
ถ้าคุณมีงบแค่ 750 บาท (25$) เลือกซื้อ AI ได้ตัวเดียวจะเลือกตัวไหนครับ 🤔
justkidding
5.5K posts

@bluk2plajomnum
ระยะห่าง ความใกล้ชิด 🥲

ถ้าคุณมีงบแค่ 750 บาท (25$) เลือกซื้อ AI ได้ตัวเดียวจะเลือกตัวไหนครับ 🤔


ทุกคนจำไว้เลยว่าเราจะไม่รวยจากการเก็บออมเงินหรือประหยัด เราต้องหาทางหาเงินเพิ่มเท่านั้น ถ้าทำไม่เป็นให้ไปอยู่ใกล้ๆหรือสุงสิงกับคนที่เขาหาเงินเก่งๆ เดี๋ยววันนึงเราก็จะเก่งเหมือนเขา เพราะคนเก่งไม่ค่อยหวงวิชา แต่เขาจะรำคาญคนที่บอกไปแล้วก็ไม่ทำตามอยู่ดี ดังนั้นถ้าคุณเป็นนักเรียนที่ดี

อยากได้เงินปันผลเดือนละ 1,000 บาท ถ้าซื้อหุ้น TISCO ต้องใช้เงินเท่าไร? 🤔 คำนวณง่ายๆ 👇 💰 อยากได้เงินปันผล เดือนละ 1,000 บาท = ปีละ 12,000 บาท 📌 TISCO ปันผลเฉลี่ยประมาณ 7.75 บาท/หุ้น/ปี ดังนั้นต้องถือหุ้นประมาณ 12,000 ÷ 7.75 = 1,548 หุ้น ถ้าราคาหุ้นประมาณ 112 บาท จะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,548 × 112 = 173,376 บาท สรุปง่ายๆ ❤️ ถ้าอยากมีเงินปันผลเฉลี่ยเดือนละ 1,000 บาท จากหุ้น TISCO ต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 1.7 แสนบาท *ปันผลไม่การันตี และราคาหุ้นมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลก่อนลงทุน #หุ้นปันผล #TISCO #ลงทุน #เงินปันผล #PassiveIncome

พี่ๆอายุ 30 มีอะไรอยากบอกน้องๆ อายุ 22 ที่พึ่งจบมาใหม่ ใช้ชีวิตครั้งเเรก

อะไรใช้แล้วขาวขึ้นจริงสำหรับทุกคนคะ ขอขาวขึ้นจริงนะคะ ใช้แล้วแค่เนียนอะไรงี้ไม่เอา ส่วนตัวขาวอยู่แล้วแต่รู้สึกช่วงนี้หมอง ๆ ค่ะ😢

— 🧡สอนสมัคร Shopee Affiliate สำหรับมือใหม่ ให้ความรู้ shopee affi เล็กๆน้อยๆนะคั๊บ จะสอนตั้งแต่สมัคร กรอกบัญชีรับเงิน และวิธีแปะลิงค์เลยค่า 🌟💬 👉🏻เดี๋ยวเธรดต่อไปเค้าจะมาแชร์ทริคทำคอนเทนต์ให้คนกดซื้อให้นะคะ ฝากรี/ฟอลไว้เป็นกำลังใจให้เค้าด้วยน้าา 🥺💖

ไหนๆก็รีเยอะ ช่วยแนะนำหน่อยว่าต้องเอาไปทำอะไรบ้าง55555

ขอฮาวทูขาวขึ้นแบบด่วนๆหน่อยค่ะ มีเหตุจำเป็นที่ต้องขาวกว่าอินั่น🥹🩷

ขี้เกียจแต่ก็อยากรวย ลงทุนแค่ 3 กองนี้ ถือได้ยาวๆ จนเกษียณ! l New Gen Investor EP.82 กลยุทธ์การลงทุนแบบ "Lazy Portfolio" หรือพอร์ตการลงทุนสำหรับคนขี้เกียจแต่ฉลาด เพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวครับ แนวคิดหลัก: ขี้เกียจอย่างฉลาด (Lazy but Smart) แนวคิดนี้เริ่มต้นจากการยอมรับความจริงที่ว่า ในระยะยาวแทบไม่มีนักลงทุนหรือผู้จัดการกองทุนคนไหนสามารถเอาชนะตลาดได้อย่างสม่ำเสมอ, ความล้มเหลวส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการเลือกสินทรัพย์ผิด แต่เกิดจากการพยายามเอาชนะตลาดมากเกินไป และการมองข้ามค่าธรรมเนียมที่กัดกินผลตอบแทน ปรัชญาของ John Bogle (ผู้ก่อตั้ง Vanguard) คือ "อย่ามัวเสียเวลาหาเข็มในกองฟาง แต่จงซื้อกองฟางนั้นทั้งกอง" ซึ่งหมายถึงการไม่พยายามเฟ้นหาหุ้นรายตัวที่จะชนะตลาด (เข็ม) แต่ให้ซื้อหุ้นทั้งตลาด (กองฟาง) ผ่านกองทุนดัชนีหรือ ETF แทน องค์ประกอบของ Lazy Portfolio (สูตร 3 กองทุน) หลักการนี้เน้นการกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพในสินทรัพย์ที่เติบโตดีในระยะยาวและมีต้นทุนต่ำ โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก 1. หุ้นสหรัฐฯ (Total US Stock Market): เปรียบเสมือน "กองหน้า" หรือเครื่องยนต์หลักในการสร้างการเติบโต (Growth Engine) 2. หุ้นทั่วโลกนอกสหรัฐฯ (Total International Stock Market): เปรียบเสมือน "กองกลาง" เพื่อกระจายความเสี่ยงไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก 3. ตราสารหนี้ (Bond Market): เปรียบเสมือน "กองหลัง" หรือเบรกที่ช่วยประคองพอร์ตไม่ให้เสียหายหนักในช่วงวิกฤตและลดความผันผวน ======= การปรับพอร์ตสำหรับนักลงทุนไทย สำหรับคนไทย มีปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมคือ ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และ ความคุ้นเคย (Home Bias) รายการจึงแนะนำดังนี้ - ส่วนที่ 1 หุ้นสหรัฐฯ ยังคงแนะนำให้ลงทุน 100% ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพราะมีแนวโน้มเติบโตดีในระยะยาว ตัวอย่าง ETF ที่น่าสนใจ เช่น VTI, ITOT, SPY หรือ VOO ซึ่งให้ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 15 ปี อยู่ที่ประมาณ 13-17% ต่อปี - ส่วนที่ 2 หุ้นนอกสหรัฐฯ เพื่อกระจายความเสี่ยงไปยังยุโรป ญี่ปุ่น จีน หรือตลาดเกิดใหม่ ตัวอย่าง ETF เช่น VXUS หรือ IXUS ซึ่งมีผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 8% ต่อปี - ส่วนที่ 3 ตราสารหนี้ แนะนำให้ปรับมาใช้ ตราสารหนี้ไทย แทนตราสารหนี้สหรัฐฯ เพื่อลดความกังวลเรื่องความผันผวนของค่าเงินบาทและดอลลาร์ แม้ผลตอบแทนช่วงหลังอาจไม่โดดเด่นเท่าสหรัฐฯ แต่ในระยะยาว (10-15 ปี) ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกันที่ประมาณ 2-3% ต่อปี ====== การจัดสัดส่วนและการดูแลพอร์ต - สูตรของ Bogleheads มักแนะนำที่ 40/40/20 (หุ้นสหรัฐฯ 40%, หุ้นนอกสหรัฐฯ 40%, ตราสารหนี้ 20%) - การปรับตามอายุ - คนรุ่นใหม่ (20+ ปี): รับความเสี่ยงได้สูง อาจเพิ่มหุ้นเป็น 90% (45/45) และลดตราสารหนี้เหลือ 10% - วัยใกล้เกษียณ: ควรลดสัดส่วนหุ้นลงเพื่อความปลอดภัย เช่น ปรับเป็น หุ้นสหรัฐฯ 30%, หุ้นโลก 30%, และตราสารหนี้ 40% - การ Rebalancing: หากสัดส่วนเปลี่ยนไปมากเนื่องจากราคาดัชนีที่พุ่งสูงขึ้น ควรขายส่วนที่เกินและซื้อส่วนที่ขาดเพื่อรักษาความสมดุลของพอร์ตตามแผนเดิม ===== บทสรุป - การลงทุนแบบขี้เกียจไม่ได้แปลว่าไม่ใส่ใจ แต่เป็นการยอมรับว่าเราไม่จำเป็นต้องชนะตลอดเวลา - วิธีนี้จะไม่ทำให้เราได้ผลตอบแทนดีที่สุดหรือแย่ที่สุด แต่จะอยู่กลางตารางเสมอ และสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ - คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยได้ประมาณ 7-9% ต่อปี โดยไม่ต้องใช้เวลาหรือฝีมือในการคัดเลือกหุ้นมากนัก สรุป เราควรออมในสินทรัพย์ที่ถูกต้องและปล่อยให้เวลาทำงานครับ ^^ #FunManager



คนอวดรวเยอะละเบื่ออ่ะ ขอลอกไอเดียประหยัดเงินหน่อย

หนังผีในตำนาน นี่ยกให้ลัดดาแลนเลย 10กว่าปี รู้สึกเนื้อเรื่องก็ยังคงเมคเซนในทุกยุค เริ่มจากพ่อที่อยากทำครอบครัวให้สมบูรณ์ พาครอบครัวจากกรุงเทพมาอยู่เชียงใหม่ ลูกคนเล็กดีใจเพราะยังเด็กมากๆไม่รู้เรื่อง รู้คือตื่นเต้น ลูกคนโตขวางครอบครัวเพราะพ่อไม่ได้เรื่อง และอยู่กับยายที่ไม่ชอบพ่อ เลยจะพูดตึงๆแบบคนเด็กที่ประชด ทำใส่พ่อตลอดเวลา





อยากรู้ว่า คนที่ทำงานประจำแล้วเลิกงานมายังมีแรงไปออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมอย่างอื่นต่อ เขาเอาเอนเนอร์จี้มาจากไหนกัน ทางนี้คือถึงห้องก็ร่างแหลกแล้ว สลบเหมือด อยากขอฮาวทูแบ่งพลังงานชีวิตมาก55555555 🥲