N
38K posts



• MU Behind the Scenes Wrap-up • ถึงคุณวันเสาร์ อาจจะยาวหน่อย แค่อยากให้คุณวันเสาร์ภูมิใจไปด้วยกันนะคะ “เชื่อไหมว่า เพิ่งรู้สึกตัวว่าตื่นเต้น?” น้องเจฟพูด หลังจากผ่านมาแล้ว 2 วัน กับการแสดงที่ MU ที่ผ่านมา ทีมสตูทุกคนได้แต่อ้าปากค้างกับความ เจฟซาเตอร์ ที่เกิดขึ้น แม้แต่คนที่ทำงานกับเขาเองก็งงว่า ทำได้ยังไง… ขออนุญาตคุณวันเสาร์ เล่าให้ฟังแบบกันเอง ในฐานะที่ทุกๆ คนเหมือนช่วยกันเลี้ยงมา พอหายเหนื่อยแล้วเพิ่งรู้สึกตัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวที MU เป็นสิ่งที่เสี่ยงและเดิมพันอาชีพมากๆ เพราะที่จริงแรงกดดันเยอะ คนรอดูเยอะ และปัญหาเยอะมากๆ ปกติน้องเจฟไม่ค่อยชอบให้เล่าเรื่องปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้ามากเท่าไหร่ เพราะเขาเป็นห่วงความรู้สึกของคุณวันเสาร์มากๆ อยากให้ทุกคนพบเห็นแต่ด้านดีๆ มีแต่ความสุขตอนนึกถึงเขา แต่วันนี้จะเป็นครั้งแรกที่มาเล่าให้ฟังเบื้องหลัง ว่าที่จริง ในฐานะศิลปิน เจฟ ซาเตอร์ ต้องแบกรับอะไรบ้าง บ่ายวันที่ 20 ก่อนวันโชว์เพียง 1 วัน มีการปรึกษากับทีมมาก่อนหน้านี้ และทีมแนะนำว่าควรใช้การลิปซิงก์ เพราะระบบถ่ายทอดหลายประเทศทำให้ควบคุมระบบเสียงได้ยาก แต่พอดูน้องร้องแล้วกลับรู้สึกว่า ความเป็นตัวตนขาดหายไป ความเป็นเจ้าของเวทีหายไปไหน ทางทีมจึงขอนั่งคุยกับน้องทันที น้องบอกว่า น้องกังวลเรื่องการซิงก์มากๆ เพราะเขาไม่เคยซิงก์ ทำให้ทำท่าทางไม่ถูก ทีมหาดูโชว์เก่าๆ สเตจที่องค์ Sunshine ลง เทียบกับสเตจที่เขากำลังซิงก์แล้ว เหมือนกับคนละคน แต่ซาวด์ที่ควบคุมไม่ได้มันไม่ได้เกิดจากน้อง แล้วถ้าเกิดข้อผิดพลาดล่ะ? ดังนั้นเราจึงลองให้น้องร้องใหม่แล้วอัดเสียงจากหน้าเวที เพื่อให้น้องได้ปล่อยของในรอบซ้อม แต่ปรากฏว่าตอนที่ทุกคนนั่งดูรอบซ้อม พอจบไฮโน้ต ทุกคนกรี๊ดออกมา โชว์ไดเร็กเตอร์ยืนขึ้นแล้วบอกว่า “แบบนี้ล่ะ! มิสยูนิเวิร์ส!” คำว่า “ร้องสด” จึงผุดขึ้นมาในใจแรงๆ เราเริ่มปรึกษากัน ทีมจึงเจรจาคุยกับทางผู้จัด ซึ่งน่ารักมากๆ ทางผู้จัดเชื่อมั่นในตัวน้องมากๆ แต่พอมาดูฟีดแบ็กเทปไลฟ์สด ปรากฏว่า สำหรับศิลปินที่แสดงในฮอลล์ใหญ่มากๆ หากไม่ใส่หูฟัง (in-ear) เสียงที่ได้ยินจะสะท้อนไปมากับกำแพง ทำให้เหมือนมีดนตรีประมาณ 2 ดนตรีที่จังหวะไม่ตรงกัน แต่เราต้องร้องให้ตรง ดังนั้นการใส่หูฟังจึงสำคัญมากๆ แต่ในรอบซ้อม สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ฟังสดในฮอลล์แล้วเสียงตรง แต่ไปฟังฟีดแบ็กในไลฟ์แล้วร้องเร่งกว่าจังหวะ ซึ่งไม่ได้เกิดจากน้อง ทางทีมพยายามเสริมกำลังพลโดยการเชิญซาวด์เอนจิเนียร์ระดับครูมาช่วย เพื่อให้น้องได้ร้องโดยไม่ต้องกังวล เพราะน้องยังต้องแบกการควบคุมโน้ต สเตจเพอร์ฟอร์แมนซ์ แมสเสจที่จะสื่อสารกับคนดู และบล็อกกิ้งไม่ให้ชนนางงามคนสวยอีก วันที่ 21 — วันโชว์จริง น้องขึ้นซ้อมตอนเช้ามืด ทีมทุกคนตกใจที่น้องตื่นเองเพื่อมาวอร์มตอนตี 2 ครึ่ง พอน้องมาถึงเวที เสียงใสกิ๊ก สายตาไม่หวั่นไหว ไม่รู้สึกกลัวอะไรเลย การซ้อมก็เป็นไปอย่างราบรื่น 08.00 น. ถึงเวลาโชว์จริง พี่ๆ ช่างหน้า ผม สไตลิสต์ แม่นมทั้งหลายส่งน้องถึงเวที แล้วมานั่งร้องไห้กันหลังจากรับชมโชว์เปิดในครึ่งแรก มีสายเข้ามาถึงสตูทันทีว่า เมโทรนอม ในอินเอียร์น้องจังหวะไม่ตรง! หาาา แล้วร้องไปได้ยังไง? น้องเล่าว่า มีอยู่ประมาณ 3 จังหวะ — ในหูน้อง 1 / สะท้อนด้านนอก 1 / บวกเมโทรนอมที่ไม่ตรงเป็น 3 ให้นึกภาพว่า มีคนเปิดเพลงให้เราร้องตาม แล้วอยู่ๆ มีคนมานั่งล้อมเพื่อปรบมือคร่อมจังหวะอีก 2 คน คำถามคือ…น้องร้องไปได้ยังไง? ทางทีมวิ่งวุ่นแก้ปัญหา จนสุดท้ายก่อนเริ่มเพลง Ride or Die ทางทีมแจ้งว่าแก้ได้แล้ว น้องขึ้นไปร้องต่อ ทีมหน้างานภูมิใจมาก โดยเฉพาะกับไฮโน้ตยาม 8 โมงเช้าของน้อง แต่พอลงเวที น้องบอกว่า น้อง “ร้องให้ดีเลย์นิดๆ เพื่อให้ตรงกับจังหวะที่เมื่อวานมีปัญหา” พร้อมถามว่า “ตรงรึยัง?” ทีมอ้าปากค้างไปอีกหนึ่ง สุดท้ายแล้ว กว่าจะเป็น เจฟ ซาเตอร์ บนเวที MU ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หลังจากโชว์โอเพนนิ่งจบ คุณแม่เข้ามาให้กำลังใจน้องในห้อง ได้นั่งฟังทัศนคติดีๆ ที่คุณแม่สอนแล้วรู้เลยว่า ทำไมคนอย่างเจฟ ซาเตอร์ถึงผ่านจุดนี้ไปได้อย่างสวยงาม เพราะพื้นฐานจิตใจเขาแน่น ครอบครัวเขาอบอุ่น และคุณแม่สอนมาดีมากๆ คิดในด้านที่ดีมากๆ ชอบคำหนึ่งที่คุณแม่พูดกับน้องก่อนออกไปโชว์ต่อว่า “เจฟลูก เหมือนแข่งคาราเต้ ซัดให้หมอบเลยนะลูก!” #MissUniverseXJeffSatur #MissUniverse #The74thMissUniverse #JeffSatur


นี่คือสเตทเม้นท์ที่ถูกต้องที่สุดแล้ว ต้องแบบนี้ อันนี้ เราประณามการกระทำของกัมพูชา ถูกแล้วที่ต้องใช้น้ำเสียงแบบนี้ แชร์ไปปป

มันเทียบกันได้เหรอวะ ???


















