im retweetledi
im
153 posts

im retweetledi
im retweetledi
im retweetledi
im retweetledi
im retweetledi

🫵🏻เมื่อวานขอบคุณที่มาหากันน้าา🫵🏻
ดีใจที่ได้เจอทุกคนคั้บหวังว่าทุกคนจะสนุกกันน้าคับเมื่อวานนี้ คนทางบ้านไม่ต้องน้อยใจ ดีใจที่ทุกคนเข้ามาดูในไลฟเหมือนกัน!! ชนหมัดหนึ่งที ละไว้เจอกันใหม่ รัก รัก รัก 🤟🏻🤧🤍
#hongshihoshi
#LetsGoHONGSHI_Presstour

ไทย
im retweetledi
im retweetledi
im retweetledi
im retweetledi
im retweetledi
im retweetledi
im retweetledi
im retweetledi
im retweetledi
im retweetledi
im retweetledi
im retweetledi
im retweetledi

เห็นดราม่าที่มีคนตัดสินแฟนคลับด้วยการห้อยตุ๊กตาแล้วแบบ ประโยคนั้นขึ้นมาเลยอะ ลดความเป็นติ่งเพิ่มความเป็นคน คือไม่ใช่ทุกคนจะมีเงินพร้อมซื้อตุ๊กตามาห้อยรึเปล่า การเป็นแฟนคลับไม่ควรถูกตีด้วยมูลค่าทรัพย์สินภายนอกอะ แค่ซัพพอร์ตเล็กๆน้อยๆเท่าที่จะทำได้ หรือแค่รักและหวังดีกับศิลปินก็เพียงพอที่จะเป็นแฟนคลับที่ดีคนนึงแล้วมั้ยอะ
ไทย
im retweetledi

สิ่งที่จับได้จากรักครูเท่าโลกเลย EP.4 คือ การเลือกใช้วิธีเล่าเรื่องแบบ mirroring มาวางเป็นแกนในอีพีนี้ โดยปล่อยให้คนดูค่อย ๆ เห็นผ่านภาพที่สะท้อนกันไปมาจนเริ่มเข้าใจเองว่า ถึงจะเป็นคนละตัวตน แต่ลึก ๆ แล้ว “แกนข้างใน” ของโซลาร์กับซันยังเป็นคนเดียวกันอยู่
ซีนที่พบเมฆยืนมองซันกำกับละคอน ก่อนจะตัดไปอดีตที่โซลาร์ชวนซ้อมละครด้วยกัน มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูคนคนเดิมในคนละช่วงเวลา แพชชันต่อการแสดงของโซลาร์ยังคงอยู่ ไม่ได้ถูกลดทอนหายไป และไม่ได้เปลี่ยนรูปไปไหน แค่ย้ายบริบทจากนักแสดงมาเป็นผู้กำกับที่อยากเล่าเรื่องในแบบของตัวเองมากขึ้น มันเลยทำให้รู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่ใช่แค่ความชอบ ความหลงใหล แต่เป็นรากฐานของตัวตนที่ยังคงอยู่เหมือนเดิม
หรือซีนซันแก้บทให้ออโรร่ากับเอลซ่าได้เป็นนางเอกทั้งคู่ แล้วตัดไปที่โซลาร์ในอดีตที่แก้สถานการณ์บนเวทีแบบเฉพาะหน้า มันยิ่งชัดขึ้นไปอีกว่าความเหมือนกันไม่ได้อยู่แค่สิ่งที่ชอบอย่างการแสดง แต่รวมไปถึงวิธีคิด วิธีมองโลก และวิธีมองคนอื่นด้วย ความหัวไว การเป็นผู้นำ หรือความเข้าใจคนรอบข้างของโซลาร์กับซัน มันโผล่ออกมาเหมือนกันในจังหวะที่เกิดปัญหาแต่ยังสามารถแก้ไขได้ในรูปแบบของตัวเอง ซึ่งสิ่งนี้มันแสดงออกมาจากจิตใต้สำนึกและสัญชาตญาณของทั้งคู่ นอกจากนั้นซีนนี้ยังยิ่งตอกย้ำให้เรารู้สึกว่าคนคนนี้เกิดมาเพื่อเป็นครูจริง ๆ
มาถึงประโยคในละคอนของเด็ก ๆ ที่ว่า “เธอได้พบกับตัวเธออีกคนหนึ่ง” ตอนที่เปิดเผยว่ามีนางเอกสองคน ส่วนตัวคิดว่ามันคือการใช้พล็อตรองในละคอนเล็ก ๆ สะท้อนธีมหลักของเรื่องใหญ่ เพราะมันคือธีมเดียวกับโซลาร์และซัน ซึ่งไม่ใช่แค่การมีสองตัวตนในร่างเดียว แต่คือการค่อย ๆ ตระหนักว่าอีกด้านหนึ่งที่เราไม่เข้าใจ หรือไม่เคยรับรู้มาก่อนมันก็เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนเราอยู่ดี เหมือนกับที่สโนไวท์กินน้ำวิเศษแล้วมีอีกตัวตนนึงโผล่ออกมา
ซีนที่เหลืออย่างภาพการเดินวนเป็นวงของเด็ก ๆ ที่ถูกวางคู่กับอดีตของโซลาร์และพบเมฆ ก็ยิ่ง reinforce ว่าอีพีนี้ตั้งใจใช้ภาพซ้ำ จังหวะซ้ำ เพื่อเชื่อมทุกอย่างเข้าหากัน ทั้งอดีตและปัจจุบัน หรือโซลาร์และซัน ให้มันคุยกันเองโดยไม่ต้องอธิบายออกมาเป็นไดอะล็อก พอรวมทั้งหมดเข้าด้วยกันก็จะเห็นเลยว่าซีรีส์ไม่ได้เล่าแค่ว่า “โซลาร์กับซันมีสองตัวตนในร่างเดียว”แต่กำลังบอกว่า สองตัวตนนั้นไม่เคยแยกขาดจากกันได้อย่างสิ้นเชิง




ไทย






























