Rinny:)

111K posts

Rinny:) banner
Rinny:)

Rinny:)

@GGoldenn_

18🫠 นามปากกา : paikannn

Katılım Nisan 2021
754 Takip Edilen32 Takipçiler
Rinny:) retweetledi
77
77@Tnynp5·
จริงๆ ชั้นก็เป็นสาววายนะ แต่นักข่าวไม่ควรชงจิ้นต่อหน้านักแสดง เพราะทั้งสองคนย้ำตลอดว่าไม่ใช่ซีรีส์วาย กลัวตรีนายอึดอัดมากกก
ยูจัง@xixibrgn

ทำไมนักข่าวชงงั้นวะ พี่ตรีเขามีแฟนแล้วไม่ใช่หรออ แต่นายไหวพริบดีมาก ขายหงสาวดีไปจบๆ

ไทย
4
8.2K
4.1K
227.7K
Rinny:) retweetledi
chama.
chama.@Chama_njm·
สิ่งที่ได้จากสารพัดเรื่องเมื่อวานคือ พี่ตรีเก่าจริงๆไม่ใช่แกล้ง น้องนายบูสไมค์ที่หนึ่ง อินหักคอสาววาย โอเบย์จ่อโดนรวบ ผิงผิงเก็บฮ้อบไม่อยู่ สาววายชั่ว เลว สมควรตาย แต่ไม่ตาย กุจะอยู่ เผาทีเดียวอีพีสิบเท่านั้น
ไทย
0
343
292
5.7K
Rinny:) retweetledi
เบ๊บยินดี ♡ * 🦕🌟
จังหวัดที่เป็นเมะแท้ 100% ตั้งแต่กำเนิด ได้แก่ พะเยา และ พิษณุโลก
เบ๊บยินดี ♡ * 🦕🌟 tweet mediaเบ๊บยินดี ♡ * 🦕🌟 tweet media
ไทย
5
5.2K
5.4K
93.4K
Rinny:) retweetledi
เจ๊แต๋ว
โก๊ะตี๋เก่งมากกก เค้าอยู่ในบทดีมากอะ ไม่หลุดคาแรกเตอร์เลย เค้าไม่ใช่โก๊ะตี๋มาเล่าตลกนะ อันนี้คืออีแพนเค้กเล่าชีวิตตัวเอง และเม้าพจน์ อานนท์ ตอนเป็นเจ๊การ์ตูนก็สวิทช์โหมดได้ จริตผญ.ยกมือยกไม้ ไม่ลืมตัวเลยอะ ทั้งที่ชีวิตจริงเป็นผู้ชายแท้ๆ
bongtao@bongtao

ถ้าคิดว่าคริสติน่า แซ่แต้ของปีที่แล้วคือสุดแล้ว...

ไทย
10
13.9K
7K
1.5M
Rinny:) retweetledi
สมุดบันทึกของคนบ้าบอลและดูซีรีส์
นี้ยกให้เลย 1 ในดาราตลกไทย ที่ฝีมือการแสดงดีมากๆ ก็คือโก๊ะตี๋นี้ล่ะ ไม่ว่าแสดงบทไหน อินเนอร์ไม่เคยหลุดจากบท เหมือนเป็นตัวละครตัวนั้นจริงๆ แล้วแสดงโคตรธรรมชาติ หัวก็ไว เล่นคนเดียวคือเอาอยู่ ยิ่งตอนแสดงกับน้าค่อม พี่จตุรงค์ คือยิ่งชอบ รับส่งมุกกันแบบไหลลื่นมาก ดาราตลกไทยเก่งจิงนะ
เจ๊แต๋ว@yamyummy

โก๊ะตี๋เก่งมากกก เค้าอยู่ในบทดีมากอะ ไม่หลุดคาแรกเตอร์เลย เค้าไม่ใช่โก๊ะตี๋มาเล่าตลกนะ อันนี้คืออีแพนเค้กเล่าชีวิตตัวเอง และเม้าพจน์ อานนท์ ตอนเป็นเจ๊การ์ตูนก็สวิทช์โหมดได้ จริตผญ.ยกมือยกไม้ ไม่ลืมตัวเลยอะ ทั้งที่ชีวิตจริงเป็นผู้ชายแท้ๆ

ไทย
17
18K
12.1K
810.3K
Rinny:) retweetledi
ไอ้นุติเอง
คนไทยใจร้ายกว่าที่คิดนะคับ ผมยืนใส่เสื้อกาวน์ชิดขอบทางม้าลายรับสายจากวอร์ดด่วน รถข้างหลังชนหลังแขนผมเต็ม ๆ ความเร็วที่กระจกเข้าบางส่วนกระเด็นหลุด แต่เขาก็ไม่จอดลงมาดูนะคับ ขับช้าลงมองดูผมจากบนรถประเมิน trauma ของตัวเองละก็ขับผ่านไป 🙂‍↔️ ถ้าเป็นอะไรดูกแตกจริง จะไม่ลงมาอยู่ไหมนะ
ไทย
5
311
277
38.2K
Rinny:) retweetledi
🟢 mr.spellman 👎
🟢 mr.spellman 👎@spellmanza007·
ชั้นตอนเข้ามหาลัยช้อคมากที่เพื่อนรุ่นพี่ไปงานหนังสือเป็นปกติ เพราะโตมาในสังคมที่เพื่อนกะผู้ใหญ่มองว่าคนอ่านหนังสือคือแปลก ชั้นไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียง pick me, im unique เพราะชั้นถูก alienated หนักจนกระทบสุขภาพจิต สายตาที่ถูกมอง น้ำเสียงที่ถูกใช้ด้วย เขามองเราเป็นคนที่ควรเข้ารพ.
🟢 mr.spellman 👎@spellmanza007

มันมีจริง ๆ นะคนที่คิดว่า being intellectual is nonsense and impractical, especially among poor labourors society แบบที่ชั้นเกิดมา มันมีแหละพ่อแม่ที่สนับสนุนการศึกษาทั้งทางตรงแบบ textbooks และทางอ้อมแบบวรรณกรรมเพราะตัวเองจนทำงานแรงงานเหนื่อย อยากให้ลูกขยับไปเป็นชนชั้นกลาง

ไทย
4
855
1.2K
158.6K
Rinny:) retweetledi
acarts
acarts@deebeedubbeedee·
และพูดได้มั้ย ตลาดนัดมือสองติดแอร์ ชื่อดังน่ะ ร้านใหญ่ๆ จัดผ้าสวยๆ พลิกเข้าไปเจอแต่ผู้หญิงข้างใน แล้วราคาโครตเว่อร์ ถ้าเป็นคนไม่ค่อยพลิกป้ายดูคือโดนดิ
holden@jochoohhohey

เช่น ฮิปปี้ ที่จุดประสงค์คือ ต่อต้านทุนนิยม diyทำชุดเอง ใส่เสื้อผ้ามือสอง แต่โดนเอามาบวกราคาเว่อๆในไอจี หรือเปนแบรนด์จีนฟาสแฟ ส่วนพาร์ทหนักสุดคือเหยียดอินเดีย ทั้งๆที่ฮิปปี้เอาแทบจะทุกอย่างมาจากอินเดียนคัลเจ้อ กรุงง

ไทย
2
3.6K
2K
324.3K
Rinny:) retweetledi
มิส รำพึง
พูดเหมือนไปเดินสยามละอีวายจีไปเจอมาปั้น ตลก มันไปแข่งออดิชั่นชนะ 4000 คนเนอะ เลิกด้อยค่าคนอื่นค่ะ
Samad@Samadmlfl

@ultraaa_n ถ้าไม่มี yg ปั้น ก็แค่คนตจวบ้านๆคนนึง มันก็วินๆทั้งคู่ คนได้ตังได้ชื่อเสียง บ.ก็ได้กำไร

ไทย
0
3.2K
1.9K
59.8K
Rinny:) retweetledi
I'm a Richy Girl 🦋
I'm a Richy Girl 🦋@Pkpt_702·
-ห้ามพูดว่าไม่มีเงิน จน ลำบาก ไม่พูดหยาบ พูดกับตัวเองทุกวันว่าเป็นคนโชคดี สวยรวยเก่ง -ตั้งชื่อทุกแอคให้มงคลความหมายดี -กระเป๋าเงินจะมีเงินสดตลอด พับเงินขวัญถุงใส่ไว้ด้วย -ทำบุญโรงทานแจกข้าวน้ำขนมทุกเดือน ไปไหนไม่เคยอดมีแต่คนช่วยเหลือตลอด -โต๊ะทำงานไม่รก บ้านไม่รกไม่มีของแตกหัก
ห้องทำนายดวง@Hongtamnaiduag1

อยากรู้ทริคหรือเคล็ด เรียกเงินดึงดูดโชคลาภและความโชคดีของแต่ละคนว่ามีเคล็ดอะไรกันบ้าง แนะนำกันหน่อย

ไทย
7
19.2K
14.3K
952.1K
Rinny:) retweetledi
Petæ Lynch
Petæ Lynch@Petae_Lynch·
มีคนบอกว่าเขาไม่ซื้อรถไฮบริด เพราะขี้เกียจจะต้องบำรุงรักษารถทั้งสองระบบ จะไฟฟ้าก็ไฟฟ้าไปเลย จะน้ำมันก็น้ำมันไปเลยดีกว่า งั้นมันจะเหมือนกับขับรถไฟฟ้า แต่ต้องเอารถเข้าเช็คระยะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือเหมือนขับรถน้ำมัน แต่ต้องแบกความเสี่ยงค่าใช้จ่ายแบตเตอรี่ถ้าแบตเสีย ก็เป็นไอเดียที่น่าคิด
ไทย
34
559
583
374K
Rinny:) retweetledi
ชิน สกินเนิร์ด | สกินแคร์เนิร์ด
ขอแสดงความเห็นนิดหน่อยครับ อดีตที่ผ่านมากันแดดไทยส่วนใหญ่แทบทั้งตลาด ไม่ได้ใช้การวัดค่ากันแดดที่เป็นมาตรฐาน ISO หรือมาตรฐานสากลอื่นในการยื่นขอจดแจ้งกับ อ.ย. แต่ อ.ย. เปิดช่องให้ทำได้ เพราะไม่งั้นกันแดดไทยจะแข่งขันกันไม่ได้เลย เพราะวิธีที่มีมาตรฐานคือ In vivo ISO 24444 ซึ่งแพงมาก ผู้ประกอบการจะถูกคัดออกเกือบทั้งตลาด ทำให้ที่ผ่านมาใช้การวัด SPF แบบไม่มีมาตรฐานกันเยอะมาก เป็นการปรับปรุงวิธีการจาก ISO มาประยุกต์ใช้กันเองตามแล็บ (in-house method) กฎหมายไทยไม่ได้บังคับว่าต้องเป็น ISO เท่านั้นแต่สามารถใช้มาตรฐานสากลอื่นที่เป็นที่ยอมรับได้ ซึ่งโดยนิยามแล้ว in-house method ทั่วไปไม่ได้อยู่ใน category นี้เลย ทำให้เราจะเห็นค่าที่สวิงรุนแรงของแต่ละที่อยู่บ่อยๆ ส่วนยุคหลังๆคนเริ่มพากันส่งวัด in vivo ISO 24444 กันมากขึ้น (แต่ก็ยังน้อยอยู่ดี) แบรนด์ที่ทำได้ก็จะเป็นแบรนด์ที่มีทุนระดับหนึ่งเลย ก็ช่วยให้เราสบายใจในมาตรฐานมากขึ้น เพราะมันคือสิ่งที่เรียกว่าเป็นมาตรฐานจริงๆ แต่มันก็ยังมีจุดอ่อนเรื่อง reproducibility/subject variability และ lab variability ที่สวิงอยู่เหมือนกัน ความเห็นผมคือ เชื่อถือได้ในแง่ regulation และการใช้ category มัน เช่น SPF 30 คือ moderate protection, SPF 50 คือ high protection, SPF 50+ คือ very high protection แบบนี้โอเค แต่ถ้าจะเอาแบบ precise ข้อมูลมาเทียบแบบ SPF 50 vs 60 แบบนี้อาจจะไม่ได้อะไร การมาของ in vitro ISO 23675 นั้นผมว่ามันปกป้องผลประโยชน์ผู้บริโภคได้จากช่องโหว่ทางกฎหมายเปิดไว้ได้ดีมากครับ แล้วยังดีต่อผู้ประกอบมากขึ้นจริงๆที่เข้าถึงการวัดที่มีมาตรฐานได้เพราะราคาถูกลงมาก เบ็ดเสร็จราวๆ 40,000 ผมว่าถ้าผู้ประกอบการคนไหนทำ in vivo ISO 24444 มาแล้ว ก็เรียกได้ว่าเชื่อมั่นได้ (ในระดับที่ผมบอกไปนะ) หรือถ้าผู้ประกอบการอยากได้ผลของ ISO 23675 อีกเพื่อมาเติมเต็มคำตอบที่ขาดไป ก็ยิ่งดีและน่าสนับสนุนครับ แต่ที่แน่ๆ กันแดดที่วางขายโดยใช้การวัดแบบไม่มีมาตรฐานยังมีอยู่มากครับ
Roger Smith, Chief Operating Officer@augmentinabuser

ตอนนี้ก็คือถ้ากันแดดตัวไหนยังไม่ได้ test iso 23675 ภาพออกมาคือเป็นกันแดดที่ไม่ทันสมัย ไม่ได้มาตรฐานเลยนะ เพราะผู้บริโภคไม่เข้าใจ คิดว่ามาตรฐานใหม่คือดีสุด ทั้งที่จริงๆ มันเป็นทางเลือกจาก in vivo test แบบเดิมที่ทำง่ายกว่า reproducible ง่ายกว่าแค่นั้นเอง

ไทย
1
469
276
68.3K
Rinny:) retweetledi
Rinny:) retweetledi
ห้ะ
ห้ะ@someonethatyour·
เห็นคนงงในโควท คือต้นทางเล่นมุกเพราะตามตำนานคืออะพอลโลกับอาเทมิสเป็นพี่น้องกัน (หรือฝาแฝดนี่แหละ) เลยแซวว่าทำไมอาเทมิสได้ห้องดีกว่า เพราะสำหรับเทพหลายสิบปีมันเหมือนแป็บเดียวเอง
D.M.@dmnbchs

อะพอลโลกัดฟันกรอด ทำไมยัยพี่ได้ห้องหรูกว่า ห่างกันแค่ไม่กี่สิบปีเองในชีวิตเทพมันแทบไม่ต่าง 5555

ไทย
1
840
876
46.6K
Rinny:) retweetledi
Bella ☂️ (✱,✱)
บูชายัญเด็กเพื่อถวายซาตาน มันถูกพรูฟละ ว่าไม่ได้มีแค่ฉันที่เห็นอยู่คนเดียว ล่าสุดบังโตเพิ่งมาเจอเมื่อ 3 วันที่แล้ว คริสต์ มุสลิม ยิว จะรู้เรื่องพวกนี้เป็นอย่างดี ตาเดียวเห็น จาก Epstein file ก็มองทะลุหมดละ โสมมชิพหาย แปลกใจมั้ยล่ะ ว่าทำไมมุ่งทำแต่กับเด็ก
Tucker Carlson@TuckerCarlson

Father Chad Ripperger has spent his life as an exorcist. It’s clear to him that demons are in charge of parts of American politics. 0:00 The Connection Between Mental Health and Demon Possessions 7:01 What Are Demons? 26:45 What Is the Mission of Demons? 29:40 Is the United States Under Demonic Attack? 35:16 Child Sacrifice and Pacts With Demons 46:03 The Dangers of Being an Exorcist 48:38 Why Demons Target People in Leadership Positions 51:52 The Similarities Between Communism and Demonism 58:45 Can Demons Possess Animals? 1:05:08 How Does Someone Become Possessed? 1:14:19 The Dangers of Mocking Demons 1:17:42 Occult Knowledge 1:20:36 Why Some Demons Can Only Be Cast Out With Prayer and Fasting 1:27:15 Satanic Ritual Abuse 1:29:47 Are There People Who Choose to Stay Possessed? 1:33:37 How God Uses Demons for Good 1:35:57 How to Avoid Being Possessed 1:40:43 Is the US Doomed? 1:44:27 What Role Do Demons Play in Addiction?

ไทย
2
414
402
30.2K
Rinny:) retweetledi
บูม JapanSalaryman|New!คอร์สบริหารเวลาสไตล์ญี่ปุ่น
เปลี่ยนชีวิตใน 1 วัน…ฟังดูเว่อร์ใช่ไหมครับ? แต่มีนักเขียนในต่างประเทศคนหนึ่งบอกว่า บางทีสิ่งที่ทำให้ชีวิตเราไม่ไปไหน อาจไม่ใช่ “เราขี้เกียจเกินไป” แต่อาจเป็นเพราะ…เราพยายามเปลี่ยนผิดจุดตั้งแต่แรก (How to Reset Your Life in One Day) วันนี้ผมอยากเล่าแนวคิดหนึ่งจากบทความของนักเขียนชื่อ Dan Coe ที่ดังมากๆ ใน X ปัจจุบันมียอดเข้าถึงทะลุ 180 ล้านครั้งไปแล้ว เขาพูดถึงเรื่องน่าสนใจมากว่า… ทำไมคนจำนวนมาก ตั้งเป้าปีใหม่ทุกปี บอกตัวเองว่า “ปีนี้จะออกกำลังกาย” “ปีนี้จะอ่านหนังสือเยอะขึ้น” “ปีนี้จะเริ่มต้นชีวิตใหม่จริง ๆ สักที” แต่สุดท้ายผ่านไปไม่กี่วัน ทุกอย่างก็กลับไปเหมือนเดิม บทความนี้เขาพูดไว้ตรงมากครับว่า… . ปัญหาไม่ใช่คุณไม่มีวินัย แต่เป็นเพราะคุณกำลังพยายามเปลี่ยน “แค่พฤติกรรม” โดยที่ “ตัวตนข้างใน” ยังเหมือนเดิม และนั่นแหละ คือเหตุผลที่คนส่วนใหญ่เปลี่ยนชีวิตไม่สำเร็จ . 🔴 จุดที่คนส่วนใหญ่พลาด ไม่ใช่เรื่อง “ความพยายาม” แต่คือ “พยายามผิดจุด” หลายคนคิดว่า ถ้าอยากเปลี่ยนชีวิต ก็ต้องฝืนตัวเองให้มากขึ้น ฮึบให้มากขึ้น เข้มงวดกับตัวเองให้มากขึ้น แต่ผู้เขียนบอกว่า วิธีนี้ไปไม่ไกลครับ เพราะสิ่งที่กำหนดพฤติกรรมของเราในระยะยาว ไม่ใช่แค่ “แรงฮึดชั่วคราว” แต่คือ Identity หรือภาพที่เรามองตัวเองว่าเราเป็นใคร พูดง่าย ๆ คือ คนเรามักทำพฤติกรรมที่สอดคล้องกับตัวตนของตัวเองเสมอ เช่น ถ้าคนหนึ่งมองตัวเองว่า “ฉันเป็นคนรักสุขภาพ” เขาจะกิน ออกกำลังกาย และนอนเร็ว โดยไม่รู้สึกว่ากำลังฝืนมากมาย แต่ถ้าอีกคนยังมองตัวเองว่า “ฉันเป็นคนไม่ค่อยมีวินัย” ถึงจะฝืนเข้าฟิตเนส 3 วัน สุดท้ายก็มีโอกาสกลับไปเหมือนเดิม ผู้เขียนยกตัวอย่างนักเพาะกายไว้ได้เห็นภาพมากครับ เราอาจมองว่าคนพวกนี้โหดมาก กินอกไก่ ข้าว บรอกโคลี ซ้อมหนักทุกวันเหมือนใช้พลังใจล้วน ๆ แต่ความจริงคือ สำหรับพวกเขา มันไม่ได้เป็นเรื่องฝืนขนาดนั้น เพราะเขามองตัวเองว่า “ฉันคือคนที่ฝึกร่างกาย” “ฉันคือคนแบบนี้” ดังนั้นการกินดี ออกกำลัง และดูแลร่างกาย จึงกลายเป็นเรื่อง “ปกติ” ในทางกลับกัน การกิน junk food หรือขี้เกียจซ้อม ต่างหากที่กลายเป็นเรื่องผิดธรรมชาติสำหรับเขา อ่านถึงตรงนี้ผมนิ่งเลยครับ เพราะมันทำให้เห็นชัดมากว่า บางทีสิ่งที่เราพยายามแก้ อาจไม่ใช่เรื่องตารางชีวิต แต่อาจเป็น “นิยามตัวเอง” ที่เราพกอยู่ทุกวัน ⸻ อีกเหตุผลที่คนเปลี่ยนไม่ได้ คือในใจลึก ๆ เราอาจไม่ได้อยากเปลี่ยนจริง! อันนี้บทความเขาพูดแรง แต่จริงมากครับ ผู้เขียนอธิบายว่า ทุกพฤติกรรมของคนเรามี “จุดประสงค์” แม้แต่การผัดวัน การหนีงาน การไม่เริ่มอะไรใหม่ มันก็มีเป้าหมายบางอย่างซ่อนอยู่ เช่น เราอาจพูดว่า “อยากเปลี่ยนงาน” แต่อีกด้านหนึ่งในใจลึก ๆ เรากำลังต้องการ “ไม่อยากเสี่ยง” “ไม่อยากโดนมองว่าล้มเหลว” “ไม่อยากเจ็บ” หรือเราอาจพูดว่า “อยากทำโปรเจกต์นี้ให้เสร็จ” แต่ลึก ๆ แล้ว เรากลัวว่างานจะออกมาไม่ดี กลัวโดนวิจารณ์ กลัวคนไม่ชอบ สุดท้ายเลยไม่เริ่มสักที มันฟังดูโหดนะครับ แต่ก็จริงมาก บางครั้งที่เราบอกว่า “ยังไม่พร้อม” จริง ๆ มันอาจแปลว่า “ฉันยังอยากปลอดภัยอยู่” บทความนี้เชื่อมกับแนวคิดแบบ Adler ด้วยว่า สิ่งที่คนเราต้องการจริง ๆ ไม่ได้ดูจากสิ่งที่พูด แต่ดูจากสิ่งที่ทำซ้ำทุกวัน ถ้าวันนี้เรายังไม่เปลี่ยน ก็อาจเป็นเพราะจิตใต้สำนึกของเรายังเลือก “ความปลอดภัย” มากกว่า “การเติบโต” ⸻ 🟡 แล้วถ้าจะเปลี่ยนชีวิตจริง ๆ ต้องทำยังไง? ผู้เขียนเสนอวิธีที่น่าสนใจมากครับ คือให้ใช้ “1 วัน” เป็นวันรีเซ็ตชีวิต โดยแบ่งเป็น 3 ช่วง 1. ตอนเช้า — ขุดให้เจอว่าเราไม่อยากจบแบบไหน และอยากไปถึงชีวิตแบบไหน 2. ตอนกลางวัน — หยุดพฤติกรรมอัตโนมัติที่กำลังลากเราไปผิดทาง 3. ตอนกลางคืน — เปลี่ยนสิ่งที่ค้นพบให้กลายเป็นแผนที่ทำได้จริง ฟังดูเหมือนง่าย แต่จริง ๆ มันเป็นกระบวนการที่ลึกมาก ⸻ 🟡 ตอนเช้า: มองให้เห็นทั้ง “Bad End” และ “Happy End” นี่คือช่วงสำคัญที่สุดของวันครับ ผู้เขียนบอกว่า ให้เราหยุดทุกอย่างชั่วคราว แล้วถามตัวเองตรง ๆ ว่า ถ้าชีวิตฉันไม่เปลี่ยนเลย อีก 5 ปีข้างหน้า วันธรรมดาวันหนึ่งของฉันจะเป็นยังไง? ไม่ใช่คิดแบบลอย ๆ แต่ให้คิดแบบเห็นภาพ ตื่นที่ไหน อยู่กับใคร ทำงานอะไร สีหน้าตัวเองเป็นยังไง รู้สึกยังไงตอนเช้าวันอังคารธรรมดา ๆ วันหนึ่ง เพราะภาพของ “ชีวิตที่ไม่อยากเป็น” จะสร้างพลังผลักอย่างแรงมาก ในบทสนทนาต้นฉบับ ตัวละครลองจินตนาการภาพอนาคตที่ตัวเองไม่อยากเจอ เช่น ยังโสด ตื่นมาแบบไร้ความหวัง ขึ้นรถไฟแน่น ๆ ไปทำงานเดิม อยู่ห้องเก่า ๆ รายได้ไม่ขยับ และใช้ชีวิตเหมือนแค่หายใจไปวัน ๆ พอเห็นภาพนั้นชัด เขาถึงเริ่มรู้สึกจริง ๆ ว่า “ถ้ายังไม่เปลี่ยน วันนี้อนาคตมันน่ากลัวมาก” (มีต่อ)
บูม JapanSalaryman|New!คอร์สบริหารเวลาสไตล์ญี่ปุ่น tweet media
ไทย
1
1.6K
2.2K
74.9K