ตอมอ𓈒 ✿ ꒱ ₊⋆
448K posts


ทำไมไม่เอาปลาหมอคางดำไปทำอาหารหมา อาหารแมวอ่ะ กระป๋อง 9 บาท ได้ปลาเป็นตัวขนาดนั้น คือทุกวันนี้เปียกแงวซองนึงก็เฉียดๆ 20 บาทละ ก็ปลาเหมือนกันป่ะ

ประสบการณ์เคยโดน HR สามคนมานั่งบีบให้ลาออก ตอแหล บอกว่าเราเป็นเด็กทดลองงานบริษัทไม่สามารถเลิกจ้างได้ผิดกฎหมาย พล่ามสารพัด เราเลยให้คุยกับ จนท กรมแรงงานที่ถือสายฟังอยู่ เพราะเริ่มรำคาญความตอแหลเลยโทรหากรมแรงงานให้ช่วยฟังก่อนเข้าห้อง จนท ด่าเปิงเลยค่าว่ากฎหมายประเทศไหน ไปเอาที่ไหนมาพูด ส๊าาาาแก่ใจมากแต่ต้องตีหน้านิ่งเพราะเป็นเหยื่อ สรุปว่าได้ชดเชยจึ้งๆ ประสบกาณ์ฝังหัวแบบไม่เคยยอมให้บริษัทไหนเอาเปรียบ

นึกถึงจนทกรมแรงงานคุยกับ hr ตอนแรก hr มั่นใจมากว่าเลิกจ้างได้เลยไม่ผิด ทำตามกฎบริษัท พนงเซ็นรับรู้กฎนี้ตั้งแต่เข้าทำงานแล้ว เจอจนทสวนว่ากฎบริษัทที่ตั้งแบบแย้งกับกฎหมายน่ะหรอ คิดว่าฟ้องร้องขึ้นมาศาลจะยึดเอากฎไหนเป็นหลักล่ะ? hr อึ้งรับทานจ้า

หาาาาาาาาา การ์ดบั้มคอร์ติสต้องขูดออกถึงจะเห็นรูป แบบใหม่มาก

พิพัฒน์ยกเลิกร่วมคณะลงพื้นที่ดูแลนด์บริดจ์ 8 พ.ค.นี้ รอผลศึกษา 90 วัน ย้ำไม่ได้ขุดคลองทำแยกประเทศ ชี้เป็นเรือธงหาเสียงตั้งแต่ปี 62 วันนี้ (5 พฤษภาคม) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการคลัง เป็นประธานศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า ในวัน 8 พฤษภาคมนี้ ตนไม่ได้เดินทางลงพื้นที่ เพราะรอผลการศึกษาจาก คณะกรรมการชุดของเอกนิติ ที่จะดำเนินการศึกษาระยะเวลา 90 วัน ตามที่ได้รับมอบหมายให้เรียบร้อยก่อน พิพัฒน์ระบุอีกว่า การศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์จะต้องศึกษาใหม่ทั้งหมด ทั้งเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสิ่งที่ประเทศไทยจะได้รับ พร้อมยืนยันว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้ทำเพียงเฉพาะระบบรางอย่างเดียว แต่จะมีระบบถนน ระบบท่อขนส่งพลังงาน แต่เชื่อว่าระยะเวลาการศึกษาจะอยู่ตามกรอบที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไว้ เมื่อถามว่า จะทำความเข้าใจต่อเสียงคัดค้านของประชาชนอย่างไร พิพัฒน์กล่าวว่า จะต้องทำความเข้าใจทั้งผลดีและผลเสีย โดยเฉพาะคนในพื้นที่จังหวัดชุมพรและระนอง ที่จะได้สิทธิในการทำมาหากินในพื้นที่ของตนเอง รวมถึงมีการสงวนอาชีพให้กับผู้ที่เสียโอกาส กลุ่มประมงพื้นบ้าน พิพัฒน์ยังกล่าวด้วยว่า ไม่สามารถห้ามกรณีมีการชุมนุมปักหลักหน้าทําเนียบรัฐบาลได้ เพราะถือเป็นสิทธิของแต่ละคน แต่ก็ต้องทำความเข้าใจและชี้แจงให้ชัดว่าสิ่งที่ประเทศจะได้คืออะไร ทั้งนี้ขอให้รอผลการศึกษา ซึ่งไม่อยากพูดไป ซึ่งอาจจะถูกหรือผิดก็ได้ ส่วนกลุ่ม NGO ที่คัดค้าน พิพัฒน์กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเป็นคนในหรือนอกพื้นที่ แต่อย่าลืมว่าทุกครั้งที่จะดำเนินการโครงการขุดคอคอดกระในอดีต หรือคลองไทย อาจจะมีบางสิ่งที่ไม่สามารถทำให้เดินหน้าได้ แต่ปัจจุบันสถานการณ์โลกเปลี่ยนไป ก็ต้องทำการศึกษาใหม่ว่าจะคุ้มหรือไม่กับการลงทุนครั้งในครั้งนี้ และก่อนหน้านี้ก็เคยมีการลงทุนในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เชื่อว่าผู้ที่คัดค้านมีความกังวลเรื่องการทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติ ซึ่งหากผ่านภูเขา ก็จะใช้วิธีการสมัยใหม่ทำเป็นอุโมงค์ ฉะนั้นการทำลายระบบนิเวศก็จะน้อยลง แต่เชื่อว่าจะต้องมีการพัฒนา และทำการศึกษา เมื่อถามว่า โครงการแลนด์บริดจ์จะไม่แท้งเหมือนโครงการคลองไทยใช่หรือไม่ พิพัฒน์ย้ำว่า อยู่ที่ผลการศึกษา อย่าให้ตนชี้ว่าอะไรถูกหรือผิด แต่ในฐานะของกระทรวงคมนาคมอะไรที่ทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทย หรือมีโอกาสฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ก็จะหยิบยกขึ้นมา เพื่อบอกว่าประเทศไทยถึงเวลาแล้วกับการพัฒนาในส่วนนี้ ส่วนที่เหตุใดการทำโครงการใหญ่นี้จึงไม่ถูกบรรจุไว้ในนโยบายรัฐบาล พิพัฒน์ระบุว่า โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เคยพูดมาแล้วก่อนหน้านี้ และถือเป็นนโยบายธงเดิมที่ทำการหาเสียง และเมื่อกลับมาดูแลกระทรวงคมนาคม จึงนำมาเป็นธงในการดำเนินการต่อ ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา #TheStandardNews

แตะเงิน 7 หลักครั้งแรกในชีวิตตอนอายุเท่าไหร่


ชาวญป.เขียนเรื่องช้างถึงพี่น้องชาวไทย เรียนพี่น้องชาวไทยทุกท่าน ท่านทราบหรือไม่ว่ามีช้างจากประเทศไทยตัวหนึ่งอยู่ที่สวนสัตว์อุสึโนมิยะ ประเทศญี่ปุ่น เธอถูกส่งไปญี่ปุ่นตั้งแต่อายุ 6 เดือน ชื่อของเธอก็คือมิยาโกะ ปัจจุบันมิยาโกะอายุ 52 ปีแล้ว ตลอด 52 ปีที่ผ่านมา มิยาโกะใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังในพื้นที่เล็กๆ ต้องเผชิญกับอากาศหนาวเย็นของจังหวัดโทจิกิโดยเฉพาะในฤดูหนาว ดิฉันเข้าใจว่าช้างเป็นสัญลักษณ์สำคัญของชาติและวัฒนธรรมไทย ดิฉันขอร้องท่านโปรดให้ชีวิตที่ดีกว่าแก่มิยาโกะและโปรดดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพราะเธอต้องทนทุกข์ทรมานมานานแล้ว


แล้วเราจะมั่นใจได้ยังไงว่าการท่องเที่ยวมันจะอนุรักษ์ธรรมชาติตรงนั้นได้มากกว่าการทำแลนบริดง่ะ

คนที่เคยโดนเลิกจ้างหรือโดนเลย์ออฟ อยากจะบอกอะไรกับคนที่มีแนวโน้มจะโดนหรือยังไม่โดน?

อย่ายอมเขียนใบลาออกเด็ดขาด ต่อให้เขาบอกว่า ถ้าเขียนออกจะจ่ายเงินชดเชย เพราะสุดท้าย อาจจะเชิดเงินแล้วบอกว่าคุณลาออกเอง โดยเฉพาะเลิกจ้างกระทันหัน บอกวันนี้พรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงาน ถ้าเขียนลาออก จะกลายเป็นคุณขาดงานเอง กฎหมายช่วยอะไรไม่ได้ หนังสือเลิกจ้างเท่านั้น ให้ระบุมาด้วยจะจ่ายเท่าไหร่ทำงานถึงวันไหน ไม่ต้องเห็นใจนายจ้างเห็นใจตัวเองที่ต้องตกงานก่อน และโดยเฉพาะบริษัทอ้างไม่ผ่านโปรให้ออก ยังไงก็ต้องได้ชดเชยค่าตกใจตาม กม ถ้าไม่แจ้งล่วงหน้า และทำงานเกิน 119 วัน บริษัทมันชอบบิดเยอะ กอดเงินก่อนค่ะสำคัญ

แล้วดูที่เขาหาพนักงาน








