ThalayChan

2K posts

ThalayChan banner
ThalayChan

ThalayChan

@ThalayC

Being ordinary

Katılım Ekim 2019
108 Takip Edilen10 Takipçiler
ThalayChan retweetledi
Rolenda
Rolenda@loreneeliz·
แปลหยาบ กูเคยพูดเหรอ มีแต่ไอ้พวกเหี้ยที่มาพูดใส่ความกูอยู่นั่น ให้กูขอโทษพวกมึงกูไปขอโทษหมาจะดีกว่าครับไอ้สัดดด
ไทย
14
5.4K
4.6K
137K
ThalayChan retweetledi
i.amPPLE4cute
i.amPPLE4cute@pchanybbaekh·
หัวหน้าเท้ง said ไม่ได้ติดที่สว.ออกมาแถ ลง แต่อยากชวนสื่อตรวจสอบดูว่าพวกที่แห่ออกมาเนี่ยปฏิบัติตัวยังไงตอนวันที่เลือกสว. เราก็ตั้งข้อสังเกตเหมือนกับสังคมและอยากให้รัฐสภามีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด ถ้าเห็นว่าขั้นตอนการเลือกสว.มีปัญหาก็อยากให้ร่วมกันแก้ไขให้ยึดโยงกับประชาชน
ไทย
3
325
517
10.1K
ThalayChan retweetledi
🎀🐰🌹🐻🐸🐶🐈‍⬛🐬
ฉันฟังฉันก็อึ้งเหมือนกับพิธีกรเลยจ๊ะ แล้วฉันก็รู้สาเหตุแล้วว่าเวลารถไฟจะมาทำไมไม้กั้นเหมือนไม่กล้าลงสุดสักที วันนี้ได้เฉลยละ - ถ้าพนักงานเครื่องกั้นจะเอาเครื่องกั้นลง แล้วรถวิ่งผ่านไปผ่านมา ถ้าเอาเครื่องกั้นลง แล้วถ้าเกิดรถฝ่าไปชนและกระแทกที่กั้น พนักงานก็ต้องรับผิดชอบความเสียหาย - ถ้าเกิดความเสียหาย พนักงานเครื่องกั้นก็ต้องชดใช้ค่าเสียหาย - ถือว่าพนักงานเครื่องกั้นไม่ระมัดระวัง - ถ้าคนฝ่าตอนเอาเครื่องกั้นลงแล้วมาทำให้เสียหายพนักงานก็ต้องไปไล่หาหลักฐานเองทั้งหมด - พนักงานต้องจำทั้งทะเบียนรถ สีรถเพื่อไปแจ้งความด้วยตัวเอง - เวลามีรถจอดขวางพนักงานก็ไม่กล้าเอาที่กั้นลง เพราะถ้ารถเสียหายพนักงานต้องรับผิดชอบ มีฐานความผิดเอาเครื่องกั้นลงไม่ระมัดระวัง
ไทย
215
31.7K
10.1K
1.2M
ThalayChan retweetledi
ชิต
ชิต@CHIT898·
"หนักหน่วงแบบแนบเนียน" แหลมคมเกิ๊น
ชิต tweet media
ไทย
12
426
582
9.8K
ThalayChan retweetledi
Supachot Chaiyasat - โต๋ ศุภโชติ
[ ไหนบอกบอกจัดการแบบสุดซอย หรือรัฐบาลจะเจอซอยตันซะแล้ว ? สรุปรัฐบาลตอบได้ยังใครเอาน้ำมันประชาชนไป] อุตส่าห์ออกมาเล่นใหญ่ ประกาศให้รู้ว่าจะจัดการแบบสุดซอย วันก่อนบอกโรงกลั่น ‘กักตุนน้ำมัน’ วันนี้บอก ‘แค่กรอกเอกสารผิดเฉยๆ’ สรุปแล้ว..ใครเอาน้ำมันของประชาชนไป? . วันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลตั้งโต๊ะแถลงข่าวใหญ่ ทั้งตำรวจ DSI และกระทรวงพลังงาน ออกมานั่งอธิบายเรียงคนอย่างละเอียดว่า พบพฤติกรรม “ประวิงเวลา กักตุนน้ำมัน” จริง ไล่ตั้งแต่การกักตุนในคลังน้ำมัน การกักตุนผ่านขนส่งทางรถและทางเรือ รถขนน้ำมันไม่ระบุปลายทาง รวมถึงมีบางกลุ่มฉวยโอกาสเก็งกำไรจากวิกฤต จนประชาชนไม่มีน้ำมันเติม โดยระบุว่าพบพฤติกรรมดังกล่าวทำกันตั้งแต่ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ โรงกลั่น ปั๊มแบรนด์ต่างๆ ไปจนถึงผู้ขนส่งน้ำมัน ถึงแม้จะยืนยันว่า “ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับนักการเมือง” ก็ตาม . การแถลงวันนั้นรัฐบาลยังทำท่าทีขึงขัง เตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับโรงกลั่นน้ำมัน 6 แห่งทั่วประเทศ ในฐานะผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่โดยกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมอาจเชื่อมโยงกับการกักตุนเพื่อเก็งกำไรในช่วงวิกฤตราคาพลังงาน รวมถึงมีข้อสงสัยเรื่องการถ่ายน้ำมันกลางทะเลหลายเที่ยวเรือ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกรณี “น้ำมันหายจากระบบกว่า 57 ล้านลิตร“ ที่สังคมกำลังตามหาอยู่ด้วยเช่นกัน . แต่พอโรงกลั่นออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยชี้ว่าความคลาดเคลื่อนบางส่วนอาจเกิดจากขั้นตอนเอกสารและระบบการขนส่ง ไม่ใช่การกักตุนเพื่อเก็งกำไรตามที่รัฐบาลกล่าวหา วันนี้กระทรวงพลังงานกลับแทบหันหัวเรือทันที จากเดิมที่พูดเหมือนเจอขบวนการกักตุนระดับประเทศ กลับลดระดับเหลือเพียง “กรอกข้อมูลในเอกสารกำกับการขนส่งไม่ครบถ้วน” เท่านั้น แถมยังเลื่อนการเรียก 6 โรงกลั่นเข้าพบออกไปเป็นสัปดาห์หน้าอีกด้วย . สุดท้ายต้องตามกันดูต่อว่า ตกลงรัฐบาลกำลังเอาจริงกับคนที่ทำให้น้ำมันขาดตลาดแค่ไหน จะสามารถจับตัวการที่อยู่เบื้องหลังมาลงโทษได้หรือไม่ หรือแค่สร้างภาพว่ากำลังจัดการปัญหาอยู่กันแน่? #โต๋ศุภโชติ #พรรคประชาชน #ทีมพลังงานประชาชน #น้ำมันแพง #น้ำมันหาย #วิกฤตพลังงาน
Supachot Chaiyasat - โต๋ ศุภโชติ tweet media
ไทย
10
191
205
8K
ThalayChan retweetledi
i.amPPLE4cute
i.amPPLE4cute@pchanybbaekh·
นักข่าว: แสดงความเห็นแบบนี้จะสุ่มเสี่ยงกระทบข้อกฎหมายมั้ย? หัวหน้าเท้ง: การเข้ามาทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนฯ ถ้าเห็นอะไรไม่ถูกต้องก็มีหน้าที่ส่งเสียงเรียกร้อง ถึงแม้ตัวเองจะมีความเสี่ยง แต่การเอาความเสี่ยงของตัวเองมาปิดปากตัวเองไม่ให้พูด น่าจะทำให้ประชาชนผิดหวังในการทำหน้าที่ของเรา
i.amPPLE4cute@pchanybbaekh

หัวหน้าเท้ง said รู้ว่าเริ่มมาตั้งแต่ปี60 ตอนนั้นยุคคสช. ซึ่งอาจไม่ได้ใส่ใจเข้าใจหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมากนัก แต่อนุทินไม่เข้าใจนี่ถือว่าล้มเหลว ถ้าอะไรที่มันผิดอยู่แล้วมาตั้งแต่อดีตก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำต่อไป

ไทย
21
8.1K
5K
234.1K
ThalayChan retweetledi
✴ คุณอุ๋ง
✴ คุณอุ๋ง@oonginlavender·
ขอบคุณนะครับ นี่ล่ะครับ ความรู้สึกแบบนี้ที่รอคอยมานาน นี่แหละคือ "ความกล้าหาญทางการเมือง" เป็น core value ของพรรคสีส้มที่ใครก็ทำไม่ได้(ณ ปัจจุบันนี้) โปรดรักษาความกล้าหาญนี้ไว้ครับ ความกล้าหาญในการที่จะใช้ความเป็น"ผู้แทนราษฎร"พูดแทนประชาชนในเรื่องที่อึดอัดใจและไม่สามารถพูดได้
พรรคประชาชน - People's Party@PPLEThai

[ รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ]  . ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นกลไกปกติของรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรการรับมือวิกฤตตามฤดูกาล . แต่สิ่งที่ไม่ปกติและแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือการปรากฏตัวของคณะองคมนตรีหลายท่าน ได้แก่ พลากร สุวรรณรัฐ, พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ, พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท, พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง และเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อ “ให้กำลังใจและคำแนะนำ” ในการรับมือภัยแล้งครั้งนี้ . มองเผินๆ นี่อาจดูเหมือนความห่วงใยต่อประชาชนในยามวิกฤต แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่องคมนตรีเข้า "คลุกวงใน" กับการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ชวนให้ตั้งคำถามสำคัญถึงความเหมาะสมในทางหลักการ . ตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง เพื่อรักษาความเป็นกลางและเสถียรภาพของสถาบันโดยไม่ทรงเข้ามาข้องเกี่ยวโดยตรงกับอำนาจบริหาร . ขณะที่องคมนตรี ซึ่งมีขอบเขตหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าเป็นผู้ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ ย่อมต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อรักษาดุลยภาพนั้น และต้องไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดต่อสาธารณะอันอาจถูกตีความได้ว่าเป็นการแทรกแซงฝ่ายบริหาร . ในความเป็นจริง เส้นแบ่งระหว่างการ “ให้คำแนะนำ” กับ “การมีอิทธิพลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน” นั้นบางเบาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทย “คำแนะนำ” จากผู้สวมหัวโขนที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ย่อมถูกปฏิเสธได้ยาก และมักได้รับน้ำหนักเหนือกว่าข้อสั่งการหรือแนวนโยบายของผู้ปฏิบัติงานจริงที่หน้างาน . คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและข้าราชการในที่ประชุม บกปภ.ช. จะสามารถปฏิเสธหรือตั้งคำถามต่อ “คำแนะนำ” เหล่านั้นได้จริงหรือ? ในทางปฏิบัติคงเป็นไปได้ยากยิ่ง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมองคมนตรีจึงไม่ควรเข้าร่วมประชุมสำคัญของฝ่ายบริหาร เพราะหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องรับคำแนะนำเหล่านั้นแทบทั้งหมดไปปฏิบัติโดยอัตโนมัติ . และที่สำคัญที่สุดคือหลักความรับผิดรับชอบ (Accountability) ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลคือฝ่ายที่ประชาชนเลือกเข้ามา มีหน้าที่ใช้อำนาจบริหารและต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวผ่านกลไกตรวจสอบของรัฐสภา ต่างจากองคมนตรีที่มีที่มาจากการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย และไม่มีกลไกที่จะต้องรับผิดชอบทางการเมืองหรือกฎหมายต่อสาธารณะ . หาก “คำแนะนำ” เหล่านั้นถูกนำไปปฏิบัติแล้วเกิดความล้มเหลว สังคมจะสามารถเรียกหาความรับผิดชอบจากผู้ให้คำแนะนำได้หรือไม่? หรือสุดท้ายรัฐบาลต้องเป็นผู้แบกรับแทน?  . พรรคประชาชนเห็นว่ารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การปล่อยให้เกิดสภาวะเช่นนี้รังแต่จะสร้างความสับสนว่า ใครคือผู้บริหารประเทศตัวจริง ระหว่างผู้ที่ประชาชนเลือกเข้ามา หรือผู้ที่ไม่มีสถานะทางการเมืองโดยตรงแต่มีบทบาทในกระบวนการบริหารอย่างต่อเนื่อง . ไม่มีใครปฏิเสธความปรารถนาดีต่อประชาชน แต่ในระบอบประชาธิปไตย “ความหวังดี” ต้องอยู่บนฐานของความถูกต้องตามหลักการ . องคมนตรีจึงต้องวางตัวอย่างระมัดระวังที่สุด ไม่ให้ “คำแนะนำ” กลายสภาพเป็น “ข้อสั่งการ” โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนับล้าน ซึ่งสมควรเป็นหน้าที่และการตัดสินใจของฝ่ายบริหารที่จะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

ไทย
18
1.4K
954
41.9K
ThalayChan retweetledi
Rukchanok Srinork
Rukchanok Srinork@nanaicez·
ประธานสภาหอการค้า คุณพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ บอกว่า “คุยกับสุชาติเป็นประจำอยู่แล้ว พวกกันทั้งนั้น ไม่มีอะไร” ดิฉันอยากมาช่วยยืนยันว่า คุณพจน์ พูดเรื่องจริงนะคะ เค้าคุยกันเป็นประจำและมีความสนิทสนมกันมาทีเดียว เค้าน่าจะรู้จักกันมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ซึ่งตอนนั้นคุณพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ก็ดำรงตำแหน่งอยู่ใน **คณะอนุฯ ประกันสังคม ซึ่งเป็นอนุที่ลงทุนซื้อตึก SKYY9 7000ล้าน แต่นแต๊นนนนนนน เอกสารที่ไฮไลท์ไว้ ตามคำสั่ง คณะกรรมการประกันสังคม ที่ 10/2565 ชื่อลำดับที่ 9 “นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์” ถูกแต่งตั้งให้เป็น อนุกรรมการที่ปรึกษาการลงทุนสินทรัพย์นอกตลาด กองทุนประกันสังคม สัดส่วนผู้แทนฝั่งนายจ้าง (แปลว่าบอร์ดนายจ้างยุคนั้นเป้นคนเสนอชื่อ) พวกเราเรียกชื่ออนุนี้ย่อๆว่า “อนุฯซื้อตึก SKYY9” 🤗 อยากให้นักข่าวลองสัมภาษณ์คุณพจน์อีกรอบ แล้วถามประมาณว่า - สนิทกับคุณสุชาติ ตั้งแต่ตอนสุชาติเป้นรัฐมนตรีแรงงานแล้วตนเองเป็น อนุประกันสังคม ที่ลงทุนในตึก SKYY9 เลยไหม? - ตอนตัดสินใจลงทุนตึก SKYY9 แสดงความเห็นอะไรบ้างไหม แล้วตอนนั้นโหวตอะไร? - คิดว่ากรณีตึก SKYY9 ต้องมีคนรับผิดชอบบ้างไหม แล้วคนในอนุที่อนุมัติซื้อตึก ควรรับผิดชอบอะไรบ้างหรือป่าว? - ยินดีให้ปากคำกับหน่วยงานตรวจสอบเรื่องตึก SKYY9 หรือไม่ ? นอกจากคุณพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ที่วันนี้ได้ดิบได้ดีเป็นประธานหอการค้า ยังมีอีกชื่อที่น่าสนใจ คือ ประธาน อนุฯซื้อตึก SKYY9 “ คุ ณ เ ก ศ ร า มั ญ ชุ ศ รี ” อดีตกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (คนที่ 12) ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้เรื่องตลาดทุนและการลงทุนเป็นอย่างดี แต่ก็ยังปล่อยให้เกิดเคสตึก SKYY9 ไม่รู้ประมาทหรือจงใจ? ถ้ามีโอกาสก็อยากฝากสัมภาษณ์ - คิดอย่างไร ที่อนุตัดสินใจลงทุนในตึก SKYY9 ในราคา 7000ล้าน ทั้งที่มันราคา 3000ล้าน? โดยที่ผู้เชี่ยวชาญอย่างท่านในฐานะประธานไม่คันค้านอะไรเลย - มันคุ้มไหมกับการลงทุนครั้งนี้ ถ้ามันคุ้มมาก ให้ควักเงินตัวเองซื้อ จะซื้อไหม? -เป็นถึงอดีตกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีความรู้ความสามารถถึงพร้อม ทำไมถึงปิดหูปิดตากับการลงทุนใน ตึก SKYY9 ปล่อยให้เงินของแรงงานตัวเล็กตัวน้อยไปซื้อของแบบนั้นได้อย่างไร ? -คิดว่าคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกับการลงทุนในตึก SKKY9 นี้ ต้องรับผิดชอบอะไรหรือไม่ รับผิดชอบอย่างไร ? ตอนนี้เริ่มเชื่อแล้วว่า “พวกกันทั้งนั้น ไม่มีอะไร“ และ ”พวกกันสำคัญเสมอ” เพราะกรณีลงทุนตึก SKYY9 มูลค่า 7,000 ล้าน จนวันนี้ ไม่มีใครรับผิดชอบ คนที่ตำรงตำแหน่งใน อนุฯ ไม่มีใครต้องรับผิดชอบอะไรเลย ประชาชนไม่รู้จักหน้าด้วยซ้ำ ผู้ประกันตนยังไม่รู้เลย ว่าใครมาตัดสินใจเงินที่พวกเค้าส่งสมทบ ยื่น ก.ล.ต. แล้ว → เงียบ ร้อง ป.ป.ช. แล้ว → เงียบ สส. อภิปราย ก็แล้วแถลงข่าวก็แล้ว → เงียบ สื่อขุดกันเป็นเดือนๆ ข่าวอย่างฉาว → เงียบ คนเปิดโปง เพื่อประโยชน์สาธารณะ→ โดนฟ้องปิดปาก SLAPP  ซื้อตึก SKYY9 7000ล้าน ทั้งๆที่ราคาอยู่ที่ 3000ล้าน โครงการฉาว ซึ่งมีแต่คนมีหน้ามีตาในสังคมเกี่ยวข้องทั้งนั้น แล้วทุกหน่วยงานพร้อมใจกันเป็นใส่เกียร์ว่าง อยากจริงๆทราบว่า ป.ป.ช. และ ก.ล.ต. ที่ดิฉันยื่นเรื่องไปแล้วนั้น ที่เงียบๆไปนี่ เพราะในระเบียบการทำงานของพวกท่านมีหมวดละเว้น ด้วยเหตุแห่งพวกกันสำคัญเสมอหรือไม่ เรื่องมันถึงไม่คืบหน้าเลย
Rukchanok Srinork tweet media
ไทย
15
839
1.1K
19.2K
ThalayChan retweetledi
ThalayChan retweetledi
Nataphol Tovichakchaikul
Nataphol Tovichakchaikul@NatapholTo·
โครงการของรัฐบางโครงการที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่ ผมเคยได้ยินคำพูดมาประมาณว่า “องคมนตรีจะทำ องคมนตรีจะเอา” ในมุมนึงอาจมองได้ว่านี่เป็นช่องทางลัดที่ทำให้โครงการเกิดขึ้นได้เร็วและมักจะไม่ค่อยถูกตั้งคำถาม แต่ในมุมใหญ่ที่สำคัญกว่า คือการไปข้องเกี่ยวกับการจัดทำโครงการและการใช้งบประมาณของหน่วยงานรัฐต่างๆ มันเป็นการใช้อำนาจเหนือที่ล้นเกินไป เป็นการก้าวข้ามกระบวนการบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นการข้ามหัวข้าราชการคนทำงานที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่ ณ ปัจจุบันด้วย
พรรคประชาชน - People's Party@PPLEThai

[ รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ]  . ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นกลไกปกติของรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรการรับมือวิกฤตตามฤดูกาล . แต่สิ่งที่ไม่ปกติและแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือการปรากฏตัวของคณะองคมนตรีหลายท่าน ได้แก่ พลากร สุวรรณรัฐ, พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ, พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท, พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง และเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อ “ให้กำลังใจและคำแนะนำ” ในการรับมือภัยแล้งครั้งนี้ . มองเผินๆ นี่อาจดูเหมือนความห่วงใยต่อประชาชนในยามวิกฤต แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่องคมนตรีเข้า "คลุกวงใน" กับการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ชวนให้ตั้งคำถามสำคัญถึงความเหมาะสมในทางหลักการ . ตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง เพื่อรักษาความเป็นกลางและเสถียรภาพของสถาบันโดยไม่ทรงเข้ามาข้องเกี่ยวโดยตรงกับอำนาจบริหาร . ขณะที่องคมนตรี ซึ่งมีขอบเขตหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าเป็นผู้ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ ย่อมต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อรักษาดุลยภาพนั้น และต้องไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดต่อสาธารณะอันอาจถูกตีความได้ว่าเป็นการแทรกแซงฝ่ายบริหาร . ในความเป็นจริง เส้นแบ่งระหว่างการ “ให้คำแนะนำ” กับ “การมีอิทธิพลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน” นั้นบางเบาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทย “คำแนะนำ” จากผู้สวมหัวโขนที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ย่อมถูกปฏิเสธได้ยาก และมักได้รับน้ำหนักเหนือกว่าข้อสั่งการหรือแนวนโยบายของผู้ปฏิบัติงานจริงที่หน้างาน . คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและข้าราชการในที่ประชุม บกปภ.ช. จะสามารถปฏิเสธหรือตั้งคำถามต่อ “คำแนะนำ” เหล่านั้นได้จริงหรือ? ในทางปฏิบัติคงเป็นไปได้ยากยิ่ง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมองคมนตรีจึงไม่ควรเข้าร่วมประชุมสำคัญของฝ่ายบริหาร เพราะหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องรับคำแนะนำเหล่านั้นแทบทั้งหมดไปปฏิบัติโดยอัตโนมัติ . และที่สำคัญที่สุดคือหลักความรับผิดรับชอบ (Accountability) ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลคือฝ่ายที่ประชาชนเลือกเข้ามา มีหน้าที่ใช้อำนาจบริหารและต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวผ่านกลไกตรวจสอบของรัฐสภา ต่างจากองคมนตรีที่มีที่มาจากการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย และไม่มีกลไกที่จะต้องรับผิดชอบทางการเมืองหรือกฎหมายต่อสาธารณะ . หาก “คำแนะนำ” เหล่านั้นถูกนำไปปฏิบัติแล้วเกิดความล้มเหลว สังคมจะสามารถเรียกหาความรับผิดชอบจากผู้ให้คำแนะนำได้หรือไม่? หรือสุดท้ายรัฐบาลต้องเป็นผู้แบกรับแทน?  . พรรคประชาชนเห็นว่ารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การปล่อยให้เกิดสภาวะเช่นนี้รังแต่จะสร้างความสับสนว่า ใครคือผู้บริหารประเทศตัวจริง ระหว่างผู้ที่ประชาชนเลือกเข้ามา หรือผู้ที่ไม่มีสถานะทางการเมืองโดยตรงแต่มีบทบาทในกระบวนการบริหารอย่างต่อเนื่อง . ไม่มีใครปฏิเสธความปรารถนาดีต่อประชาชน แต่ในระบอบประชาธิปไตย “ความหวังดี” ต้องอยู่บนฐานของความถูกต้องตามหลักการ . องคมนตรีจึงต้องวางตัวอย่างระมัดระวังที่สุด ไม่ให้ “คำแนะนำ” กลายสภาพเป็น “ข้อสั่งการ” โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนับล้าน ซึ่งสมควรเป็นหน้าที่และการตัดสินใจของฝ่ายบริหารที่จะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

ไทย
28
960
566
148.3K
ThalayChan retweetledi
ศาสดา
ศาสดา@IamSasdha·
ส่วนตัวคิดว่าไม่เหมาะสมมากๆ เพราะกำลังทำให้หลักการ “สถาบันกษัตริย์อยู่เหนือการเมือง” เบาบางลงไป และอาจจะต้องขยายความคำว่า “อยู่เหนือ” ไม่ได้แปลว่าลำดับชั้น แต่หมายถึง ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมือง(ในความหมายของการบริหารราชการแผ่นดิน) เพราะเรื่องทางการเมืองเป็นเรื่องที่ต้องถูกวิจารณ์ตรวจสอบตีแผ่อย่างเข้มข้นได้
✴ คุณอุ๋ง@oonginlavender

การที่องคมนตรีตรี 9คนลงมาให้คำแนะนำรัฐบาลอนุทินอย่างเป็นทางการ เป็นการแสดงสัญญะทางการเมืองอย่างเข้มข้นและเป็นรูปธรรมที่สุดในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับสถาบันทางการเมืองพร่าเบลอเลือนลางลงและยิ่งเพิ่มความเป็นเนื้อเดียวกัน

ไทย
31
3.3K
1.2K
92.8K
ThalayChan retweetledi
Sirikanya Tansakun
Sirikanya Tansakun@SirikanyaTansa1·
จับโป๊ะ! รัฐบาลเอาเงินกู้สำหรับเยียวยา มาใช้กับงบประจำ แอบสอดไส้โปะเงินกองทุนประชารัฐ 18,800 ล้านบาทที่ปกติต้องใช้งบประมาณประจำปี ข้อมูลตามมติครม. ตามภาพที่ 2 โครงการแรกนี้ เป็นสวัสดิการที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการต้องได้รับตามปกติอยู่แล้ว (เงินช่วยเหลือ 300 บาท, ค่าสาธารณูปโภค, ค่าเดินทาง, ฯลฯ) ซึ่งต้องได้รับจากงบประมาณประจำปี ไม่เกี่ยวกับการเยียวยาในช่วงวิกฤตพลังงานแต่อย่างใด เนื่องจากรัฐบาลตั้งงบเอาไว้ต่ำกว่าที่ต้องใช้จริง เลยไม่มีเงินพอมาจ่ายสวัสดิการ (ใช้ 50,000 ล้านบาท ตั้งงบไว้เพียง 30,000 ล้านบาท ในปีงบ 69) นับว่ารัฐบาลกล้ามาก! ที่จะนำเงินกู้เพื่อเยียวยาผลกระทบจากวิฤตพลังงานในวงเงิน 200,000 ล้านบาทมาใช้เพื่อจ่ายรายจ่ายประจำ ที่ควรใช้เงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามปกติ ถือว่าผิดจากวัตถุประสงค์ไปไกล สรุปว่าเงินกู้ก้อนนี้ นำมาแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน หรือมาแก้ปัญหาเรื่องงบประมาณของรัฐบาลกันแน่
Sirikanya Tansakun tweet mediaSirikanya Tansakun tweet media
ไทย
21
3.4K
2.2K
65.8K
ThalayChan retweetledi
☔️🐕✈️🎄It's raining cats and dogs🏡🌈
คือคนไทยมุงเถอะ อันนี้น่ากลัวมากๆ แบบมาก เหมือนรัฐประหารเงียบ เหมือนล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอะมึง ตอนนี้คือทำอะไรได้บ้าง คือเหมือนพวกชนชั้นนำไม่สนใจอะไรเลยจริงๆ สื่อหลักก็ไม่รู้จะเล่นเรื่องนี้ไหม คือมันเรื่องใหญ่และน่ากลัวมากอะ
พรรคประชาชน - People's Party@PPLEThai

[ รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ]  . ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นกลไกปกติของรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรการรับมือวิกฤตตามฤดูกาล . แต่สิ่งที่ไม่ปกติและแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือการปรากฏตัวของคณะองคมนตรีหลายท่าน ได้แก่ พลากร สุวรรณรัฐ, พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ, พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท, พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง และเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อ “ให้กำลังใจและคำแนะนำ” ในการรับมือภัยแล้งครั้งนี้ . มองเผินๆ นี่อาจดูเหมือนความห่วงใยต่อประชาชนในยามวิกฤต แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่องคมนตรีเข้า "คลุกวงใน" กับการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ชวนให้ตั้งคำถามสำคัญถึงความเหมาะสมในทางหลักการ . ตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง เพื่อรักษาความเป็นกลางและเสถียรภาพของสถาบันโดยไม่ทรงเข้ามาข้องเกี่ยวโดยตรงกับอำนาจบริหาร . ขณะที่องคมนตรี ซึ่งมีขอบเขตหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าเป็นผู้ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ ย่อมต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อรักษาดุลยภาพนั้น และต้องไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดต่อสาธารณะอันอาจถูกตีความได้ว่าเป็นการแทรกแซงฝ่ายบริหาร . ในความเป็นจริง เส้นแบ่งระหว่างการ “ให้คำแนะนำ” กับ “การมีอิทธิพลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน” นั้นบางเบาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทย “คำแนะนำ” จากผู้สวมหัวโขนที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ย่อมถูกปฏิเสธได้ยาก และมักได้รับน้ำหนักเหนือกว่าข้อสั่งการหรือแนวนโยบายของผู้ปฏิบัติงานจริงที่หน้างาน . คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและข้าราชการในที่ประชุม บกปภ.ช. จะสามารถปฏิเสธหรือตั้งคำถามต่อ “คำแนะนำ” เหล่านั้นได้จริงหรือ? ในทางปฏิบัติคงเป็นไปได้ยากยิ่ง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมองคมนตรีจึงไม่ควรเข้าร่วมประชุมสำคัญของฝ่ายบริหาร เพราะหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องรับคำแนะนำเหล่านั้นแทบทั้งหมดไปปฏิบัติโดยอัตโนมัติ . และที่สำคัญที่สุดคือหลักความรับผิดรับชอบ (Accountability) ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลคือฝ่ายที่ประชาชนเลือกเข้ามา มีหน้าที่ใช้อำนาจบริหารและต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวผ่านกลไกตรวจสอบของรัฐสภา ต่างจากองคมนตรีที่มีที่มาจากการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย และไม่มีกลไกที่จะต้องรับผิดชอบทางการเมืองหรือกฎหมายต่อสาธารณะ . หาก “คำแนะนำ” เหล่านั้นถูกนำไปปฏิบัติแล้วเกิดความล้มเหลว สังคมจะสามารถเรียกหาความรับผิดชอบจากผู้ให้คำแนะนำได้หรือไม่? หรือสุดท้ายรัฐบาลต้องเป็นผู้แบกรับแทน?  . พรรคประชาชนเห็นว่ารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การปล่อยให้เกิดสภาวะเช่นนี้รังแต่จะสร้างความสับสนว่า ใครคือผู้บริหารประเทศตัวจริง ระหว่างผู้ที่ประชาชนเลือกเข้ามา หรือผู้ที่ไม่มีสถานะทางการเมืองโดยตรงแต่มีบทบาทในกระบวนการบริหารอย่างต่อเนื่อง . ไม่มีใครปฏิเสธความปรารถนาดีต่อประชาชน แต่ในระบอบประชาธิปไตย “ความหวังดี” ต้องอยู่บนฐานของความถูกต้องตามหลักการ . องคมนตรีจึงต้องวางตัวอย่างระมัดระวังที่สุด ไม่ให้ “คำแนะนำ” กลายสภาพเป็น “ข้อสั่งการ” โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนับล้าน ซึ่งสมควรเป็นหน้าที่และการตัดสินใจของฝ่ายบริหารที่จะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

ไทย
94
60.1K
18.2K
3.6M
ThalayChan retweetledi
อีกหนึ่ง ทัศนคติ
การที่องค์มนตรีทั้ง 9 มาร่วมประชุม ซึ่งไม่เคยเจอมาก่อน คำถาม/ข้อใดถูกต้องที่สุด 1. อนุทินและรมต. ไม่มีความสามารถ ไม่ได้รับการไว้วางใจ 2. องค์มนตรี มาแทรกแซงการทำงานของรัฐบาล 3. ผู้บริหารประเทศตัวจริงคือองค์มนตรี 4. ถูกทุกข้อ
อีกหนึ่ง ทัศนคติ tweet media
ไทย
324
5.8K
2.6K
1.7M
ThalayChan retweetledi
พรรคประชาชน - People's Party
[ ผิดหวัง ‘มติ ครม. ปัดตกร่างกฎหมายสำคัญ’ พิสูจน์ชัด รัฐบาล ‘ไม่ได้นึกถึงประชาชนเป็นตัวตั้ง’ อย่างที่กล่าวอ้าง ] . ​หมดเวลา 60 วันตามกรอบกฎหมายที่ ครม. ต้องยืนยันรับร่างกฎหมายเพื่อพิจารณาต่อ (เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา)  . การพิจารณาร่างกฎหมายที่ค้างจากสภาชุดที่แล้ว แทนที่คณะรัฐมนตรีจะใช้โอกาสนี้ทบทวนและยืนยันร่าง พ.ร.บ. เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย แต่จากมติ ครม. ล่าสุดกลับสร้างความผิดหวังอย่างยิ่ง เมื่อรัฐบาลเลือกที่จะยืนยันร่างกฎหมายเพียงแค่ 2 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา และ ร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เท่านั้น
.
ส่วนร่าง พ.ร.บ. ที่เหลือ คณะรัฐมนตรีเลือกที่จะ "ปัดตก" ไม่รับร่างกฎหมายสำคัญฉบับอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นกฎหมายที่ร่างขึ้นเพื่อปกป้องชีวิต สิทธิ และความยุติธรรมของประชาชนทั้งสิ้น  . คณะรัฐมนตรีเลือกที่จะเพิกเฉยต่อลมหายใจและปกป้องชีวิตประชาชนจากการไม่ยืนยันร่าง พ.ร.บ. PRTR และ พ.ร.บ. โรงงาน ทำให้ไทยเสียโอกาสในการแข่งขันบนเวทีการค้าโลก เนื่องจากเทรนด์การค้าโลกในปัจจุบันกำลังขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) 
.
*หากรัฐไม่มีมาตรการจัดการสิ่งแวดล้อมในการประกอบธุรกิจอย่างเข้มงวด ท้ายที่สุดจะเจอมาตรการกีดกันทางการค้า ทำให้ไทยเสียเปรียบเชิงเปรียบเทียบ มาตรการที่ว่า เช่น การใช้ CBAM หรือ Carbon Border Adjustment Mechanism หรือมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป เป็นนโยบายที่จะกำหนดราคาสินค้านำเข้าบางประเภท ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น นักลงทุนก็จะตัดสินใจไปลงทุนในประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่สอดรับกับมาตรการกีดกันทางการค้าแบบใหม่ในประเทศอื่นมากกว่าจะลงทุนในไทย
.
พ .ร.บ. นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า นอกจากรัฐบาลจะปฏิเสธที่จะคืนความยุติธรรมและล้างมลทินให้ชาวบ้านที่ถูกรัฐยึดที่ดินทำกินอย่างไม่เป็นธรรมแล้ว ยังปล่อยให้พวกเขาต้องต่อสู้กับคดีความและสูญเสียที่ดินต่อไป 
.
*การไม่ยืนยันในร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่าจะทำให้ไทยเสียโอกาสทางเศรษฐกิจในการแก้ปัญหาความยากจนให้หมดไป ประชาชนจะติดหล่มความยากจนแบบถาวรเพราะไร้ที่ทำกิน ซ้ำยังมีคดีติดตัว ไทยจะเสียโอกาสในการยกระดับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนในเวทีโลก เนื่องจากชนเผ่าพื้นเมืองต้องสูญเสียที่ทำกินจากชุมชนดั้งเดิม เพราะการใช้กฎหมายกดขี่จากรัฐ
. คณะรัฐมนตรีไม่ให้คุณค่าคุณภาพชีวิตคนทำงาน ด้วยการไม่ยืนยัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ไม่ลดชั่วโมงการทำงานให้เหลือ 40 ชั่วโมง/สัปดาห์ ไม่เพิ่มสิทธิการลาหยุดตามมาตรฐานสากล ยิ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนอีกครั้งว่า คณะรัฐมนตรีชุดนี้เลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างนายทุนมากกว่าประชาชนคนทำงานหรือไม่ .
*การไม่ยืนยัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานดังกล่าว ทำให้สูญเสียโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตเทียบเท่ามาตรฐานสากล ไทยจะเสียโอกาสในการยกระดับผลิตภาพแรงงานภายในประเทศ ส่งผลให้ผลงานที่ผลิตออกมามีคุณภาพต่ำ ตลอดจนเสียโอกาสในการรักษา Talent (คนเก่ง คนมีความสามารถ) เนื่องจากทำให้เกิดภาวะสมองไหลออกนอกประเทศ ซ้ำยังไม่ดึงดูดคนมีความรู้ ความสามารถเข้ามาช่วยบริหารบ้านเมืองด้วย ภาคธุรกิจไทยก็จะขาดโอกาสในการขับเคลื่อนทรัพยากรตลอดจนนวัตกรรมที่ทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าได้ 
.
ยิ่งไปกว่านั้น ยังส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ในมิติของการลงทุนและพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG (Environmental, Social, Government) ที่ให้ความสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ หากมีการตรวจสอบย้อนกลับและพบว่าประเทศใดมีการละเมิดสิทธิแรงงานหรือเอาเปรียบแรงงานมากเกินไปจนไม่ได้มาตรฐานสากล ก็เสี่ยงที่จะถูกมาตรการกีดกันทางการค้าได้ในที่สุด  . คณะรัฐมนตรีเลือกที่จะ​ปกป้องอำนาจทหารมากกว่าสิทธิของประชาชน ด้วยการไม่ยืนยัน พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร ปฏิเสธการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางทหาร ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีสิทธิยื่นฟ้องทหารที่กระทำความผิดในศาลพลเรือน 
.
พรรคประชาชน - People's Party tweet media
ไทย
14
1.2K
860
20.4K
ThalayChan retweetledi
พรรคประชาชน - People's Party
“วัฒน์ อิทธิวัฒน์” ผู้สมัครนายกเมืองพัทยาจากพรรคประชาชน พร้อมทำให้พัทยาเป็นเมือง “เพื่อทุกคน” . ที่ผ่านมาพัทยาในโฆษณา กับพัทยาในชีวิตจริงของประชาชน แตกต่างกัน . เมืองพัทยามีงบประมาณต่อปีกว่า 2,400 ล้านบาท บริหาร 4 ปีเป็นเงินเกือบหมื่นล้านบาท แต่หลายปัญหาที่ชาวพัทยาประสบพบเจอในชีวิตประจำวันหรือแม้แต่ปัญหาหน้าบ้าน กลับไม่ได้รับการแก้ไข . ปัญหาที่เป็นอยู่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นผลจากการบริหารงานที่ทำนโยบายเพื่อคนบางกลุ่ม ไม่ได้ทำเพื่อทุกคน . พรรคประชาชนเชื่อมั่นว่าพัทยาไปได้ไกลกว่านี้ สามารถเทียบเท่าเมืองท่องเที่ยวระดับโลก เริ่มต้นที่ต้องทำให้พัทยาเป็นเมือง “เพื่อทุกคน” นั่นคือเมืองที่พร้อมดูแล “คนใน” ชาวพัทยาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และดูแล “คนนอก” ที่มาเยือนพัทยา ให้เกิดความประทับใจและอยากกลับมาอีก ด้วยนโยบายเหล่านี้ . - น้ำประปาทั่วถึงทุกชุมชน แก้ปัญหาน้ำประปาเกาะล้าน - ลงทุนระบบระบายน้ำและเทคโนโลยี แก้ปัญหาน้ำท่วม - ศูนย์เด็กเล็กเปิดทุกวัน ดูแลเด็กกลางคืนสำหรับพ่อแม่ทำงานดึก ผู้ดูแลมืออาชีพมีใบอนุญาต - จัดพื้นที่ให้ร้านค้าหาบเร่แผงลอยมีที่ขายถูกกฎหมาย ไม่ถูกรีดไถ - งบประมาณโปร่งใส เปิดงบพัทยาออนไลน์ทุกบาท ประชาชนตรวจสอบได้ . หากนี่คือเมืองพัทยาที่ท่านอยากใช้ชีวิต 28 มิถุนายนนี้ เลือก “อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร” ผู้สมัครจากพรรคประชาชนเป็นนายกเมืองพัทยาคนใหม่ พร้อมทีม ส.ม. ทั้ง 24 คน . อนาคตของเมืองพัทยา อยู่ที่ปลายปากกาของท่านแล้ว #ถึงเวลาพัทยาเพื่อทุกคน
พรรคประชาชน - People's Party tweet mediaพรรคประชาชน - People's Party tweet mediaพรรคประชาชน - People's Party tweet mediaพรรคประชาชน - People's Party tweet media
ไทย
3
221
358
5.8K
ThalayChan retweetledi
ThalayChan retweetledi
THE STANDARD
THE STANDARD@thestandardth·
หนุ่มจีนซุกอาวุธสงครามในไทย ทำไมตำรวจไทยไม่รู้ นำเข้ามาได้อย่างไร? #หมิงเฉินซัน #อาวุธสงคราม #จีน #สแกมเมอร์
ไทย
2
37
42
2.8K
ThalayChan retweetledi
Sunai
Sunai@sunaibkk·
เรื่องใหญ่! รัฐบาล #อนุทิน "ปัดตก" ร่างกฎหมายสำคัญที่มีเป้าหมายปกป้องสิทธิ และความยุติธรรมของประชาชน ... พ้นกรอบเวลา 60 วัน (เมื่อวันที่ 12 พ.ค.) แต่ไม่ยืนยันร่าง พรบ. #ธรรมนูญศาลทหาร ที่ตกค้างมาจากสภาชุดที่แล้ว ปิดทางข้อเสนอให้ประชาชนมีสิทธิยื่นฟ้องทหาร (รวมถึงนักเรียนทหาร) ในศาลพลเรือน
Sunai tweet media
ไทย
12
1.6K
629
31K