OK.No.OK.
10K posts

OK.No.OK.
@notqualifly
แอคนี้เลือก 🍊🍊🍊 ตั้งแต่ อนค ถึง ปชช เปลี่ยนใจได้ ถ้านโยบายดีพอ รอคอยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศ



พิพัฒน์ยกเลิกร่วมคณะลงพื้นที่ดูแลนด์บริดจ์ 8 พ.ค.นี้ รอผลศึกษา 90 วัน ย้ำไม่ได้ขุดคลองทำแยกประเทศ ชี้เป็นเรือธงหาเสียงตั้งแต่ปี 62 วันนี้ (5 พฤษภาคม) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการคลัง เป็นประธานศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า ในวัน 8 พฤษภาคมนี้ ตนไม่ได้เดินทางลงพื้นที่ เพราะรอผลการศึกษาจาก คณะกรรมการชุดของเอกนิติ ที่จะดำเนินการศึกษาระยะเวลา 90 วัน ตามที่ได้รับมอบหมายให้เรียบร้อยก่อน พิพัฒน์ระบุอีกว่า การศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์จะต้องศึกษาใหม่ทั้งหมด ทั้งเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสิ่งที่ประเทศไทยจะได้รับ พร้อมยืนยันว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้ทำเพียงเฉพาะระบบรางอย่างเดียว แต่จะมีระบบถนน ระบบท่อขนส่งพลังงาน แต่เชื่อว่าระยะเวลาการศึกษาจะอยู่ตามกรอบที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไว้ เมื่อถามว่า จะทำความเข้าใจต่อเสียงคัดค้านของประชาชนอย่างไร พิพัฒน์กล่าวว่า จะต้องทำความเข้าใจทั้งผลดีและผลเสีย โดยเฉพาะคนในพื้นที่จังหวัดชุมพรและระนอง ที่จะได้สิทธิในการทำมาหากินในพื้นที่ของตนเอง รวมถึงมีการสงวนอาชีพให้กับผู้ที่เสียโอกาส กลุ่มประมงพื้นบ้าน พิพัฒน์ยังกล่าวด้วยว่า ไม่สามารถห้ามกรณีมีการชุมนุมปักหลักหน้าทําเนียบรัฐบาลได้ เพราะถือเป็นสิทธิของแต่ละคน แต่ก็ต้องทำความเข้าใจและชี้แจงให้ชัดว่าสิ่งที่ประเทศจะได้คืออะไร ทั้งนี้ขอให้รอผลการศึกษา ซึ่งไม่อยากพูดไป ซึ่งอาจจะถูกหรือผิดก็ได้ ส่วนกลุ่ม NGO ที่คัดค้าน พิพัฒน์กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเป็นคนในหรือนอกพื้นที่ แต่อย่าลืมว่าทุกครั้งที่จะดำเนินการโครงการขุดคอคอดกระในอดีต หรือคลองไทย อาจจะมีบางสิ่งที่ไม่สามารถทำให้เดินหน้าได้ แต่ปัจจุบันสถานการณ์โลกเปลี่ยนไป ก็ต้องทำการศึกษาใหม่ว่าจะคุ้มหรือไม่กับการลงทุนครั้งในครั้งนี้ และก่อนหน้านี้ก็เคยมีการลงทุนในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เชื่อว่าผู้ที่คัดค้านมีความกังวลเรื่องการทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติ ซึ่งหากผ่านภูเขา ก็จะใช้วิธีการสมัยใหม่ทำเป็นอุโมงค์ ฉะนั้นการทำลายระบบนิเวศก็จะน้อยลง แต่เชื่อว่าจะต้องมีการพัฒนา และทำการศึกษา เมื่อถามว่า โครงการแลนด์บริดจ์จะไม่แท้งเหมือนโครงการคลองไทยใช่หรือไม่ พิพัฒน์ย้ำว่า อยู่ที่ผลการศึกษา อย่าให้ตนชี้ว่าอะไรถูกหรือผิด แต่ในฐานะของกระทรวงคมนาคมอะไรที่ทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทย หรือมีโอกาสฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ก็จะหยิบยกขึ้นมา เพื่อบอกว่าประเทศไทยถึงเวลาแล้วกับการพัฒนาในส่วนนี้ ส่วนที่เหตุใดการทำโครงการใหญ่นี้จึงไม่ถูกบรรจุไว้ในนโยบายรัฐบาล พิพัฒน์ระบุว่า โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เคยพูดมาแล้วก่อนหน้านี้ และถือเป็นนโยบายธงเดิมที่ทำการหาเสียง และเมื่อกลับมาดูแลกระทรวงคมนาคม จึงนำมาเป็นธงในการดำเนินการต่อ ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา #TheStandardNews



ชาวญป.เขียนเรื่องช้างถึงพี่น้องชาวไทย เรียนพี่น้องชาวไทยทุกท่าน ท่านทราบหรือไม่ว่ามีช้างจากประเทศไทยตัวหนึ่งอยู่ที่สวนสัตว์อุสึโนมิยะ ประเทศญี่ปุ่น เธอถูกส่งไปญี่ปุ่นตั้งแต่อายุ 6 เดือน ชื่อของเธอก็คือมิยาโกะ ปัจจุบันมิยาโกะอายุ 52 ปีแล้ว ตลอด 52 ปีที่ผ่านมา มิยาโกะใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังในพื้นที่เล็กๆ ต้องเผชิญกับอากาศหนาวเย็นของจังหวัดโทจิกิโดยเฉพาะในฤดูหนาว ดิฉันเข้าใจว่าช้างเป็นสัญลักษณ์สำคัญของชาติและวัฒนธรรมไทย ดิฉันขอร้องท่านโปรดให้ชีวิตที่ดีกว่าแก่มิยาโกะและโปรดดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพราะเธอต้องทนทุกข์ทรมานมานานแล้ว










[ จับตาประชุม ครม. พรุ่งนี้ ! กฎหมายใดจากสภาชุดที่แล้วจะได้ “ไปต่อ” vs. ถูก “ปัดตก” | 8 ตัวอย่างปัญหา ที่จะแก้ไขได้ยากขึ้น หากกฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่ได้ไปต่อ (เช่น ฝุ่น-มลพิษ ค่าครองชีพ ส่วยใบอนุญาต) ] . ผมอยากชวนพี่น้องประชาชนจับตาดูว่าพรุ่งนี้ ที่ประชุม ครม. จะมีมติรับรองให้กฎหมายฉบับใดบ้างที่ค้างจากสภาชุดที่แล้ว ให้ได้ไปต่อ เนื่องจากมีหลายฉบับที่ผมและพรรคประชาชนเคยร่วมกันเสนอเข้าสภาและเห็นว่ามีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาของประชาชน . เพื่อให้เห็นภาพ ผมขอยกตัวอย่างปัญหาที่จะยังคงดำรงอยู่ในสังคมไทย และถูกแก้ไขได้ยากขึ้น หาก ครม. ไม่มีมติให้กฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ไปต่อ: . 1. ค่ามือถือที่แพงขึ้น อินเทอร์เน็ตที่ช้าลง และ ค่า GP ที่สูงขึ้น เพราะการแข่งขันที่ผูกขาดหรือถูกกดทับ [พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า] . 2. สุขภาพที่แย่ลง จากอากาศที่ไม่บริสุทธิ์ ฝุ่น PM2.5 และการปล่อยสารมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม [พ.ร.บ. อากาศสะอาด / พ.ร.บ. PRTR] . 3. กระบวนการขอใบอนุญาตที่ล่าช้า ซ้ำซ้อน และเปิดช่องให้มีการเรียกรับสินบนเพื่อแลกกับความสะดวก [พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกฯ] . 4. โอกาสที่ขาดไปในการปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ทุกรายพร้อมกัน โดยไม่ต้องให้ถูกฟ้องล้มละลายก่อน [พ.ร.บ. ล้มละลาย] . 5. วันลา-เวลาพักผ่อน-ค่าล่วงเวลาที่ไม่เพียงพอ จากสัญญาจ้างที่คุ้มครองแรงงานต่ำกว่ามาตรฐานสากล [พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน] . 6. โครงสร้างการบริหารงานบุคคลด้านการศึกษา ที่ลดทอนการมีส่วนร่วมของครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง [พ.ร.บ. ยกเลิกประกาศ-คำสั่ง คสช. ด้านการศึกษา] . 7. การดำเนินคดีกับประชาชนทั่วไป ที่ขาดเอกสารสิทธิ์ในที่ดินที่ทำกินและอาศัยอยู่กันมาหลายรุ่น [พ.ร.บ. คืนความเป็นธรรมเรื่องที่ดิน] . 8. กระบวนการยุติธรรมที่เสี่ยงจะไม่เสมอภาคกันระหว่างทหาร-พลเรือน ในคดีทุจริต-คดีซ้อมทรมาน [พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร] . หากมีร่างใดที่เราเห็นว่าควรได้ไปต่อ แต่ ครม. ไม่มีมติยืนยันในการประชุม ครม. วันพรุ่งนี้ (5 พ.ค.) ทางผมและพรรคประชาชนจะใช้กลไกการประชุมวิปฝ่ายค้านในการซักถามตัวแทนจากสำนักเลขาธิการ ครม. ถึงเหตุผล เพื่อพิจารณาเสนอให้ ครม. ทบทวนการตัดสินใจ เนื่องจาก ครม. ยังสามารถมีมติได้ในการประชุมครั้งถัดไป (12 พ.ค.) ซึ่งจะยังคงทันกรอบเวลาที่ถูกกำหนดไว้โดยรัฐธรรมนูญ ว่า ครม. จะต้องมีมติภายใน 60 วันหลังการประชุมรัฐสภาครั้งแรก (ซึ่งจะครบในวันที่ 14 พ.ค.)

















