PAN retweetledi
PAN
58.4K posts

PAN retweetledi
PAN retweetledi

🔴Tony Fernandes ผู้ก่อตั้ง AirAsia เรียกร้องให้เลื่อนการขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบินของไทย 1,120 บาทออกไปอีกหนึ่งปี เพื่อรักษาสถานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ
"สายการบินต้องการพื้นที่หายใจมากกว่าการถูกรัฐบาลเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม การเรียกเก็บภาษีเพิ่มจากค่าโดยสารที่ปรับราคาตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น อาจทำให้ค่าโดยสารสูงเกินไปสำหรับนักเดินทางแบบประหยัด"

ไทย
PAN retweetledi
PAN retweetledi
PAN retweetledi
PAN retweetledi

[ รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ]
.
ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นกลไกปกติของรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรการรับมือวิกฤตตามฤดูกาล
.
แต่สิ่งที่ไม่ปกติและแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือการปรากฏตัวของคณะองคมนตรีหลายท่าน ได้แก่ พลากร สุวรรณรัฐ, พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ, พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท, พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง และเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อ “ให้กำลังใจและคำแนะนำ” ในการรับมือภัยแล้งครั้งนี้
.
มองเผินๆ นี่อาจดูเหมือนความห่วงใยต่อประชาชนในยามวิกฤต แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่องคมนตรีเข้า "คลุกวงใน" กับการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ชวนให้ตั้งคำถามสำคัญถึงความเหมาะสมในทางหลักการ
.
ตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง เพื่อรักษาความเป็นกลางและเสถียรภาพของสถาบันโดยไม่ทรงเข้ามาข้องเกี่ยวโดยตรงกับอำนาจบริหาร
.
ขณะที่องคมนตรี ซึ่งมีขอบเขตหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าเป็นผู้ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ ย่อมต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อรักษาดุลยภาพนั้น และต้องไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดต่อสาธารณะอันอาจถูกตีความได้ว่าเป็นการแทรกแซงฝ่ายบริหาร
.
ในความเป็นจริง เส้นแบ่งระหว่างการ “ให้คำแนะนำ” กับ “การมีอิทธิพลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน” นั้นบางเบาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทย “คำแนะนำ” จากผู้สวมหัวโขนที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ย่อมถูกปฏิเสธได้ยาก และมักได้รับน้ำหนักเหนือกว่าข้อสั่งการหรือแนวนโยบายของผู้ปฏิบัติงานจริงที่หน้างาน
.
คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและข้าราชการในที่ประชุม บกปภ.ช. จะสามารถปฏิเสธหรือตั้งคำถามต่อ “คำแนะนำ” เหล่านั้นได้จริงหรือ? ในทางปฏิบัติคงเป็นไปได้ยากยิ่ง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมองคมนตรีจึงไม่ควรเข้าร่วมประชุมสำคัญของฝ่ายบริหาร เพราะหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องรับคำแนะนำเหล่านั้นแทบทั้งหมดไปปฏิบัติโดยอัตโนมัติ
.
และที่สำคัญที่สุดคือหลักความรับผิดรับชอบ (Accountability) ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลคือฝ่ายที่ประชาชนเลือกเข้ามา มีหน้าที่ใช้อำนาจบริหารและต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวผ่านกลไกตรวจสอบของรัฐสภา ต่างจากองคมนตรีที่มีที่มาจากการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย และไม่มีกลไกที่จะต้องรับผิดชอบทางการเมืองหรือกฎหมายต่อสาธารณะ
.
หาก “คำแนะนำ” เหล่านั้นถูกนำไปปฏิบัติแล้วเกิดความล้มเหลว สังคมจะสามารถเรียกหาความรับผิดชอบจากผู้ให้คำแนะนำได้หรือไม่? หรือสุดท้ายรัฐบาลต้องเป็นผู้แบกรับแทน?
.
พรรคประชาชนเห็นว่ารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การปล่อยให้เกิดสภาวะเช่นนี้รังแต่จะสร้างความสับสนว่า ใครคือผู้บริหารประเทศตัวจริง ระหว่างผู้ที่ประชาชนเลือกเข้ามา หรือผู้ที่ไม่มีสถานะทางการเมืองโดยตรงแต่มีบทบาทในกระบวนการบริหารอย่างต่อเนื่อง
.
ไม่มีใครปฏิเสธความปรารถนาดีต่อประชาชน แต่ในระบอบประชาธิปไตย “ความหวังดี” ต้องอยู่บนฐานของความถูกต้องตามหลักการ
.
องคมนตรีจึงต้องวางตัวอย่างระมัดระวังที่สุด ไม่ให้ “คำแนะนำ” กลายสภาพเป็น “ข้อสั่งการ” โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนับล้าน ซึ่งสมควรเป็นหน้าที่และการตัดสินใจของฝ่ายบริหารที่จะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

ไทย
PAN retweetledi
PAN retweetledi
PAN retweetledi
PAN retweetledi
PAN retweetledi
PAN retweetledi

โคตรน่าสงสารคนโบกธงเลย กลายเป็นแพะหมายเลข 1 ต่อให้เค้าโบกตลอดถ้าคนขับรถไฟมันไม่ดูสุดท้ายเหตุก็เกิดอยู่ดี
หรือต่อให้คนขับมันเห็นธง แต่ระยะเบรคที่ต้องใช้ไม่ต่ำกว่า 500 เมตรยังไงก็ชนรถเมล์อยู่ดี แต่นักข่าวทำเหมือนคนโบกธงคือต้นเหตุ🤔
คนโบกธงไม่ใช้สไปเดอร์แมนที่จะเอาตัวเองลงไปหยุดรถไฟได้ ต่อให้คนขับมันไม่เยี่ยวม่วงถ้าตอนนั้นมันเลิ่นเล่อไม่มองธงก็เกิดเหตุอยู่ดี
ไปๆมาๆคนโบกธงต้องมาขอโทษคนเสียชีวิตแทนไอ้คนที่มักง่ายทั้งหลาย ยุติธรรมสัสๆ
ไทย
PAN retweetledi
PAN retweetledi
PAN retweetledi
PAN retweetledi
PAN retweetledi

1 วันหลังเกิดเหตุสภาพพพพพ ก่อนว่าประเทศไม่เจริญต้องหันมาดูประชากรก่อนเลย
Bangkok Lad@bangkoklad
The morning after
ไทย
PAN retweetledi

“คนเราลืมแฟนเก่าได้จริงไหม?”
คำถามนี้อาจดูเหมือนประโยคธรรมดาในบทสนทนาเรื่องความรัก แต่ในทางจิตวิทยา มันคือคำถามใหญ่เกี่ยวกับ “ระบบความผูกพันของมนุษย์” ว่าความสัมพันธ์หนึ่ง เมื่อสิ้นสุดลงแล้ว มันจบลงจริงหรือเพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบการดำรงอยู่ในใจเราเท่านั้น
งานวิจัยเรื่อง The Long-Term Stability of Affective Bonds After Romantic Separation: Do Attachments Simply Fade Away? ของ Jia Y. Chong และ R. Chris Fraley
ผลการศึกษาพบว่า สำหรับคนส่วนใหญ่ ความผูกพันหลังการเลิกราจะค่อยๆ ลดลงตามเวลา แต่ไม่ได้หายไปทันที โดยจุดกึ่งกลางของการเปลี่ยนผ่านนี้อยู่ที่ประมาณ 4 ปี หลังความสัมพันธ์สิ้นสุดลง
กล่าวอีกแบบคือ สมองและอารมณ์ของมนุษย์ใช้เวลานานมากในการเปลี่ยนใครสักคนจาก “ศูนย์กลางทางอารมณ์” ให้กลายเป็นเพียง “บุคคลในความทรงจำ”
สิ่งนี้อธิบายได้ว่าทำไมหลายคน แม้จะเลิกกันไปนานแล้ว แต่ยังมีบางช่วงเวลาที่อีกฝ่ายย้อนกลับมาในความคิด บางคนฝันถึงแฟนเก่าโดยไม่ได้ตั้งใจ บางคนเผลอเปรียบเทียบคนใหม่กับคนเดิม หรือบางคนยังรู้สึกใจสั่นเมื่อได้ยินชื่อหรือกลิ่นที่เชื่อมโยงกับอดีต ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าพวกเขา “อ่อนแอ” หรือ “ยังไม่ move on” เสมอไป แต่อาจเป็นเพราะระบบความผูกพันของมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ลบใครออกไปได้เหมือนการลบไฟล์ในคอมพิวเตอร์
งานวิจัยยังพบอีกว่า ความผูกพันนี้จะคงอยู่ยาวนานขึ้นในคนที่มีลักษณะ anxious attachment หรือคนที่กลัวการถูกทอดทิ้ง ต้องการความมั่นคงทางอารมณ์สูง รวมถึงในกรณีที่ยังติดต่อกับแฟนเก่า ยังติดตามกันผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมากเป็นพิเศษ
น่าสนใจว่า งานวิจัยชิ้นนี้แยกความแตกต่างระหว่าง “การยังมีความผูกพันทางอารมณ์” กับ “การอยากกลับไปคบ” ออกจากกันอย่างชัดเจน เพราะหลายคนไม่ได้ต้องการรีเทิร์นความสัมพันธ์อีกแล้ว แต่ในระดับลึกของจิตใจ อีกฝ่ายยังคงเป็นบุคคลสำคัญในระบบอารมณ์ของพวกเขาอยู่
ท้ายที่สุด งานวิจัยนี้อาจกำลังบอกเราว่า การเติบโตหลังความสัมพันธ์จบลง ไม่ได้หมายถึงการไม่มีความรู้สึกเหลืออยู่เลย แต่อาจหมายถึงการที่อีกฝ่ายไม่ได้เป็น “ศูนย์กลางของระบบอารมณ์” ของเราอีกต่อไป แม้ร่องรอยบางอย่างจะยังคงอยู่ก็ตาม
งานวิจัยต้นฉบับ: journals.sagepub.com/doi/10.1177/19…

ไทย
PAN retweetledi


















