MatichonOnline·
เปิดวงจรปิด จับภาพชัด การจราจรยังเป็นปกติ แม้อีกฝั่งที่รถเมล์จอดครอมรางรถไฟ แต่อีกด้านหนึ่งรถยังคงวิ่งอยู่ โดยที่ไม่มีไม้กั้นรางรถไฟมาปิดเส้นทาง #มักกะสัน #รถไฟชนรถเมล์
ไทย
123
718
2K
231.6K
_parallel ∞ retweetledi
TeeNeeMe
TeeNeeMe@TeeNeeMe·
ภาพชินตา จุดตัดรถไฟถนนเพชรบุรี ที่หยุดรถอโศก ใกล้กับ MRTเพชรบุรี Airport link มักกะสัน ถ่ายไว้เมื่อเมษายน 69 #รถไฟ #แยกอโศก-เพชร #มักกะสัน
ไทย
343
6.2K
6.4K
1.2M
_parallel ∞ retweetledi
Napath Narangsiya (Up)
นายกพูดเหมือนว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรกับการบริหารประเทศเลยซักนิด ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วท่านเองที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมายาวนานกว่าทุกคนใน ครม.นี้ เป็นรัฐมนตรีนานที่สุดตั้งแต่เลือกตั้ง 62 ถ้านับยาวกว่านั้นก็แพ้แค่ 3 ป. ประยุทธ์ ประวิตร อนุพงษ์ และ อ.วิษณุเท่านั้น
Thaipost@thaipost

'อนุทิน' ตัดพ้อเป็นเวรกรรมรัฐบาลนี้ ต้องล้างตราบาปเรื่องทุจริต-สินบนในอดีต #คอร์รัปชัน #ปราบทุจริต #ปราบโกง #อนุทิน thaipost.net/politics-news/…

ไทย
66
8.4K
2.1K
156.7K
_parallel ∞ retweetledi
_parallel ∞ retweetledi
_parallel ∞ retweetledi
โจที่เพื่อนชอบเรียกผิดว่าโจ้
โดยหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด 10 อันดับแรก 1. กรมควบคุมมลพิษ 2. กรมเจ้าท่า 3. กรมสรรพสามิต 4. กรมสรรพากร 5. กระบวนการยุติธรรม 6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)/บริการสาธารณสุข 7. กรมทางหลวง 8. กรมโยธาธิการและผังเมือง 9. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 10. กรมป่าไม้
โจที่เพื่อนชอบเรียกผิดว่าโจ้ tweet media
ไทย
77
4.9K
1.7K
910.6K
_parallel ∞ retweetledi
กัปตันคนเนิร์ด
ก็ไม่แปลกใจ ทำไมประเทศนี้เอื้อแต่ทุนใหญ่ สนุกกันอยู่แค่ 1% นี่แหละ รวยไม่ไหวแล้ววว เค้าไม่ได้หมายถึงพวกเรา
THE STANDARD@thestandardth

นายกฯ ล้อมวงคุย เจ้าสัว-ซีอีโอระดับประเทศ ย้ำรัฐบาล-เอกชนต้องเดินไปด้วยกัน เมื่อประเทศประสบความสำเร็จ ทุกคนคือผู้ชนะ วันนี้ (15 พฤษภาคม) เวลา 16.50 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเป็นเจ้าภาพจัดงาน ‘ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง’ โดยเชิญผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชนและตัวแทนภาคธุรกิจ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญกว่า 35 คน เข้าร่วมเสนอความคิดเห็นต่อรัฐบาลว่า ธีมหลักในวันนี้คือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้แสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล โดยรัฐบาลพร้อมรับฟังและจะนำข้อเสนอ รวมถึงแนวทางต่าง ๆ ไปพิจารณา เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจให้มากที่สุด อันจะนำไปสู่การสร้างประโยชน์สูงสุดทั้งต่อประชาชนและประเทศชาติ เมื่อถามว่ารัฐบาลจะนำความคิดเห็นจากผู้ประกอบการไปต่อยอดอย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลต้องการรับฟังสถานการณ์ของภาคธุรกิจ ว่ามีความคาดหวังหรือข้อเสนอใดที่อยากให้รัฐบาลสนับสนุน เพื่อช่วยให้สามารถขยายกิจการ สร้างรายได้ให้ประเทศ และเพิ่มการจ้างงานแก่ประชาชน รวมถึงสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ตนได้มอบแนวทางการทำงานแก่หน่วยงานภาคราชการว่า ภายใต้การบริหารของรัฐบาลที่ตนเป็นหัวหน้า ต้องการให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลถือเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนภาคธุรกิจ ดังนั้น หากจะดำเนินนโยบายใดโดยไม่สอบถามผู้ประกอบการก่อน อาจไม่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง จึงเชิญผู้ประกอบการ ซึ่งส่วนใหญ่มีความคุ้นเคยและทำงานร่วมกันอยู่แล้ว มาพูดคุยกันอย่างเปิดอก เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจมีความแข็งแรง สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างมีศักยภาพ มีอนาคต และมีความยั่งยืน จากนั้นเวลา 17.00 น. นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อ่านต่อและชมรูปภาพทั้งหมดได้ที่: thestandard.co/pm-meets-busin… ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

ไทย
43
9K
2.9K
190.9K
_parallel ∞ retweetledi
🧬 a low key chemist 🧪
🧪🫨!!! ข่าวใหญ่มาก!!! 🫨🧪 !!!!!สะเทือนวงการ Longevity!!!! 📚งานวิจัยในหนึ่งวารสารสะเทือนวงการ ได้รับการยอมรับ และน่าชื่อถือที่สุดในโลกอย่าง Nature Metabolism (ตีพิมพ์ที่ 14 พค 2026 ->เมื่อวาน-> ยังสด ๆ ร้อน ๆ) ❗️**พบว่า NAD+ (ตัว Battery ของเซลล์) ไม่ได้อปลี่ยนแปลงไปตามอายุเมื่อเราแก่ขึ้น อย่างที่เราเคยเชื่อกัน!!!**❗️ Hence, อาจจะไม่ได้มีความจำเป็นที่เราจะต้องไป IV drip หรือ พยายามกินอาหารเสริมราคาแพงเพื่อรักษาปริมาณ NAD+ ในกระแสเลือดอีกต่อไป!!! ➕และบ่งชี้ว่าการใช้ NAD+ เป็น marker ในการบอกเรื่อง ageing ว่า NAD+ น้อยลงคือแก่ ก็เท่ากับว่า ใช้ไม่ได้อีกต่อไป!!! ->> บริษัท ต่าง ๆ ทั้งในวงการ Skincare, wellness และ longeveity อาจจะต้องไปทำการบ้านกันมาใหม่แล้วเด้อ!!! ------- -------- ใครโควต้า อ่านหนังวือจำกัด พอแค่นี้ได้ 😂 --------- ใครชอบอ่านยาว ๆ มาต่อกัน 🤓 --------- -------- เกริ่นหน่อย...คือในวงการ Longevity เนี่ยเขามอง NAD+ เป็น 🪫 “ขุมพลัง” 🔋ในการรักษาความอ่อนเยาว์ใก้กับร่างกาย เพราะเป็น สารที่เซลล์ร่างกายเราสร้างได้ใน mitochondria (โรงงานไฟฟ้าของเซลล์) เลยเปรียบ NAD+ ให้เสมือนว่าเป็น Battery แบบพกพา ที่ผลิตและส่งออกไปตามส่วนต่าง ๆ ใน cell เพื่อใช้ในการ เปิด/ปิด สวิต หรือสร้างอะไรต่าง ๆ ขึ้นมาทำให้ cell มีพลังงานในการใข้ชีวิต และอยู่รอด ทว่า... ในการศึกษาพบว่า 👧🏻🔜👵🏼เมื่อเราอายุมากขึ้น ปริมาณของ NAD+ ก็จะลดลงไปเรื่อย ๆ แบบฮวบฮาบ แบบเหลือแค่ 50% หลังตากอายุ 30+ 40+ เทียบกับตอนเป็นเด็ก -> ก็เลยทำให้คนจับเอาว่า งั้นถ้าเราเพิ่ม NAD+ ในเซลล์ และในกระแสเลือดได้ -> ร่างกายเราก็จะไม่แก่ เพราะ function ได้ตามปกติ ทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็น 🔬🥼แล้วก็มีงานศึกษาเรื่องการให้ IV drip รวมไปถึง Oral supplement เช่น NR และ NMN (ซึ่งแพ๊งแพง) แล้วพบว่า สามารถช่วยให้มี well being ที่ดีขึ้นได้จริง ๆ แบบแทบจะเรียก NAD+ ว่า “ยาสารพัดโรค” กันเลยทีเดียวแหละ!!! Hence, คนก็เลยพากันเชื่อว่า ไม่อยากแก่ ไม่อยากให้ร่างกายโทรมไปตามวัย แปลว่า ต้องรักษา ต้องหา ต้องเพิ่ม ปริมาณ NAD+ ในร่างกายเยอะ ๆ สิ ก็พากันไปฉีด ไปกิน สารพัด!!! 🚨🚨🚨🚨🚨!!!!!! แต่ !!!!!!🚨🚨🚨🚨🚨 ที่ศึกษากันมาเป็นตุเป็นตะ มันใช้ “หนู” เป็นโมเดล หรือใช้ sample คนป่วย เท่านั้น ซึ่ง sample size ก็ไม่ได้เยอะ... จนงานชิ้นนี้ออกมา ใช้คนปกติเลย 303 คน!!! 🤯 เทคนิคที่ใช้เป็น UPLC-MS ซึ่งเป็นเทคนิคที่เริ่ดกว่า HPLC ปกติ! โดยจะเอาเลือดไปดูปริมาณ NAD+ พบว่า จะเด็กจะแก่ ความเข้มข้นของ NAD+ โดยเฉลี่ย ก็ไม่ได้ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ! 👉👉👉สั้น ๆ คือ ไอ้ที่ว่าแก่ไปแล้ว NAD+ ลดลง แบบฮวบฮาบ หลัก 20-30-50% อะไรนั่นมันไม่จริงนะจ้ะ! แม้ว่าจะเป็นนักกีฬาเองก็ตาม! ---- 📝ทีนี้ อันที่น่าสนใจ คือ เขาเอาตัวอย่างคยมา 24 ตัวอย่างแล้วให้ NR (nicotinamide riboside supplement) ปรากฏว่า ส่งผลให้ปริมาณของ NAD+ ในเลือดของคนปกติเพิ่มขึ้นได้จริง แต่... ก็กลับมาคำถามเดิมว่า ก็ในเมื่อปกติปริมาณของ NAD+ มันแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงไปตามอายุอยู่แล้ว การกินเสริมยังจำเป็นในคนปกติไหม? 🧐 ------- 🤓Final thoght🧐 //ทั้งนี้ทั้งนั้น... ส่วนตัว very personal opinion ไม่เกี่ยวกับงานวิจัยนะ... นี่มองว่า ช่วงไหนสุขภาพไม่ดี หรืออ่อมมาก ๆ นอนน้อย ใช้ชีวิตหนัก ไม่ได้ออกกำลังกาย การไปเสริมให้ร่างกายบ้างมันก็ไม่ได้แย่หรอก นาน ๆ ทำทีอะเนาะ แต่จะให้ขึ้นให้คนที่ไม่ได้เป็นโรคอะไร ไปดริป ไปกินเป็นประจำเพื่อ longevity นี่ก็ดูไม่สม้หตุสมผล ในปี 2026 นี้แล้ว... ฝากไว้ด้วยนะฮะ /พับไมค์ ปล. เพิ่งนอนไป 2 ชม สมองประมวลได้เท่านี้ พชาดตรงไหนไป มาช่วยเสริมได้นะฮะ /ไหว้ย่อ
Eric Topol@EricTopol

Busting the NAD+ age biomarker and supplement story —Levels don't go down with age nature.com/articles/s4225… —Lack of evidence for decline npr.org/2026/05/11/nx-… "a potential therapy because of evidence that our levels decline as we get older" @NPR

ไทย
17
2.8K
2.3K
410.5K
_parallel ∞ retweetledi
Thaiwahclub
Thaiwahclub@thaiwahclub·
คชจ ก้อนแรกสำหรับเรียนตรี/โทในออสปี 2026 โดยประมาณ แบบประหยัด ตรี $19,275 โท $18,575 Good quality non Go8 ตรี $24,275 โท $23,575 Go8 ตรี $31,775 โท $31,075 (อันนี้แบบมีผลภาษาแล้ว+คำนวณคร่าวๆครับ แบบเป๊ะๆต้องไปดูที่คณะและยูอีกที+ตรี/โทราคาต่อปีพอกัน/durationต่างกัน)
Thaiwahclub tweet mediaThaiwahclub tweet media
ไทย
0
116
160
12.6K
_parallel ∞ retweetledi
cattodata🐱📊
cattodata🐱📊@cattodata·
อันนี้จริง บ ต่างชาติที่เคยทำ ต้องทำงานเป็นภาษาอังกฤษจริง ๆ คือ คุยลูกค้า คุยหัวหน้า อังกฤษหมด support ทั่วโลก หัวหน้าอยู่ US ทีมมีทั้งยุโรป อเมริกา เอเชีย ทำงานรีโมทกับทีม มีส่งไป Onsite ที่อเมริกา แล้วแต่งาน ช่วงนั้นโชคดีได้โปรเจ็คยาว ได้ไปยาวๆ เลย ทำงานเป็นภาษาอังกฤษช่วงแรกก็ปรับตัวเรื่องสำเนียงแต่ละประเทศ โดยเฉพาะ...รู้กัน555 สมัยนั้นยังไม่มี AI ไม่มี Live Caption ขึ้นได้ ได้ฝึกสกิลหูทองคำ ดูหนัง Silicon Valley + ทำงานอันนี้นี่แหละ สกิลภาษาก้าวกระโดด ความเครียดทางภาษาจะหายไป เครียดเนื้องานแทน 555 และคนข้างในมีแต่คนภาษาอังกฤษโหดๆ เหมือนเสียงใน film ตอนสมัคร Require TOEIC 750+ ตอนเรียนจบปี 4 น่าจะได้ 830 แต่ข้างในคือมีแต่ปีศาจ TOEIC 900 Ielts 8 รู้สึกตัวจิ๋วมาก 😹 ถึงทีมกระจายทั่วโลกและบางคนจนตอนนี้ยังไม่ได้เจอตัวจริง แต่ก็รู้สึกผูกพันมากนะ ออกมานานแล้วแต่ทุกวันนี้ยังเม้าท์กันใน Whatsapp บ่อยๆ
ฐิติยอร์ค@titiyorkk

ถ้าอยากเก่งภาษาอังกฤษแบบ Advance Business ไปหาสมัครงานในบ.ต่างชาติ และเจ้านายเป็นต่างชาติ น้องจะได้ใช้ภาษาทุกวัน จนคิดเป็นอิ้ง แล้วพูดออกมาเลยไม่ต้องแปลไทยก่อน ได้ทั้งสกิลฟัง พูด อ่าน พิมพ์ นอกจากนี้ตามปสก. เจ้านายต่างชาติมักให้เงินเดือนสูง และไม่ต่อเงินเดือนสักบาท บางทีให้เพิ่ม

ไทย
10
1.4K
1.5K
610.4K
_parallel ∞ retweetledi
Thai PBS
Thai PBS@ThaiPBS·
#ThaiPBSสรุปให้ฟัง เงินกู้ 4 แสนล้านบาท! รัฐบาลกู้มาทำไม ? . (9 พ.ค. 69) ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท หลัง ครม. เห็นชอบ เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ มีผลตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 . แต่เมื่อมีการกู้เงินครั้งใหญ่! คำถามที่ประชาชนอยากรู้คือ… เงิน 400,000 ล้านบาทนี้ จำเป็นแค่ไหน จะถูกนำไปใช้อะไรบ้าง และหนี้สาธารณะของไทยตอนนี้เข้าใกล้ “เพดานหนี้” แล้วหรือยัง ? #หนี้สาธารณะ #เงินกู้4แสนล้าน #รัฐบาล #อนุทิน #ไทยพีบีเอส #ThaiPBS ----------------------- 📷"สรุปจบ ครบประเด็น ภายใน 5 นาที" #ThaiPBSสรุปให้ฟัง
Thai PBS tweet media
ไทย
2
12
11
1.6K
_parallel ∞ retweetledi
โจที่เพื่อนชอบเรียกผิดว่าโจ้
นี่ไงผลกระทบการการบริหารของรัฐบาล ใครที่ชอบพูดว่าใครเป็นนายกก็ทำงานเหมือนเดิม ไม่นะครับ ต่อไปไม่ต้องทำงานเลยด้วยซ้ำ เพราะไม่มีงานทำแล้ว เรื่องการเมืองมันอยู่ใกล้ตัวเราทุกคน แค่เดินออกจากบ้านก็เป็นเรื่องการเมืองแล้ว เรื่องการเมืองส่งผลกระทบต่อเราทุกคน ยิ่งถ้าใครไม่สนใจ มันก็ยังมาหาเราเร็วเท่านั้น
โจที่เพื่อนชอบเรียกผิดว่าโจ้ tweet media
ไทย
9
579
344
9.5K
_parallel ∞ retweetledi
John Winyu
John Winyu@johnwinyu·
นายกนี่ไม่น่าเหลือเครดิตอะไรในทุกๆแวดวงละล่ะหลังหมดวาระ ไม่เหลือจริงๆ สื่อสารมีปัญหาตลอด
Matichon Online@MatichonOnline

ฐปณีย์ เรียกร้อง ‘รีพอร์ตปม IO’ หวั่นคอนเทนต์ปั่นชายแดนเดือด อึ้งคำนายกฯทัก ‘ครบ 32 นะ?’ #มติชนออนไลน์

ไทย
10
765
583
21.8K
_parallel ∞ retweetledi
นักเรียนดีย์ - good student
คือฉันไม่ได้อยากพาดพิงนะ แต่ อบจ ยากให้ทำทุกจังหวัดแข่งกันบริหารกันไปเลยจะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่บริหารเป็นทำงานเก่ง อย่าให้จังหวัดหวัดเล็กๆอย่าง #ลำพูน มาทำให้เสียหน้าสิคะแข่งกันบริหารสิ ส่วนใครที่อยากเข้าไปชมเว็บไซต์นะครับ นี่เลย lbudget.lamphunpao.go.th อบจ.ลำพูน เริ่สนะใครทำง่ะ
นักเรียนดีย์ - good student tweet media
klaikong▽ไกลก้อง@klaikong

Dashboard ใหม่ บนหน้าเว็บแสดงงบประมาณของ อบจ.ลำพูน แสดงผลให้ดูการ เบิก-จ่าย งบประมาณง่ายกว่าเดิม ลองเข้าไปดูข้อมูลกันที่ลิ้งค์ในเทรด #อบจลำพูน #รัฐเปิดเผย #OpenGovernment

ไทย
29
2.8K
2.4K
136K