หอม

185.7K posts

หอม banner
หอม

หอม

@Pphakatuk

Katılım Nisan 2017
1.6K Takip Edilen2K Takipçiler
หอม retweetledi
Voranai Vanijaka
Voranai Vanijaka@voranai·
นี่ก็คือระบบอุปถัมภ์ เพื่อนร่วมรุ่น รุ่นพี่รุ่นน้อง มาตรฐานการศึกษาคือ : “ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน” ซึ่งแปลอีกแบบคือ : “แต่งตั้งน้อง ส่งส่วยให้นาย ยกสัมปทานให้เพื่อน แก้กฏหมายให้พวก” ฟังคุณสุธิชัย หยุ่นพูด : คอนเนคชั่นนำไปสู่คอรัปชั่น คุณวีระเสริมการทำงานของระบบ : เคลียร์ให้หน่อย เคลียร์อะไร : เคลียร์เข้าสู่อำนาจ เคลียร์เข้าสู่โปรเจ็ครัฐ เคลียร์ออกจากคดี เคลียร์เงินทอน และอื่นๆ งบประมาณ : ภาษีประชาชน ในห้องเรียนประกอบไปด้วย : นักการเมืองบ้านใหญ่ ข้าราชการผู้ใหญ่ ลิ่วล้อที่อยากจะใหญ่นายฝากมาเรียน ทุนใหญ่ ทุนที่อยากจะใหญ่ ทุนใหญ่แต่เทา บิ๊กตำรวจ บิ๊กทหาร ใหญ่คับฟ้า หนักอึ้งแผ่นดิน One stop service ของระบบอุปถัมภ์ One stop progress ของประเทศชาติ
Parit Wacharasindhu (Itim)@paritw92

[ ถึงเวลาแล้วหรือไม่ ในการยกเลิก “หลักสูตรคอนเนคชัน” ที่หล่อเลี้ยงระบบอุปถัมภ์ และเสี่ยงกลายเป็น one stop service ให้กับผู้ประสงค์ร้ายในการเข้าถึงผู้มีอำนาจในประเทศจากทุกแวดวง ] . สังเกตไหมครับ ว่าหลังจากที่สังคมได้เห็นและตั้งคำถามต่อภาพที่มีการปรากฏตัวร่วมกันของบุคคลที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ กับเครือข่ายผู้มีอำนาจทางการเมือง-ธุรกิจ-ทหาร-ตำรวจ-ราชการ คำชี้แจงของผู้มีอำนาจหลายคนเกี่ยวกับที่มาของภาพ มักโยงกลับไปที่ #หลักสูตรอุปถัมภ์ หรือ #หลักสูตรคอนเนคชัน ตัวย่อต่างๆของหน่วยงานรัฐ . - รูปกับนายกฯ ที่หน้าโรงแรม ก็ถูกชี้แจง ว่าเป็นภาพระหว่างการเดินทางไปดูงานที่สิงคโปร์ของหลักสูตร วปอ. - รูปกับรองนายกฯ ในงานเลี้ยง ก็ถูกชี้แจง ว่าเป็นกิจกรรมของหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ . ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราควรจะเอาจริงกับการทบทวนหรือยกเลิกการมีอยู่ของหลักสูตรเหล่านี้ของหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีอยู่อย่างแพร่หลายในหลายหน่วยงาน (เช่น วปอ. ของกระทรวงกลาโหม / นธป. ของศาลรัฐธรรมนูญ / บยส. ของศาลยุติธรรม / นยปส. ของ ป.ป.ช. / พตส. ของ กกต.) . ที่ผ่านมา ผมได้เคยนำเรื่องดังกล่าวหารือใน กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ร่วมกับหน่วยงานเจ้าของหลักสูตร - แม้หน่วยงานพยายามให้เหตุผลว่าหลักสูตรต่างๆถูกริเริ่มด้วยเจตนาที่ดีในการส่งเสริม “การเรียนรู้” ระหว่างองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมตั้งคำถามมาโดยตลอด คือการมีอยู่ของหลักสูตรเหล่านี้ “ได้” คุ้ม “เสีย” หรือไม่ ? . 1. หากหลักสูตรเหล่านี้สร้างประโยชน์ได้จริง และไม่ได้มีไว้เพื่อเส้นสายหรือ “คอนเนคชัน” เป็นหลัก ทำไมเราถึงไม่ค่อยได้รับรู้ถึงนวัตกรรมเชิงนโยบายหรือประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมของการร่วมมือกันระหว่างผู้เข้าเรียนจากแต่ละองค์กร ทั้งๆที่หลายหลักสูตรเหล่านี้จัดมาหลายสิบรุ่น? . 2. หากหลักสูตรเหล่านี้สร้างประโยชน์ได้จริง และไม่ได้มีไว้เพื่อเส้นสายหรือ “คอนเนคชัน” เป็นหลัก ทำไมเราไม่เคยเห็นถึงความพยายามในการนำคลิปการสอนจากหลักสูตร (เฉพาะส่วนที่เป็นการบรรยาย ไม่ใช่ส่วนที่เป็นการทำกิจกรรม workshop) มาเผยแพร่ออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงองค์ความรู้บางส่วนที่ถูกถ่ายทอดในหลักสูตร? . 3. หากหลักสูตรเหล่านี้สร้างประโยชน์ได้จริง และไม่ได้มีไว้เพื่อเส้นสายหรือ “คอนเนคชัน” เป็นหลัก ทำไมเราไม่เคยเห็นถึงความพยายามของหลักสูตรในการปรับรูปแบบเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องการสร้างระบบเส้นสายและระบบอุปถัมภ์ (เช่น จัดการเรียนการสอนเป็นรูปแบบออนไลน์เพื่อลดกิจกรรมสันทนาการ / เปลี่ยนจากหลักสูตรที่รับผู้เข้าเรียนเป็นรุ่นๆมาเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เปลี่ยนหัวข้อและผู้เข้าร่วมเป็นครั้งๆตามความเหมาะสม / แยกกิจกรรมการเรียนรู้ระหว่างผู้เรียนจากแต่ละองค์กรที่ควรทำหน้าที่ตรวจสอบกันและกัน หรือเสี่ยงจะเอื้อประโยชน์ต่อกันและกัน) . 4. แม้คุณเชื่อว่าหลักสูตรเหล่านี้สร้างประโยชน์ได้จริง มีใครกล้ายืนยันไหม ว่าประโยชน์ดังกล่าวคุ้มค่าจริง เมื่อเทียบกับงบประมาณจากภาษีประชาชนที่ต้องใช้ในการจัดหลักสูตรดังกล่าว ซึ่งไม่ได้รวมถึงแค่ค่าวิทยากรหรือค่าดำเนินการจัดการสอนภายในประเทศ แต่ยังรวมถึงการนำพาผู้เรียนหลายสิบคนไปดูงานต่างประเทศพร้อมกันเกือบสัปดาห์? . 5. แม้คุณเชื่อว่าหลักสูตรเหล่านี้สร้างประโยชน์ได้จริง มีใครกล้ายืนยันไหม ว่าประโยชน์ดังกล่าวคุ้มค่าจริง เมื่อเทียบกับความเสี่ยงในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อระบอบอุปถัมภ์ เนื่องจากหลักสูตรส่วนใหญ่ (1) มักมีผู้เข้าร่วมจากทั้งองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบกับภาคส่วนที่ถูกตรวจสอบ (เช่น ศาล & นักการเมือง-นักธุรกิจ) หรือจากกลุ่มองค์กรหรือภาคส่วนที่เสี่ยงจะเอื้อผลประโยชน์ให้กันและกัน (เช่น บริษัทผู้รับเหมา & หน่วยงานรัฐเจ้าของโครงการ) และ (2) มีความเสี่ยงในการส่งเสริมค่านิยมให้เกิดการปกป้องหรือช่วยเหลือกันและกันในบรรดาผู้เข้าเรียน (เช่น การส่งเสริมความ “สามัคคี” หรือความเป็น “ครอบครัว” หรือ “พี่น้อง” เกินสมควร ระหว่างผู้เข้าร่วมในรุ่นเดียวกันและระหว่างแต่ละรุ่น) . ในการอภิปราย พ.ร.บ. งบประมาณ 2569 ผมได้พยายามทำงานใน กมธ. และอภิปรายในสภาเพื่อตัดงบประมาณสำหรับหลักสูตรดังกล่าว (link ใน comment) แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จในการโน้มน้าว สส. ส่วนใหญ่ในสภา . ความจริงแล้ว ข้อเสนอในการทบทวนหรือยกเลิกหลักสูตรคอนเนคชันเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากเพียงภาพไม่กี่ภาพวันนี้ . แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพไม่กี่ภาพดังกล่าว ยิ่งตอกย้ำถึงความเสี่ยงของหลักสูตรดังกล่าว ในการสร้างพื้นที่ทำเลทอง หรือ “ศูนย์บริการแบบครบวงจร” (one-stop service) ให้ผู้ที่ต้องการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนจากทรัพยากรรัฐ สามารถเข้าถึงผู้มีอำนาจในประเทศจากทุกแวดวงโดยตรง . เป็นเรื่องตลกร้ายที่หลักสูตรที่ถูกจัดโดยหน่วยงานความมั่นคง กลับกลายเป็นช่องทางในการเข้าถึงผู้มีอำนาจรัฐ ของบุคคลที่ถูกมองว่าเชื่อมโยงหรือใกล้ชิดกับเครือข่ายสแกมเมอร์นานาชาติ ซึ่งนับเป็นภัยคุกคามอันดับต้นๆต่อความมั่นคงของประเทศ . เป็นเรื่องตลกร้ายที่หลักสูตรที่ถูกจัดโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยประชาชน กลับกลายเป็นช่องทางในการเข้าถึงผู้มีอำนาจรัฐ ของของบุคคลที่ถูกมองว่าเชื่อมโยงหรือใกล้ชิดกับเครือข่ายที่หลอกลวงและคุกคามความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชน

ไทย
9
276
467
21.3K
หอม retweetledi
suthichai
suthichai@suthichai·
ถ้าเรามีนักการเมือง, นักวิชาการ, นักธุรกิจที่ไปร่วมถกแถลงประเด็นนานาชาติจากมุมมองไทย ไทยจะ “กลับสู่จอเรดาร์สากล” อย่างเข้มแข็งได้ไม่ยากเลย! “พิธา” ไม่ใช่คนเดียวเท่านั้นที่ร่วมวงเสวนานานาชาติได้ อย่าให้เขาปรามาสว่าเรา “เก่งแต่ในบ้าน”! Suthichai Live 19.15 น.
suthichai tweet media
ไทย
36
202
702
22.3K
หอม retweetledi
Annabelle G.
Annabelle G.@_ANNABELL_·
ในขณะที่ประเทศอื่นให้ค่า แต่ประเทศเราเองกลับผลักคนแบบนี้ออกไป เสียดายบุคคลที่มีคุณภาพแบบนี้ที่ไม่ได้มาบริหารบ้านเมือง ที่เหลืออยู่มีแต่อะไรก็ไม่รู้ น่าเศร้านะเอาจริง
Gameover@PressStops

อีดอกกก กูขนลุก พิธาถูกเชิญขึ้นเวทีกับ รมต. ต่างประเทศจากอินโด / มาเล opening stage เปิดงานแล้วนั่งกลางคะ “Pita you will be representative for the youth around the world!” 😭😭😭😭 -> youtube.com/live/m3chThbEX…

ไทย
101
20.1K
12.5K
789.5K
หอม retweetledi
Parit Wacharasindhu (Itim)
[ รัฐบาลอนุทินต้องอยู่สั้น แต่ไม่สร้างความเสียหายที่อยู่ยาว | นโยบายต้อง “ไม่ขายของ ไม่ขายฝัน ไม่ขายสมบัติชาติ” ] . ในฐานะ สส. สมัยแรก ผมไม่เคยคิดว่าผมจะต้องมาอภิปรายคำแถลงนโยบายของรัฐบาล เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 2 ปี . อย่างไรก็ตาม การแถลงนโยบายครั้งนี้ ไม่เหมือนกับการแถลงนโยบาย 2 ครั้งก่อนหน้านี้ เพราะรัฐบาลชุดนี้ ไม่ได้เป็นรัฐบาลที่เราคาดหวังให้ทำงานครบวาระ แต่เป็นรัฐบาล “เฉพาะกาล เฉพาะกิจ เฉพาะลักษณะ” - “เฉพาะกาล” = สภาจะอนุญาตให้มีอายุได้ไม่เกิน 4 เดือนหลังจากวันนี้ -“เฉพาะกิจ” = มีหน้าที่หลักในการยุบสภา-ปลดล็อกการแก้ไขรัฐธรรมนูญ - “เฉพาะลักษณะ” = ต้องคงสภาวะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย (ผ่านกฎหมายไม่ได้หากฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย / ถูกฝ่ายค้านล้มได้หากทำอะไรนอกลู่นอกทาง) . [ 3 “สงคราม แก้ด่วน” ที่รัฐบาลต้องทำเฉพาะหน้า ] . โดยสรุป นโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหา “เฉพาะหน้า” ของประชาชนในช่วง 4 เดือนสั้นๆนี้ ควรเน้นไปที่ “3 สงคราม”” . 1. สงครามเศรษฐกิจ - กระตุ้นให้ประชาชนมีกินมีใช้ ผ่านการยกระดับ “คนละครึ่งพลัส” ไปอีกขั้น โดยเติมเงื่อนไขให้นำไปสู่การเพิ่มการบริโภคได้จริง มากกว่าแค่การ “ดึงยอดขาย” จากร้านค้านอกโครงการ มาสู่ร้านค้าในโครงการ . 2. สงครามการค้าระหว่างประเทศ - พยุงให้ผู้ประกอบการไทยลืมตาอ้าปากได้ โดยเอาจริงกับ “สินค้าสวมสิทธิ” และ “การทุ่มตลาด” เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการจาก “ภาษีอัตราสูง” จากสหรัฐ หรือ “สินค้าราคาถูก” จากจีน . 3. สงครามชายแดนไทย-กัมพูชา - เร่งคืนความปกติที่ปลอดภัยให้ประชาชนโดยเร็ว ซึ่งต้องรวมถึงการเดินหน้าทำลายกระเป๋าสตางค์และที่ยืนของผู้นำกัมพูชาในเวทีโลก โดยขั้นต่ำที่สุดคือการทลายธุรกิจสีเทาที่เกี่ยวข้อง . [ ความเสี่ยงที่ “รัฐบาลอยู่สั้น แต่ความเสียหายอยู่ยาว” ] . ในเมื่อรัฐบาลนี้ เป็นรัฐบาลอายุสั้น ผมยอมรับว่าสิ่งที่ผมกังวลที่สุด อาจไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะ “ไม่ทำอะไร ที่ควรทำ” แต่สิ่งที่ผมกังวลที่สุดคือรัฐบาลจะ “ทำอะไร ที่ไม่ควรทำ” เพราะหากรัฐบาลก่อให้เกิดความเสียหายที่รัฐบาลถัดไปย้อนกลับไปแก้ไม่ได้ ก็อาจจะนำไปสู่สภาวะที่ “รัฐบาลอยู่สั้น แต่ความเสียหายอยู่ยาว” . หากจะป้องกันความเสี่ยงนี้ นโยบายและการกระทำของรัฐบาลจะต้องไม่ทำ 3 อย่าง . 1. ไม่ขายของ 2. ไม่ขายฝัน 3. ไม่ขายสมบัติชาติ . . [ ความเสี่ยง #1 = ขายของ ] . รัฐบาลไม่ควรดำเนินนโยบายที่เน้น “หาเสียง” เลือกตั้ง มากกว่า “หาทางออก” ให้ประเทศ และไม่ควรดำเนินนโยบายที่เน้นสร้างคะแนนนิยมให้ “รัฐบาลชุดนี้” แต่สร้างภาระและข้อจำกัดให้ “รัฐบาลถัดไป” . ตัวอย่าง 1 = ลดค่าครองชีพ . นโยบาย “ลดแลกแจกแถม” หลายข้อ ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะทำได้อย่างไร ที่ไม่ใช่แค่เอาเงินภาษีประชาชนในอนาคต มาทำโปรโมชันก่อนเลือกตั้ง . - เช่น การลดค่ารถไฟฟ้าอย่างยั่งยืนจะยังเกิดขึ้นไม่ได้ จนกว่า พ.ร.บ. ตั๋วร่วม จะประกาศบังคับใช้ ซึ่งจะทำให้นิยาม “ค่าโดยสารร่วม” มีความชัดเจน และรัฐบาลจะมีกลไกในการเจรจากับเอกชนเรื่องค่าแรกเข้าที่ซ้ำซ้อน . - เช่น การลดค่าไฟอย่างยั่งยืนจะยังเกิดขึ้นไม่ได้ หากยังไม่มีการเจรจากับกลุ่มทุนพลังงานเรื่องสัญญาโรงไฟฟ้าเอกชน และการยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบ Adder ที่ไม่เป็นธรรม . การลดค่าครองชีพเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อแก้ไขความทุกข์ร้อนของประชาชน แต่ข้อกังวลที่เรามี คือรัฐบาลนี้จะอยู่ในตำแหน่งเต็มเพียง 4 เดือน ของงบปี 69 แต่หากเรานับเฉพาะนโยบายคนละครึ่งพลัส (ที่ท่านบอกเองว่าเป็น เฟส 1) รัฐบาลนี้กำลังจะใช้ทั้ง 100% ของงบกระตุ้น ศก. ของทั้งงบปี 69 หรือคิดเป็น 33% หากรวมเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินในงบกลางไปด้วย . ถ้ามาบวกกับโปรโมชันที่คาดว่าจะมีเพิ่มเติมอีก มันจึงเกิดข้อกังวล ว่าตกลงรัฐบาลชุดนี้จะเอาเงินในอนาคต มาใช้หาเสียงล่วงหน้ามากแค่ไหน และรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งจะเหลือพื้นที่ทางการคลังเท่าไหร่ ในการแก้ปัญหาประชาชน . ตัวอย่าง 2 = ประชามติ MOU ไทย-กัมพูชา . อีกนโยบายในคำแถลง ที่อาจถูกตั้งคำถามได้ ว่าเน้นหาเสียง หรือ เน้นหาทางออกให้ประเทศ คือข้อเสนอในการเร่งเดินหน้าทำประชามติเรื่อง MOU ไทย-กัมพูชาให้เสร็จภายใต้รัฐบาลชุดนี้ . ผมเชื่อว่าเราคนไทยเราทุกคน - ไม่ต้องการให้ไทย ถูกบีบให้ไปยอมรับแผนที่ ที่ทำให้เราเสียเปรียบอย่างไม่เป็นธรรม - ไม่ต้องการให้ MOU เป็นเพียงกระดาษที่ทำอะไรไม่ได้ แม้กัมพูชาจะละเมิดข้อตกลงกี่ร้อยครั้ง . แต่ถ้ารัฐบาลอยากให้เราเชื่อ ว่ารัฐบาลคิดมาอย่างรอบคอบแล้ว และไม่ได้เสนอเรื่องนี้เข้ามา เพียงเพื่อเป็นเทคนิคในการหาเสียงกับบางกลุ่ม รัฐบาลควรตอบให้ชัดว่า: - คณะกรรมาธิการวิสามัญ MOU ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นประธาน จะศึกษาเรื่องสลับซับซ้อนนี้เสร็จภายใน 4 เดือนได้จริงหรือไม่ และมีแผนจะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่รอบด้านภายใน 4 เดือนได้ - ในการทำประชามติ รัฐบาลจะถามกี่คำถาม (เช่น จะแยกคำถามเรื่อง MOU 43 & 44 หรือไม่) และหากประชาชนมีมติให้ยกเลิก รัฐบาลจะมีกลไกอะไรมาแทนที่หรือไม่ เพื่อทำให้ไทยได้เปรียบมากที่สุดในเวทีโลก . รองนายกฯ บอกว่า รัฐบาลชุดนี้เป็น “รัฐบาลเฉพาะกิจ” ที่ไม่สมควรตัดสินใจแทนประชาชน ว่าควรยกเลิก MOU หรือไม่ . แต่ถ้านายกฯ ตอบคำถามพื้นฐานผมไม่ได้ ผมก็ต้องถามกลับว่า แล้ว “รัฐบาลเฉพาะกิจ” ชุดนี้ สมควรหรือไม่ ที่จะตัดสินใจแทนประชาชน ว่าทางออกที่ดีที่สุดในเรื่องนี้ คือการเร่งทำประชามติให้เสร็จภายใต้รัฐบาลชุดนี้ . [ ความเสี่ยง #2 = ขายฝัน ] . ในคำแถลงนโยบาย รัฐบาลระบุว่าจะผลักดันกฎหมายระดับ พรบ. ผ่านสภา 8+ ฉบับ . แม้หลายฉบับเป็นประโยชน์ (และบางฉบับ ผมก็เคยร่วมเสนอร่าง) แต่ผมตั้งคำถามว่ากฎหมายเหล่านี้ จะผ่านสภาทัน 4 เดือนได้อย่างไร? . ตัวอย่าง 1 = พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ - ประชาชนรอมาแล้ว 2 กว่าปีหลังเลือกตั้ง แต่ร่างจากฝ่ายบริหาร ก็ยังไม่คลอดออกมา - ร่างที่ พรรคการเมือง และภาคประชาชนเสนอมาแล้วก็มีถึง 6 ร่าง มีเนื้อหาเฉลี่ยร่างละ 113 มาตรา - แต่ละร่างยังมีความเห็นต่างหลายด้านที่ไม่ง่ายต่อการหาข้อสรุปโดยเร็ว (เช่น สิทธินักเรียน คุณสมบัติครู โครงสร้างกระทรวง) . ตัวอย่าง 2 = พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ (climate change) - แม้หน่วยงานมีร่างที่รับฟังความเห็นเสร็จไปแล้ว แต่ร่างดังกล่าว ก็ยาวถึง 200 มาตรา - รัฐบาลจะหยิบร่างนี้มาดันต่อ ก็อาจจะไม่ง่ายนะก เพราะเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero) ที่อยู่ในร่างกับในคำแถลงนโยบายวางเป้าหมายไว้ต่างกันถึง 15 ปี . ตัวอย่าง 3 : พ.ร.บ. การพนัน - ผมตั้งคำถามว่า รัฐบาลเตรียมร่างใหม่ไว้แล้วหรือยัง เพราะคำแถลงนโยบายระบุว่ารัฐบาลจะ “ควบคุมและลดการอนุญาตการเล่นการพนันให้ได้มากที่สุด”... - …ซึ่งสวนทางกับร่างแก้ไข พ.ร.บ.การพนัน ของกระทรวงมหาดไทย สมัยคุณอนุทินเป็นรัฐมนตรีว่าการฯ ที่เสนอให้เพิ่มอำนาจและดุลพินิจเจ้าหน้าที่ในการปลดล็อกการพนันออนไลน์ . ดังนั้น แทนที่รัฐบาลจะใช้เวลาในสภา 4 เดือนข้างหน้าไปกับการผลักดันกฎหมายที่แม้เป็นประโยชน์แต่ทำแล้วก็เสร็จไม่ทัน หรือทันก็จะได้แต่ทางออกแบบครึ่งๆ กลางๆ.. . ผมเสนอว่ารัฐบาลควรคืนเวลาในสภา 4 เดือนข้างหน้านี้ มาให้ฝ่ายนิติบัญญัติกำหนดกันกันเองระหว่างทุกพรรค ว่าจะหยิบกฎหมายอะไรบ้างที่ถูกเสนอมาแล้วและสามารถผลักดันต่อให้สำเร็จได้ภายใน 4 เดือน ซึ่งอาจเป็นฉบับที่มีมาตราไม่เยอะ ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน และมั่นใจว่าทำได้ทันแน่นอน (เช่น การเพิ่มอำนาจท้องถิ่นเรื่องขนส่งสาธารณะ? การปลดล็อกโรงแรมขนาดเล็ก? การป้องกันการฟ้องปิดปาก?) . ถ้าเป็นตามข้อเสนอนี้ ร่างกฎหมายในสภา ก็จะมีแต่ร่างของ สส. และภาคประชาชน โดยไม่มีร่างของ ครม. เสียงข้างน้อย - พรรคไหนเห็นด้วยกับร่างไหน ก็มาลงคะแนนสนับสนุนร่างนั้น โดยไม่ต้องลำบากใจเรื่องการเป็นองค์ประชุมให้ใคร . [ ความเสี่ยง #3 = ขาย(สมบัติ)ชาติ ] . รัฐบาลชุดนี้พูดอยู่บ่อยครั้งว่ารักและต้องการปกป้องชาติ โดยเฉพาะเรื่องเขตแดนและอธิปไตย - เป้าหมายนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นด้วย แต่สิ่งที่ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนเขามีความกังวลใจคือรัฐบาลชุดนี้พร้อมจะปกป้องสมบัติของชาติในมิติอื่นๆ ได้เท่ากับที่พร้อมจะปกป้องเรื่องอธิปไตยและเขตแดนหรือไม่ . ตัวอย่าง 1 = ทรัพยากรธรรมชาติ . ถ้ารัฐบาลรักชาติจริง ก็ต้องไม่ปล่อยให้ผู้มีอิทธิพลกลุ่มใดเอาที่ดินของรัฐมาเป็นของตนเอง . ในกรณีเขากระโดง - ในมุมหนึ่ง เราจะจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่ากรมที่ดินภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีจะทำอะไรไม่ชอบมาพากลหรือไม่ - แต่ในอีกมุมหนึ่ง นายกฯควรจะต้องสนับสนุนให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเดินหน้าฟ้องศาลยุติธรรมเพื่อเพิกถอนแปลงต่างๆ โดยจัดลำดับความสำคัญให้ชัด - ข้อเสนอของผมคือให้เริ่มต้นที่ 2 แปลง (3466 และ 8564) ที่ ป.ป.ช. ชี้แล้วว่าออกโฉนดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และเป็นของตระกูลใหญ่ในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งไม่กระทบต่อประชาชนทั่วไปในพื้นที่ [ แม้การรถไฟฯให้ข่าวเมื่อวานพอดี ว่าผู้ว่าฯได้อนุมัติการฟ้องไปแล้ว แต่ทางเราก็ต้องติดตามต่อว่าการฟ้องจะเกิดขึ้นจริงเมื่อไหร่ กระบวนการจะโปร่งใสหรือไม่ และผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร ] . ตัวอย่าง 2 = สถาบันทางการเมือง ที่ใช้อำนาจแทนประชาชนทุกคน . หากคนที่นั่งอยู่ในรัฐสภา ได้มาซึ่งอำนาจ ผ่านการกระทำที่ผิดกฎหมาย ก็ไม่ต่างอะไร จากการขโมยอำนาจจากประชาชนและประเทศชาติ . ถ้ารัฐบาลรักชาติจริง และต้องการ “รักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด” - รัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้ใครก็ตามที่ถูกพิสูจน์ว่าเกี่ยวข้องกับการโกง สว. มีที่ยืนในรัฐสภาแห่งนี้ - รัฐบาลต้องทำเต็มที่เพื่อไม่ให้กระบวนการสอบสวนมีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนเข้าไปเกี่ยวข้อง (เช่น ทำความเข้าใจกับ สว. ให้หยุดใช้อำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระและกรรมการ กกต. ต่อไปเรื่อยๆ ทั้งที่คดีตนเองยังอยู่ที่ กกต. / กำกับให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ที่เคยเป็นตำรวจภายใต้การบังคับบัญชาของ สว. ที่ถูกข้อกล่าวหา) ไม่แทรกแซงและฟอกขาวให้กับอดีตหัวหน้าตนเอง) . 4 เดือนข้างหน้านี้ จึงเป็นภารกิจสำคัญของพวกเราฝ่ายค้าน ที่จะต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อไม่ปล่อยให้ รัฐบาลที่อายุสั้นนี้ มาทำให้ประเทศเสียหายยาว . . [ ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ? ] . แต่อีกภารกิจสำคัญของพวกเราพรรคประชาชน คือการกำกับให้รัฐบาลทำตามเงื่อนไข MOA ในการปลดล็อกเรื่องการจัดทำ รธน. ฉบับใหม่ . เราไม่เคยบอกว่าให้รัฐบาลชุดไหน ต้องทำเรื่อง รธน. เรื่องเดียว โดยไม่ทำเรื่องปากท้องหรือเรื่องอื่นๆ แต่เรายืนยันว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่ว่าตั้งแต่เรามี รธน. 2560 บังคับใช้ ชีวิตคนไทยต้องได้รับผลกระทบจากสภาวะ “ประชาธิปไตยถดถอย นโยบายล้าหลัง การทุจริตเรื้อรัง” . 1. ประชาธิปไตยเราถดถอยลงมาอย่างต่อเนื่อง เพราะ รธน. 2560 ออกแบบให้สถานบันทางการเมืองขาดความยึดโยงกับประชาชน - ประชาชนลงคะแนนให้กับ สส. พรรคหนึ่ง แต่ สส. เหล่านั้น ก็หอบเสียงย้ายค่ายไปทำงานกับอีกพรรคหนึ่งได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตประชาชน - ประชาชนเลือก สส. เข้าไปในสภา เลือกรัฐบาลเข้าไปในทำเนียบ แต่คนที่ถูกมองว่าชี้ขาดว่ากฎหมายอะไรเสนอได้ นโยบายอะไรทำได้ บุคคลใดอยู่ในคณะรัฐมนตรีได้ กลับเป็นตุลาการ 9 คน ในศาลรัฐธรรมนูญ . 2. นโยบายเราไม่มีนวัตกรรมเชิงนโยบายมากเท่ากับเมื่อ 20 ปีก่อน ส่วนหนึ่งเพราะ รธน. 2560 ทำให้รัฐบาลขาด “สมาธิ” และ “แรงจูงใจ” ในการคิดค้นนโยบายใหม่ๆ - สมาธิในการทำนโยบายยากๆ ก็ต้องเสียไปกับการรับมือกับคำร้องและนิติสงคราม - แรงจูงใจการทำนโยบายให้สำเร็จ ก็ลดน้อยลง เพราะความอยู่รอดของรัฐบาลที่ผ่านมากลับไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจหรือปลายปากกาของประชาชน . 3. การทุจริตเรา ได้คะแนนแย่สุดในรอบ 10 ปี ส่วนหนึ่งเพราะ รธน. 2560 ที่ถูกโฆษณาว่าเป็น รธน. ปราบโกง กลับเป็น รธน. ที่ปราบได้เฉพาะคนที่อยากปราบ - กลไกตรวจสอบถูกใช้เพื่อกลั่นแกล้งกัน มากกว่าปกป้องภาษีประชาชน - ป.ป.ช. ก็ถูกตั้งคำถามทุกครั้ง ที่ต้องมาทำคดีที่เกี่ยวกับนักการเมืองผู้มากบารมี (เช่น นาฬิกาหรู) - ส.ต.ง. ก็ถูกมองว่าขยันผิดจุด ไล่ล่าครูที่ทำใบเสร็จซื้อเครื่องเขียนหาย แต่กลับปล่อยให้ตึกตนเองถล่มลงมาได้ . แน่นอนว่า พวกผมไม่เคยมีใครเรียกร้องให้เราต้องมีการจัดทำ รธน. ฉบับใหม่ เสร็จทั้งหมดภายใน 4 เดือน . แต่พวกผมก็รับไม่ได้เช่นกัน กับข้อความในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลเรื่องรัฐธรรมนูญ ที่เขียนไว้อย่าง “กว้าง” และ “เบาหวิว” - ซึ่งไม่ได้สัดส่วนเลย กับข้อเท็จจริงทางการเมืองที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความอยู่รอดของรัฐบาลเสียงข้างน้อยนี้ ขึ้นอยู่ความสำเร็จของรัฐบาลในการผลักดันวาระการแก้รัฐธรรมนูญ . ถ้านายกฯ ยังอยากจะไปต่อได้ ตามเงื่อนไข MOA ที่ลงนาม ผมเห็นว่านายกฯ จำเป็นต้องลุกขึ้นมายืนยันในสภาแห่งนี้ ให้ชัดเจนใน 2 เรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ . [ ข้อเสนอ 1 : Roadmap 4 เดือน ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ] . นายกฯควรต้องลุกขึ้นมายืนยันให้ชัด ว่าเป้าหมายของรัฐบาลใน 4 เดือนข้างหน้า คือการเดินหน้าให้มี “ประชามติรัฐธรรมนูญรอบแรก” พร้อมกับการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องเป็นการทำประชามติครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2 ในคราวเดียวกัน โดยแบ่งออกเป็น 2 คำถาม ตามคำวินิจฉัย ศาล รธน. - 1. เห็นด้วยหรือไม่กับการมี รธน. ฉบับใหม่ - 2. เห็นด้วยหรือไม่กับโมเดล สสร. หรือ กลไกในการจัดทำ รธน. ฉบับใหม่ ในร่างแก้ไข รธน. หมวด15/1 ที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบ . ถ้าจะไปถึงเป้าหมายดังกล่าวได้ นายกฯควรนำทัพรัฐบาลและสมาชิกรัฐสภาจากซีกรัฐบาลทุกคน ในการทำทุกวิถีทาง ให้กระบวนการ 4 เดือนข้างหน้านี้ เดินหน้าโดยไม่สะดุด - ร่างแก้ไข รธน. หมวด 15/1 ของ 3 พรรคหลักที่ยื่นเข้ามาแล้ว ควรจะต้องได้รับความเห็นชอบในวาระที่ 1 ในวันที่ 14-15 ตุลาคม - กมธ. วิสามัญฯ ที่จะตั้งขึ้นมาหลังจากนั้น จะต้องถกเถียงทุกความเห็นต่างและหาข้อสรุปให้เสร็จภายใน 2 เดือน เพื่อส่งร่างกลับมาให้รัฐสภาได้พิจารณาในวาระที่ 2 & 3 เสร็จ ภายในสิ้นเดือน ธันวาคม - รัฐบาลต้องใช้เวลาหลังปีใหม่ ทำงานกับ กกต. เพื่อเตรียมความพร้อมและเคาะวันประชามติก่อนจะยุบสภาภายในสิ้นเดือน มกราคม . [ ข้อเสนอ 2 : โมเดล สสร. ที่มีประชาชนในสมการ ] . แต่แค่ “เสร็จ” ทันเวลาอย่างเดียวไม่พอ . ถ้านายกฯต้องการทำให้ภารกิจเรื่อง รธน. “สำเร็จ” ตาม MOA ก็ควรต้องลุกขึ้นมายืนยันให้ชัดว่าจะสนับสนุนโมเดล สสร. หรือ กลไกในการจัดทำ รธน. ฉบับใหม่ ที่มีประชาชนอยู่ในสมการ . - หากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็มบอกว่า สสร. เลือกตั้งไปต่อได้ นายกฯก็ต้องสนับสนุน สสร. เลือกตั้งเต็มที่ ตามที่ได้เซ็นไว้ใน MOA . - แต่แม้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็มทำให้ สสร.เลือกตั้งไปต่อได้ยาก นายกฯก็ต้องไม่ฉวยโอกาส โดยการเอาคำวินิจฉัยดังกล่าว มากดดันให้รัฐสภาต้องเห็นชอบกับโมเดล สสร. ที่ตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนออกเกินจำเป็น และไปเพิ่มช่องโหว่ให้เกิดการฮั้วและกินรวบของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ . [ ภารกิจในการโน้มน้าวสมาชิกวุฒิสภา ] . การที่นายกฯ ลุกขึ้นมายืนยัน ทั้ง roadmap และหลักการเรื่อง สสร. ในที่ประชุมสภา.. . จะไม่เป็นเพียงแค่การยืนยันว่าท่านจะยังรักษาสัญญาตาม MOA ที่ทำไว้กับพวกผมพรรคประชาชน . แต่ยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้สื่อสารโดยตรงกับสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งถือกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการแก้ไขรัฐธรรมนูญ . แม้ภารกิจในการทำความเข้าใจและโน้มน้าว สว. เป็นภารกิจของทุกคนทุกพรรค . แต่ภารกิจนี้ คงไม่มีบุคคลใดทำได้ดี เท่ากับคนที่ชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” . เพราะคุณอนุทินไม่เพียงแต่เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ต้องมีหน้าที่ในการผลักดันนโยบายหลักของรัฐบาลให้สำเร็จอยู่แล้ว . แต่คุณอนุทินยังเป็นบุคคลที่ใจตรงกันกับ สว. ในหลายเรื่อง และลงเรือลำเดียวกันกับ สว. ในหลายเหตุการณ์ . ไม่ว่านายกฯจะปฏิเสธความสามารถพิเศษตรงนี้อย่างไร . แต่ประชาชนทราบดี ว่าความร่วมมือของ สว. ต่อการแก้ไข รธน. ใน 4 เดือนข้างหน้านี้ คือตัวชี้วัด “ความจริงจัง” และ “ความจริงใจ” ของนายกฯ ในการจัดทำ รธน. ฉบับใหม่ . . ฌ เวลานี้ ความหวังของประชาชนจำนวนมากเรื่องการแก้ รธน. อยู่ในมือนายกฯ อนุทิน แต่หลายคนยังไม่เชื่อ ว่านายกฯจะทำให้ความหวังของเขาเป็นจริงได้ . หากต้องการสร้างความเชื่อมั่นกับพวกเขา ขั้นต่ำที่นายกฯต้องทำ คือลุกขึ้นมาชี้แจงและยืนยันให้เขาเชื่อให้ได้ว่า: . นายกฯไม่ได้มองว่าการแก้ รธน. เป็นเพียง “ภาระ” ที่ท่านต้องทำให้เสร็จๆไปตาม MOA . แต่นายกฯมองว่าการแก้ รธน. เป็น “วาระ” ที่สำคัญ ในการซ่อมประเทศ และสร้างอนาคตที่ดีให้กับคนไทย . . #ประชุมสภา
ไทย
38
665
1.2K
44.9K
หอม retweetledi
Gameover
Gameover@PressStops·
ขอแสนรีขอล้านวิว อีเชี่ยทุกคนไปฟังเหอะ เอาให้แมส คนสนิทฮุนเซนมาทำอะไรแถวนี้ แล้วอีแป้งทำไมไม่อยู่บนบัลลังก์ตอบวะ 😂 #ประชุมสภา
Rangsiman Rome@RangsimanRome

รวมเนื้อหา การอภิปรายต่อการแถลงนโยบายรัฐบาลอนุทิน

ไทย
15
8.3K
4.3K
302.3K
หอม retweetledi
Sirote Klampaiboon
Sirote Klampaiboon@sirotek·
"ณัฐพงษ์" แรงถึง Time ขึ้นแท่น100 ผู้นำดาวรุ่งที่มีอิทธิพลที่สุดในโลก 30 ก.ย. 68 Time สื่อระดับโลกประกาศ "ณัฐพงษ์" คือ 1 ใน 100 Next ดาวรุ่งผู้มีอิทธิพลสูงสุดของโลก จากสาขาต่างๆ โดย "ณัฐพงษ์" อยู่ในกลุ่ม "ผู้นำ" ร่วมกับนักการเมืองดาวรุ่งและผู้นำภาคเอกชนทั่วโลกอีก 6 คน Time ระบุว่า ขบวนการประชาธิปไตยของคนรุ่นใหม่ในไทยต้องการดึงอำนาจมาจากชนชั้นนำที่มีฐานเป็นแกนนำ แต่พรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่กับทุกยุคไปแล้ว 2 พรรคใน 6 ปี โดย ณัฐพงษ์คือผู้นำคนล่าสุดที่รับช่วงต่อจาก "พรรคอนาคตใหม่" และ "พรรคก้าวไกล" Time ระบุว่าคนรุ่นใหม่ชาวไทยจำนวนมากสนับสนุนให้ "ณัฐพงษ์" เป็นนายก เป้าหมายของเขาคือปฏิรูปการเมือง, ปฏิรูปเศรษฐกิจ, ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และนำประชาธิปไตยที่สมบูรณ์กลับสู่ประเทศไทย "and many young Thais hope that Natthaphong can make the leap to the country’s top job. “Our vision is to reform politics, the economy, and reduce social inequality,” Natthaphong tells TIME. “We have to bring full democracy to our country."
Sirote Klampaiboon tweet media
ไทย
58
1.8K
2.7K
87K
หอม retweetledi
Broccoliboy
Broccoliboy@_Lipberry·
ใดๆคือ สส.ที่พยายามปกป้องผลประโยชน์ประเทศอย่างโรมและวิโรจน์ ก็อยู่ในรายชื่อ44สส.ที่โดนคดีจริยธรรมร้ายแรงห.อะไรก็ไม่รู้ ประเทศนี้ต้องการคนแบบไหนไปเป็นสส.วะ
ไทย
29
7.9K
3.6K
172.4K
หอม retweetledi
Jen4cute 🪅
Jen4cute 🪅@Js_live2·
"ฮั้ว สว." เนื้อหาที่อภิปรายในสภาไม่ได้
ไทย
12
3.5K
2.8K
68K
หอม retweetledi
Rukchanok Srinork
Rukchanok Srinork@nanaicez·
หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ ว่าทีมประกันสังคมก้าวหน้าขวางไม่ให้บอร์ดประกันสังคม ขายหุ้นบางจาก เพราะมีความต้องการจะซื้อส่งเข้ามา แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าปลายทางตัวจริงของผู้ซื้อคือใครกันแน่ และนั่นคือหยุดยั้งการฟอกเงินครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ที่จะกระทำผ่านกองทุนที่เป็นหลังพิงสุดท้ายของพี่น้องแรงงาน ถ้าไม่มีทีมประกันสังคมก้าวหน้า ไม่รู้จริงๆว่าคนข้างในที่เค้าจะทำอะไรกันบ้าง และป่านนี้กระบวนการฟอกเงินครั้งยิ่งให้คงใกล้สำเร็จไปแล้ว
คุณใจเรียลโหมดปั่นวิจัยส่งครู@nongjaireal

บทสรุปคือ กองทุนประกันสังคม กลายเป็นกองทุนเพื่อการฟอกเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ไทย
40
13.3K
5.6K
705.2K
หอม retweetledi
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง)
จนถึงวันนี้ ผมยังเชื่อเสมอว่าสิ่งที่พวกเรามีร่วมกัน คือ ความปราถนาที่จะมีสังคมไทยที่ดีกว่า ระบบการเมือง ที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ที่จะดึงดูดคนเก่ง ให้เข้ามาทำงานให้บ้านเมือง ระบบการตรวจสอบถ่วงดุล ที่มีไว้เพื่อลงโทษคนโกง-คนทุจริต มากกว่าการใช้เป็นอาวุธทำลายล้างกันทางการเมือง . ความปราถนาที่เรียบง่าย แสนธรรมดา และตรงไปตรงมานี้ ยังต้องอาศัยการลงทุนลงแรง การทำงานทางความคิด และการตัดสินใจที่ยากลำบากอีกหลายครั้ง . คันเร่งหนึ่งเดียว ที่จะทำให้ประเทศไทย เดินไปถึงปลายทางที่พึงปราถนาร่วมกันได้เร็วขึ้น คือพลังของพี่น้องประชาชน ที่จะเป็นทั้งเกราะป้องกันและอาวุธในการเอาชนะทุกอุปสรรคที่ขวางกั้น ให้กับพวกเราครับ . หากปราศจากพี่น้องประชาชน หากปราศจากพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล และประชาชน ก็คงไม่มีชื่อของพวกเราอยู่ใน #TIME100NEXT นี้ time.com/collections/ti…
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง) tweet media
ไทย
126
2.3K
4K
139.4K
หอม retweetledi
i.amPPLE4cute
i.amPPLE4cute@pchanybbaekh·
เรื่องที่ใบพลู/วิโรจน์อภิปราย มันไม่ใช่เล่นเลยนะ ถ้าไม่ใช่พรรคปชน.เราจะได้เห็นอะไรแบบนี้มั้ยย มันไม่แฟร์เลยที่คนพรรคนี้โดนแปะป้ายชังชาติล้มล้างและมีโอกาสจะโดนกีดกันออกจากการเมือง ทั้งๆที่พวกเขากำลังรักษาผลประโยชน์ของประเทศ/ประชาชนอยู่แท้ๆ คำว่ารักชาติของคนบางกลุ่มมันเป็นยังไงวะะ
ไทย
30
4.9K
3K
105.2K
หอม retweetledi
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง)
#ไม่มีสักคนที่เข้าคูหาเลือกตั้งแล้วในชีวิตประเทศไทยไม่เคยผ่านการรัฐประหารเลย 
. ประชาชนจำนวนมากต้องเจ็บปวดอยู่ภายใต้ระบบการเมืองนี้ เกษตรกรยังคงมีผลผลิตราคาตกต่ำ ปุ๋ยแพง หนี้ท่วมหัว แถมยังต้องเป็นหนี้นอกระบบ คนไทยทุกคนที่ต้องทนอยู่กับปัญหาฝุ่น PM2.5 พ.ร.บ.อากาศสะอาด ก็ยังล่าช้าผ่านสภาไปไม่ได้ ปัญหาน้ำท่วม ไฟป่าก็ยังไม่เคยมีรัฐบาลยุคใดที่เข้ามาบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ ผู้ประกอบการก็ยังต้องต่อสู้กับเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง 
.
โครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันกำลังอ่อนแอ อุตสาหกรรมล้าหลัง และไม่สามารถฟื้นตัวได้เร็วเหมือนประเทศอื่น นี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญแต่เป็นวงจรที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า  .
#นี่คือเหตุผลที่พรรคประชาชนมุ่งมั่นเปิดประตูสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และยอมลงคะแนนให้ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ตามข้อตกลงที่ปรากฏอยู่ใน MOA และการทำหน้าที่ 4 เดือนต่อจากนี้
. 1) การเปิดประตูสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายใน 4 เดือนนี้ต้องผ่านด้านการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ให้แล้วเสร็จก่อนการยุบสภา โดยที่มาของผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะต้องมีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภายใต้กรอบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ . 2) ผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด ภายในช่วงเวลาไม่ถึง 1 เดือนที่ผ่านมาสภาผู้แทนราษฎรสามารถผ่านกฎหมายวาระ 3 และวาระ 1 ได้ถึง 11 ชุด ครอบคลุมทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต 
. 3) ในช่วง 4 เดือนนี้ รัฐบาลใหม่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทั้งด้านเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต ความมั่นคง และอาชญากรรมข้ามชาติ รวมทั้งปัญหาที่ตกค้างมาจากรัฐบาลชุดก่อนได้หลายเรื่อง . 4) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ จะยังคงทำหน้าที่ถ่วงดุลตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพราะพรรคประชาชนไม่ได้ใช้เสียงลงคะแนนให้กับอนุทิน เพื่อให้รัฐบาลใหม่เอาอำนาจไปใช้โดยมิชอบ หรือเพื่ออนุญาตให้รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเขากระโดง หรือฮั๊ว สว. และการตรวจสอบคดีทุจริตในรัฐบาลที่ผ่านมา
…..
อ่านเนื้อหาเต็มที่ facebook.com/share/p/19v8T9…
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง) tweet media
ไทย
58
849
1.6K
32.7K
หอม retweetledi
Petchkaroonpon
Petchkaroonpon@petchy66·
ถ้าจมอยู่กับนิสัยเดิมๆความเชื่อเดิมๆก็คงตกใจและแปลกใจกับรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่เกิดขึ้น ทั้งที่ แคนาดา สเปนและอีกหลายประเทศก็มีรัฐบาลเสียงข้างน้อย ทำอะไรแบบเดิมๆแต่หวังผลลัพธ์ใหม่ๆ เพราะมีแต่นักการเมืองแบบนี้เราถึงไม่สามารถส่งต่ออนาคตดีๆให้ลูกหลานได้ ถ้าวันนั้นเลือกพรรคเพื่อให้เป็นนายกฯ ก็เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยเหมือนกัน แถมข้ออ้างยุบสภาทันทีก็ไม่เคยแจ้งเราแต่กลับโพสต์เองเออเองเหมือนคนทั้งโลกต้องทำตามใจตัวเอง จะฝ่ายค้านMOAหรือฝ่ายค้านอกหักถูกเค้าเตะมาเป็นฝ่ายค้าน มันก็มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลเหมือนกัน ถ้ามีดีลจริงจะมาดีลเป็นฝ่ายค้านเพื่ออะไร อำนาจก็ไม่มีงบประมาณก็ไม่มี ดีลให้ดูหล่อเป็นพระเอก ก็ยิ่งไม่จำเป็นเพราะมันพิสูจน์ว่าเป็นพระออกมาตั้งแต่ชนะเลือกตั้งแล้ว สุดท้ายฝ่ายค้านมันทำงานเป็นอิสระต่อกันอยู่แล้วครับ ไม่ต้องพูดเอาหล่อเอาเท่ว่าชั้นตัวจริงกว่าใคร ไอ้ที่จับมือกันมันมีแต่รัฐบาล แบบที่พรรคเพื่อไทยเคยจับมือกับพรรครวมไทยสร้างชาติ เดินกอดคอกับพลังประชารัฐ และเคยอุ้มพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นครับ #พรรคประชาชน
Voice TV@VoiceTVOfficial

‘พรรคเพื่อไทยประกาศชัดเจนว่าเราเป็นฝ่ายค้านในสภา แต่ไม่ใช่ฝ่ายค้านใน MOA เราไม่เต้นตาม เกมใคร และไม่เข้าร่วมวิปฝ่ายค้าน เพราะไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่พรรคหลักฝ่ายค้านไปยกมือสนับสนุนรัฐบาลแล้วจะอ้างว่าตัวเองเป็นฝ่ายค้านเต็มตัวได้ เราจึงขอทำงานอย่างอิสระ ไม่ผูกมัดกับ มติใด ๆ หากเห็นว่าจำเป็นต้องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราก็จะเดินหน้า เพราะเราเป็นฝ่ายค้านตัวจริง ที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่’ . 🔴ชมคลิปเต็มคุยชวนคิด EP4 : เปิดปรากฎการณ์ปอกเปลือกส้ม และเพื่อไทยรับจบทุกกรณี กับ 'จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์' อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง facebook.com/reel/115892115… #Voice #คุยชวนคิด #จุลพันธ์อมรวิวัฒน์ #ปอกเปลือกส้ม #พรรคเพื่อไทย #ฝ่ายค้าน #ประชุมสภา #องค์ประชุม #ตรวจสอบรัฐบาล

ไทย
32
387
769
67K
หอม retweetledi
กัปตันคนเนิร์ด
ผมไม่เก็ทการอ้างของเพื่อไทยเรื่ององค์ประชุมล่ม 🔴 ข้ออ้างที่ 1: ส้มและน้ำเงินจงใจล้มองค์ประชุม เพราะไม่อยากอภิปรายญัตติถนนยุบ เพราะเกี่ยวกับชิโนไทย 🙄 กัปตัน: ถึงส้มและน้ำเงินเข้าเป็นองค์ประชุมให้ครบถ้วนแล้วพิจารณา พรบ.อากาศสะอาดต่อไป ญัตติเรื่องถนนยุบก็ไม่น่าจะได้พิจารณาเร็วๆนี้อยู่ดี เพราะ พรบ.อากาศสะอาดมีมาตราเยอะมากๆ 🔴 ข้ออ้างที่ 2: จริงๆเพื่อไทยก็อยู่ในห้อง แต่จงใจไม่แสดงตัวเป็นองค์ประชุมเองแหละ เพราะหน้าที่รักษาองค์ประชุมเป็นของรัฐบาล 🙄 กัปตัน: มันขัดกับข้ออ้างที่ 1 นะ เพราะตอนข้ออ้างที่ 1 บอกว่าอีกฝั่งล้มองค์ประชุม แต่พอมาข้ออ้างที่ 2 บอกว่าฝั่งตัวเองจงใจไม่แสดงตัวเอง แต่ถึงเป็นแบบนั้นจริงก็เป็นทางเลือกที่แย่มาก เพราะมาเล่นกับ พรบ.อากาศสะอาด ที่เป็นกฎหมายความหวังของชาวเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แดงและส้มต้องชิงกันอย่างหนัก 🔴 ข้ออ้างที่ 3: กฎหมายนี้เป็นของทุกพรรค แล้วทำไมส้มกับน้ำเงินไม่มาให้ครบ 100% 🙄 กัปตัน: คือถ้าคุณมา 100% คุณจะมีสิทธิ์ด่าพรรคที่มา 80% - 90% ได้เต็มที่เลย แค่คุณมา 27% ไง มาด่าแบบนี้มันหน้าไม่อาย แล้วอีกอย่างประธาน กมธ. ของกฎหมายนี้ก็คนจากเพื่อไทย และเพื่อไทยก็เคลมกฎหมายนี้หนักมาก แต่มาล้มตอนกฎหมายนี่เนี่ยนะ ผมไม่เข้าใจว่าเพื่อไทยจะทำทำไม ไม่เป็นผลดีต่อคะแนนตัวเองในเขตชี้เป็นชี้ตายอย่างภาคเหนือเลย
กัปตันคนเนิร์ด tweet media
ไทย
55
680
885
62.1K
หอม retweetledi
tawan
tawan@tawanten·
เคยพูดเรื่อง “กรรมหนัก”ทางการเมือง จากการตระบัดสัตย์ต่อสัญญาประชาคม ว่าจะไล่ล่าเพื่อไทยไปอีกนาน กรณีร่างพรบ.อากาศสะอาด และอีกหลายกรณีก่อนหน้านี้ คือ ตัวอย่างที่ดีว่าพรรค+คนที่ล้มละลายทางความเชื่อถือ พูดเท่าไหร่คนส่วนใหญ่ก็ไม่เชื่อ ยิ่งท่าทีชี้แจงยังคงยโสโอหัง ผู้คนยิ่งไม่ฟังและเพิ่มความหมั่นไส้ คนทำผิด ถ้าไม่เริ่มจากการสำนึกผิด+ขอโทษ ยากจะได้รับการอภัยจากสังคม
ไทย
64
350
694
76.7K
หอม retweetledi
Wiroj 77
Wiroj 77@wirojlak·
ถ้าร่างกฎหมายไม่ใช่ของพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยจะไม่เป็นองค์ประชุม ทำได้เลย แต่ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด พรรคเพื่อไทยก็เป็นผู้เสนอ คนของพรรคเพื่อไทยเป็นถึงประธาน การไม่มาเป็นองค์ประชุมให้กับร่างกฎหมายของตัวเอง มันก็เกินไป เอาว่าเดี๋ยวพรรคอื่นๆ ช่วยกันแบกให้ก็แล้วกัน จะได้จบๆ
ไทย
67
863
1.3K
89.9K
หอม retweetledi
ProudAshi
ProudAshi@Ashijya·
พรรคนี้แม่งน่ารำคาญ เราเป็นกมธ.ร่างพรบ.อากาศสะอาด นั่งในสภาตั้งแต่เมื่อวานและวันนี้ทั้งวัน สส.พท.โล่งมาตลอด องค์ประชุมก็ปริ่มน้ำตั้งแต่เริ่มโหวตมาตราแรก จนปธ.สั่งพักการประชุม กลับมา สส.พท.อยู่ๆ บอกว่างั้นพูดเรื่องถนนยุบกัน เลื่อนร่างพรบ.นี้ไปก่อน (เพราะรู้ไง สส.ตัวเองไม่อยู่แล้ว)
จิราพร สินธุไพร (น้ำ)@j_sindhuprai

#พรบอากาศสะอาด ประชุมมาตั้งแต่เมื่อวาน จนวันนี้ทั้งวันก็องค์ประชุมไม่ล่ม จนกระทั่ง สส.เพื่อไทย เสนอวาระเร่งด่วนให้เอาเรื่องถนนยุบมาหารือกัน หลังจากนั้นองค์ประชุมกลับล่ม เพราะมีพรรคไหน กลัวว่าถ้ามีการถกวาระถนนยุบจะพาดเกี่ยวกับบริษัท ซิโน-ไทย หรือไม่?? #ประชุมสภา

ไทย
17
1.1K
633
123.8K
หอม retweetledi
ılı S a I T i P ılı
ılı S a I T i P ılı@plapoo_o·
สส เพื่อไทยบอกว่าใจดีเกินไปรึป่าว ไปโหวตให้เค้าทำไม สรุปคือจะโหวตอะไรไม่ได้มองประโยชน์ของประชาชนเลย ผมเห็นใจมากที่คุณวิสุทธิ์ที่เป็น สส ภาคเหนือ แล้วต้องมาอยู่ในพรรคที่ต้องบังคับให้ สส มาโหวต กม แก้ pm2.5 เพื่อประชาชน ตี๋เอาตายแน่!!😆🧡 #กรรมกรข่าวคุยนอกจอ
ไทย
14
579
592
44K
หอม retweetledi
ılı S a I T i P ılı
ılı S a I T i P ılı@plapoo_o·
ตอนนี้ สส เพื่อไทยมาสภา คือใช้คำว่า 'นี่อุตส่ามาให้แล้วนะ' 'มาช่วยตั้ง!!! ตั้ง!!! 30-40 เสียง' เด่วนะ นี่งานเมิงค่ะ เงินเดือนเรือนแสน ประชาชนยังต้องขอร้องให้พวกเมิงมาทำงานอีกหรอ🙄 #กรรมกรข่าวคุยนอกจอ
ไทย
35
4.4K
2.2K
127.6K
หอม retweetledi
Pannika Wanich
Pannika Wanich@Pannika_FWP·
เพื่อไทยจะไม่เป็นองค์ประชุมก็เป็นสิทธิ์ แต่คำถามคือ กฎหมายนี้เสนอเข้ามาโดยรัฐบาลเศรษฐา เป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยใช้หาเสียง พรรคประชาชนก็มีนโยบายนี้เป็นนโยบายหลักและยื่นร่างประกบ และอยู่โหวตเพื่อให้กฎหมายผ่าน แต่พรรคเพื่อไทย? สัปดาห์หน้าขอเถอะนะคะ ช่วยกันผ่านกฎหมายนี้ให้ได้ เพื่อชีวิต เพื่อสุขภาพของคนไทยทุกคน
Pannika Wanich tweet media
ไทย
154
2.6K
2.4K
315.9K