GN8🪴🎮🎰
13.3K posts

GN8🪴🎮🎰
@gen_esis1
Happiness is which side you see :)

“ปวิน” อัดรัฐบาลอนุทิน ปั่นกระแสชาตินิยมเพื่อสร้างคะแนนให้ตัวเอง จนเกิดสงคราม #ไทยกัมพูชา นานนับเดือนนับปี สร้างความชอบธรรมให้กองทัพเข้ามามีบทบาทในการเมือง อุ้มชูอินฟลูฯ ตลาดล่าง ช่วยปั่นสงคราม แต่พอมีอำนาจในมือเต็มที่ ไม่ต้องอาศัยกระแสชาตินิยม สุดท้ายก็มาจับมือคืนดีกันออกสื่อ🙄 #ปวินชัชวาลพงศ์พันธ์ #เฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ #ไทยรัฐออนไลน์

กรมราชทัณฑ์ โต้ข้อกล่าวหา คปท. ย้ำ 'ทักษิณ' เข้าเกณฑ์พักการลงโทษ ยึดระเบียบราชทัณฑ์ไร้การเลือกปฏิบัติ จากกรณีที่กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อเรียกร้องให้มีการพิจารณายับยั้งการพักการลงโทษของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่ากระบวนการดังกล่าวมีการอ้างอิงข้อกฎหมายที่ผิดพลาดและบิดเบือนคำสั่งของศาลฎีกาฯ นั้น วันนี้ (9 พฤษภาคม) กรมราชทัณฑ์ ได้ออกเอกสารชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจต่อสังคมและตอบข้อสงสัยในประเด็นดังกล่าว โดยระบุถึงข้อกล่าวอ้างที่ว่าทักษิณอยู่ในขบวนการบังคับโทษโดยมิชอบ หรือมีลักษณะเป็นผู้กระทำผิดวินัยระหว่างต้องขังนั้น กรมราชทัณฑ์ขอชี้แจงว่า การพิจารณาคุณสมบัติเพื่ออนุมัติการพักการลงโทษ จำเป็นต้องอาศัยข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และสถานะทางคดีตามที่ปรากฏอย่างเป็นทางการในคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล รวมไปถึงข้อมูลทางราชทัณฑ์ ปัจจุบัน ยังไม่มีการปรากฏคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งใดที่วินิจฉัยว่า ทักษิณได้กระทำผิดวินัยหรือกระทำความผิดทางอาญาระหว่างถูกควบคุมตัว ซึ่งจะเป็นลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการพักการลงโทษ นอกจากนี้ จากการตรวจสอบมติที่ประชุมของคณะทำงานเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษประจำเรือนจำ ตลอดจนเอกสารประกอบการพิจารณา ไม่พบข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดวินัยแต่อย่างใด คณะอนุกรรมการฯ จึงได้พิจารณาแล้วว่า ทักษิณมีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 และกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 ส่วนกรณีที่ผู้ร้องได้อ้างอิงถึงข้อกำหนดที่ว่าผู้ผิดวินัยจะไม่ได้รับการพักโทษตามลักษณะต้องห้ามในการนำตัวออกไปกักขังนอกเรือนจำ ตามประกาศกรมราชทัณฑ์ ข้อ 3 (2) (ข) และ (ค)"นั้น กรมราชทัณฑ์ได้อธิบายเพิ่มเติมเพื่อความกระจ่างว่า ประกาศฉบับดังกล่าวคือ ประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่อง กำหนดคุณสมบัติเฉพาะ ลักษณะต้องห้าม และวิธีการคุมขังในสถานที่คุมขังตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. 2566 และ พ.ศ. 2568 ซึ่งกฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับการพิจารณา สถานที่คุมขัง ไม่ได้เป็นข้อกฎหมายที่นำมาใช้ประกอบการพิจารณาการพักการลงโทษแต่อย่างใด ในตอนท้าย กรมราชทัณฑ์ ได้กล่าวยืนยันว่า กระบวนการพิจารณาพักการลงโทษในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์หรือมอบสิทธิพิเศษแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นการเฉพาะ แต่เป็นการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานและบรรทัดฐานเดียวกันกับผู้ต้องขังทั่วประเทศ โดยยึดถือพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริงและปฏิบัติตามตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ภาพ: ฐานิส สุดโต #TheStandardNews #TheStandardPhoto #ฐานิสสุดโต







'ชัชชาติ' รับเครียดสุดคือปมหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว เสนอโอนคืนรัฐบาลทำตั๋วร่วม เผยจ่ายหนี้ 6 หมื่นล้านคือเมกะโปรเจกต์ วันนี้ (7 พฤษภาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD เพื่อประเมินผลการดำเนินงานและทบทวนบทเรียนตลอดระยะเวลาใกล้ครบ 4 ปีในการดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยได้เปิดเผยถึงประเด็นที่เป็นความท้าทายและสร้างความกดดันมากที่สุดตลอดวาระการทำงาน เมื่อถามถึงวาระงานที่สร้างความเครียดจนถึงขั้นส่งผลกระทบต่อการพักผ่อน ชัชชาติยอมรับว่า ประเด็นที่หนักหน่วงที่สุดคือการแก้ไขปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เนื่องจากเป็นภาระผูกพันทางการเงินมหาศาลที่ตกทอดมาจากการบริหารชุดก่อน ประกอบกับมีข้อจำกัดทางกฎหมายและคำสั่งศาลที่ กทม. ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ทำให้การบริหารจัดการต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด เพราะงบประมาณทุกบาทคือภาษีของประชาชน นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องความโปร่งใสและการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ก็เป็นอีกหนึ่งความกังวลสำคัญ โดยยกตัวอย่างกรณีการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายที่สร้างความไม่สบายใจให้กับการทำงานของทีมผู้บริหารอย่างมาก ผู้ว่าฯชัชชาติ ได้อธิบายถึงโครงสร้างปัญหาของรถไฟฟ้าสายสีเขียวว่า โครงการนี้แบ่งออกเป็นส่วนสัมปทานหลัก (ส่วนไข่แดง) ซึ่งเอกชนเป็นผู้ลงทุนและกำหนดค่าโดยสาร โดยสัมปทานส่วนนี้จะสิ้นสุดลงในปี 2572 ซึ่งจะส่งผลให้ กทม. สามารถรับรู้รายได้ทั้งหมด แต่ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ ส่วนต่อขยาย ที่ขยายออกไปทางกรุงเทพฯ เหนือ (คูคต-ลำลูกกา) และทางกรุงเทพฯ ใต้ (แบริ่ง-สมุทรปราการ) เนื่องจากชุดบริหารก่อนหน้าได้ทำสัญญาจ้างเอกชนเดินรถ (O&M) ล่วงหน้ายาวไปจนถึงปี 2585 ศาลปกครองได้มีคำพิพากษายืนยันให้ กทม. ต้องชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถตามสัญญา ส่งผลให้ปัจจุบัน กทม. ต้องแบกรับภาระขาดทุนเนื่องจากรายได้จากค่าโดยสารในส่วนต่อขยายไม่เพียงพอต่อรายจ่ายค่าจ้างเดินรถที่ระบุไว้ในสัญญาในอัตราที่ค่อนข้างสูง สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาในอนาคต ชัชชาติมองว่า เมื่อสัมปทานหลักสิ้นสุดลงในปี 2572 กทม. จะมีอำนาจในการบริหารจัดการรายได้ทั้งหมด ซึ่งหากมีการกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม จะสามารถบรรเทาภาระค่าจ้างเดินรถและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพรวมระดับมหภาค ทางออกที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน คือการที่รัฐบาลรับโอนโครงการรถไฟฟ้ากลับคืนไปบริหารจัดการ ชัชชาติ อธิบายเหตุผลสนับสนุนว่า รถไฟฟ้าควรเป็นโครงข่ายระดับประเทศ การรวมศูนย์การบริหารไว้ที่รัฐบาลจะทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาดและสามารถผลักดันนโยบายตั๋วร่วม หรือการจัดเก็บค่าโดยสารในอัตราที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ในมิติของการบริหารงบประมาณ ปัจจุบัน กทม. มีงบประมาณรายจ่ายประจำปีราว 90,000 ล้านบาท แต่ต้องกันเงินถึง 10,000 ล้านบาท (คิดเป็นกว่า 10%) เพื่อนำไปจ่ายค่าเดินรถ ซึ่งถือเป็นภาระที่ใหญ่เกินกว่าศักยภาพของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นจะแบกรับไว้ได้เพียงลำพัง เมื่อถามถึงเสียงสะท้อนจากประชาชนบางส่วนที่มองว่า กทม. ในยุคนี้ไม่มีการลงทุนในเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ให้มุมมองว่า "การที่ กทม. ต้องบริหารจัดการและชำระหนี้สะสมของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวกว่า 60,000 ล้านบาทนั้น ถือเป็นการลงทุนและเมกะโปรเจกต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแล้วในยุคนี้ ซึ่งเชื่อว่าไม่มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใดที่ต้องแบกรับภาระการจัดการทางการเงินที่มหาศาลเท่ากับกรณีนี้อีกแล้ว" ภาพ: ฐานิส สุดโต #TheStandardNews #TheStandardPhoto #ฐานิสสุดโต

หากย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน หลายคนคงจินตนาการไม่ออกว่า “กรุงเทพมหานคร” ในวันนี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ปัญหาน้ำท่วมรอการระบายและรถติดที่ดูเหมือนจะเป็นปัญหาเรื้อรังแก้ไม่หายของเมืองนี้ จะมีทางออกที่ยั่งยืนได้จริงไหม ? . แม้ต้องยอมรับกันตามตรงว่า ปัญหาเหล่านี้ยังไม่สามารถแก้ไขให้หมดไปได้ 100% แต่หากมองผ่านดัชนีชี้วัด สถิติตัวเลข หรือแม้แต่เสียงสะท้อนจากคนกรุงเอง เราจะเริ่มเห็นสัญญาณของความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น กับหลายโครงการถูกผลักดันเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน . ปัจจุบันกรุงเทพมหานครกำลังถูกยกระดับจากเมืองระบบแอนะล็อกที่ยุ่งยาก สู่เมืองที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการนำทีมของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 17 หัวเรือใหญ่ที่ร่วมกับทีมงานกว่า 64,000 ชีวิต ในการขับเคลื่อนนโยบายเมืองดิจิทัลให้เกิดขึ้นจริงในเชิงรูปธรรม อ่านต่อได้ที่ beartai.com/read/1500307/ ที่มา : เพจกรุงเทพมหานคร, สำนักการจราจรและขนส่ง - สจส., เพจ BKK Active, BKK Risk Map, Greener Bangkok, data.bangkok #BTbeartai #ชัชชาติสิทธิพันธุ์


อาจารย์เชนถ่ายรูปเก็บไว้ส่งให้ท่านนายกเศรษฐาป่ะคะ ไม่ลืมที่จะถ่ายเก็บไว้ น่ารักอ่า 55555555 #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #เศรษฐาทวีสิน #พรรคเพื่อไทย




@kanyanhe @P_23_10 หลอนเหรอครับ กฎหมายดู เจตนา พฤติกรรม องค์ประกอบข้อกฎหมาย อย่าหลอนเพราะขาดความรู้ครับ





















