しあわせなかぞく🏠😍
26.1K posts











กูไม่ให้สสเนมลาออกค่ะ เพราะเขารับผิดชอบแล้ว และกุต้องการพรบประกันสังคมค่ะ กุจะใช้เขาต่อค่ะ







[ พรรคประชาชน ยินดีปิดเว็บไซต์ตามคำขอรัฐบาล แต่ยืนยันทุกข้อมูลมาจากหน่วยงานรัฐ ไม่เคยมีการเผยพิกัดศูนย์อพยพ-หลุมหลบภัย หวังรัฐบาลรวมศูนย์การสื่อสารกับประชาชนและประชาคมโลก นำหน้าปฏิบัติการข่าวสารกัมพูชา ] พริษฐ์ วัชรสินธุ @paritw92 โฆษกพรรคประชาชน เปิดเผยว่า พรรคประชาชนยินดีปิดเว็บไซต์รายงานสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตามคำร้องขอของ ศบ.ทก. แต่ขอยืนยันว่า 1. เว็บไซต์ของพรรคประชาชน ไม่เคย มีการเผยแพร่ข้อมูลใดที่รัฐบาลมีความกังวลว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนไทย หรือจะถูกรัฐบาลกัมพูชานำไปใช้ในการโจมตีพลเรือนไทย (เช่น พิกัดที่ตั้งของศูนย์อพยพ พิกัดตำบลกระสุนตก รายละเอียดการวางกำลังพลและอาวุธของทหาร) 2. เว็บไซต์ของพรรคประชาชน ได้รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูล เฉพาะที่ถูกเผยแพร่โดยหน่วยงานของรัฐ (เช่น พื้นที่อันตรายที่หน่วยงานรัฐสั่งให้ประชาชนอพยพออก ศูนย์รับบริจาคโลหิตทั่วประเทศจากการเผยแพร่ของสภากาชาดไทย) หรือที่ปรากฏต่อสาธารณะอยู่แล้ว (เช่น สถานพยาบาล ตามที่ปรากฏใน Google Maps) 3. เว็บไซต์ของพรรคประชาชน มีเจตนาในการรวบรวมข้อมูลของหลายหน่วยงานรัฐ (เช่น ประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงกองทัพบก) เพื่อให้ประชาชนคนไทยเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้โดยสะดวกในเว็บไซต์เดียว โดยในช่วง 3 วันที่ผ่านมา มีประชาชนเข้าใช้บริการเว็บไซต์เกิน 3 ล้านครั้ง แต่เพื่อให้รัฐบาลมีสมาธิกับภารกิจที่สำคัญในการปกป้องชีวิตประชาชน ทางพรรคประชาชนยินดีให้ความร่วมมือกับรัฐบาล และได้ดำเนินการปิดเว็บไซต์ตามคำขอของรัฐบาลแล้ว โดยเราหวังว่ารัฐบาลจะเร่งหาแนวทางดังต่อไปนี้เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชน 1. เร่งเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารที่รวมศูนย์ รวดเร็ว และแม่นยำ อันจะเป็นการทำให้ประชาชนในพื้นที่เข้าถึงข้อมูลที่สำคัญต่อความปลอดภัยของตนโดยสะดวก ทำให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง และทำให้ประชาคมโลกรับรู้ถึงข้อเท็จจริงและมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรง โดยไม่ถูกบิดเบือนจากปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลและกองทัพกัมพูชา 2. เร่งให้ทุกจังหวัดและพื้นที่ที่ถูกกระทบ ตั้งศูนย์ประสานงานกลางในระดับพื้นที่ เพื่อทำหน้าที่ในการบริหารจัดการบุคลากรทางการแพทย์และสิ่งของเครื่องใช้ที่ภาคส่วนต่างๆ ส่งมาช่วยเหลือ ให้เพียงพอในช่วงระยะเวลาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนว่าจะยืดเยื้อแค่ไหน รวมถึงการสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนมีการรับรู้ไปในทิศทางเดียวกัน 3. เร่งดำเนินการให้เกิดการหยุดยิงโดยทุกฝ่ายโดยเร็วที่สุด คู่ขนานกับการรวบรวมข้อมูลหลักฐานและการสื่อสารเกี่ยวกับการโจมตีที่เกิดขึ้น เพื่อนำเสนอให้ประชาคมโลกเห็นว่าไทยคือฝ่ายที่มีความจริงใจในการเดินหน้าสู่การยุติข้อพิพาท และมีปฏิบัติการทางทหารเพื่อป้องกันตนเองจากการรุกรานของกัมพูชาเท่านั้น


[ จับตา 29 ก.ค. รัฐบาลเล่นทีเผลอ เซ็นสัญญาซื้อไฟโดยไม่เปิดเผยราคา ส่อเอื้อทุนพลังงาน คนไทยต้องจ่ายไฟแพง ] พรรคประชาชนติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง กรณีการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของรัฐบาลที่มีปัญหาความไม่โปร่งใส ไม่คุ้มค่า และสร้างผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะรอบ 3,600 เมกะวัตต์ แม้ที่ผ่านมาเสียงคัดค้านจากประชาชนจะทำให้รัฐบาลยอม “ชะลอ” การรับซื้อออกไป แต่รัฐบาลไม่เคย “ยกเลิก” กระบวนการที่มีปัญหานี้เสียที ย้อนไปปลายปี 2567 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เคยมีมติให้ “ชะลอ” การลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารอบ 3,600 เมกะวัตต์ แต่แทนที่รัฐบาลเพื่อไทยภายใต้การนำของ แพทองธาร ชินวัตร จะรับฟังเสียงทักท้วงของสังคมและยกเลิกโครงการดังกล่าว กลับมีมติ กพช. ออกมาในเดือนพฤษภาคม 2568 เดินหน้ากระบวนการเจรจากับเอกชนต่อไป โดยให้มี “การปรับลดราคารับซื้อบางส่วน” ก่อนลงนามในสัญญา 📌สิ่งที่สำคัญและน่ากังวลที่สุด คือล่าสุดคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ให้เอกชนที่ได้รับคัดเลือก มาลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 2,180 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรอบ 3,600 เมกะวัตต์ ภายในวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 หรือวันอังคารที่จะถึงนี้ ⚠️ทำไมถึงบอกว่าน่ากังวล? o เพราะมติ กพช. ซึ่งนายกฯ แพทองธารนั่งหัวโต๊ะ เคยบอกว่าจะเดินหน้ากระบวนการรับซื้อโดยให้มี “การปรับลดราคารับซื้อบางส่วน” ก่อนลงนาม แต่การนัดลงนามที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ กลับ **ไม่มีการเปิดเผยผลของการเจรจาราคา** แล้วประชาชนจะรู้ได้อย่างไรว่ามีการปรับลดราคากันจริง o แม้มีการปรับลดราคาจริง แต่ลดลงเพียงเล็กน้อย เช่น 1 สตางค์ และรีบเร่งให้ลงนามในสัญญาโดยไม่มีการเปิดเผย นั่นเท่ากับเป็นการ “ลักหลับ” เอาผลประโยชน์ของประชาชนไปประเคนให้กลุ่มทุนพลังงาน o ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ราคาเท่านั้น แต่การดำเนินโครงการรับซื้อพลังงานหมุนเวียนรอบนี้โดยไม่มีความจำเป็น จะสร้างภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนไปอีกกว่า 25 ปีตลอดอายุของสัญญา ศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ และ วรภพ วิริยะโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งติดตามดีลนี้มาตั้งแต่ต้น ชี้ว่าแม้การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดจะเป็นเป้าหมายที่ดีในหลักการ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่สะท้อนถึงหลักธรรมาภิบาลหรือการวางแผนพลังงานที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง 👉พรรคประชาชนได้คัดค้านโครงการรับซื้อรอบ 3,600 เมกะวัตต์นี้ตั้งแต่ปลายปี 2567 โดยยกปัญหาหลัก 3 ประการ (1) ไม่มีการเปิดประมูลแข่งขันอย่างโปร่งใส การกำหนดราคาซื้อขายไฟฟ้าในรอบนี้ใช้ข้อมูลต้นทุนพลังงานหมุนเวียนจากอดีต ซึ่งสูงกว่าราคาจริงในปัจจุบัน ทั้งที่ต้นทุนพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกลดลงต่อเนื่องทุกปี จึงเป็นราคาที่ “แพงเกินจริง” โดยไม่มีการแข่งขันใด ๆ มากำกับ (2) ไม่มีความจำเป็นต้องรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติม ประเทศไทยในขณะนี้มีสำรองไฟฟ้าเกินความจำเป็นแล้ว การเดินหน้ารับซื้อเพิ่มเติมจะยิ่งเพิ่มภาระให้กับระบบโดยไม่จำเป็น และจะผลักต้นทุนส่วนเกินเหล่านี้ไปสู่ค่าไฟฟ้าของประชาชน (3) มีการล็อกโควตาให้เฉพาะกลุ่มทุนรายเดิม โครงการรอบนี้กำหนดให้เฉพาะเอกชนที่เคยยื่นโครงการไว้ตั้งแต่ปี 2565 ได้รับการคัดเลือกก่อนโดยอัตโนมัติ เป็นการปิดโอกาสของผู้ประกอบการรายใหม่และทำลายหลักการแข่งขันเสรี พลังงานควรเป็นของประชาชน ไม่ใช่สินค้าของกลุ่มทุนไม่กี่รายที่สามารถล็อกสัญญาระยะยาวกับรัฐไปได้โดยไม่ต้องแข่งขัน พรรคประชาชนขอยืนยันว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานควรเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ ไม่ใช่เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อผลักภาระใหม่ให้ประชาชนจ่ายค่าไฟแพงขึ้นในอนาคต เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนและยกเลิกกระบวนการรับซื้อไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นนี้ทันที และดำเนินการจัดทำกระบวนการใหม่ที่มีความยุติธรรม โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แต่หากรัฐบาลยืนยันที่จะเพิ่มภาระค่าไฟแก่ประชาชน ภายในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ พรรคประชาชนจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นกลไกสุดท้ายเพื่อหยุดยั้งกระบวนการนี้

ขยันจริงๆ สส ส้ม ทั้งไอติม กับ ไอซ์ ออกไป ตจว อย่างวันนี้ก็ไปขอนแก่น สส ส้มเขามักจะหาเวลาไปพบปะประชาชนตามสถานที่ต่างๆเสมอ












