金星 retweetledi

“คนเราลืมแฟนเก่าได้จริงไหม?”
คำถามนี้อาจดูเหมือนประโยคธรรมดาในบทสนทนาเรื่องความรัก แต่ในทางจิตวิทยา มันคือคำถามใหญ่เกี่ยวกับ “ระบบความผูกพันของมนุษย์” ว่าความสัมพันธ์หนึ่ง เมื่อสิ้นสุดลงแล้ว มันจบลงจริงหรือเพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบการดำรงอยู่ในใจเราเท่านั้น
งานวิจัยเรื่อง The Long-Term Stability of Affective Bonds After Romantic Separation: Do Attachments Simply Fade Away? ของ Jia Y. Chong และ R. Chris Fraley
ผลการศึกษาพบว่า สำหรับคนส่วนใหญ่ ความผูกพันหลังการเลิกราจะค่อยๆ ลดลงตามเวลา แต่ไม่ได้หายไปทันที โดยจุดกึ่งกลางของการเปลี่ยนผ่านนี้อยู่ที่ประมาณ 4 ปี หลังความสัมพันธ์สิ้นสุดลง
กล่าวอีกแบบคือ สมองและอารมณ์ของมนุษย์ใช้เวลานานมากในการเปลี่ยนใครสักคนจาก “ศูนย์กลางทางอารมณ์” ให้กลายเป็นเพียง “บุคคลในความทรงจำ”
สิ่งนี้อธิบายได้ว่าทำไมหลายคน แม้จะเลิกกันไปนานแล้ว แต่ยังมีบางช่วงเวลาที่อีกฝ่ายย้อนกลับมาในความคิด บางคนฝันถึงแฟนเก่าโดยไม่ได้ตั้งใจ บางคนเผลอเปรียบเทียบคนใหม่กับคนเดิม หรือบางคนยังรู้สึกใจสั่นเมื่อได้ยินชื่อหรือกลิ่นที่เชื่อมโยงกับอดีต ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าพวกเขา “อ่อนแอ” หรือ “ยังไม่ move on” เสมอไป แต่อาจเป็นเพราะระบบความผูกพันของมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ลบใครออกไปได้เหมือนการลบไฟล์ในคอมพิวเตอร์
งานวิจัยยังพบอีกว่า ความผูกพันนี้จะคงอยู่ยาวนานขึ้นในคนที่มีลักษณะ anxious attachment หรือคนที่กลัวการถูกทอดทิ้ง ต้องการความมั่นคงทางอารมณ์สูง รวมถึงในกรณีที่ยังติดต่อกับแฟนเก่า ยังติดตามกันผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมากเป็นพิเศษ
น่าสนใจว่า งานวิจัยชิ้นนี้แยกความแตกต่างระหว่าง “การยังมีความผูกพันทางอารมณ์” กับ “การอยากกลับไปคบ” ออกจากกันอย่างชัดเจน เพราะหลายคนไม่ได้ต้องการรีเทิร์นความสัมพันธ์อีกแล้ว แต่ในระดับลึกของจิตใจ อีกฝ่ายยังคงเป็นบุคคลสำคัญในระบบอารมณ์ของพวกเขาอยู่
ท้ายที่สุด งานวิจัยนี้อาจกำลังบอกเราว่า การเติบโตหลังความสัมพันธ์จบลง ไม่ได้หมายถึงการไม่มีความรู้สึกเหลืออยู่เลย แต่อาจหมายถึงการที่อีกฝ่ายไม่ได้เป็น “ศูนย์กลางของระบบอารมณ์” ของเราอีกต่อไป แม้ร่องรอยบางอย่างจะยังคงอยู่ก็ตาม
งานวิจัยต้นฉบับ: journals.sagepub.com/doi/10.1177/19…

ไทย





























