papang

63.9K posts

papang banner
papang

papang

@the2tna

My sweet joy,I'll never forget you. ♡

bookstore Katılım Haziran 2020
157 Takip Edilen358 Takipçiler
papang retweetledi
อาเมะ ( ^ω^ )
ทุกวันนี้แทบไม่เหลือผู้ประกาศข่าวแล้ว มีแต่คนมานั่งเล่าข่าวชาวบ้านแบบเชิงละคร
Stann 👾@standpab

ประเทศเรายังมีช่องที่ออกข่าวแบบข่าวจริงจังน้ำเสียงจริงจัง ภาพจริงจังลักษณะนี้อยู่ไหมอ่ะ

ไทย
16
23.4K
7.8K
741.2K
papang retweetledi
รีแอคชั่น วิดีโอ🏳️‍🌈
คุณหนูตูนนำ 1 ก้าวเว่ออ อีสัด ชีปล่อยเอมวีมือเปล่าปิดจบ Era Angel Energy แล้วดูเอมวีโคตรบียอนด์ ความรักไม่จำกัดเพศ รักผู้หญิงโคตรมีความสุข รูลจูลส์ แค่ต้องโทษหัวใจเอาไว้ก่อน แล้วมีสปอยบั้มใหม่ด้วยนะ เท่านั้นมากก🪷
ไทย
45
12.9K
17.5K
1.7M
papang retweetledi
Mars 🫧🧸
Mars 🫧🧸@Marseillerrr·
ไทยเปนรัฐอิสลามหรอ? ใช้กฎศาสนาเปนกฎหมายเหรอ ก็ไม่ใช่ ทำไมถึงกล้าทำอะไรแบบนี้ ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นในประเทศมุสลิมเมื่อ 20 ปีที่แล้วคงไม่แปลก แต่นี่คือ 2026 ในประเทศที่ไม่ใช่ประเทศมุสลิม สังคมถดถอยขนาดไหนคนถึงกล้าทำอะไรแบบนี้ ไทยคือพังในทุกทาง ทุกมิติ
เต๋า@Taonoi2

ใครใจแข็งก็ไปดูคลิปเต็มที่เพจต้นเรื่อง มีทั้งคนบอกให้ตบทีละคน ให้ตัดไข่ ให้เลิกเป็นกะเทย มีคนตะโกนคำว่าตายออกมาได้หน้าตาเฉยตอนที่เขาพูดว่าต้องรอตำรวจมาเพราะถ้าให้ออกมาตอนนี้ไม่รู้จะได้เข้าโรงพยาบาลไหน ตอนแรกบอกว่าให้เรียกมานั่งคุยกันเฉยๆ พอมานั่งคุย ขอโทษ สาบานว่าจะไม่ทำอีกแต่มวลชนยังไม่พอใจ แล้วเจ้าของเพจที่ควบคุมคนไม่ได้ก็พยายามทำตามที่คนป่าเมืองเถื่อนบอกให้ทำ เริ่มจากบอกให้ตบหน้าตัวเองเพื่อสำนึกผิด คอมเมนท์บอกให้คนตบหน้า100คน พอตบหน้าเบาไปก็ไม่เอา ตบหน้าแรงขึ้นก็ไม่พอ อยู่ดีๆบอกให้โกนผม(นางไว้ผมยาวแล้วมัด) คลิปแรกไม่ใช่แค่บอกให้โกนผมด้วยซ้ำ อ่านปากกับท่าเอาเอง ย้ำอยู่นั่นแหละ เรายินยอมใช่ไหมที่จะโกนหัว ยินยอมบ้างพ่อมึงหรอมีคนทำตัวเป็นศาลเตี้ยเป็นร้อยๆมากดดันไม่ให้มึงกลับบ้าน เขาไม่ได้เรียกว่ายินยอมค่ะ แต่มันไม่มีทางเลือกแล้วอีเหี้ย คลิปสุดท้ายคือพูดกันโต้งๆเลยว่าอย่าทำเลียนแบบคนนี้เพราไม่งั้นอาจจะถึงแก่ชีวิต? นี่กุอยู่ประเทศที่ไม่มีกฏหมายไม่มีขื่อมีแปรเลยหรอ จะทำเหี้ยอะไรก็ได้ขนาดนี้เลยหรอถามจริงๆ

ไทย
77
20K
6K
1.1M
papang retweetledi
Stephanie♥Wyvern
Stephanie♥Wyvern@Wyvern_801·
การศึกษาประเทศกู เด็กใช้ทุ่ม/ตี/โมง/ยาม ไม่เป็น🤦
ไทย
44
13.7K
9K
547K
papang retweetledi
( ̄ー ̄)Zzzz
( ̄ー ̄)Zzzz@bbbbeta2·
ไปๆมาๆ โมงเช้า คือเวลาไทยแท้โบราณ แต่คนรุ่นใหม่ไม่รู้จัก แล้วไปเรียกว่าภาษาถิ่น คุ้นๆ เหมือนที่บอกว่าจริงๆสำเนียงสุพรรณเป็นสำเนียงไทยแท้ ออกเสียงตามการผันวรรณยุกต์ แต่คนติดสำเนียงจีน ไปเรียกเค้าว่าพูดเหน่อ
;-;@kunnmamu

แล้วอันนี้อะไร

ไทย
6
8.9K
4K
258.5K
papang retweetledi
papang retweetledi
The Momentum
The Momentum@themomentumco·
3 ปีหลังการจากไปของ ‘จีจี้’ ตัวเลขความรุนแรงในความสัมพันธ์เพิ่มขึ้น แต่สังคมยังตั้งคำถามกับ ‘เหยื่อ’ มากกว่าผู้กระทำ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2566 จีจี้-สุพิชชา ปรีดาเจริญ หญิงสาววัย 20 ปี ได้เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงโดยอดีตคนรัก และชื่อของ ‘จีจี้’ กลายเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียที่สร้างความสะเทือนใจแก่สังคม 3 ปีผ่านไป เรื่องราวของเธอถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้งโดยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ไม่ใช่เพียงเพื่อรำลึกถึงผู้จากไป แต่เพื่อชวนให้สังคมหันกลับมาตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า เหตุใดความสัมพันธ์ ซึ่งควรเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด จึงกลายเป็นพื้นที่อันตรายสำหรับใครบางคน คำถามนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อพิจารณาจากข้อมูลการติดตามข่าวของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ความรุนแรงในครอบครัวไม่ได้ลดลง ทว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี พบว่า ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 40% เหตุรุนแรงถึงชีวิตเพิ่มขึ้นเกือบ 45% และในกลุ่มคู่รักเอง ตัวเลขก็พุ่งสูงถึง 50-70% อย่างไรก็ตาม แม้โพสต์ดังกล่าวจะพยายามชวนให้สังคมตระหนักถึงความรุนแรงในความสัมพันธ์ผ่านข้อมูล ข้อเท็จจริง และบทเรียนจากกรณีของจีจี้ ทว่าสิ่งที่ผู้เขียนสังเกตเห็นกลับไม่ใช่เพียงเนื้อหาของโพสต์ แต่เป็นปฏิกิริยาคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวจำนวนไม่น้อย ที่ไม่ได้ทำความเข้าใจความรุนแรง แต่ตั้งคำถามต่อผู้เสียชีวิตแทน เช่น “ทำไมไม่เลิก” “ทำไมไม่หนี” หรือแม้กระทั่งโยงไปถึงเรื่องเงินและสถานะ ความคิดเห็นเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘การโทษเหยื่อ’ (Victim Blaming) อย่างชัดเจน และนี่คืออีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ความรุนแรงยังคงดำรงอยู่ เพราะตราบใดที่สังคมยังตั้งคำถามกับเหยื่อมากกว่าผู้กระทำ ความรุนแรงก็ยังมีพื้นที่ให้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า • ความรุนแรงในครอบครัวที่ทวีเพิ่มขึ้น จากข้อมูลการติดตามข่าวของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ในปี 2566 มีข่าวความรุนแรงในครอบครัว 1,086 ข่าว ก่อนจะเพิ่มเป็น 1,529 ข่าวในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 40% ภายในเวลาเพียง 1 ปี แต่สิ่งที่น่าห่วงยิ่งกว่าจำนวน คือระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ที่ขยับสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ข่าวการทำร้ายร่างกายเพิ่มจาก 433 เป็น 638 ข่าว ขณะที่เหตุฆ่ากันเพิ่มจาก 388 เป็น 562 ข่าว และเหตุฆ่ายกครัว เพิ่มจาก 3 เป็น 11 ข่าว ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ความรุนแรงไม่ได้เกิดบ่อยขึ้นเท่านั้น แต่กำลังนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงถึงชีวิตมากขึ้น ในความสัมพันธ์แบบคู่รัก แนวโน้มยิ่งชัดเจน การทำร้ายกันเพิ่มจาก 102 เป็น 153 ข่าว หรือเพิ่มขึ้น 50% ส่วนการฆ่ากันเพิ่มจาก 64 เป็น 109 ข่าว หรือสูงขึ้นกว่า 70% แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ที่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย กลับกลายเป็นจุดเสี่ยงของความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ปัจจัยกระตุ้นอย่างแอลกอฮอล์และยาเสพติดยังคงมีบทบาทสำคัญ แม้สัดส่วนจะใกล้เคียงเดิม แต่จำนวนเหตุที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นตามภาพรวมของความรุนแรงที่สูงขึ้น โดยมีปัจจัยกระตุ้นอย่างแอลกอฮอล์เกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรง จาก 316 เป็น 448 ข่าว หรือเพิ่มขึ้น 41.8% ยาเสพติดเกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรง จาก 283 เป็น 412 ข่าว หรือเพิ่มขึ้น 45.6% สะท้อนว่าปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงเป็นเชื้อไฟที่ทำให้ความรุนแรงในคู่รักปะทุขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention: CDC) ระบุว่า ความรุนแรงในความสัมพันธ์ (IPV) เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยและกระทบผู้คนจำนวนมากในสหรัฐฯ ทุกปี ผู้หญิงมากกว่า 1 ใน 3 คน หรือเกือบ 43.5 ล้านคน และผู้ชายมากกว่า 1 ใน 6 คน หรือ 20.7 ล้านคน เคยเผชิญความรุนแรงจากคนรัก ไม่ว่าจะเป็นการล่วงละเมิดทางเพศ การทำร้ายร่างกาย หรือการคุกคามติดตาม (Stalking) อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต เมื่อดูเฉพาะผู้หญิง พบว่า ประมาณ 1 ใน 5 เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ เกือบ 1 ใน 4 เคยถูกทำร้ายร่างกาย และราว 1 ใน 8 เคยถูกสะกดรอยตาม นอกจากนี้ ผู้หญิงเกือบ 1 ใน 3 ไม่เพียงเผชิญความรุนแรง แต่ยังได้รับผลกระทบตามมา เช่น บาดเจ็บทางร่างกาย ต้องหยุดงานหรือเรียน มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ต้องเข้ารับการรักษา หรือถึงขั้นแจ้งความกับตำรวจ ความรุนแรงลักษณะนี้มักเริ่มตั้งแต่อายุน้อย และอาจดำเนินต่อเนื่องไปตลอดชีวิต หากเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่นจะเรียกว่า ‘ความรุนแรงในการเดต’ (Teen Dating Violence) โดยมีผู้หญิงราว 16 ล้านคน และผู้ชาย 11 ล้านคน ระบุว่า เคยเจอความรุนแรงจากคนรักเป็นครั้งแรกตั้งแต่อายุต่ำกว่า 18 ปี อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของการเผชิญความรุนแรงไม่ได้เท่ากันในทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต เช่น ครอบครัว ชุมชน หรือสังคม ทำให้คนบางกลุ่ม โดยเฉพาะเยาวชนในบางบริบท มีความเสี่ยงสูงกว่าคนอื่น ในการเผชิญความรุนแรงทั้งทางเพศและทางร่างกายจากคนรัก • คืนโอกาสชีวิต ด้วยการไม่ทนต่อความรุนแรง ย้อนกลับไปในปี 2567 มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับ BBDO Bangkok และ สสส. เปิดตัวแคมเปญ Bring Back 2nd Chance of Life เพื่อชวนสังคมทบทวนความเชื่อเรื่องโอกาสครั้งที่สองในความสัมพันธ์ที่มีความรุนแรง พร้อมย้ำว่า การให้อภัยหรือกลับไปเริ่มต้นใหม่ อาจไม่ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเสมอไป และในบางกรณีอาจหมายถึงการไม่มีโอกาสครั้งต่อไปในชีวิต ซึ่งการจากไปของจีจี้สะท้อนบทเรียนสำคัญต่อสังคมใน 3 มิติ มิติแรก คือการยุติความรุนแรงในความสัมพันธ์ แนวคิดเลิกให้โอกาสที่ 2 กับความรุนแรง เตือนให้เห็นว่า เมื่อความรุนแรงเกิดขึ้นแล้ว มักมีแนวโน้มจะเกิดซ้ำ การตัดสินใจออกจากความสัมพันธ์ที่เป็นพิษจึงไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือการปกป้องชีวิตและอนาคตของตัวเอง มิติที่สอง คือการคืนโอกาสและความฝันให้คนรุ่นใหม่ จีจี้เป็นตัวแทนของเยาวชนที่มีศักยภาพและอนาคตที่ควรได้เติบโต การสูญเสียครั้งนี้จึงสะท้อนความสำคัญของการสร้างสังคมที่ปลอดภัย เพื่อให้เด็กและผู้หญิงได้มีโอกาสใช้ชีวิตและทำตามความฝันอย่างเต็มที่ มิติสุดท้าย คือปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการเข้าถึงอาวุธปืนในความสัมพันธ์ใกล้ชิด ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรถูกพูดถึงอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก และย้ำว่าความขัดแย้งไม่ควรถูกแก้ไขด้วยอำนาจหรือความรุนแรง • โทษเหยื่อ=ผลิตซ้ำความรุนแรง ปรากฏการณ์การโทษเหยื่อที่มักเห็นในพื้นที่คอมเมนต์ ไม่ใช่แค่ความเห็นส่วนบุคคล แต่เป็นการสะท้อนทัศนคติที่ฝังลึกในสังคม จนกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการยุติความรุนแรงและเป็นการโยนความรับผิดชอบจากผู้กระทำไปยังผู้ถูกกระทำ ราวกับว่าเหยื่อสามารถควบคุมหรือหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้ แต่ในความเป็นจริง ความรุนแรงในความสัมพันธ์มีความซับซ้อนมากกว่านั้น ผู้ที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มักเผชิญทั้งการควบคุมทางจิตใจ การข่มขู่ ความกลัว และความหวังว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนแปลง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การเดินออกมาไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คนนอกมอง ขณะเดียวกัน การโทษเหยื่อยังเชื่อมโยงกับโครงสร้างทางสังคม โดยเฉพาะกรอบคิดปิตาธิปไตย ที่มองความสัมพันธ์เป็นเรื่องส่วนตัว และมองว่าผู้หญิงคือต้นเหตุของปัญหา เมื่อเกิดความรุนแรง ความผิดจึงถูกผลักไปที่ผู้ถูกกระทำอย่างแนบเนียน แม้จะมีข้อมูล งานวิจัย และแคมเปญจากหลายภาคส่วนที่พยายามสื่อสารเรื่องความรุนแรงและการยุติการโทษเหยื่อมาอย่างต่อเนื่อง แต่บทสนทนาในสังคมกลับวนอยู่ที่จุดเดิม พื้นที่คอมเมนต์ยังถูกใช้เป็นพื้นที่ ‘ตัดสิน’ มากกว่าพื้นที่ ‘ทำความเข้าใจ’ ผู้เขียนเองได้มีโอกาสเขียนถึงประเด็นการโทษเหยื่อในหลายกรณี และยังคงเห็นว่าปัญหานี้ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เหยื่อหลายคนยังคงถูกตั้งคำถาม ถูกตัดสิน และถูกลดทอนความเป็นมนุษย์ สิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่คอมเมนต์ของโพสต์ดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ย้ำให้เห็นว่า เรายังมีหนทางอีกยาวไกลในการสร้างสังคมที่มีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจต่อกันมากกว่านี้ บางทีจุดเริ่มต้นอาจไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่อาจเป็นเพียงการตั้งคำถามง่ายๆ กับตัวเองว่า เรากำลังมองเหยื่อด้วยความเข้าใจ หรือด้วยอคติ และก่อนจะพิมพ์ข้อความใดลงไปในพื้นที่สาธารณะ อาจต้องถามอีกครั้งว่า คำพูดของเราจะช่วยเยียวยาหรือซ้ำเติม เพราะการกล่าวโทษเหยื่อไม่ได้ช่วยอะไรทั้งนั้น แต่เป็นการผลิตซ้ำความรุนแรงและตอกย้ำบาดแผลของผู้ถูกกระทำ ท้ายที่สุดนี้ ผู้เขียนขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ จีจี้-สุพิชชา ปรีดาเจริญ และเหยื่อของความรุนแรงทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ถูกจดจำในหน้าข่าวหรือไม่ก็ตาม ทุกคนล้วนสมควรได้รับความเป็นธรรมไม่ต่างกัน อ้างอิง - cdc.gov/intimate-partn… - facebook.com/share/p/1BruJU… - bit.ly/4dXNhur เรื่อง: นลินี ค้ากำยาน ภาพ: ชมพูนุท สะราคำ #TheMomentum #Gender #ความรุนแรงในครอบครัว #ความรุนแรงในความสัมพันธ์ #การโทษเหยื่อ #VictimBlaming #GenderViolence #จีจี้สุพิชชา #สุพิชชาปรีดาเจริญ
The Momentum tweet media
ไทย
2
7.3K
2.6K
370.4K
papang retweetledi
lolifroyd 😼🤍
lolifroyd 😼🤍@_lolifroyd·
ปีนี้มันร้อนมากอ่ะ ร้อนชนิดที่ว่าออกไปนอกบ้านแป๊บเดียวรู้สึกแสบๆร้อนๆที่ผิว ร้อนแบบเอาไม่อยู่ ทำไมมันถึงร้อนขนาดนี้ นี่เชื่อเลยว่าไม่ถึง10ปี อากาศน่าจะทะลุ50องศา 😭
ไทย
26
34K
11.6K
653.4K
papang retweetledi
Vintage’s Soul at Night ⁷
Vintage’s Soul at Night ⁷@vint_tothemoon·
จัดอันดับเพลงญป.ของบังทันที่อยากได้ยินในคอนโตเกียว อันดับ 7 For you มีความสุขมากครับ อันดับ 6 Don’t Leave Me อิมแพคครับ อันดับ 5 Stay Gold หวนชวนคิดถึงครับ อันดับ 4 light ซึมครับ อันดับ 3 LetGo เหม่อครับ อันดับ 2 Your eyes tell ร้องไห้หนักครับ อันดับ 1 Crystal Snow เสียชีวิตครับ
ไทย
14
3.7K
3.1K
61.7K
papang retweetledi
Helianthus🌻
Helianthus🌻@HM_Minjee·
ปรมาจารย์ลัทธิมาร คือนิยายเกย์ แต่ซีรีส์บิดให้เป็นมิตรภาพ สุดท้ายดังระเบิด แม่โม่ได้ค่าลิขสิทธิ์ นิยายขายดี ตีพิมพ์หลายภาษา แต่พอเป็นซีรีส์ไทย กลัวคนดูจะรู้ว่าสร้างจากการ์ตูนเกย์ ตั้งเงื่อนไขสารพัด ไม่ให้เอ่ยถึง พอเจ้าของไม่ขายลขส. เอาการ์ตูนเขาไปบิดเป็นมิตรภาพ ใจร้ายเกิน
บันทึกที่เปิดเผยแห่งอโยธยา@livingincnx

สวัสดีค่ะ เรามีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งอยากนำมาแบ่งปันเป็นข้อคิดเล็กๆ สำหรับผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานและมี IP เป็นของตัวเองค่ะ เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล ซึ่งอาจมีรายละเอียดบางส่วนเป็นความเข้าใจในมุมของผู้เล่าเพียงฝ่ายเดียวค่ะ มีนักวาดคนหนึ่งได้พัฒนาการ์ตูนเรื่องหนึ่งขึ้นมา และผลงานดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ชมในวงกว้าง มีการพูดถึงและส่งต่อกันในสื่อออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ต่อมา มีผู้เขียนบทคนหนึ่งแสดงความสนใจในผลงานดังกล่าว จึงติดต่อให้นักวาดเข้าไปพบเพื่อเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ และได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการนำการ์ตูนไปพัฒนาเป็นสื่อในรูปแบบอื่นโดยขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลปใดๆ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง  แต่ว่าภายหลังจากการเจรจารอบแรกสิ้นสุด  ผู้ติดต่อได้นัดพบและขอยกเลิกการเจรจาโดยแจ้งว่าสาเหตุมาจากในแท็กเรื่องของนักวาดนั้น มีการชงชิปรวมถึงแฟนอาร์ตและแฟนฟิคที่ค่อนข้างจะล่อแหลมเกินไป จึงไม่ต้องการให้มีการกล่าวโยงมาถึงชื่อเรื่องหรือชื่อนักวาด จากนั้นจึงได้มีการเสนอทางเลือกให้พิจารณา 2 แนวทาง ได้แก่ 1.นักวาดเซ็นสัญญาด้วยข้อตกลงเดิมโดยได้รับค่าตอบแทนตามที่มีการเสนอให้ แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใด ๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด 2.ยุติการเจรจาทั้งหมด โดยทางนั้นได้เสริมว่า มีความประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้แต่แรกอยู่แล้ว และจะทำต่อโดยจะไม่หยิบเอาเอเลเมนต์ที่นักวาดสร้างขึ้นมาในเรื่องไปใช้ ในกรณีนี้ นักวาดได้ตัดสินใจเลือกยุติการเจรจา และไม่ได้เข้าร่วมในกระบวนการใด ๆ ต่อจากนั้น ต่อมามีตัวแทนแจ้งว่าจะชดเชยค่าเดินทางให้กับนักวาดและส่งเอกสารสำหรับกรอกข้อมูลมาให้ ทว่าเมื่อมีการโอนและได้ตรวจสอบข้อมูลทางเอกสารในภายหลัง กลับพบว่ารายการดังกล่าวถูกระบุจากค่าเดินทางเป็นค่าที่ปรึกษา จึงทำให้ผู้เล่าเกิดความสับสนและเกิดข้อสงสัย เนื่องจากวัตถุประสงค์ของค่าเดินทางกับค่าที่ปรึกษานั้นแตกต่างกัน เรื่องราวที่ออกมาเล่านี้ส่วนหนึ่งเพราะต้องการปกป้องและเยียวยาความรู้สึกของแฟนคลับที่ได้รับผลกระทบจากความเข้าใจผิดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากให้เป็นกรณีศึกษาถึงความสำคัญในการตรวจสอบรายละเอียด เงื่อนไขและเอกสารเชิงพาณิชย์ต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน  ทั้งนี้เรายังคงสนับสนุนและอยากให้ทุกคนเปิดใจให้กับผลงานที่ถูกสร้างขึ้นมาแล้วด้วยความทุ่มเทของทุก ๆ ฝ่ายที่ไม่ทราบเรื่องราวใด ๆ ก่อนหน้าเช่นเดิมค่ะ ขอบคุณค่ะ

ไทย
20
34.5K
17.4K
1.8M
papang retweetledi
小
@lostyouinmay·
555555555555555555
小 tweet media
9
13.1K
10.9K
445.5K
papang retweetledi
月
@lastmooninoct·
เกือบรักไม่ไหวแล้ว
月 tweet media
ไทย
0
1.6K
2K
58.7K
papang retweetledi
พี่จองกุก ♡ ⁷
Set list คอนเสิร์ตวันแรก 1. Holigan 2. Aliens 3. RUN BTS 4. they don't know 'bout us 5. Like Animals 6. FAKE LOVE 7. SWIM 8. Merry Go Round 9. 2.0 10. NORMAL 11. Not Today 12. Mic Drop 13. FYA 14. Fire 15. Body to Body 16. IDOL 17. Come Over 18. Butter 19. Dynamite 20. Mikrokosmos 21. I NEED U 22. Please 23. Into the Sun
English
3
9.2K
8.9K
172.4K
papang retweetledi
All of my life♡̶‘ttp’
ไอ่เหี้ยยยย คัมนี้กุพุดเลยกำไรอิอาร์มี่สัดๆ เพลงดีทุกเพลงไม่พอ แถม MV ก็ไม่ได้ทำเล่นๆ กุจะบ้า ฟิน😭
ไทย
0
4.5K
5.5K
55.1K
papang retweetledi
ᴍᴏ - ʜʏᴜɴɢ ( ၴႅၴ
ขอกราบ hooligan เป็น mv ที่เราเหมือนคนบ้าอะ กรี๊ดตั้งแต่พี่จิน ยังไม่สุดเสียงกูกรี๊ดพี่โฮปต่อ ตามด้วยจองกุกนัมจุน วนมาพี่โฮปใหม่ อะน้องแทผมทรงตรงยาว ตามด้วยยุนกิจีมินอีก ตายๆๆ แรงมากเกินคาดหมายไปมาก😭
ไทย
5
5.1K
6.2K
78.4K
papang retweetledi
sad boy .
sad boy .@bbigkachu·
ชอบมากกก
sad boy . tweet media
ไทย
1
3.8K
4.2K
180.8K
papang retweetledi
$anta doesnt know u like i do
$anta doesnt know u like i do@indyg4m3over·
เวลาเหนเด้กร้องไห้ไม่อยากตื่นเช้าไปโรงเรียน ละแม่เด้กบอก ดูพวกพี่ ๆ เค้าตื่นเช้าไปทำงาน ยังไม่เหนร้องเลย กุอยากตอบมากก ว่ากุทั้งกรี๊ดทั้งร้องไห้เหมือนกัน แค่ทำทุกอย่างในห้องปิด
ไทย
0
38.6K
17.4K
537.7K