สมัครทวิต เพื่อตามพี่กันต์ 💜💜 retweetledi

ปฏิกิริยาของ นายสุชาติ ชมกลิ่น หลังจาก กกร. สำรวจเรื่องการเรียกรับสินบนของหน่วยงานรัฐแล้วกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมติดทั้ง 2 โผ คือ กรมควบคุมมลพิษ ติดอันดับ 1 เรื่องมูลค่าต่อครั้ง , กรมอุทยานฯ ติดอันดับเรื่องความถี่
ปฏิกิริยาแรกๆ กลับไม่ใช่การประกาศจัดการทุจริตคอรัปชั่น
แต่ปฏิกิริยาแรก ของนายสุชาติ ชมกลิ่น คือประกาศขู่ฟ้อง กกร. ซึ่งมาตรฐาน OECD ที่รัฐบาลนี้ประกาศไว้ในการแถลงนโยบาย ว่าต้องการเข้าร่วมกลุ่ม เค้าเรียกร้องประเทศที่เข้าร่วมกลุ่ม ต้องปรับปรุงกฎหมายและแนวปฏิบัติ ให้สอดคล้องกับ “อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบน (OECD Anti-Bribery Convention)” ซึ่งวางหลักให้ประเทศต่าง ๆ ต้องมีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ปกป้อง whistleblower คุ้มครองทั้งคนในองค์กรและคนนอกที่แจ้งเบาะแสการทุจริต คุ้มครองพยาน
นอกจากนี้ ประเทศของเราก็กำลังเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป (FTA Thailand-EU) ซึ่งยุโรปให้ความสำคัญ กับการมีกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP) EU เขามีมติให้ชาติสมาชิกของเขาต้องออกกฎหมายนี้ และรัฐสภายุโรปรวมถึงภาคประชาสังคมก็กดดันให้ EU ใช้การเจรจา FTA กดดันให้ไทยปฏิรูปกฎหมายมาโดยตลอด
การที่เรามีคนแบบนี้อยู่ในคณะรัฐมนตรี มีแต่จะทำให้เป้าหมาย การเข้าร่วม OECD ของรัฐบาล ห่างไกลออกไป และเป็นการประจาน ความไร้ประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาคอรัปชั่น เพราะแม้แต่รัฐมนตรีก็ยังมีพฤติกรรม “ฟ้องปิดปาก”
ปฏิกิริยา ที่ 2 นายสุชาติ ชมกลิ่น คือคุกคามสื่อ ทั้งวาจาและท่าทาง เมื่อถูกถามถึงเรื่องการคอรัปชั่นในหน่วยงานที่ตนดูแล นายสุชาติได้กล่าวว่า “มึงรู้จักกูน้อยไป” และเดินไปชนนักข่าว ถ้าประเทศนี้มีมาตรฐานจริยธรรมจริง คนๆนี้ยังควรเป็นรัฐมนตรีหรือไม่?
การที่แสดงพฤติกรรมแบบนี้กับผู้ที่มี powered dynamic เท่าๆกัน ก็เป็นการไม่สมควรอย่างมาก เป็นพฤติกรรมที่หยาบคาย แต่การที่รัฐมนตรีแสดงพฤติกรรมแบบนี้กับนักข่าว ซึ่งรัฐมนตรีมีความสัมพันธ์เชิงอำนาจอยู่ในระดับที่สูงกว่า ไม่ใช่การกระทำแค่กับตัวบุคคล แต่กระทำในสถานะ นัยยะหนึ่งคือ “กูใหญ่กว่า แล้วกูจะทำแบบนี้กับใครก็ได้”
แม้จะออกมายกมือไหว้ขอโทษแล้ว แต่เรื่องมันไม่ควรจบแค่นั้น คนที่อยู่ในแวดวง องค์กร องค์การ สมาคม สื่อสารมวลชน ควรได้รับสิ่งที่ มากกว่าการยกมือไหว้ขอโทษเพราะถูกกดดัน
นายกรัฐมนตรี ต้องมีบทลงโทษ นายสุชาติ ชมกลิ่น ทั้งในฐานะผู้นำรัฐบาล ที่ทูลเกล้าชื่อคนๆนี้เป็นรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค ที่คนๆนี้อยู่ภายใต้การรับผิดชอบ
เพราะการแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ ไม่ใช่แค่การคุกคาม whistleblowers แต่เป็นการส่งสัญญา ให้คนที่อยากจะแจ้งเบาะแสทุจริตคอรัปชั่น ต่อจากนี้คนต้องคิดหนัก เพราะไม่ได้สู้แค่กับคนทำทุจริต แต่ต้องสู้กับรัฐบาลของตัวเอง ไม่ใช่แค่บุคคลคุกคามสื่อ แต่คนที่เป็นถึงรัฐมนตรีให้คุณให้โทษคนได้เป็นล้านๆ คุกคามวงการสื่อสารมวลชน
ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ มีแต่จะทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยตกต่ำ และไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ แต่ประเทศเราตกต่ำลงจริงๆไปแล้ว เพราะประเทศเรามีคนแบบนี้เป็นรัฐมนตรี
ไทย

























