
ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุก 12 เดือน สายน้ำกับออย จากคดีโบราณสถาน วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 9:00 น. ที่ห้องพิจาราณาที่ 714 ศาลอาญา รัชดาภิเศก มีนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีโบราณสถานของ สายน้ำ นภสินธุ์และออย สิทธิชัย จากคดีโบราณสถาน ที่ทั้งสองคนถูกกล่าวหาว่าทำลายโบราณสถาน จากการพ่นสีใส่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและเสาชิงช้า เมื่อปี 2566 ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกทั้งสองคนเป็นเวลา 12 เดือน ทั้งสองคนเดินทางมาถึงศาลก่อนเวลานัดเล็กน้อย โดยทั้งสองคนต่างเตรียมตัวมาฟังคำพิพากษามาอย่างดี และทั้งสองต่างมีครอบครัวหรือคนใกล้ชิดมาร่วมฟังและให้กำลังใจถึงห้องพิจารณา และมีมวลชนจำนวนราว 10 คนพร้อมองค์กรสิทธิมาร่วมฟังคำพิพากษาครั้งนี้ในห้องพิจารณาด้วยเช่นกัน เวลา 9:34 น. ศาลเข้ามาานั่งบัลลังก์ในห้องพิจารณาและเริ่มตรวจสอบคดีในวันนี้ ก่อนที่จะเริ่มอ่านคำพิพากษาคดีของทั้งสองคนเป็นคดีแรกในเวลา 9:41 น. ศาลมีปัญหาให้วินิจฉัยว่าจะให้รอการลงโทษทั้งสองคนหรือไม่ โดยจำเลยที่หนึ่งเป็นเยาวชนในขณะก่อเหตุ และจำเลยที่สองอายุ 25 ปีในขณะเกิดเหตุ มีความกดดันทางจิตใจ ไม่เคยมีประวัติการหลบหนี มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่ก้าวร้าวและไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยคุมประพฤติ มีความเห็นว่า การให้คุมประพฤติทั้งสองคนจะเป็นการดี ศาลเห็นว่า ทั้งสองกระทำความผิดต่ออนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และเสาชิงช้า ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของกรุงเทพ ฯ ตั้งแต่เริ่มสร้าง บ่งบอกถึงประเพณีและวัฒนธรรมธรรมของประเทศ การกระทำของทั้งสองอุกอาจ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย เป็นการกระทำที่ดูหมิ่นโบราณสถานและกระทบต่อจิตใจอย่างร้ายแรง ซึ่งทั้งสองคนได้กระทำความผิดหลายครั้ง แม้จะอ้างว่าเป็นความผิดคนละประเภท แต่ทั้งสองคนกำลังทำตามใจโดยไม่เคารพกฎหมาย การไม่เคยกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวจึงไม่เพียงพอในการรับฟัง ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าทั้งสองคนมีความผิดตาม พ.ร.บ. โบราณสถาน ฯ ตามมาตรา 32 วรรคหนึ่งและสอง ลงโทษจำคุก 12 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ ออยใช้เวลานั่งคุยอยู่กับคนใกล้ชิดในห้องพิจารณาและสายน้ำอยู่กับคนใกล้ชิด ก่อนที่ทั้งสองจะได้รับกอดจากมวลชนรวมถึงคนใกล้ชิดและจากลาจากห้องพิจารณาคดีในเวลา 10:08 น. และลงไปอยู่บริเวณใต้ถุนศาลชั่วคราวระหว่างรอผลการกระกันตัว









































