บัส เทวฤทธิ์

20.8K posts

บัส เทวฤทธิ์ banner
บัส เทวฤทธิ์

บัส เทวฤทธิ์

@Bus_Te

เทวฤทธิ์ มณีฉาย ENFJ เล่นกีฬาเป็นเป็ดทุกชนิด ฯลฯ บล็อกรวมงาน https://t.co/vSSrRf5CAw

Entrou em Eylül 2009
582 Seguindo6.3K Seguidores
บัส เทวฤทธิ์
มาตรฐานจริยธรรม ที่เอามาใช้เป็น Super รัฐธรรมนูญ ใช้คล่องขณะนี้ ออกโดยศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ รวมทั้งตัดสินโดยพวกเขาเอง ซึ่งขัดกับหลักแบ่งแยกอำนาจและถ่วงดุลชัดเจน ที่สำคัญตัวมันเองอาจไม่ได้ทำตามกระบวนการที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญว่าต้องรับฟังความเห็นจาก สส สว ครม ก่อน เพราะตอนนั้นไม่มี สส มีแต่ สนช. แล้วจะอ้างว่าฟัง สนช.แล้วก็ไม่ได้ เพราะ สนช. ไม่ได้มีที่มาที่สะท้อนตามระบอบประชาธิปไตยอย่างที่เป็นอยู่เหมือน สส. ตอนนั้นคงคิดว่าประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ ประยุทธ์ จะรีบคืนอำนาจ เลยเขียนล็อคตัวไว้ภายใน 1 ปี ปรากฎว่าประยุทธ์อยู่ต่อเฉย
บัส เทวฤทธิ์@Bus_Te

'มาตรฐานจริยธรรม' ที่ใช้อยู่นี้ ไม่ผ่านกระบวนการตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ม.219 วรรคสอง แถมบทที่มากำกับเรื่องกรอบเวลาการออกที่ต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ก็ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงที่ตอนนั้น 1 ปีแล้ว ก็ยังไม่มี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ข้อเท็จจริง 1. 'มาตรฐานทางจริยธรรม' นี้ ประกาศเมื่อวันที่ 18 ม.ค.2561 2. ขณะนั้นยังไม่มี สส.และ สว. มีเพียง สนช. ซึ่งอยู่จนถึง 21 พ.ค.62 3. โดย สส. ชุดแรกตามรัฐธรรมนูญ 60 เลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค.62 เริ่มประชุมนัดแรก 25 พ.ค.62 ส่วน สว.ชุดแรกเริ่ม 11 พ.ค.62 4. ดังนั้น 'มาตรฐานจริยธรรม' ที่ใช้อยู่นี้ ไม่ผ่านการรับฟังความเห็นของ สส. และ สว. ตาม รัฐธรรมนูญ ม.219 วรรคสอง แน่นอน ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญดันวางกรอบเวลาให้จัดทำ 'มาตรฐานจริยธรรม' นี้ ไว้ในบทเฉพาะกาล ม.276 ให้ทำให้เสร็จภายใน 1 ปี หลังจากรัฐธรรมนูญ 60 ประกาศใช้ ซึ่งแปลว่าเจตนาก็ต้องการให้มี สส. สว. ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก่อน 1 ปี หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ด้วย ไม่เช่นนั้นถ้าทำไม่เสร็จพ้นจากตำแหน่ง แต่ประยุทธ์ดันอยู่ไปอีกเกือบ 2 ปี (คือวันที่ 23 ม.ค.62 ที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไป) ก่อนจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. 62 จากรัฐธรรมนูญประกาศใช้ 6 เม.ย.60

ไทย
0
1
1
10
บัส เทวฤทธิ์
[ กางแผนที่นำทาง "จุลพันธ์": วาระแห่งการเปลี่ยนผ่าน พัฒนาสวัสดิการและสร้างอำนาจต่อรองของแรงงาน ] . การก้าวขึ้นมารับไม้ต่อในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ในปี 2569 นับเป็นการเข้ามารับตำแหน่งท่ามกลางระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจและสังคมที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน บนบริบทโลกที่ผันผวนอย่างหนัก โจทย์ใหญ่ที่รอการสะสางบนโต๊ะทำงานครั้งนี้คือการกอบกู้ศักดิ์ศรีและสร้างความมั่นคงให้แก่ผู้ใช้แรงงานทั้งระบบผ่านสารพัดวาระเร่งด่วนอันเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ . ภารกิจแรกที่ถือเป็นรากฐานสำคัญคือการฝ่าวิกฤตค่าแรงขั้นต่ำ แม้รัฐบาลก่อนหน้าจะเคยปักธงเป้าหมายไว้ที่ 600 บาทภายในปี 2570 แต่ในความเป็นจริงค่าจ้างยังคงติดหล่มอยู่ที่ 337 - 400 บาท ซ้ำร้ายการปรับขึ้น 400 บาทยังกระจุกตัวอยู่แค่ในกรุงเทพมหานครและบางภาคส่วนของธุรกิจท่องเที่ยว สิ่งที่รัฐมนตรีต้องเร่งลงมือคือการแก้ปัญหา "บอร์ดค่าจ้างล่ม" จากองค์ประกอบกรรมการไตรภาคีที่ไม่สมบูรณ์ ควบคู่ไปกับการจับมือกระทรวงการคลังเพื่อคลอดมาตรการช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจ SMEs อย่างสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 30,000 ล้านบาทเพื่อลดแรงกระเพื่อมจากฝั่งนายจ้าง . ในขณะเดียวกันการยกระดับมาตรฐานแรงงานไทยสู่สากลก็เป็นวาระที่รอไม่ได้ รัฐมนตรีต้องแสดงเจตจำนงที่แน่วแน่ในการผลักดันการรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวกันจัดตั้งสหภาพแรงงาน การเจรจาต่อรองร่วมกัน และเสรีภาพในการสมาคม ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่ยืดเยื้อมานานกว่า 33 ปีเพื่อคืนสิทธิการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรองให้แก่แรงงาน การตัดสินใจนี้ไม่เพียงแต่เป็นเกราะป้องกันให้กับแรงงานตามสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ยังเป็นการป้องกันการถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษี (GSP) และเพิ่มน้ำหนักบนโต๊ะเจรจา FTA กับสหภาพยุโรปอีกด้วย . อีกประการหนึ่งคือความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมกำลังจะเกิดขึ้นผ่าน พรบ. คุ้มครองแรงงานฯ ฉบับที่ 9 (เริ่มบังคับใช้ 7 ธันวาคม 2568) ซึ่งจะยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานและครอบครัวอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นสิทธิลาคลอด 120 วัน การให้สิทธิสามีลาช่วยภรรยาดูแลบุตร 15 วันโดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน และสิทธิการลาดูแลบุตรป่วยที่เพิ่มสิทธิรับค่าจ้าง 50% นอกจากนี้ยังมีวาระแห่งความน่ายินดีสำหรับ "ลูกจ้างเหมาบริการภาครัฐ" กว่า 4 แสนคนที่เคยถูกตีกรอบเป็นเพียงผู้รับจ้างทำของทั้งที่อยู่ใต้คำสั่งและอำนาจบังคับบัญชาเช่นเดียวกับลูกจ้าง กฎหมายใหม่จะคืนสิทธิวันหยุด วันลา และสวัสดิการให้เทียบเท่าลูกจ้างทั่วไป พร้อมเปิดทางให้สามารถพึ่งพาศาลแรงงานได้โดยตรงหากเกิดข้อพิพาท ซึ่งเรื่องหลังนี้จะต้องรีบดำเนินการออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้โดยเร็ว หลังผู้แทนฯ ของกรมคุ้มครองสวัสดิการและแรงงานชี้แจงว่ากำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาในระดับหน่วยงาน . อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญคือการปฏิรูปกองทุนประกันสังคมซึ่งมีมูลค่ามหาศาลกว่า 2.7 ล้านล้านบาท รัฐมนตรีต้องเผชิญกับความท้าทายเรื่องความโปร่งใสเพื่อทลายระบบนิเวศการผูกขาดจัดซื้อจัดจ้างด้านไอทีและความคลุมเครือในการลงทุน พร้อมผลักดัน "สูตรบำนาญ CARE" ที่ผ่านประชาพิจารณ์ด้วยเสียงสนับสนุนท่วมท้น เพื่อให้ผู้ประกันตนมีเงินบำนาญที่สอดคล้องกับค่าครองชีพจริง ท่ามกลางบททดสอบในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำลังถูกตั้งคำถามเรื่องสัดส่วนตัวแทนผู้ประกันตนที่ลดลง และเสียงประชาพิจารณ์ที่กว่าร้อยละ 90 ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนระเบียบเลือกตั้งใหม่ รัฐมนตรีคนใหม่จำเป็นต้องยืนยันในเสียงของผู้ประกันตนที่แสดงจุดยืนในเรื่องนี้อย่างแน่วแน่โดยไม่ปล่อยให้ฝ่ายใดมาทำลายเสียงของผู้ประกันตนที่ได้แสดงออกผ่านการทำประชาพิจารณ์ถึง 2 ครั้ง และประกาศให้มีการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่โดยเร็วเนื่องจากชุดปัจจุบันหมดวาระไปตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแล้ว . นอกจากนี้การขยายร่มเงาการคุ้มครองไปสู่ "แรงงานแพลตฟอร์ม" อย่างไรเดอร์และแรงงานอิสระก็เป็นสิ่งสำคัญเร่งด่วน รัฐมนตรีต้องก้าวข้ามการสร้างกฎหมายใหม่ที่ถูกมองว่าไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุและผิดฝาผิดตัวไปสู่การคุ้มครองให้เทียบเท่าหรือไม่ต่ำกว่ากฎหมายแรงงาน และการเปลี่ยนเลนส์มุมมองกฎหมายที่ไม่ได้จำกัดแค่อำนาจบังคับบัญชาและความเป็นอิสระผิวเผิน หากแต่พิจารณาถึงมุมมองบริบทโดยรอบด้านถึงสภาวะพึ่งพิงแพลตฟอร์มของแรงงานบางกลุ่มเหล่านี้ ซึ่งเป็นไปตามหลักคำนิยามเรื่องแรงงานพึ่งพิงไม่พึ่งพิงของ ILO เพื่อให้นายทุนแพลตฟอร์มต้องร่วมรับผิดชอบด้วยเมื่อคนทำงานเกิดอุบัติเหตุ ดังเช่นกองทุนทดแทนในกฎหมายแรงงาน เปลี่ยนสถานะจากพาร์ตเนอร์ที่ไร้ตัวตนในกฎหมายให้กลายเป็นแรงงานที่มีเกราะคุ้มครอง โดยดึงทรัพยากรจากบริษัทที่มีกำไรมหาศาลมาสร้างสวัสดิการและกระจายรายได้ให้คนทำงานอย่างเป็นธรรม . ปัจจัยภายนอกประเทศก็เป็นแรงเสียดทานที่ไม่อาจมองข้าม วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ทำให้รัฐบาลต้องเร่งบริหารจัดการอพยพแรงงานไทยจากพื้นที่เสี่ยงในตะวันออกกลาง พร้อมแก้ปัญหา "หนี้สิน" ที่บีบบังคับให้พวกเขาต้องยอมเสี่ยงชีวิต อีกทั้งยังต้องรับมือกับราคาพลังงานที่พุ่งสูงซึ่งกระทบต่อต้นทุนและรายได้ของแรงงานกลุ่มขับขี่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ . ในส่วนของการจัดระเบียบแรงงานข้ามชาติกว่า 3.1 - 4 ล้านคน รัฐมนตรีต้องใช้ยุทธศาสตร์การนำระบบดิจิทัลมาระบุตัวตนเพื่ออุดช่องโหว่การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่และตัดวงจรนายหน้าทุจริต พร้อมผลักดันหลักการ "นายจ้างจ่าย" (Employer Pays Principle) เพื่อแก้ปัญหาแรงงานบังคับขัดหนี้ และเตรียมรับมือกับข้อจำกัดด้านอุปทานแรงงานที่อาจเป็นผลพวงจากกฎหมายเกณฑ์ทหารในประเทศเมียนมา นอกจากนี้ต้องปฏิรูประบบการขึ้นทะเบียนให้เรียบง่าย ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนเพื่อลดภาระต่อนายจ้างและแรงงาน ซึ่งเป็นทางออกที่ยั่งยืนในการขจัดช่องว่างการเรียกรับผลประโยชน์ . วาระสุดท้ายคือการดูแล "พยาบาลด่านหน้า" ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในระบบสาธารณสุข โดยต้องเร่งบังคับใช้มาตรการจำกัดชั่วโมงการทำงานไม่ให้เกิน 12 ชั่วโมงต่อวันและกำหนดอัตราส่วนพยาบาลต่อผู้ป่วย (Nurse-to-Patient Ratio) อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อปกป้องชีวิตประชาชนและรักษาบุคลากรไม่ให้เกิดภาวะหมดไฟ . ท้ายที่สุดบททดสอบบนเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ในห้วงเวลานี้ คือเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นเพียงใดในการสร้างสรรค์ระบบแรงงานที่รับประกันว่าคนทำงานทุกคนจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และสามารถยืนหยัดลืมตาอ้าปากได้อย่างมีศักดิ์ศรี สมกับฐานะฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนประเทศไทย
บัส เทวฤทธิ์ tweet media
ไทย
0
1
2
156
บัส เทวฤทธิ์
กสม. แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 12/2569 ชี้การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำขาดประสิทธิภาพ ระบุเกษตรกรยังได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง แนะทบทวนแผนแก้ไขปัญหาโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม รายละเอียด : nhrc.or.th/th/northeast/n…
ไทย
0
0
0
91
บัส เทวฤทธิ์
กสม. ชี้กรมประมงแก้ปัญหา %ปลาหมอคางดำ ขาดประสิทธิภาพส่งผลต่อทรัพยากรธรรมชาติ-กระทบเกษตกร เป็นการละเมิดสิทธิฯแนะทบทวนแผน ให้ปชช.มีส่วนร่วม
ไทย
1
15
15
221
บัส เทวฤทธิ์
ความรู้ใหม่จากแพนเค้ก(แต่เธอเคลมว่าสมัยก่อนเขารู้กัน) อันดับที่ สูงกว่า "อันดับ 1" คือ "อันดับ ฮัลโหล" เพราะ ฮัลโหล แล้วเราค่อยตามด้วย 1 2 3 🙏
ไทย
0
0
7
278
บัส เทวฤทธิ์
เห็นมีการเสนอยกเลิกสวัสดิการของ สส. สว. ผมแนะว่าให้ไปเข้าประกันสังคมกันให้หมดก็ดีครับ ตอนนี้ผมก็จ่าย ม.39 อยู่ สส. สว.จะได้รู้ร้อนรู้หนาวกับประกันสังคมเพิ่มขึ้น
ไทย
14
2K
1.1K
54.1K
บัส เทวฤทธิ์
เอกนัฏ 'ขิง' ถวายสัตย์ฯเสร็จ เช้าวันที่ 7 เม.ย.รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน เรียกประชุม กบง.ทบทวนสูตรราคาหน้าโรงกลั่นทันที เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Inside Thailand ประกาศทันทีที่ถวายสัตย์ปฏิญาณเสร็จสิ้น (เช้าวันที่ 7 เม.ย.) จะเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งทบทวนสูตรราคาหน้าโรงกลั่นทันที "ผมตั้งใจว่าเช้าวันที่ 7 เลยนะครับ ถวายสัตย์เสร็จ เช้าวันที่ 7 สิ่งแรกที่จะทำก็คือ ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานนะครับ ถ้าใครไปศึกษาดูเนี่ยครับ ไม่ต้องเถียงกันว่าใครมีอำนาจในการกำหนดราคาน้ำมันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นราคาที่ปั๊ม หรือราคาหน้าโรงกลั่นเนี่ยนะครับ คณะกรรมการชุดนี้แหละครับมีอำนาจครับ มีอำนาจ ประธานคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานครับ วันที่ 7 เนี่ย ผมเป็นรัฐมนตรีเต็มตัวเนี่ย เอ่อ กำลังศึกษากฎหมายอยู่ว่าต้องรอแถลงนโยบายหรือเปล่า แต่ผมคิดว่าหาทางว่าไม่ต้องรอแถลงนโยบาย เพราะว่ามันเดี๋ยวมันจะนานเกินไปนะครับ เรียกประชุมได้เลยครับ แล้วมาดู เอ่อ ไม่ใช่ราคาที่หน้าปั๊มนะครับ มาดูก่อนคือราคาที่หน้าโรงกลั่นครับ" เอกนัฏ กล่าว นอกจากนี้ยังมีการพูดถึง มาตรการระยะยาว เช่น ยกเลิกระบบ Single Buyer ที่ กฟผ. ผูกขาดการรับซื้อ ปูทางให้ภาคเอกชนหรือกลุ่มประชาชนสามารถซื้อไฟฟ้าโดยตรงจากผู้ผลิตรายใดก็ได้ที่มีราคาถูกและมีคุณภาพ, ส่งเสริม Solar Rooftop (Net Billing) สนับสนุนให้ประชาชนติดโซลาร์เซลล์ หากผลิตไฟได้เกินความต้องการ สามารถนำส่วนต่างนั้นขายคืนเข้าสู่ระบบเพื่อนำไปหักลบค่าไฟในรอบบิลได้เลย ระบบจัดการความต้องการใช้ไฟ (Load Management)โดยเพิ่มประเภทผู้ใช้ไฟฟ้า โดยคิดค่าไฟตามช่วงเวลาการผลิตจริง (ปรับทุกชั่วโมง) เพื่อให้รางวัลหรือแรงจูงใจแก่ผู้ที่มีระบบบริหารจัดการใช้ไฟในช่วงเวลาที่ค่าไฟถูก คลิปเต็มได้ที่: youtu.be/dcV_oxwl0rA
YouTube video
YouTube
ไทย
0
2
4
500
บัส เทวฤทธิ์
[ ชี้งบถึงมือ #ท้องถิ่น ยังไม่ถึงเป้า หนุน ‘#ภาษีบ้านเกิด’ สร้างเจ้าของพื้นที่–ลดเหลื่อมล้ำ ] . เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ในการประชุมวุฒิสภา ผมได้อภิปรายสนับสนุนรายงานการพัฒนาศักยภาพในการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่าในระบอบประชาธิปไตยที่เป็น “การปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน” นั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือเป็นหัวใจของการปกครองโดยประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมย้ำว่าการทำให้ประชาชน “รู้สึกเป็นเจ้าของ” พื้นที่ของตนเองเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการพัฒนาท้องถิ่น . ผมอธิบายว่าความรู้สึกเป็นเจ้าของจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อประชาชนมีส่วนร่วมทางการเงิน โดยเฉพาะการต้องจ่ายให้กับกิจการของท้องถิ่นซึ่งทำให้เกิดความผูกพันและการตระหนักรู้ว่าตนเป็นเจ้าของพื้นที่ งบประมาณจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเป็นเจ้าของดังกล่าว . อย่างไรก็ตามแม้ประเทศไทยจะตั้งเป้าการกระจายงบประมาณให้ท้องถิ่นไว้ที่ร้อยละ 35 แต่ในทางปฏิบัติกลับจัดสรรเพียงประมาณร้อยละ 29 เท่านั้น อีกทั้งยังมีมาตรการของรัฐที่ลดเพดานการจัดเก็บภาษีของท้องถิ่น เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ส่งผลให้รายได้ของท้องถิ่นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ . ผลจากข้อจำกัดดังกล่าวทำให้งบประมาณของท้องถิ่นจำนวนมากถูกใช้ไปกับรายจ่ายประจำถึงร้อยละ 80–90 เหลืองบลงทุนต่ำกว่าร้อยละ 10 ในบางพื้นที่ เช่น อบต. นาฝาย จังหวัดขอนแก่น มีงบลงทุนเพียงร้อยละ 3 เท่านั้น โดยงบประมาณเฉลี่ยต่อหัวของประชาชนอยู่ที่ราว 1,100 บาทต่อปี ซึ่งสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานได้จำกัดมาก เช่น ถนนคอนกรีตเพียงประมาณ 800 เมตร . ผมจึงเสนอว่าควรเพิ่มสัดส่วนการจัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นอย่างจริงจัง อย่างน้อยให้ถึงเป้าร้อยละ 35 และในระยะยาวควรมุ่งไปสู่ระดับ 50 ต่อ 50 ระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง . ในด้านแนวทางเพิ่มรายได้ ผมสนับสนุนข้อเสนอเรื่อง “Hometown Tax” หรือ “ภาษีบ้านเกิด” ซึ่งเป็นกลไกที่เปิดโอกาสให้ประชาชนจ่ายภาษีหรือบริจาคให้กับท้องถิ่นที่ตนมีความผูกพันำๆ โดยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีและอาจได้รับสิ่งตอบแทน แนวทางนี้มีตัวอย่างจากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งช่วยทั้งการสร้างความตระหนักรู้ทางภาษี การสร้างความผูกพันกับบ้านเกิด และการกระจายรายได้ระหว่างพื้นที่ ซึ่งกลไกดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญในยามเกิดวิกฤต เช่น ภัยพิบัติ เพราะช่วยให้ท้องถิ่นมีทรัพยากรในการฟื้นฟูพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาสวัสดิการ เช่น ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ . อย่างไรก็ตามผมย้ำว่าการเพิ่มรายได้ต้องดำเนินควบคู่กับการเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่น ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหา “มีเงินแต่ไม่มีอำนาจ” หรือไม่สามารถตัดสินใจใช้งบประมาณได้อย่างแท้จริง . นอกจากนี้ผมยังเสนอให้แก้ปัญหา “ประชากรแฝง” ซึ่งมีอยู่ราว 8.4 ล้านคนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครที่มีประมาณ 2.3 ล้านคน คนกลุ่มนี้ใช้ชีวิตและทำงานในพื้นที่แต่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงทางการเมืองเนื่องจากข้อจำกัดด้านทะเบียนบ้าน เช่น แรงงานที่อาศัยในห้องเช่าหรือที่พักชั่วคราวไม่สามารถย้ายทะเบียนบ้านได้ ผมเห็นว่าควรมีกลไกเพื่อให้ประชากรกลุ่มนี้มีสิทธิ์มีเสียงในพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่จริงเพื่อให้สามารถกำหนดชะตากรรมของตนเองในท้องถิ่นนั้นได้ ซึ่งจะช่วยเสริมเป้าหมายของการกระจายอำนาจและสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นในระยะยาว
บัส เทวฤทธิ์ tweet media
ไทย
0
4
4
174
บัส เทวฤทธิ์
กสม.ชี้ปม 'สุชาติ' ฟ้อง The Isaan Record เป็นฟ้องปิดปาก แนะนักการเมืองต้องพร้อมถูกตรวจสอบ/วิจารณ์ ขอ รบ.เร่งดันร่าง กม.ป้องกัน
บัส เทวฤทธิ์ tweet media
ไทย
0
41
42
895
บัส เทวฤทธิ์
วันนี้ (1 เม.ย.) ช่วงสาย (9.30-12.30) ผมได้มีโอกาสไปบรรยายพิเศษรายวิชา วส.210 หลักการวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ในหัวข้อ "วารสารศาสตร์ภาคประชาชน" มีประเด็นพูดคุยตั้งแต่ การทำงานในตอนที่ยังอยู่ที่ประชาไท และความท้าทายในการทำงานของสื่อในประเทศไทย บทบาทหน้าที่ของ สว. ในการขับเคลื่อนสังคมในประเด็นสื่อสารมวลชน และสิ่งสำคัญคือสื่อพลเมืองกับสังคมไทย ทั้งบทบาท-หน้าที่, ความจำเป็นและความท้าทายบริบทสังคม-การเมืองไทย . โดยผมเน้นย้ำถึงความสำคัญของ "สื่อภาคประชาชน" (Civic Media) ว่ามีความแตกต่างเชิงโครงสร้างจากสื่อกระแสหลักอย่างชัดเจน โดยสื่อกระแสหลักมักมีทิศทางจากบนลงล่าง นำเสนอผ่านมุมมองของชนชั้นนำหรือผู้มีอำนาจเป็นหลัก ในขณะที่สื่อภาคประชาชนจะกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น มีทิศทางจากล่างขึ้นบน เน้นการนำเสนอปัญหาระดับโครงสร้าง สิทธิมนุษยชน และความเหลื่อมล้ำ โดยให้พื้นที่กับเหยื่อ ชุมชนผู้ได้รับผลกระทบ และนักกิจกรรม สิ่งนี้ถือเป็นการทำลายการผูกขาดวาทกรรมของรัฐและทุน เป็นการดึงสิทธิในการเล่าเรื่องกลับมาสู่ระดับประชาชนเพื่อตรวจสอบอำนาจรัฐในแนวระนาบอย่างแท้จริง . นอกจากประเด็นสื่อที่จะต้องการตรวจสอบอำนาจ การรื้ออำนาจ กระจายอำนาจ จนถึงทำให้วัฒนธรรมวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมและสิทธิในเสรีภาพการสื่อสารลงหลักปักฐานในสังคมไทยแล้ว ยังต้องช่วยกันสงเสียงให้มีการยุติการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปิดปากสื่อและประชาชน สร้างความโปร่งใสในการจัดสรรงบโฆษณาภาครัฐ นอกจากนี้ยังย้ำความสำคัญของคนทำงานในอุตสาหกรรมสื่อไม่ว่าจะสื่อกระแสหลักและสื่อพลเมืองต้องรวมกลุ่มกันเป็น "สหภาพแรงงาน" เพื่อปกป้องสวัสดิภาพ ต่อรองสวัสดิภาพและสวัสดิการที่ควรได้รับ . ขอบคุณเสียงหัวเราะที่มีให้บ้าง แต่ส่วนมากจะเงียบกริบ (ตั้งใจฟังนั่นล่ะ😅) เวลา 3 ชั่วโมงผ่านไปเร็วมาก แต่คนฟังอาจคิดอีกแบบ😅 . [ขอบคุณภาพจาก JC Thammasat ]
บัส เทวฤทธิ์ tweet mediaบัส เทวฤทธิ์ tweet media
ไทย
0
4
8
260
บัส เทวฤทธิ์
ขอขอบคุณปั้ม PT ที่จะตรึงราคาน้ำ (ขออภัยที่ไม่มี "มัน") ขวด **จนกว่าสต็อกเก่าจะหมด 😅
ไทย
2
4
13
514
บัส เทวฤทธิ์
[ เสนอรัฐหนุนชุมชนจัดการไฟ เร่งแก้ปัญหาฝุ่นควันอย่างมีส่วนร่วม แต่เฉพาะหน้ารัฐเร่งจัดคนงบอุปกรณ์ให้พอกับไฟก่อน] . วันนี้ (31 มีนาคม 2569) ในการประชุมวุฒิสภาญัตติขอให้ปรึกษาเป็นเรื่องด่วนกรณีวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ ซึ่งเสนอโดยนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ผมได้อภิปรายสนับสนุนญัตติดังกล่าว โดยระบุว่าปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือมีปัจจัยสำคัญจาก “ไฟป่า” และ “ไฟจากพื้นที่เกษตร” โดยในสถานการณ์เร่งด่วนขณะนี้ปริมาณไฟมีมากกว่ากำลังคนดับไฟอย่างชัดเจน จึงเห็นว่าภาครัฐจำเป็นต้องเร่งจัดสรรทรัพยากรทั้งงบประมาณ กำลังคน และอุปกรณ์ ให้เพียงพอเพื่อควบคุมสถานการณ์ . ผมอธิบายว่าแม้ไฟจะเป็นทั้งปัญหาและเครื่องมือในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในป่า แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันไฟที่ใช้เพื่อจัดการกลับควบคุมไม่ได้ จึงต้องสร้างสมดุลโดยเฉพาะเมื่อกำลังคนไม่เพียงพอ การใช้ไฟเพื่อจัดการเชื้อเพลิงในช่วงนี้อาจไม่ทันต่อสถานการณ์ . ผมยังยกตัวอย่างข้อมูลจุดความร้อน (hotspot) จากภาพถ่ายดาวเทียมของ NASA โดยชี้ให้เห็นว่าจังหวัดเชียงรายมีจำนวนจุดความร้อนต่ำเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นในภาคเหนือ ซึ่งสะท้อนถึงความเข้มแข็งของความร่วมมือระหว่างรัฐและภาคประชาชนในการบริหารจัดการไฟ แม้จะยังมีไฟเกิดขึ้นแต่สามารถควบคุมได้ . นอกจากนี้ผมเสนอว่าภาครัฐควรเปิดเผยข้อมูลการอนุมัติใช้ไฟทั้งในส่วนของรัฐและประชาชน เพื่อสร้างความโปร่งใส และควรปรับบทบาทจาก “ผู้ควบคุม” มาเป็น “ผู้สนับสนุน” เปิดพื้นที่ให้ชุมชนมีสิทธิในการจัดการไฟ พร้อมทั้งส่งเสริมการสื่อสารและความตระหนักรู้เรื่องการจัดการเชื้อเพลิง . สำหรับประเด็นไฟจากภาคเกษตรนั้นผมชี้ว่าความรุนแรงของปัญหาฝุ่นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สะท้อนว่าเกิดจากปัจจัยนี้มากกว่าไฟป่า โดยเฉพาะการขยายตัวของเกษตรพันธสัญญาและการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพด ซึ่งทำให้เกษตรกรต้องเร่งผลิต ขาดเวลาและทุนในการจัดการเศษซากพืชจึงเลือกใช้วิธีเผา . ทั้งนี้ข้อมูลจาก BioThai ที่เผยแพร่เมื่อ 3 ปี่ก่อน สะท้อนการขยายพื้นที่ปลูกข้าวโพดทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านมีความสัมพันธ์กับจุดความร้อนอย่างชัดเจนโดยเฉพาะในช่วงฤดูเผาเดือนมกราคมถึงเมษายน อีกทั้งการนำเข้าผลผลิตจากประเทศเพื่อนบ้านที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งทำให้ปัญหาซับซ้อนมากขึ้น . ผมจึงเสนอให้ใช้หลัก “ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย” เพื่อสร้างความรับผิดชอบต่อผู้ที่ได้รับประโยชน์จากระบบการผลิตดังกล่าว พร้อมทั้งผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พรบ. อากาศสะอาด และกลไกตรวจสอบย้อนกลับในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผาหรือไม่ . ในช่วงท้ายผมสรุปว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต้องเร่งจัดสรรทรัพยากรให้เพียงพอต่อการดับไฟ ควบคู่กับการเปิดเผยข้อมูลและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ขณะที่ระยะยาวต้องผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมาตรการจัดการหมอกควันข้ามพรมแดนเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน . ขอบคุณภาพประกอบจาก BioThai และ firms.modaps.eosdis.nasa.gov
บัส เทวฤทธิ์ tweet media
ไทย
0
13
17
249
บัส เทวฤทธิ์
[ "กลุ่มคนรักแม่กลอง" ร้อง กมธ.สว. ตรวจ “น้ำมะพร้าวปลอม” หวั่นกระทบผู้บริโภค-เกษตรกรไทย ] . วันนี้ (31 มีนาคม 2569) ที่รัฐสภา กลุ่มประชาคมคนรักแม่กลองพร้อมเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เพื่อขอให้ตรวจสอบปัญหา “น้ำมะพร้าวปลอม” ซึ่งกำลังส่งผลกระทบทั้งต่อผู้บริโภคและเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมไทย โดยมีนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการ และสุนทร พฤกษพิพัฒน์ ประธานอนุกรรมาธิการด้านคุ้มครองผู้บริโภค เป็นผู้รับหนังสือ . นรเศรษฐ์กล่าวว่าปัญหาน้ำมะพร้าวปลอมเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วนเนื่องจากกระทบเป็นวงกว้างทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ราคาผลผลิตของเกษตรกร ภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก ไปจนถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยชี้ว่าปัจจุบันสามารถใช้น้ำเชื่อม สารแต่งกลิ่น และสารเคมีบางชนิด ผสมขึ้นเป็นเครื่องดื่มที่เลียนแบบน้ำมะพร้าวได้อย่างใกล้เคียงจนอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด . ด้านคัมภีร์ ทองเปลว ตัวแทนกลุ่มผู้ยื่นหนังสือ เปิดเผยว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างชัดเจนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามและบางส่วนของราชบุรี และที่ผ่านมาได้ยื่นเรื่องต่อหลายหน่วยงานแล้วแต่ยังไม่เห็นการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในมิติด้านความปลอดภัยของผู้บริโภคซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการตอบสนองต่อปัญหาอย่างเพียงพอแม้จะเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก . ขณะที่สุนทรกล่าวว่าสถานการณ์ดังกล่าวน่าเป็นห่วงเนื่องจากการปลอมแปลงได้ลุกลามมาถึงอาหารและเครื่องดื่มที่บริโภคโดยตรง พร้อมเตือนว่าหากไม่มีการควบคุมอาจเกิดปัญหาสินค้าปลอมในอาหารประเภทอื่นตามมา โดยยืนยันว่าคณะอนุกรรมาธิการจะเร่งเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือเพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเร่งด่วน . ทั้งนี้คณะกรรมาธิการรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้พิจารณา และเตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นักวิชาการ และหน่วยงานด้านพาณิชย์เข้าร่วมประชุม เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยเน้นย้ำว่าความปลอดภัยของผู้บริโภคต้องมาก่อน พร้อมเดินหน้าตรวจสอบและป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามในอนาคต . สำหรับเนื้อหาหนังสือที่ยื่นต่อกรรมาธิการฯ ระบุว่าปัญหาการปลอมปนน้ำมะพร้าวมีลักษณะเป็นขบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยมีการนำน้ำเปล่าผสมสารเคมี น้ำเชื่อม และสารแต่งกลิ่นเพื่อเลียนแบบน้ำมะพร้าวแท้ ซึ่งเข้าข่ายละเมิดสิทธิผู้บริโภคทั้งด้านความปลอดภัย อาหารที่มีคุณภาพ และการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง อีกทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว รวมถึงทำลายความเชื่อมั่นสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดส่งออกหลักอย่างจีน นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลเรื่องการใช้นอมินีของทุนต่างชาติ การผูกขาดทางการค้า และการกดราคารับซื้อที่ไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกร จึงเสนอให้ตรวจสอบทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมตั้งแต่ผู้รวบรวมผลผลิต โรงงาน ผู้เกี่ยวข้องทางการเงิน ไปจนถึงหน่วยงานรัฐที่อาจเกี่ยวข้อง พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและกำหนดมาตรฐานตรวจสอบคุณภาพน้ำมะพร้าวอย่างเป็นระบบ
บัส เทวฤทธิ์ tweet media
ไทย
0
7
8
302
บัส เทวฤทธิ์
พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี [รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล] ratchakitcha.soc.go.th/documents/1114… ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการพลเรือนสามัญพ้นจากตำแหน่ง [นายปกรณ์ นิลประพันธ์] ratchakitcha.soc.go.th/documents/1114…
ไทย
0
0
3
130
บัส เทวฤทธิ์
[ ห่วงประชาชนมีส่วนร่วมไม่จริง หัวใจสำคัญจัดการขยะมูลฝอย ] . วันนี้ (30 มีนาคม 2569) ผมได้ร่วมอภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่นในวาระว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริหารจัดการขยะมูลฝอย . ผมได้ชื่นชมคณะกรรมาธิการที่เลือกหยิบยกประเด็น “การมีส่วนร่วมของประชาชน” ขึ้นมาเป็นแกนกลางของการศึกษาเพราะเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน การที่ประชาชนจะลุกขึ้นมามีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริงนั้นต้องเริ่มจากความรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่ที่เขาอยู่อาศัยในวันนี้และจะดำรงชีวิตต่อไปในวันข้างหน้า เพราะเมื่อประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของก็ย่อมมีสิทธิในการกำหนดทิศทาง อนาคต และชะตากรรมของท้องถิ่นของตนเอง อย่างไรก็ตามในอีกมิติหนึ่งของรายงานฉบับนี้ โดยเฉพาะข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการขยะเพื่อแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า แม้จะเป็นแนวทางที่มีประโยชน์ในเชิงพลังงานทางเลือกแต่เมื่อถูกวางอยู่ภายใต้กรอบของ “การมีส่วนร่วมของประชาชน” แล้วก็จำเป็นต้องตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า กระบวนการเหล่านี้ได้ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางแล้วหรือไม่ เพราะการเร่งรัด การลดขั้นตอน หรือการผ่อนคลายเงื่อนไขเพื่อให้เกิดโครงการโรงไฟฟ้าขยะแม้อาจช่วยให้โครงการเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นก็จริง แต่หากกระบวนการเหล่านั้นไม่ได้ผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงก็อาจสวนทางกับวัตถุประสงค์หลักของรายงานฉบับนี้ . เมื่อไม่นานมานี้รัฐสภาได้มีการผ่านกฎหมายยกเลิกคำสั่งและประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลายฉบับ ซึ่งรวมถึงคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 4/2559 อันเป็นคำสั่งที่เคยยกเว้นการบังคับใช้ผังเมืองรวมสำหรับกิจการบางประเภท เช่น โรงไฟฟ้า ซึ่งการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวหมายความว่า ต่อไปนี้การดำเนินโครงการต่าง ๆ จะต้องกลับมาอยู่ภายใต้กรอบของผังเมืองอย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นหลักประกันสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ . อย่างไรก็ตามในช่วงรอยต่อก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้เรากลับพบความพยายามเร่งดำเนินโครงการบางประเภทโดยเฉพาะโรงไฟฟ้าขยะ ทั้งในแง่ของการขออนุญาต การจัดทำประชาพิจารณ์ที่อาจไม่รอบด้าน หรือแม้กระทั่งการกำหนดขนาดโครงการให้ต่ำกว่าเกณฑ์ เพื่อหลีกเลี่ยงการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) . ประเด็นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า “การมีส่วนร่วม” อาจถูกลดทอนให้เหลือเพียงพิธีกรรม มิใช่กระบวนการตัดสินใจที่มีความหมาย ยิ่งไปกว่านั้นในหลายพื้นที่ประชาชนที่ลุกขึ้นมาแสดงความเห็น คัดค้าน หรือเรียกร้องสิทธิในการกำหนดอนาคตของชุมชนกลับต้องเผชิญกับการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นการฟ้องร้องหรือการกล่าวหาบุกรุก ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบในสังคมประชาธิปไตย . ด้วยเหตุนี้ผมจึงเห็นว่าหากรัฐจะผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าขยะหรือโครงการลักษณะใดก็ตามก็ควรกำหนดมาตรฐานที่เข้มงวดและเป็นธรรม เช่น การกำหนดให้โครงการที่มีลักษณะเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมต้องจัดทำ EIA อย่างครอบคลุม โดยไม่เปิดช่องให้หลีกเลี่ยงผ่านการปรับขนาดโครงการ ขณะเดียวกันต้องเร่งเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สามารถออกข้อบัญญัติท้องถิ่นและกำหนดผังเมืองของตนเองได้อย่างแท้จริง เพื่อให้การมีส่วนร่วมของประชาชนไม่ใช่เพียงการรับฟังความคิดเห็นแต่เป็นการมีอำนาจร่วมในการตัดสินใจ . อีกประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง คือ “ข้อมูล” การเปิดเผยข้อมูลด้านมลพิษ การจัดการขยะ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของการมีส่วนร่วม เพราะหากประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเพียงพอการมีส่วนร่วมก็ย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีความหมาย ผมจึงขอฝากความหวังไปยังคณะรัฐมนตรีให้เร่งผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในกระบวนการของสภาผู้แทนราษฎรและมีกรอบเวลาจำกัด กฎหมายฉบับนี้เปรียบเสมือนลมหายใจของการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะจะทำให้ข้อมูลที่จำเป็นถูกเปิดเผยอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้
บัส เทวฤทธิ์ tweet media
ไทย
0
2
3
121
บัส เทวฤทธิ์
หมายข่าวครับ : พรุ่งนี้ (31 มี.ค.) เวลา 11.00 น ที่ห้องแถลงข่าวฝั่ง สส อาคารรัฐสภา กลุ่มประชาคมคนรักแม่กลอง จะมายื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เพื่อขอให้ตรวจสอบประเด็นปัญหาน้ำมะพร้าวปลอม ซึ่งกระทบต่อผู้บริโภค รวมทั้งเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม โดยจะมี นรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธาน กมธ. และสุนทร พฤกษพิพัฒน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคฯ มารับหนังสือดังกล่าว
ไทย
0
5
9
188
บัส เทวฤทธิ์
ส่วนฝั่งพรรคประชาชนที่ % ไม่ลด หรือเพิ่ม 1% ทั้งในส่วนคุณณัฐพงษ์และพรรคนั้นก็อาจสะท้อนคนไม่ได้ติดเรื่องไม่ได้เป็นรัฐบาล
ไทย
0
1
2
187
บัส เทวฤทธิ์
ผลโพลนิด้า ที่สำรวจล่าสุด 1/2569 ระหว่างวันที่ 19-24 มี.ค.2569 **ก่อนจังหวะเซอร์ไพรส์ขึ้นน้ำมัน 6 บาท กับการสำรวจเมื่อครั้ง ยกสอง กระแสเลือกตั้ง 69” ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23-27 ม.ค. 2569 เทียบกับผลเลือกตั้งเฉพาะส่วนบัญชีรายชื่อ . โพลก่อนเลือกตั้ง1สัปดาห์//ผลคะแนนบัญชีรายชื่อ8ก.พ.//โพลล่าสุด . พรรคประชาชน 34.2/ 32 / 35 พรรคภูมิใจไทย 22.6 / 19 / 26.6 พรรคเพื่อไทย 16.2 / 16 / 12 พรรคประชาธิปัตย์ 13.2 / 11 / 11.6 พรรคกล้าธรรม 1.2 / 2 / . แน่นอนว่าพรรคภูมิใจไทยและคุณอนุทินได้ % เพิ่มขึ้น น่าจะเพราะได้แต้มความเป็นรัฐบาลที่แน่แท้มาหนุนด้วย แต่คงต้องกาดอกจันว่าเป็นการสำรวจก่อนคืนวันที่ 25 มีนา ที่เราได้เซอร์ไพรส์ราคาน้ำมันกัน ส่วนอื่นๆ ทั้งพรรคและแคนดิเดตนายกฯไม่ค่อยเปลี่ยนมากนัก มี อ.เชน ที่ลดไป 4% ซึ่งเท่สกับพรรคเพื่อไทยที่ 4% เท่ากัน อภิสิทธิ์ลดไป 2% . สำหรับผมนิด้าโพลคะแนนนิยมยังถือว่าเป็นโพลที่ใกล้เคียงความจริง ยกเว้นเรื่อง สส.เขต ที่ไม่สำรวจผิด คนตอบโพลก็อาจตอบไม่ตรงจริงๆ หรือมีปัจจัยอื่นทำให้คนตอบเปลี่ยนใจตอบไปเลือกตั้งก็ไม่รู้
บัส เทวฤทธิ์ tweet media
ไทย
5
22
49
1.9K
บัส เทวฤทธิ์
[ 1 ปี โศกนาฏกรรมตึก #สตง. ถล่ม: บทเรียนราคาแพงกับวาระเร่งด่วนในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ] . วันที่ 28 มีนาคม 2569 ครบรอบ 1 ปีเต็มของเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาทพังถล่มจากเหตุการณ์ธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวที่ห่างจากตัวอาคารนับพันกิโลเมตร ทว่ารายงานความคืบหน้าล่าสุดจาก สตง. เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ยืนยันชัดเจนถึงความบกพร่องทางวิศวกรรม โศกนาฏกรรมที่พรากชีวิตผู้คนถึง 95 รายนี้เกิดจากการใช้คอนกรีตที่ต่ำกว่ามาตรฐาน การออกแบบที่ฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมอาคาร และการลดระยะฝังเหล็กเสริมจนโครงสร้างอ่อนแอ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนภาพความหละหลวมในการกำกับดูแลของภาครัฐและการหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์ของกลุ่มทุนผู้รับเหมาอย่างชัดเจน . นอกจากความสูญเสียทางโครงสร้าง ภายใต้ซากปรักหักพังคือชีวิตของผู้ใช้แรงงานทั้งไทยและข้ามชาติที่ต้องสังเวยให้กับมาตรฐานความปลอดภัยที่ล้มเหลว คำถามสำคัญที่สังคมยังต้องติดตามคือ กระบวนการเยียวยาและระบบประกันสังคมได้ทำหน้าที่ดูแลครอบครัวของผู้สูญเสียอย่างเป็นธรรมและครอบคลุมเพียงใด ยิ่งไปกว่านั้นเหตุการณ์นี้ยังตอกย้ำถึงความเหลื่อมล้ำที่กลุ่มผู้สร้างเมืองต้องแบกรับความเสี่ยงสูงสุดในขณะที่ขาดอำนาจต่อรอง . ประเด็นที่สร้างความเคลือบแคลงใจต่อสาธารณะอย่างยิ่งคือ อาคารที่พังทลายลงมาด้วยสาเหตุของการลดสเปกและผิดกฎหมายนั้นดำเนินการโดยหน่วยงานซึ่งมีพันธกิจหลักในการตรวจสอบความโปร่งใสของชาติ แม้จะมีความคืบหน้าในการสั่งฟ้องผู้ต้องหา 23 ราย การดำเนินคดีกลุ่มทุนนอมินีโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวมถึงการส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ และการเข้ามาตรวจสอบย้อนหลังของกรมบัญชีกลาง แต่กระบวนการเหล่านี้ล้วนเปิดเผยให้เห็นความบกพร่องของระบบตั้งแต่ต้นน้ำ ทำให้เราได้เห็นว่าการที่โครงการระดับชาติสามารถปล่อยผ่านความผิดปกติเหล่านี้มาได้ย่อมสั่นคลอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกลไกรัฐอย่างรุนแรง . นอกจากนี้โศกนาฏกรรมครั้งนี้ได้นำไปสู่วิกฤตศรัทธาต่อระบบ "องค์กรอิสระ" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อหน่วยงานตรวจสอบระดับชาติไม่สามารถรักษามาตรฐานความโปร่งใสในโครงการก่อสร้างของตนเองได้สังคมก็ย่อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของกลไกเหล่านี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงโดยตรงกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันซึ่งออกแบบให้กระบวนการสรรหาและที่มาขององค์กรอิสระขาดความยึดโยงกับอำนาจของประชาชน ส่งผลให้กลไกการตรวจสอบขาดความรับผิดรับชอบ ต่อสาธารณะและทำงานแยกขาดจากเจ้าของอำนาจอธิปไตย . ดังนั้นแล้วการผลักดันให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงมีฉันทามติร่วมกันแล้วว่าสมควรร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือเพื่อปฏิรูปโครงสร้างและที่มาขององค์กรอิสระทั้งระบบ รัฐธรรมนูญใหม่จะต้องออกแบบกลไกให้องค์กรเหล่านี้มีความโปร่งใส มีที่มายึดโยงกับประชาชน และสามารถถูกตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างแท้จริง โดยนำสิทธิของประชาชนในการเข้าชื่อถอดถอนกรรมการองค์กรอิสระกลับคืนมาหลังจากถูกนำออกจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 การรื้อถอนโครงสร้างอำนาจที่ผุพังและสร้างกติกาใหม่ที่ตรวจสอบได้คือหนทางเดียวที่จะรับประกันว่ากลไกของรัฐจะทำหน้าที่พิทักษ์ผลประโยชน์ของส่วนรวม และป้องกันไม่ให้เกิดความวิบัติซ้ำรอยดังเช่นโศกนาฏกรรมอาคาร สตง. ถล่มอีกต่อไป
บัส เทวฤทธิ์ tweet media
ไทย
0
12
9
331