dustin

2.2K posts

dustin banner
dustin

dustin

@feelingblue1609

Katılım Kasım 2024
52 Takip Edilen12 Takipçiler
dustin retweetledi
🧚🏼‍♀️
🧚🏼‍♀️@usedbyporsche·
ราคาถูกก♥️ นัดรับได้ค่า (เกษตร รัชโยธิน) 🪷ค่าส่ง 1ชิ้น 29 เหมา35 🪷 สอบถามได้นะคะ🧚🏼‍♀️ #ส่งต่อคสอ #ส่งต่อเครื่องสำอาง #ส่งต่อเครื่องสําอางค์ #ส่งต่อเครื่องสําอางมือสอง #ส่งต่อคสอมือ2 #ส่งต่อคสอมือ1 #ส่งต่อสกินแคร์ #ส่งต่อน้ำหอม #ส่งต่อตุ๊กตา #ตลาดนัดdisney #duffyandfriends
🧚🏼‍♀️ tweet media
ไทย
5
4
88
35.2K
dustin retweetledi
lรou
lรou@KhunRueanka·
ละชั้นขี้หึงมากในขณะที่ผัวหน้าตาเหมือนหมูปันยาอ่อน
ไทย
5
12.2K
11.2K
881.8K
dustin retweetledi
คุ้ง
คุ้ง@folder022·
คุ้ง tweet media
ZXX
0
13.9K
8.5K
447.8K
dustin retweetledi
dustin retweetledi
The Momentum
The Momentum@themomentumco·
3 ปีหลังการจากไปของ ‘จีจี้’ ตัวเลขความรุนแรงในความสัมพันธ์เพิ่มขึ้น แต่สังคมยังตั้งคำถามกับ ‘เหยื่อ’ มากกว่าผู้กระทำ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2566 จีจี้-สุพิชชา ปรีดาเจริญ หญิงสาววัย 20 ปี ได้เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงโดยอดีตคนรัก และชื่อของ ‘จีจี้’ กลายเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียที่สร้างความสะเทือนใจแก่สังคม 3 ปีผ่านไป เรื่องราวของเธอถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้งโดยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ไม่ใช่เพียงเพื่อรำลึกถึงผู้จากไป แต่เพื่อชวนให้สังคมหันกลับมาตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า เหตุใดความสัมพันธ์ ซึ่งควรเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด จึงกลายเป็นพื้นที่อันตรายสำหรับใครบางคน คำถามนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อพิจารณาจากข้อมูลการติดตามข่าวของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ความรุนแรงในครอบครัวไม่ได้ลดลง ทว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี พบว่า ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 40% เหตุรุนแรงถึงชีวิตเพิ่มขึ้นเกือบ 45% และในกลุ่มคู่รักเอง ตัวเลขก็พุ่งสูงถึง 50-70% อย่างไรก็ตาม แม้โพสต์ดังกล่าวจะพยายามชวนให้สังคมตระหนักถึงความรุนแรงในความสัมพันธ์ผ่านข้อมูล ข้อเท็จจริง และบทเรียนจากกรณีของจีจี้ ทว่าสิ่งที่ผู้เขียนสังเกตเห็นกลับไม่ใช่เพียงเนื้อหาของโพสต์ แต่เป็นปฏิกิริยาคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวจำนวนไม่น้อย ที่ไม่ได้ทำความเข้าใจความรุนแรง แต่ตั้งคำถามต่อผู้เสียชีวิตแทน เช่น “ทำไมไม่เลิก” “ทำไมไม่หนี” หรือแม้กระทั่งโยงไปถึงเรื่องเงินและสถานะ ความคิดเห็นเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘การโทษเหยื่อ’ (Victim Blaming) อย่างชัดเจน และนี่คืออีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ความรุนแรงยังคงดำรงอยู่ เพราะตราบใดที่สังคมยังตั้งคำถามกับเหยื่อมากกว่าผู้กระทำ ความรุนแรงก็ยังมีพื้นที่ให้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า • ความรุนแรงในครอบครัวที่ทวีเพิ่มขึ้น จากข้อมูลการติดตามข่าวของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ในปี 2566 มีข่าวความรุนแรงในครอบครัว 1,086 ข่าว ก่อนจะเพิ่มเป็น 1,529 ข่าวในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 40% ภายในเวลาเพียง 1 ปี แต่สิ่งที่น่าห่วงยิ่งกว่าจำนวน คือระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ที่ขยับสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ข่าวการทำร้ายร่างกายเพิ่มจาก 433 เป็น 638 ข่าว ขณะที่เหตุฆ่ากันเพิ่มจาก 388 เป็น 562 ข่าว และเหตุฆ่ายกครัว เพิ่มจาก 3 เป็น 11 ข่าว ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ความรุนแรงไม่ได้เกิดบ่อยขึ้นเท่านั้น แต่กำลังนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงถึงชีวิตมากขึ้น ในความสัมพันธ์แบบคู่รัก แนวโน้มยิ่งชัดเจน การทำร้ายกันเพิ่มจาก 102 เป็น 153 ข่าว หรือเพิ่มขึ้น 50% ส่วนการฆ่ากันเพิ่มจาก 64 เป็น 109 ข่าว หรือสูงขึ้นกว่า 70% แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ที่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย กลับกลายเป็นจุดเสี่ยงของความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ปัจจัยกระตุ้นอย่างแอลกอฮอล์และยาเสพติดยังคงมีบทบาทสำคัญ แม้สัดส่วนจะใกล้เคียงเดิม แต่จำนวนเหตุที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นตามภาพรวมของความรุนแรงที่สูงขึ้น โดยมีปัจจัยกระตุ้นอย่างแอลกอฮอล์เกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรง จาก 316 เป็น 448 ข่าว หรือเพิ่มขึ้น 41.8% ยาเสพติดเกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรง จาก 283 เป็น 412 ข่าว หรือเพิ่มขึ้น 45.6% สะท้อนว่าปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงเป็นเชื้อไฟที่ทำให้ความรุนแรงในคู่รักปะทุขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention: CDC) ระบุว่า ความรุนแรงในความสัมพันธ์ (IPV) เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยและกระทบผู้คนจำนวนมากในสหรัฐฯ ทุกปี ผู้หญิงมากกว่า 1 ใน 3 คน หรือเกือบ 43.5 ล้านคน และผู้ชายมากกว่า 1 ใน 6 คน หรือ 20.7 ล้านคน เคยเผชิญความรุนแรงจากคนรัก ไม่ว่าจะเป็นการล่วงละเมิดทางเพศ การทำร้ายร่างกาย หรือการคุกคามติดตาม (Stalking) อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต เมื่อดูเฉพาะผู้หญิง พบว่า ประมาณ 1 ใน 5 เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ เกือบ 1 ใน 4 เคยถูกทำร้ายร่างกาย และราว 1 ใน 8 เคยถูกสะกดรอยตาม นอกจากนี้ ผู้หญิงเกือบ 1 ใน 3 ไม่เพียงเผชิญความรุนแรง แต่ยังได้รับผลกระทบตามมา เช่น บาดเจ็บทางร่างกาย ต้องหยุดงานหรือเรียน มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ต้องเข้ารับการรักษา หรือถึงขั้นแจ้งความกับตำรวจ ความรุนแรงลักษณะนี้มักเริ่มตั้งแต่อายุน้อย และอาจดำเนินต่อเนื่องไปตลอดชีวิต หากเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่นจะเรียกว่า ‘ความรุนแรงในการเดต’ (Teen Dating Violence) โดยมีผู้หญิงราว 16 ล้านคน และผู้ชาย 11 ล้านคน ระบุว่า เคยเจอความรุนแรงจากคนรักเป็นครั้งแรกตั้งแต่อายุต่ำกว่า 18 ปี อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของการเผชิญความรุนแรงไม่ได้เท่ากันในทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต เช่น ครอบครัว ชุมชน หรือสังคม ทำให้คนบางกลุ่ม โดยเฉพาะเยาวชนในบางบริบท มีความเสี่ยงสูงกว่าคนอื่น ในการเผชิญความรุนแรงทั้งทางเพศและทางร่างกายจากคนรัก • คืนโอกาสชีวิต ด้วยการไม่ทนต่อความรุนแรง ย้อนกลับไปในปี 2567 มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับ BBDO Bangkok และ สสส. เปิดตัวแคมเปญ Bring Back 2nd Chance of Life เพื่อชวนสังคมทบทวนความเชื่อเรื่องโอกาสครั้งที่สองในความสัมพันธ์ที่มีความรุนแรง พร้อมย้ำว่า การให้อภัยหรือกลับไปเริ่มต้นใหม่ อาจไม่ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเสมอไป และในบางกรณีอาจหมายถึงการไม่มีโอกาสครั้งต่อไปในชีวิต ซึ่งการจากไปของจีจี้สะท้อนบทเรียนสำคัญต่อสังคมใน 3 มิติ มิติแรก คือการยุติความรุนแรงในความสัมพันธ์ แนวคิดเลิกให้โอกาสที่ 2 กับความรุนแรง เตือนให้เห็นว่า เมื่อความรุนแรงเกิดขึ้นแล้ว มักมีแนวโน้มจะเกิดซ้ำ การตัดสินใจออกจากความสัมพันธ์ที่เป็นพิษจึงไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือการปกป้องชีวิตและอนาคตของตัวเอง มิติที่สอง คือการคืนโอกาสและความฝันให้คนรุ่นใหม่ จีจี้เป็นตัวแทนของเยาวชนที่มีศักยภาพและอนาคตที่ควรได้เติบโต การสูญเสียครั้งนี้จึงสะท้อนความสำคัญของการสร้างสังคมที่ปลอดภัย เพื่อให้เด็กและผู้หญิงได้มีโอกาสใช้ชีวิตและทำตามความฝันอย่างเต็มที่ มิติสุดท้าย คือปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการเข้าถึงอาวุธปืนในความสัมพันธ์ใกล้ชิด ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรถูกพูดถึงอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก และย้ำว่าความขัดแย้งไม่ควรถูกแก้ไขด้วยอำนาจหรือความรุนแรง • โทษเหยื่อ=ผลิตซ้ำความรุนแรง ปรากฏการณ์การโทษเหยื่อที่มักเห็นในพื้นที่คอมเมนต์ ไม่ใช่แค่ความเห็นส่วนบุคคล แต่เป็นการสะท้อนทัศนคติที่ฝังลึกในสังคม จนกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการยุติความรุนแรงและเป็นการโยนความรับผิดชอบจากผู้กระทำไปยังผู้ถูกกระทำ ราวกับว่าเหยื่อสามารถควบคุมหรือหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้ แต่ในความเป็นจริง ความรุนแรงในความสัมพันธ์มีความซับซ้อนมากกว่านั้น ผู้ที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มักเผชิญทั้งการควบคุมทางจิตใจ การข่มขู่ ความกลัว และความหวังว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนแปลง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การเดินออกมาไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คนนอกมอง ขณะเดียวกัน การโทษเหยื่อยังเชื่อมโยงกับโครงสร้างทางสังคม โดยเฉพาะกรอบคิดปิตาธิปไตย ที่มองความสัมพันธ์เป็นเรื่องส่วนตัว และมองว่าผู้หญิงคือต้นเหตุของปัญหา เมื่อเกิดความรุนแรง ความผิดจึงถูกผลักไปที่ผู้ถูกกระทำอย่างแนบเนียน แม้จะมีข้อมูล งานวิจัย และแคมเปญจากหลายภาคส่วนที่พยายามสื่อสารเรื่องความรุนแรงและการยุติการโทษเหยื่อมาอย่างต่อเนื่อง แต่บทสนทนาในสังคมกลับวนอยู่ที่จุดเดิม พื้นที่คอมเมนต์ยังถูกใช้เป็นพื้นที่ ‘ตัดสิน’ มากกว่าพื้นที่ ‘ทำความเข้าใจ’ ผู้เขียนเองได้มีโอกาสเขียนถึงประเด็นการโทษเหยื่อในหลายกรณี และยังคงเห็นว่าปัญหานี้ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เหยื่อหลายคนยังคงถูกตั้งคำถาม ถูกตัดสิน และถูกลดทอนความเป็นมนุษย์ สิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่คอมเมนต์ของโพสต์ดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ย้ำให้เห็นว่า เรายังมีหนทางอีกยาวไกลในการสร้างสังคมที่มีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจต่อกันมากกว่านี้ บางทีจุดเริ่มต้นอาจไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่อาจเป็นเพียงการตั้งคำถามง่ายๆ กับตัวเองว่า เรากำลังมองเหยื่อด้วยความเข้าใจ หรือด้วยอคติ และก่อนจะพิมพ์ข้อความใดลงไปในพื้นที่สาธารณะ อาจต้องถามอีกครั้งว่า คำพูดของเราจะช่วยเยียวยาหรือซ้ำเติม เพราะการกล่าวโทษเหยื่อไม่ได้ช่วยอะไรทั้งนั้น แต่เป็นการผลิตซ้ำความรุนแรงและตอกย้ำบาดแผลของผู้ถูกกระทำ ท้ายที่สุดนี้ ผู้เขียนขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ จีจี้-สุพิชชา ปรีดาเจริญ และเหยื่อของความรุนแรงทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ถูกจดจำในหน้าข่าวหรือไม่ก็ตาม ทุกคนล้วนสมควรได้รับความเป็นธรรมไม่ต่างกัน อ้างอิง - cdc.gov/intimate-partn… - facebook.com/share/p/1BruJU… - bit.ly/4dXNhur เรื่อง: นลินี ค้ากำยาน ภาพ: ชมพูนุท สะราคำ #TheMomentum #Gender #ความรุนแรงในครอบครัว #ความรุนแรงในความสัมพันธ์ #การโทษเหยื่อ #VictimBlaming #GenderViolence #จีจี้สุพิชชา #สุพิชชาปรีดาเจริญ
The Momentum tweet media
ไทย
2
7.3K
2.7K
370.3K
dustin retweetledi
eng
eng@spliteng·
ถ้ามีผัวเปนดาวติ้กต่อก กุจะไปตายอะพูดจริง เหนแม่งลิปซิ้งลงติ้กต่อกให้สาวมาเม้น คือกุจะตบหัวอะ เพราะรำคานไง มึงไม่มีสิทจะทำนะ
ไทย
2
15.4K
11.4K
5.3M
dustin retweetledi
คุณหนูสายน่าน
อีพวกตั้ง sos call นี่ต้องให้ถึงพิธีรดน้ำศพกุก่อนใช่มั้ยมึงถึงจะรับ
ไทย
1
4.5K
4.1K
367.3K
dustin retweetledi
อเวจีสีชมพู
ฉันไปเจอร้านเคสหูฟังใน ig น่ารักมว๊ากกกเห็นแค่โบว์ก็ทักไปถามราคาละ แพ้ง่ะยิ่งสีชมพูด้วย แล้วน้องคนขายพูดจาน่ารักสุดๆ 🥹 เดี๋ยวรอของมาถึงจะมารีวิวความคิ้วทึนะ
อเวจีสีชมพู tweet mediaอเวจีสีชมพู tweet mediaอเวจีสีชมพู tweet mediaอเวจีสีชมพู tweet media
ไทย
5
2.7K
5.2K
399.2K
dustin retweetledi
Winkwink.store✨
Winkwink.store✨@winkwink_store·
แจก 1 ใบน้า 💝รีทวิตนี้ + รีทวิตที่โควท ประกาศผลพรุ่งนี้ตอน 22.00ค้าบ เลือกemojiที่ชอบใต้นี้เลยงับ
Winkwink.store✨ tweet media
Winkwink.store✨@winkwink_store

มาแล้วว Caidre ลดราคาอยู่ตอนนี้ น่ารักนุ้บนิ้บมาก ไอแพดใส่ได้ แถม Puppy Keychain ให้ด้วยฮ่ะ ลดเหลือแค่ 300นิดๆเองฮั้บบ! (づ ᴗ _ ᴗ) づ ♡🎀

ไทย
643
1.4K
676
253.9K
dustin retweetledi
เด็ดเดี่ยว
เด็ดเดี่ยว@deddeaw_socool·
โดนมองเป็นตัวร้ายมันช่างบ้าบอ
เด็ดเดี่ยว tweet media
ไทย
19
21.4K
23K
1.5M
dustin retweetledi
KM
KM@Kerymai_·
เจ้าไหนคะจะได้ไม่ไปกิน 😰
KM tweet media
ไทย
26
5.1K
3.6K
1.3M
dustin retweetledi
มา_ม่อน
มา_ม่อน@Ma_Mon·
ถ้าให้จิ้มไวๆเลยนะ 1 ศรีราชา เมืองใหญ่แต่ vibe ดี จะมากรุงเทพ หรือไปพัทยาก็ไม่ไกล 2 หัวหิน ความเจริญมาครบหมดละ ร้านอาหาร ร้านกาแฟดีๆก็เยอะ 3 ระนอง อันนี้หลบปลีกวิเวกไปเลย ถ้าทำงาน WFA, WFH ได้ก็น่าสนใจ ค่าครองชีพยังไม่แพง เมืองเงียบสงบ แต่ธรรมชาติดีมากกก
แกน่ะเก่ง@kaenakeng

ทุกคนครับ ถ้าตัดกทม.ออก คิดว่าตอนนี้จังหวัดไหนในประเทศไทยน่าไปใช้ชีวิตอยู่มากที่สุดครับ ขออาหารอร่อย เดินทางง่าย ผู้คน nice มีห้างมีสวนสาธาณะที่สามารถเดินได้ ตอนนี้ไม่รู้ว่าตัวเองอยากไปอยู่จังหวัดไหนเลย ใจจริงอยากอยู่เชียงใหม่แต่รับฝุ่นไม่ไหว

ไทย
33
13K
10.7K
1.5M
dustin retweetledi
sw!n 🥟
sw!n 🥟@butterismy·
ชอบแบรนด์นี้อ่ะ ทำสายเสื้อในออกมาให้เปลี่ยนได้ แล้วลายน่ารักด้วย เอามาใส่กับพวกปาดไหล่ไรงี้ เริ่ดอ่ะ
sw!n 🥟 tweet mediasw!n 🥟 tweet mediasw!n 🥟 tweet media
ไทย
2
1.9K
6.5K
283.2K
dustin retweetledi
อิคคิว
อิคคิว@helloIkkyusann·
อยู่ๆเพื่อนทักมาบอกว่า “ชีวิตมันสั้น อยากทำไรทำ” นี่งง อยู่ๆทักมาไม่มีปี่มีขลุ่ย วันต่อมามันลงรูปกับแฟนเก่า อ๋า ชีมีลูกเล่น มีการเสนอคติให้คล้อยตามก่อน โอ้ย
ไทย
19
75.3K
44.1K
2.4M
dustin retweetledi
งาน Part Time - Full Time ปี 2569
🍦 รับสมัครพนักงานร้านไอศกรีม Molto สาขาที่รับ • สยามพารากอน • เซ็นทรัลเวิล์ด • สยามดิสคัฟเวอรี่ • เอ็มโพเรียม Part Time • ชั่วโมงละ 40-50 บาท • ทำงานได้ 4-5 วัน/สัปดาห์ Full Time • 14,000-15,000 บาท/เดือน • ทำงาน 6 วัน/สัปดาห์ รายละเอียดงาน • บริการลูกค้า ตักชิม • ตักไอศกรีม และแพ็คไอศกรีมตามออเดอร์ • จัดเตรียมเมนูน้ำตามออเดอร์ • ทำความสะอาดร้าน ล้างอุปกรณ์ ปิดร้าน • นับสต๊อกสินค้าและลงเอกสารการเบิกของ คุณสมบัติ • อายุ 18 ปี ขึ้นไป • วุฒิ ม. 3 ขึ้นไป สวัสดิการ • โอที, เบี้ยขยัน, Incentive • ชุดยูนิฟอร์ม ติดต่อสอบถาม • Tel : 097-056-8362 • ID Line : risa_ricn
งาน Part Time - Full Time ปี 2569 tweet media
ไทย
0
5
35
7.1K