
||| zpǝuɐɾ 🐧
268.8K posts

||| zpǝuɐɾ 🐧
@jane_dz
TVXQ & JX // YunJae Shipper // Kristtps // bbenlk // 王一博・肖战 // 翟潇闻


Can someone explain why called sing uncle.. 1st phi/brother now uncle... He is actor, why his own fans wanted to damage his image.. What he done wrong.. Already gmmtv damge his acting career not giving him proper acting exposure.

กรุ๊ปเพลงญปในfbมีคุยกันถึงว่าจะทำยังไงให้คนสนใจไปดูคอนเสิร์ตญปในไทยกันมากขึ้น (เคสนี้คือไม่นับศลปที่ติดลมบนไปแล้วอย่างคาเสะ วันโอ อาโดะ) ส่วนตัวรู้สึกว่าที่ยากคือระบบนิเวศน์ของคนฟังเพลงญปในไทยมันยูนีคและปัจเจกมาก กับกำลังซื้อในไทยอาจจะยังไม่แมชท์กับrequirementของทางญปเท่าไหร่

มีหลายสิ่งที่อึดอัด และหลายอย่างที่วนกลับไปที่ว่า "เขาไม่ขายนอกเกาะ" แต่ศิลปินที่ขายนอกเกาะ บางครั้งก็ "ติดกรอบ" ของตัวเอง อันนี้ไม่ได้พูดถึงศิลปินนะ แต่ในเรื่องของการจัดการและระบบการดูแลของเขาค่ะ เชื่อว่าทุกคนที่ดูศิลปินญี่ปุ่นรู้ถึงความเต็มที่ ความเป็นมืออาชีพของเขา ดูคอนเสิร์ตญี่ปุ่นเรากล้าพูดว่า เรายังไม่เคยเจอคอนเสิร์ตที่เสียดายเงิน (เราอาจจะยังดูไม่มากพอด้วย) แต่การจัดการหลายอย่างในคอนเสิร์ตต่างประเทศ...พูดไปก็คงจะยาวมาก แบบว่าติ๊กฟ้าเราคุ้มชัวร์ เราเป็นแค่ติ่งปลายแถวด้วยซ้ำถ้าเทียบกับคนอื่น แต่ชีวิตอีกฝั่งนึงของเราคือฝั่งสื่อมวลชนและประชาสัมพันธ์ค่ะ กรอบที่วงญี่ปุ่นไปได้ไม่ไกล เอาคร่าวๆ เร็วๆ เรื่องการขายและการประชาสัมพันธ์เลยนะ 1. ไม่ให้อะไรแต่อยากได้ sold out ทางญี่ปุ่นมีกฎหยุมหยิมมากมายที่ถ้าใครไม่มาเจอกับตัวไม่รู้หรอกว่าภาพนึงว่าจะมาเป็นชิ้นงานประชาสัมพันธ์แลกมากับความปวดกระบาลแค่ไหน กว่าจะติดต่อสื่อสารคุยงานกันได้ อาจจะต้องคุยกันตั้งแต่ชาติที่แล้ว (อันนี้ขอส่งกำลังใจให้ผู้จัดในไทยทุกเจ้า) ในขณะที่ศิลปินประเทศอื่นเขาภาพก็มี คลิปก็พร้อม อยากได้อะไรบอก ศิลปินแอคทีฟโซเชียลตลอดเวลา ส่วนญี่ปุ่น ศิลปิน introvert เกินครึ่งประเทศ ติ่งใช้ชีวิตด้วยการรอคอยฟ้าประทานภาพใหม่คอนเทนต์ใหม่ไปวันๆ อีก (เสพแต่ผลงานของแทร่555) 2. สื่อ (material) ประชาสัมพันธ์มีน้อย มีให้นิดเดียวหรือไม่ให้เลย (เพราะติดลิขสิทธิ์หนักมาก) 3. ไม่มีเงินจ้างแต่อยากได้อินฟลูฟรี อยากมีเอนเกจแต่ไม่เข้าหา อินฟลูสายญี่ปุ่นในไทยบอกเลยว่า "งานฟรี" มากกว่า "งานจ้าง"นะ 55555ไปด้วยใจกันจริงๆเหอะ 4.ไปขอเขาฟรี แต่มาพร้อมกับกฎเยอะแยะมากมาย 5.สื่อไปดูมาเขียนชม สุดท้ายให้ลบโพสต์ (*ด้วยเหตุผลหลายอย่างอันนี้ถ้าเล่าจะยาวมาก) 6.คนติดต่อประชาสัมพันธ์บางคนเองก็ไม่ได้เข้าใจด้อม ไม่เข้าใจศิลปิน ไม่เข้าใจการสื่อสาร ไม่เข้าใจอะไรเลย 7.แฟนคลับรักมากแค่ไหนสุดท้ายมีแค่หยิบมือ ซื้อไม่ทันบ้าง ประชาสัมพันธ์ไม่เข้าถึงมั่ง 8.วนกลับไปที่คำว่า "เขาไม่ขายนอกเกาะ" เขาเลยไม่มีความรู้สึกอยากเข้าหาโลก หรือบางทีเขามาแล้วแต่ยังไม่ได้ผลเขาก็ถอดใจกลับบ้าน หรือยังไงเงินที่บ้านมันก็ดีกว่า เขาก็ไม่กลับมาอีก บางทีทีมจัดการญี่ปุ่น เขาติดกรอบคำว่า "ถ้าไม่พร้อม ไม่มา" มันทำให้เขาไม่ได้ออกนอกประเทศกันซักที เราเป็นคนที่ดูศิลปินแบบต้องใช้คำว่ามีทั้ง "ตกอับแล้วเลยมาไทย" "อยากมาเพิ่มฐานแฟนเพราะคิดว่าง่าย" หรือ "ศิลปินอินดี้ที่ไม่มีอะไรจะเสีย" จากหลายประเทศมาเยอะ แต่พวกนี้คือเขามีความกล้าที่จะมา พร้อมไม่พร้อมแต่กูมาแล้วอะ แล้วหน้างานคือมันจอย มีดี มันฟินมาก ประเทศไทยเป็นประเทศที่แฟนคลับน่ารักมากและพร้อมที่จะเติมพลังให้ศิลปินทุกคนแบบสุดๆ ถ้าคนกล้ามาเราก็พร้อมเปิดรับ แต่พอไม่มา มันเหมือนคนมันรักอยู่ข้างเดียวปะ ในขณะที่ศิลปินประเทศอื่นเข้าถึงง่ายกว่า อย่างน้อยก็ไม่ล็อคโซนละหนึ่ง จะฟังเพลงก็มีสตรีมมิ่ง มีเพลงให้ใช้ในโซเชียล รูปภาพมีเยอะแยะเอาไปใช้ทำโปรโมททำโปรเจ็คได้ ไม่ติดลิขสิทธิ์ ถึงแฟนคลับในไทยมีเป็นล้านคนก็ทำอะไรไม่ได้ถ้าญี่ปุ่นไม่ให้ ไม่มีอะไรให้ประชาสัมพันธ์เลย ภาพศิลปินก็ไม่มีให้ใช้ เพลงก็ไม่รู้จะขายยังไงเพราะบางคนไม่ลงสตรีมมิ่ง คลื่นวิทยุที่เปิดเพลงญี่ปุ่นมีน้อยมาก โพสต์ลงโซเชียลไม่ได้ด้วยนะผิดกฎ ต้องเข้ากลุ่มแชร์กันเอง เสพกันเอง ปั้นกันเอง อวยกันเอง มันจะไปยังไงอ่า เหมือนเราทุ่มให้เขาไปหมดใจแต่สุดท้ายเขาไม่รัก 555 หรือสุดท้ายเขาแคร์แค่อยากขายฝรั่ง (อันนี้มีนะไม่ใช่ไม่มี AEC คือไม่อยู่ในสายตา) ความสำเร็จของเขามองที่ว่าคนขาวให้การยอมรับมากกว่า เราทำได้เหมือนเป็นทาสรักไปวันๆ แบบไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันจริงๆ นี่ยังไม่พูดถึงประเด็น "แฟนคลับ Gatekeeping กันเอง" ด้วยอีกนะ ข่มกันด้วยคำว่า ชอบตั้งแต่เมื่อไร คุณได้ภาษาญี่ปุ่น N ไหน ไปดู live มากี่ครั้ง หูยยยยย ยังมีอะไรให้บ่นอีกเยอะอะ

เราติ่งค่าย J มานาน ตั้งแต่ยุครุ่งโรจน์ ยุคโดนเขย่าบัลลังก์จากโทโฮชิงกิ ยุคขาลง ยุคแตกดับ ยุคทรงๆ ยุคปัจจุบัน เราเห็นการพัฒนานะ แต่มันโคตรช้า แถมยาก เชย ล้าสมัยสุดๆ 2 ปีก่อนเราได้ไปคอนเสิร์ตเอเชียร์ทัวร์ของนานิวะดันชิ คอนเสิร์ตดีทุกอย่างแต่ติดอย่างเดียว(มากๆ) คือ การไม่มีล่ามช่วง MC ซึ่งการไปเล่นคอนเสิร์ตต่างบ้านต่างเมือง คุณควรจะมีล่ามแปลภาษาท้องถิ่นให้ผู้ชมฟังอะ ต่อให้ผู้ชมมันจะพอฟังญี่ปุ่นออก(เพราะการ Gatekeep ที่ยาวนานของมึง จนทำให้แฟนทุกคนต้องเรียนภาษาญป) แต่ตามมารยาทคุณต้องมีเพื่อให้เกียรติแฟนคลับพื้นถิ่น ค่ายใหญ่แทบจะที่สุดในเกาะญี่ปุ่น เรื่องแค่นี้ยังคิดไม่ได้ คุณจะไปได้ไกลกว่านี้ได้ยังไงวะ จากใจติ่งเดนตายนะ ขอบอกเลยว่าค่ายที่อยากจะขายตปท แต่ทำได้แค่สักจะขาย ขายแบบกล้าๆ กลัว ขายแบบติดหล่มอีโก้ ไม่มีทางประสบความสำเร็จระดับโลกได้อย่างแน่นอน




เราติ่งค่าย J มานาน ตั้งแต่ยุครุ่งโรจน์ ยุคโดนเขย่าบัลลังก์จากโทโฮชิงกิ ยุคขาลง ยุคแตกดับ ยุคทรงๆ ยุคปัจจุบัน เราเห็นการพัฒนานะ แต่มันโคตรช้า แถมยาก เชย ล้าสมัยสุดๆ 2 ปีก่อนเราได้ไปคอนเสิร์ตเอเชียร์ทัวร์ของนานิวะดันชิ คอนเสิร์ตดีทุกอย่างแต่ติดอย่างเดียว(มากๆ) คือ การไม่มีล่ามช่วง MC ซึ่งการไปเล่นคอนเสิร์ตต่างบ้านต่างเมือง คุณควรจะมีล่ามแปลภาษาท้องถิ่นให้ผู้ชมฟังอะ ต่อให้ผู้ชมมันจะพอฟังญี่ปุ่นออก(เพราะการ Gatekeep ที่ยาวนานของมึง จนทำให้แฟนทุกคนต้องเรียนภาษาญป) แต่ตามมารยาทคุณต้องมีเพื่อให้เกียรติแฟนคลับพื้นถิ่น ค่ายใหญ่แทบจะที่สุดในเกาะญี่ปุ่น เรื่องแค่นี้ยังคิดไม่ได้ คุณจะไปได้ไกลกว่านี้ได้ยังไงวะ จากใจติ่งเดนตายนะ ขอบอกเลยว่าค่ายที่อยากจะขายตปท แต่ทำได้แค่สักจะขาย ขายแบบกล้าๆ กลัว ขายแบบติดหล่มอีโก้ ไม่มีทางประสบความสำเร็จระดับโลกได้อย่างแน่นอน

มีหลายสิ่งที่อึดอัด และหลายอย่างที่วนกลับไปที่ว่า "เขาไม่ขายนอกเกาะ" แต่ศิลปินที่ขายนอกเกาะ บางครั้งก็ "ติดกรอบ" ของตัวเอง อันนี้ไม่ได้พูดถึงศิลปินนะ แต่ในเรื่องของการจัดการและระบบการดูแลของเขาค่ะ เชื่อว่าทุกคนที่ดูศิลปินญี่ปุ่นรู้ถึงความเต็มที่ ความเป็นมืออาชีพของเขา ดูคอนเสิร์ตญี่ปุ่นเรากล้าพูดว่า เรายังไม่เคยเจอคอนเสิร์ตที่เสียดายเงิน (เราอาจจะยังดูไม่มากพอด้วย) แต่การจัดการหลายอย่างในคอนเสิร์ตต่างประเทศ...พูดไปก็คงจะยาวมาก แบบว่าติ๊กฟ้าเราคุ้มชัวร์ เราเป็นแค่ติ่งปลายแถวด้วยซ้ำถ้าเทียบกับคนอื่น แต่ชีวิตอีกฝั่งนึงของเราคือฝั่งสื่อมวลชนและประชาสัมพันธ์ค่ะ กรอบที่วงญี่ปุ่นไปได้ไม่ไกล เอาคร่าวๆ เร็วๆ เรื่องการขายและการประชาสัมพันธ์เลยนะ 1. ไม่ให้อะไรแต่อยากได้ sold out ทางญี่ปุ่นมีกฎหยุมหยิมมากมายที่ถ้าใครไม่มาเจอกับตัวไม่รู้หรอกว่าภาพนึงว่าจะมาเป็นชิ้นงานประชาสัมพันธ์แลกมากับความปวดกระบาลแค่ไหน กว่าจะติดต่อสื่อสารคุยงานกันได้ อาจจะต้องคุยกันตั้งแต่ชาติที่แล้ว (อันนี้ขอส่งกำลังใจให้ผู้จัดในไทยทุกเจ้า) ในขณะที่ศิลปินประเทศอื่นเขาภาพก็มี คลิปก็พร้อม อยากได้อะไรบอก ศิลปินแอคทีฟโซเชียลตลอดเวลา ส่วนญี่ปุ่น ศิลปิน introvert เกินครึ่งประเทศ ติ่งใช้ชีวิตด้วยการรอคอยฟ้าประทานภาพใหม่คอนเทนต์ใหม่ไปวันๆ อีก (เสพแต่ผลงานของแทร่555) 2. สื่อ (material) ประชาสัมพันธ์มีน้อย มีให้นิดเดียวหรือไม่ให้เลย (เพราะติดลิขสิทธิ์หนักมาก) 3. ไม่มีเงินจ้างแต่อยากได้อินฟลูฟรี อยากมีเอนเกจแต่ไม่เข้าหา อินฟลูสายญี่ปุ่นในไทยบอกเลยว่า "งานฟรี" มากกว่า "งานจ้าง"นะ 55555ไปด้วยใจกันจริงๆเหอะ 4.ไปขอเขาฟรี แต่มาพร้อมกับกฎเยอะแยะมากมาย 5.สื่อไปดูมาเขียนชม สุดท้ายให้ลบโพสต์ (*ด้วยเหตุผลหลายอย่างอันนี้ถ้าเล่าจะยาวมาก) 6.คนติดต่อประชาสัมพันธ์บางคนเองก็ไม่ได้เข้าใจด้อม ไม่เข้าใจศิลปิน ไม่เข้าใจการสื่อสาร ไม่เข้าใจอะไรเลย 7.แฟนคลับรักมากแค่ไหนสุดท้ายมีแค่หยิบมือ ซื้อไม่ทันบ้าง ประชาสัมพันธ์ไม่เข้าถึงมั่ง 8.วนกลับไปที่คำว่า "เขาไม่ขายนอกเกาะ" เขาเลยไม่มีความรู้สึกอยากเข้าหาโลก หรือบางทีเขามาแล้วแต่ยังไม่ได้ผลเขาก็ถอดใจกลับบ้าน หรือยังไงเงินที่บ้านมันก็ดีกว่า เขาก็ไม่กลับมาอีก บางทีทีมจัดการญี่ปุ่น เขาติดกรอบคำว่า "ถ้าไม่พร้อม ไม่มา" มันทำให้เขาไม่ได้ออกนอกประเทศกันซักที เราเป็นคนที่ดูศิลปินแบบต้องใช้คำว่ามีทั้ง "ตกอับแล้วเลยมาไทย" "อยากมาเพิ่มฐานแฟนเพราะคิดว่าง่าย" หรือ "ศิลปินอินดี้ที่ไม่มีอะไรจะเสีย" จากหลายประเทศมาเยอะ แต่พวกนี้คือเขามีความกล้าที่จะมา พร้อมไม่พร้อมแต่กูมาแล้วอะ แล้วหน้างานคือมันจอย มีดี มันฟินมาก ประเทศไทยเป็นประเทศที่แฟนคลับน่ารักมากและพร้อมที่จะเติมพลังให้ศิลปินทุกคนแบบสุดๆ ถ้าคนกล้ามาเราก็พร้อมเปิดรับ แต่พอไม่มา มันเหมือนคนมันรักอยู่ข้างเดียวปะ ในขณะที่ศิลปินประเทศอื่นเข้าถึงง่ายกว่า อย่างน้อยก็ไม่ล็อคโซนละหนึ่ง จะฟังเพลงก็มีสตรีมมิ่ง มีเพลงให้ใช้ในโซเชียล รูปภาพมีเยอะแยะเอาไปใช้ทำโปรโมททำโปรเจ็คได้ ไม่ติดลิขสิทธิ์ ถึงแฟนคลับในไทยมีเป็นล้านคนก็ทำอะไรไม่ได้ถ้าญี่ปุ่นไม่ให้ ไม่มีอะไรให้ประชาสัมพันธ์เลย ภาพศิลปินก็ไม่มีให้ใช้ เพลงก็ไม่รู้จะขายยังไงเพราะบางคนไม่ลงสตรีมมิ่ง คลื่นวิทยุที่เปิดเพลงญี่ปุ่นมีน้อยมาก โพสต์ลงโซเชียลไม่ได้ด้วยนะผิดกฎ ต้องเข้ากลุ่มแชร์กันเอง เสพกันเอง ปั้นกันเอง อวยกันเอง มันจะไปยังไงอ่า เหมือนเราทุ่มให้เขาไปหมดใจแต่สุดท้ายเขาไม่รัก 555 หรือสุดท้ายเขาแคร์แค่อยากขายฝรั่ง (อันนี้มีนะไม่ใช่ไม่มี AEC คือไม่อยู่ในสายตา) ความสำเร็จของเขามองที่ว่าคนขาวให้การยอมรับมากกว่า เราทำได้เหมือนเป็นทาสรักไปวันๆ แบบไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันจริงๆ นี่ยังไม่พูดถึงประเด็น "แฟนคลับ Gatekeeping กันเอง" ด้วยอีกนะ ข่มกันด้วยคำว่า ชอบตั้งแต่เมื่อไร คุณได้ภาษาญี่ปุ่น N ไหน ไปดู live มากี่ครั้ง หูยยยยย ยังมีอะไรให้บ่นอีกเยอะอะ


ยูตะ: มีแฟนคลับประเภทที่เรียกว่าซาแซงครับ คือกลุ่มคนที่พยายามล้วงเรื่องชีวิตส่วนตัวของพวกเรา ตอนนี้ก็น้อยลงแล้วนะ แต่เมื่อก่อนตอนที่ยังอยู่หอพักกับเมมเบอร์ จะมีแฟนคลับประมาณ 30 คนมาดักรออยู่ตลอดเวลา แล้วพวกนั้นก็จะคอยส่งข่าวให้กันแบบตอนนี้อยู่ตรงนี้นะ ๆ -



ไปกันใหญ่และประเทศไทย

ยกตัวอย่างค่ะ ลองหาดูในตต ค่ะ แล้วจะทราบ ตอนนี้เทรนจมน้ำมาแรง55555555555555555555 ที่เค้าห้ามก็น่าจะเพราะมันไปสีขาวติดสิ่งต่างๆในโรงเรียนด้วยมั้ง

Is it okay to not finish a book? ชอบคำตอบที่มาจากเรื่องเล่าสมัยไฮสคูลของ Lewis Pullman ตอนทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านหนังสือ เจ้าของร้านเขียนประโยคหนึ่งแปะไว้ในร้านว่า "A book can change your life." แล้วก็บอกกับ Pullman ว่า “บนโลกนี้มีหนังสือมากมายเกินกว่าที่เราจะอ่านได้หมดทุกเล่ม ถ้าหนังสือเล่มนั้นมันไม่ดึงดูดคุณ ก็แปลว่ามันอาจจะเป็นหนังสือสำหรับคนอื่น งั้นก็วางมันลงเถอะ เพื่อที่คุณจะได้มีเวลามากขึ้นในการตามหาหนังสือเล่มที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตของคุณได้จริง ๆ” Aww🥹












