
[ เปลี่ยนเรือนจำจาก “พื้นที่ลงโทษ” เป็น “พื้นที่ฟื้นฟู” เพื่อคืนคนปกติกลับสู่สังคม ]
.
เป้าหมายของเรือนจำไม่ควรเป็นเพียงการ “จองจำ” เพื่อลงโทษให้หวาดกลัว แต่ต้องเป็นกระบวนการ “ฟื้นฟู” เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ที่ก้าวพลาดสามารถกลับมาใช้ชีวิตและยืนได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง เพราะหากระบบราชทัณฑ์ล้มเหลวในการคืนคนสู่สังคม สุดท้ายภาระทั้งหมดจะตกอยู่กับประชาชนและสวัสดิภาพของสังคมในระยะยาว
.
นี่คือข้อเสนอสำคัญจาก ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ @lawyerJammy สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ในการเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังและการกลับคืนสู่สังคม เพื่อชี้ให้เห็นถึงวิกฤตเชิงโครงสร้างในเรือนจำไทยที่หมักหมมมานาน
.
ศศินันท์ระบุว่า ปัญหานักโทษล้นเรือนจำคือวิกฤตที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทุกปี ปัจจุบันมีผู้ต้องขังจริงกว่า 300,000 คน ในขณะที่เรือนจำรองรับได้เพียง 200,000 คน นอกจากความแออัดแล้ว เรือนจำหลายแห่งยังมีอายุกว่า 100 ปี ขาดการปรับปรุงจนมาตรฐานต่ำกว่าสากล และที่สำคัญที่สุดคือระบบสิทธิสุขภาพที่เป็น “คอขวด” จนนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่ควรเกิด
.
อย่างกรณีที่เกิดขึ้นกับนักโทษการเมืองหลายคน เช่น “บุ้ง เนติพร” ซึ่งสะท้อนช่องโหว่ร้ายแรงเมื่อเรือนจำไม่มีแพทย์เวรดึก และปัญหาการจัดการกุญแจห้องขังในยามฉุกเฉินที่ล่าช้าจนรักษาชีวิตไว้ไม่ทัน หรือกรณี “เอกชัย หงส์กังวาน” ซึ่งสะท้อนมาตรฐานการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมต่อผู้ต้องขังการเมืองในการเข้าถึงการรักษานอกเรือนจำ
.
อีกหนึ่งตัวเลขที่น่าตกใจคือ “สถิติการกระทำความผิดซ้ำ” ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาซึ่งสูงถึง 33.87% สิ่งนี้สะท้อนว่าโครงการฟื้นฟูของกรมราชทัณฑ์ในปัจจุบันยังไม่ตอบโจทย์โลกความเป็นจริง เช่น การฝึกอบรมโคกหนองนาซึ่งผู้ต้องขังส่วนใหญ่ไม่มีพื้นที่รองรับเมื่อพ้นโทษ หรือการเน้นฝึกระเบียบวินัยและเรียนภาษาบาลี ซึ่งไม่ได้ช่วยให้พวกเขามีทักษะวิชาชีพพอที่จะประกอบอาชีพในภาคเอกชนได้
.
พรรคประชาชนเสนอว่า ภายใต้สภาวะสังคมสูงวัยและแรงงานลดลง เราไม่ควรทอดทิ้งใครไว้เบื้องหลัง แต่ควรเปลี่ยนวิธีคิดในการจัดการเรือนจำใหม่ ได้แก่
.
1️⃣ สิทธิสุขภาพต้องเท่าเทียม: ระบบส่งต่อผู้ป่วยต้องรวดเร็วและไม่มีคอขวด เพราะสิทธิในการรักษาพยาบาลคือสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน
2️⃣ เปลี่ยนห้องขังเป็นโอกาส: ทำ MOU กับภาคอุตสาหกรรมและมหาวิทยาลัย เพื่อให้มีการฝึกงานจริง มีการเรียนออนไลน์ และจัดสอบในเรือนจำ เพื่อให้พ้นโทษออกมาพร้อมวุฒิการศึกษาและทักษะที่ตลาดต้องการ
.
3️⃣ ลดการเข้าสู่เรือนจำ: ใช้มาตรการขังนอกเรือนจำและการให้สิทธิประกันตัว เพื่อลดความแออัดและลดงบประมาณที่รัฐต้องแบกรับ
.
ศศินันท์เน้นย้ำว่า การแก้ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่กระทรวงยุติธรรมเพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงกระทรวงการอุดมศึกษาฯ เพื่อร่วมกันออกแบบระบบที่สร้างคน ไม่ใช่แค่คุมขัง
.
พรรคประชาชนเชื่อว่า หากเราปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการเน้นลงโทษให้เข็ดหลาบ มาเป็นการสร้างระบบฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพ เราจะไม่ใช่เพียงแค่คืน “คนดี” แต่สามารถคืน “คนปกติ” ที่มีศักยภาพกลับสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยได้อย่างสง่างาม ปลอดภัย และยั่งยืนสำหรับทุกคน

ไทย























