
เคยได้ยินเหมือนกันค่ะ เขาบอกว่าอย่ากลัวที่จะใช้เงินจ่ายเพื่ออะไรกับตัวเอง ยิ่งใช้เงิน เงินยิ่งดึงดูดเข้ามาหาเรา ถ้ากลัวเงินจะหมดไม่กล้าใช้เงินเลย เงินก็จะหมดจริงๆ
จีเซล
920 posts


เคยได้ยินเหมือนกันค่ะ เขาบอกว่าอย่ากลัวที่จะใช้เงินจ่ายเพื่ออะไรกับตัวเอง ยิ่งใช้เงิน เงินยิ่งดึงดูดเข้ามาหาเรา ถ้ากลัวเงินจะหมดไม่กล้าใช้เงินเลย เงินก็จะหมดจริงๆ

love boming คือกับดักความรักอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เราตกหลุมพราง ช่วงแรกเราจะดูเป็นคนพิเศษ ดูถูกรัก ทุ่มเทมาก ดูสำคัญที่สุดในชีวิตเขา ทุกอย่างดูเพอร์เฟคไปหมด แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราหลงเข้าไปแล้ว เขาจะเริ่มเปลียนไปเป็นตัวเอง จากนั้นจะเข้าสู่การ Gaslighting ลดคุณค่าในตัวเรา ควบคุมเราให้ทำตามสิ่งที่เขาต้องการ อะไรที่เขามองว่าไม่โอเคห้ามทำเด็ดขาด คนที่โดนจะติดอยู่ในวังวนนี้นาน เพราะจะคิดถึงแต่ช่วงแรกๆ ที่เขาทำดีด้วย แล้วหวังว่าเขาจะดีเหมือนเดิม ผ่านมาได้เพราะเริ่มรักตัวเอง รู้สึกไม่อยากเสียคุณค่าในตัวเองไปอีกแล้ว



อยากได้ผ้าปูใหม่ยกเซตค่ะ (รวมถึงผ้านวมด้วย) ราคาขอทั้งเซตไม่เกิน 10,000 บาท คุณภาพดีๆหน่อยค่ะ ใครมีตัวไหนโดนใจแนะนำทีค่ะ




คนที่ใช้บัตรเครดิต มีอะไรบอกคนที่ยังไม่ใช้บ้าง





เที่ยวต่างประเทศที่ไหนดี ที่ใช้งบน้อย อาหารอร่อย เดินทางสะดวกบ้างคะ

จุดเริ่มต้นที่ทำให้หลายคนหันมาออกกำลังกายคืออะไรหรอ ของเราลาออกจากงานแล้วว่างบวกกับน้ำขึ้นมา 10 กิโล เลยตัดสินใจไปเริ่มวิ่งเบาๆ วันละโลสองโล จนวันนี้ผ่านมา 5 ปีก็ยังออกกำลังกายอยู่ มันเสพติดไปแล้ว 😂


หนังสือที่ ‘ดีใจที่ได้อ่าน’ ในชีวิตนี้ จนอยากให้ถูกค้นพบเยอะๆ อยากให้คนอื่นได้อ่าน


ประโยคบอกรักที่ไม่มีคำว่ารักที่ชอบที่สุด


ความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน

ดวงอุปถัมภ์ ยิ่งคนตกถังข้าวสารยังไงในดวงก็มีบอกว่าคนนี้มีดวงอุปถัมภ์



ใครกำลังจะเข้าวงการแต่งบ้าน อยากแนะนำเฟอร์นิเจอร์ของ looms มากๆๆๆ เครือเดียวกับ sb คุณภาพคล้ายกันแต่ถูกกว่าหลายเท่า ใช้มาหลายปีก็ยังทน มีช้างมาประกอบให้ถึงที่ ไม่มีคชจ เตียง+ตู้เสื้อผ้า+โต๊ะไม่ถึงหกพัน อย่างคุ้ม

ขี้เกียจแต่ก็อยากรวย ลงทุนแค่ 3 กองนี้ ถือได้ยาวๆ จนเกษียณ! l New Gen Investor EP.82 กลยุทธ์การลงทุนแบบ "Lazy Portfolio" หรือพอร์ตการลงทุนสำหรับคนขี้เกียจแต่ฉลาด เพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวครับ แนวคิดหลัก: ขี้เกียจอย่างฉลาด (Lazy but Smart) แนวคิดนี้เริ่มต้นจากการยอมรับความจริงที่ว่า ในระยะยาวแทบไม่มีนักลงทุนหรือผู้จัดการกองทุนคนไหนสามารถเอาชนะตลาดได้อย่างสม่ำเสมอ, ความล้มเหลวส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการเลือกสินทรัพย์ผิด แต่เกิดจากการพยายามเอาชนะตลาดมากเกินไป และการมองข้ามค่าธรรมเนียมที่กัดกินผลตอบแทน ปรัชญาของ John Bogle (ผู้ก่อตั้ง Vanguard) คือ "อย่ามัวเสียเวลาหาเข็มในกองฟาง แต่จงซื้อกองฟางนั้นทั้งกอง" ซึ่งหมายถึงการไม่พยายามเฟ้นหาหุ้นรายตัวที่จะชนะตลาด (เข็ม) แต่ให้ซื้อหุ้นทั้งตลาด (กองฟาง) ผ่านกองทุนดัชนีหรือ ETF แทน องค์ประกอบของ Lazy Portfolio (สูตร 3 กองทุน) หลักการนี้เน้นการกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพในสินทรัพย์ที่เติบโตดีในระยะยาวและมีต้นทุนต่ำ โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก 1. หุ้นสหรัฐฯ (Total US Stock Market): เปรียบเสมือน "กองหน้า" หรือเครื่องยนต์หลักในการสร้างการเติบโต (Growth Engine) 2. หุ้นทั่วโลกนอกสหรัฐฯ (Total International Stock Market): เปรียบเสมือน "กองกลาง" เพื่อกระจายความเสี่ยงไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก 3. ตราสารหนี้ (Bond Market): เปรียบเสมือน "กองหลัง" หรือเบรกที่ช่วยประคองพอร์ตไม่ให้เสียหายหนักในช่วงวิกฤตและลดความผันผวน ======= การปรับพอร์ตสำหรับนักลงทุนไทย สำหรับคนไทย มีปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมคือ ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และ ความคุ้นเคย (Home Bias) รายการจึงแนะนำดังนี้ - ส่วนที่ 1 หุ้นสหรัฐฯ ยังคงแนะนำให้ลงทุน 100% ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพราะมีแนวโน้มเติบโตดีในระยะยาว ตัวอย่าง ETF ที่น่าสนใจ เช่น VTI, ITOT, SPY หรือ VOO ซึ่งให้ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 15 ปี อยู่ที่ประมาณ 13-17% ต่อปี - ส่วนที่ 2 หุ้นนอกสหรัฐฯ เพื่อกระจายความเสี่ยงไปยังยุโรป ญี่ปุ่น จีน หรือตลาดเกิดใหม่ ตัวอย่าง ETF เช่น VXUS หรือ IXUS ซึ่งมีผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 8% ต่อปี - ส่วนที่ 3 ตราสารหนี้ แนะนำให้ปรับมาใช้ ตราสารหนี้ไทย แทนตราสารหนี้สหรัฐฯ เพื่อลดความกังวลเรื่องความผันผวนของค่าเงินบาทและดอลลาร์ แม้ผลตอบแทนช่วงหลังอาจไม่โดดเด่นเท่าสหรัฐฯ แต่ในระยะยาว (10-15 ปี) ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกันที่ประมาณ 2-3% ต่อปี ====== การจัดสัดส่วนและการดูแลพอร์ต - สูตรของ Bogleheads มักแนะนำที่ 40/40/20 (หุ้นสหรัฐฯ 40%, หุ้นนอกสหรัฐฯ 40%, ตราสารหนี้ 20%) - การปรับตามอายุ - คนรุ่นใหม่ (20+ ปี): รับความเสี่ยงได้สูง อาจเพิ่มหุ้นเป็น 90% (45/45) และลดตราสารหนี้เหลือ 10% - วัยใกล้เกษียณ: ควรลดสัดส่วนหุ้นลงเพื่อความปลอดภัย เช่น ปรับเป็น หุ้นสหรัฐฯ 30%, หุ้นโลก 30%, และตราสารหนี้ 40% - การ Rebalancing: หากสัดส่วนเปลี่ยนไปมากเนื่องจากราคาดัชนีที่พุ่งสูงขึ้น ควรขายส่วนที่เกินและซื้อส่วนที่ขาดเพื่อรักษาความสมดุลของพอร์ตตามแผนเดิม ===== บทสรุป - การลงทุนแบบขี้เกียจไม่ได้แปลว่าไม่ใส่ใจ แต่เป็นการยอมรับว่าเราไม่จำเป็นต้องชนะตลอดเวลา - วิธีนี้จะไม่ทำให้เราได้ผลตอบแทนดีที่สุดหรือแย่ที่สุด แต่จะอยู่กลางตารางเสมอ และสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ - คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยได้ประมาณ 7-9% ต่อปี โดยไม่ต้องใช้เวลาหรือฝีมือในการคัดเลือกหุ้นมากนัก สรุป เราควรออมในสินทรัพย์ที่ถูกต้องและปล่อยให้เวลาทำงานครับ ^^ #FunManager