hhlomes

182.4K posts

hhlomes

hhlomes

@pxnddddd

#PHUAA #aespa #ningdeng

Thailand เข้าร่วม Nisan 2018
829 กำลังติดตาม14 ผู้ติดตาม
hhlomes รีทวีตแล้ว
Joyboy ft.ก็แล้วแต่
ไม่ยาก เพราะหมอสองท่านแรกก็พูดดีด้วยแล้ว แล้วตัวเองยังไม่พอใจ อยากได้ third opinion ถ้าหมอคนที่สามพูดดีอีก เผลอๆไปหาหมอที่สี่อีกมั้ง งานหมอเป็นล้าน
july@moonchildandsun

จริงมาก หมอบางคนคือดุมากกับคนแก่ 😭 เราเคยพาพ่อไปหาหมอมา 3 รพ. ศิริราช/รามา/สถาบันทรวงอก ปกติหาที่ศิริราชหมอประจำคือใจดีมากกก แต่อยากได้ second opinion เลยไปรามา เจอหมอที่รามาก็ใจดีมาก แต่คาแรคเตอร์แนวพูดเล่นเยอะไปหน่อย เลยลองไปสถาบันทรวงอกด้วย หมอที่สถาบันทรวงอกคือ ตรวจไปด่าไป แบบงงมาก หมอก็อายุเยอะแล้ว แต่ไม่เข้าใจคนแก่เลยเหรอ ว่าเขาจะเดินช้า คิดช้า คือตะคอกพ่อเราทุกคำ บ่นตลอดเวลาว่า มาทำไม จะตรวจอะไรอีก (รู้ว่าไปศิริราชมาก่อน) ตรวจที่ศิริราชยังไม่พอใจอีกเหรอ จะเอาไรหนักหนา 💀 คือพูดแรงเกิน บอกดีๆก็ได้ สรุป กลับไปเลียแผลใจที่ศิริราชเหมือนเดิม งงว่าพูดให้ดีมันยากมากเลยเหรอ 😔

ไทย
0
402
267
86.3K
hhlomes รีทวีตแล้ว
¯\_(ツ)_/¯
¯\_(ツ)_/¯@politicodoggo·
ส่วนตัวคนรวยคือคนที่มีเวลาใช้ชีวิตที่อยากใช้เว้ย แค่นั้นเลย เงินมีไปก็เท่านั้นอ่ะถ้ามันไม่ได้ใช้ชีวิตไม่มีเวลา ถถถ
ไทย
2
391
288
18.9K
hhlomes รีทวีตแล้ว
Chayanon Rakkanjanan
Chayanon Rakkanjanan@MrMessenger·
เห็นข่าว Chief Strategist ของ JPMorgan ปรับเป้าดัชนี S&P500 ใหม่แล้วต้องเอามือลูบปากเลยครับ Dubravko Lakos-Bujas คนนี้ ในแง่ของการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและ Macroeconomics ต้องบอกว่าเขาเก่งและมีอิทธิพลต่อทิศทางเม็ดเงินของนักลงทุนสถาบันอย่างมากครับ ล่าสุด แกออก Research Paper พร้อมปรับเป้าหมาย S&P500 ปลายปีขึ้นไปที่ 7,600 จุด (จากเดิม 7,200 ที่เพิ่งตั้งไว้เมื่อเดือนก่อนช่วงสงครามอิหร่านนี่เอง) แถมมองโลกสวยสุดๆ แกยังมีมุมมองอีกว่า… "ถ้าความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายเร็ว ดัชนีมีสิทธิ์ไปถึง 8,000 จุดได้เลย" แต่การปรับเป้าหมายครั้งนี้ มันเกิดขึ้นหลังจากที่ ตลาดหุ้นทำสถิติที่หาดูยากมากอยู่ในตอนนี้ คือการที่ดัชนี S&P500 ปิดบวกกว่า +3% ติดต่อกัน 3 สัปดาห์ ซึ่งเป็นสถิติที่เคยเกิดแค่ครั้งเดียวในชีวิตคนทั่วไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2020 (ตอน Post-Covid rally) บวกแรงขนาดนี้ ถ้าย้อนไปก่อนหน้านั้นต้องย้อนไปถึง กันยายน 1982 และ กันยายน 1940 เลยครับ และถ้าไปยาวกว่านี้อีก ก็ต้องย้อนไปถึง ยุค 1930s ซึ่งเป็นช่วงฟื้นตัวหลัง Great Depression แปลว่า ตลาดหุ้นดีดรอบนี้ รุนแรง และผิดไปจากสภาพปกตินะ อันนี้คุณควรรู้ไว้ด้วย ---------------------------------- เหตุผลที่ JPMorgan กล้าชูเป้า 7,600 (และมองไกลถึง 8,000) เหตุผลที่ 1: เชื่อว่า EPS ยังทะยานเป็นขาขึ้น ทั้งนี้ JPMorgan ปรับประมาณการ EPS ของ S&P500 ขึ้นทั้งสองปี 2026 EPS: $330 (+22% YoY) จากเดิม $315 2027 EPS: $385 จากเดิม $355 ซึ่งทั้ง 2 ปี เอาไปเปรียบเทียบกับ Bloomberg Concensus จะพบว่า มันเป็ตัวเลขที่สูงกว่า Consensus ของ Wall Street ในตอนนี้นะ (คนอื่นอาจจะปรับเพิ่มประมาณการตามมาก็ได้) ที่น่าสนใจคือ การปรับเป้าครั้งนี้ของ ไม่ได้มาจากการขยับ Multiple (ยังคงที่ P/E Forward 22x เท่าเดิม) แต่มาจากการเชื่อว่า "กำไร" ของบริษัทจดทะเบียนจะโตเยอะกว่าที่ตลาดคิด และ Best Case ถ้า Multiple ขยับไปที่ 23x (JPM บอกว่ามีสิทธิ์เกิดถ้าสงครามอิหร่านจบสนิท) ดัชนีจะไปได้ถึง 8,000 จุดเลยทีเดียว ---------------------------------- เหตุผลที่ 2: Anthropic "Mythos" จุดพลุ AI rally รอบใหม่ ตัวแปรสำคัญที่ JPMorgan ชี้เป็น Catalyst หลักของการ rally รอบนี้คือ "Anthropic's Mythos" โมเดล AI ของ Anthropic ที่เพิ่งเปิดตัวไปครับ หลัง Mythos เปิดตัววันที่ 7 เมษายน — 66% ของหุ้น AI ใน S&P500 outperform ตลาดทันที แถม Anthropic เอง รายได้ Run rate เพิ่มขึ้น 3 เท่า นับจากต้นปี! JPMorgan เชื่อว่า Mythos จะเปลี่ยนมุมมองของนักลงทุน เรื่องที่เคยกังวลว่า "Capex AI สูงไป" จะถูกลบล้างไป และ "Capex ควรถูกมองด้วยความกังขาน้อยลง" ผมขอคอมเมนต์ตรงนี้นะครับ… ถ้าใครได้ฟัง Mr.Messenger Talk Podcast เรื่อง "อุปสงค์ลวงตา AI" ไปเมื่อวาน คุณจะเห็นมุมมองที่น่าสนใจขึ้นทันทีเลย JPMorgan บอก "ไว้ใจ Capex ได้แล้ว" — แต่ปัญหา Tokenmaxxing, Fake Demand (ที่นักพัฒนาพยายามบอกเจ้านายตัวเองว่า ฉันใช้ AI Agent ทำงานเก่งนะ แต่กลายเป็นว่าเขากำลังเผาโทเคนมั่วๆ) ยังอยู่นะครับ Anthropic เองก็เพิ่งยกเลิกโมเดลบุฟเฟต์มาเป็น Per-token billing เพราะรู้ว่า Demand เยอะๆ ที่เห็นอยู่ตอนนี้ มันไม่ยั่งยืน เผาโทเคน AI ไป แต่ Productivity ไม่ดีขึ้นเลย เห็นแบบนี้ ผมตั้งข้อสังเกตว่า แล้วทำไม Anthropic ที่เป็นคนขยับลดความเสี่ยง Fake Demand จะกลายเป็นคนจุดพลุ Bull Market รอบใหม่ได้ตามที่ JPMorgan กาวเรา? คำตอบคือ รายได้ของ Anthropic เองโต 3 เท่า คือของจริง (เพราะเก็บเงินจริงจากการใช้งานจริง) — แต่ไม่ได้แปลว่าบริษัทอื่นในห่วงโซ่ AI จะโตจริงเหมือนกันหมด นี่คือจุดที่นักลงทุนต้องแยกแยะให้ออกครับ ---------------------------------- AI Capex ที่จะทะลุ $800 พันล้านภายในต้นปี 2027 ตัวเลขที่น่าตกใจอีกอย่างคือ JPMorgan ประเมินว่า AI Capex ปี 2026 จะพุ่ง +58% YoY แตะ $775 พันล้านดอลลาร์ และจะทะลุ $800 พันล้านภายในไตรมาส 1 ปี 2027 ตัวเลขนี้เท่ากับอะไรรู้ไหมทุกคน? มันเท่ากับ GDP ของประเทศเนเธอร์แลนด์ทั้งประเทศนะ และที่น่ากลัวคือเม็ดเงินเกือบ $800 พันล้านนี้ จะถูกเทลงไปภายใน 12 เดือนเท่านั้น ถ้า ROI ของ Capex ก้อนนี้ไม่เวิร์คจริง… ผมไม่อยากคิดเลยว่าหุ้นกลุ่ม Hyperscalers จะร่วงแรงขนาดไหน ---------------------------------- อีกเรื่องที่ทำให้ผมนอนไม่หลับ ETF ชิป $SMH และ $SOXX ไหลเข้า record ใน 1 เดือน แค่เดือนเมษายนเดือนเดียว นักลงทุนซื้อ ETF ชิป $SMH และ $SOXX รวมกัน +$4 พันล้านดอลลาร์ ทำลายสถิติเดิมของเดือน ธันวาคม 2025 ที่ $3 พันล้าน ไปเรียบร้อย ที่สำคัญคือ ก่อนหน้านี้เดือนมีนาคม เพิ่งมีเงินไหลออก record -$1.9 พันล้าน แปลว่าเงินที่ไหลเข้ารอบนี้ รวมเงินที่เพิ่งทิ้งไปเมื่อเดือนก่อนกลับมาเต็มกระเป๋า สถิติที่น่าสนใจอีกอันคือ 7 ใน 8 เดือนล่าสุด เป็นเดือนที่มีเงินไหลเข้าสุทธิ — เป็นสถิติที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 เลยทีเดียว แต่... อันนี้สำคัญครับทุกคน อ่านๆ ประวัติศาสตร์บอกเราว่า ช่วงปี 2020 และ 2023 ที่มีเงินไหลเข้าต่อเนื่อง 8 เดือน ทั้งสองครั้งตามมาด้วยการปรับฐาน 20-25% ภายใน 6 เดือนหลังจากนั้นสำหรับ ETF 2 ตัวนี้ ถึงมันจะไม่ได้แปลว่าการวิ่งของรถไฟขบวนนี้จะจบลงทันที แต่นักลงทุนที่เข้าช้าสุด มักเป็นกลุ่มที่เจ็บที่สุดนะครับ ---------------------------------- มุมมองของผมและกลยุทธ์ลงทุนที่อยากบอก JPMorgan อาจจะถูกก็ได้ ตลาดอาจจะไป 8,000 ก่อนจบปี แต่ประสบการณ์สอนผมว่า ช่วงเวลาที่ ทุกคนมั่นใจที่สุด มักเป็นช่วงที่ความเสี่ยงซ่อนอยู่มากที่สุด นี่คือ Framework ที่ผมใช้ตัดสินใจในภาวะตลาดแบบนี้ 1. อย่าขายหุ้นทั้งพอร์ต แค่เพราะ "รู้สึกว่าตลาดแพง" Bull market สุดโต่งอาจลากไปได้อีก 3-6 เดือน การขายออกเพราะกลัวอย่างเดียว มักทำให้เสียโอกาสมากกว่าปกป้องความเสี่ยง 2. Rebalance ให้สัดส่วนกลุ่มเทคฯ ไม่เกิน 35-40% ของพอร์ต ถ้าหุ้นเทคฯ วิ่งจนกลายเป็น 50-60% ของพอร์ตไปแล้ว นั่นคือ signal ให้ขายบางส่วนทำกำไร และกระจายไปกลุ่มอื่น 3. เพิ่มน้ำหนักกลุ่ม Defensive + Value ไว้บ้าง Healthcare, Utilities, Consumer Staples, และบริษัทที่มี Dividend Yield > 3% ที่งบการเงินแข็งแรง จะเป็น Ballast ตอนตลาดพักฐาน ถึงแม้ตอนนี้จะยังแทบไม่วิ่งตามกลุ่มเทคเลยก็ตาม 4. เลือกกลุ่มที่มี Real Demand ในห่วงโซ่ AI — หลีกเลี่ยง Software mid-cap ที่มีหนี้เยอะเกินไป 5. เก็บเงินสดไว้อย่างน้อย 15-20% ถ้าตลาดพักฐาน 10-15% เมื่อไหร่ คุณจะมีกระสุนไว้ซื้อในจังหวะที่คนส่วนใหญ่กลัว เขียนระบายมุมมองตัวเองเสร็จละ สบายใจ ไปนอนได้แล้วครับ 555+ Mr.Messenger รายงาน
Chayanon Rakkanjanan tweet media
ไทย
2
17
50
2.1K
hhlomes รีทวีตแล้ว
The BEUS
The BEUS@thebeus_withbus·
โอ้โห หลาน CEO หลานพี่โทนี่ หลานแม่บานเย็น เรียกน้องเอเอไม่ได้แล้วนะ ต้องเรียกท่านเอเอ #AAashirakorn #TATTOOCOLOUR #เกมของเรา #BUSbecauseofyouishine
ไทย
0
166
231
2.9K
hhlomes รีทวีตแล้ว
べんごし ทแนะทนัย ⚖️
พี่แย้มเล่นหนักมาก เปิดโปง io ไม่ปล่อยเลยจนกว่าจะจับได้
THE STANDARD@thestandardth

ฐปณีย์ยื่น กสม. ตรวจสอบปฏิบัติการ IO คุกคามสื่อและประชาชน ชี้เชื่อมโยงเครือข่ายปั่นความเกลียดชังชายแดนใต้ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวรายการข่าว 3 มิติ และผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) วันนี้ (21 เมษายน) กรณีถูกคุกคามทางสื่อสังคมออนไลน์โดยเครือข่ายปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) จำนวนกว่าพันบัญชี ซึ่งมีพฤติการณ์เชื่อมโยงกับการสร้างความเกลียดชังในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ฐปณีย์ได้เข้าพบ วสันต์ ภัยหลีกลี้ และ ปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนดังกล่าว โดยระบุว่า ตนเองถูกคุกคามผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 ภายหลังจากการลงพื้นที่ทำข่าวความคืบหน้าคดีลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ ก่อนหน้านี้ ฐปณีย์ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊ก 10 เพจที่มีพฤติการณ์ใส่ร้ายป้ายสีไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลาเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 และได้ยื่นหนังสือต่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่คุกคามสื่อมวลชน นักกิจกรรม และภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลังการแจ้งความและยื่นหนังสือร้องเรียน ฐปณีย์พบว่าการโจมตีและการใส่ร้ายยังคงเพิ่มขึ้นและขยายขอบเขตไปยังบัญชีผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่า 1,000 บัญชี โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงและยุยงให้เกิดความเกลียดชัง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเพจเหล่านี้มีชื่อและพฤติการณ์สอดคล้องกับเครือข่ายบัญชีที่บริษัทเฟซบุ๊กเคยจัดทำรายงานและสั่งลบไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 77 บัญชี 18 กลุ่มข่าว และ 18 กลุ่มในอินสตาแกรม รายงานในขณะนั้นระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ข้อมูลดังกล่าวยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ รองศาสตราจารย์ เอกรินทร์ ต่วนศิริ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อันวาร์ กอมะ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ที่ศึกษาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการสร้างความเกลียดชังระหว่างปี 2563 ถึง 2564 และพบบัญชีที่มีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันกว่า 1,000 บัญชี สำหรับเพจที่ถูกนำมาใช้โจมตีในกรณีนี้ เช่น ทันข่าวภาคใต้ เรื่องราวชายแดนใต้ ข่าวสามจังหวัดชายแดนใต้ ใต้พรมชายแดนใต้ ค้นข่าวชายแดนใต้ และเปิดโปงขบวนการ BRN พบว่า มีชื่อเพจและชุดข้อความตรงกับรายงานของเฟซบุ๊กในอดีต รวมทั้งมีเพจเคลื่อนไหวในลักษณะใส่ร้ายโจมตีอีกไม่ต่ำกว่า 30 เพจ บัญชีผู้ใช้งานที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นบัญชีนิรนามหรืออวตาร ส่งผลให้ข้อความที่เป็นข่าวปลอมกระจายไปยังผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบัญชี งานวิจัยของวิทยากรจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ระบุด้วยว่า ชุดคำที่เครือข่ายนี้นำมาใช้จัดอยู่ในกลุ่มถ้อยคำอันตรายที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง การแพร่กระจายข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับประชาชนและนักกิจกรรมออกไปนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เพียงกระทบต่อสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่ยังส่งผลต่อกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ที่กำลังเผชิญกับปัญหาในรูปแบบสงครามดิจิทัล ฐปณีย์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตนเองเคยตกเป็นเป้าหมายของปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารมาแล้วหลายครั้งเมื่อมีการนำเสนอข่าวที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสิทธิมนุษยชน เช่น การรายงานข่าวชาวโรฮีนจาในปี 2558 ข่าวการยื่นฟ้องคดีตากใบก่อนหมดอายุความในปี 2567 และข่าวการส่งกลับชาวอุยกูร์ในปี 2568 การร้องเรียนต่อ กสม. ในครั้งนี้จึงดำเนินการเพื่อขอให้ตรวจสอบระบบการคุกคามดังกล่าว เนื่องจากมีข้อความบางส่วนที่มุ่งหมายถึงความปลอดภัยในชีวิต และประเด็นนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะสื่อมวลชน แต่ครอบคลุมถึงการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วย ด้าน วสันต์ ภัยหลีกลี้ กสม. กล่าวภายหลังการรับเอกสารร้องเรียนว่า ตนเองเป็นตัวแทนรับเรื่องในวันนี้ และจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการ ก่อนจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป #TheStandardNews

ไทย
0
1K
618
18K
hhlomes รีทวีตแล้ว
에에
에에@__08130622·
พี่แทททูตอบคอมเม้นใน yt ว่า “ถ้ามีโอกาสจาชวนน้องเอเอมา live session โชว์สกิลเล่นดีต้าร์กับพี่รัฐแน่นอน” 🚰-🚰 ได้โปรดดดดด ขอสิ่งนี้เปนบุญหูแล้วจะไม่ขออะไรอีก ((ขอ)) #AAashirakorn #เกมของเรา #TATTOOCOLOUR
에에 tweet media
ไทย
2
509
472
5.4K
hhlomes รีทวีตแล้ว
Book 
Book @hybridknight·
การเข้ามาของ TikTok Shop ทำให้ Lazada ซวย พฤติกรรมคนกลายเป็น จะซื้อของ -> Shopee impulsive buying -> TikTok Shop แต่อนาคตอาจจะเปลี่ยนอีกเรื่อยๆ ตลาดนี้แข่งกันโหด สัญญาณความนิ่ง อาจจะดูได้จาก platform ขยับ take rate เรื่อยๆ
Book  tweet media
ไทย
4
377
156
131.3K
hhlomes รีทวีตแล้ว
just say okay !
just say okay !@outofashirakorn·
พี่ตง : เยี่ยมเลยครับพี่รุ่ง ทรงพระปรีชาสามารถมาก
ไทย
0
609
622
10.9K
hhlomes รีทวีตแล้ว
TOOTSYREVIEW
TOOTSYREVIEW@tootsyreview·
ถ้ารัฐจะเก็บภาษีเพิ่ม ต้องปรับโครงสร้างรายได้ให้สมดุล เพื่อให้คนมีเงินจ่าย สาเหตุที่ประเทศอื่นเก็บ Vat 10% หรือ สูงกว่าเราได้ มันง่ายมาก คือ 1) ต่อให้ประชาชนบ่นว่าภาษีแพง แต่รัฐจะประกาศปรับรายได้ขั้นต่ำ อย่างสมดุล และมีการประกาศปรับมาเรื่อยๆ ต่อให้ไม่ทุกปี แต่จะประกาศบ่อย รัฐจะดูจากอัตราเงินเฟ้อด้วย คนจะมีกำลังจ่ายภาษี และเขาอยู่ได้ 2) ประชาชนมีแรงต้านต่ำ เพราะรู้ว่ารัฐเก็บภาษีไป ด้วยเป้าประสงค์พัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค นวัตกรรม คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน และการช่วยเหลือประชาชนยามฉุกเฉิน อย่างที่เราเห็นทั้งจากตอนโควิด และวิกฤติพลังงาน พร้อมช่วยประชาชนทันที เนื่องจากมีความพร้อมเรื่องภาษี ทำให้เงินสำรองมีใช้ทำงานยามวิกฤติของประเทศ 3) รายได้ต้องสมดุลกับค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยที่นโยบายเก็บภาษี ทำมาอย่างสอดคล้องกับรายรับจริงๆ ไม่ใช่การรีดไถจากประชาชน เพื่อให้รัฐมีรายได้เข้า แต่เก็บเงินอยู่บนความเป็นอยู่ของประชาชนที่ลืมตาอ้าปากได้ มีกินมีใช้ และรัฐมีงบประมาณใช้จ่าย โดยรัฐบาลทุกประเทศที่เจริญแล้ว มีความมุ่งหมายในการสร้างรายได้หลายทาง ไม่ใช่แค่เพียงการเก็บภาษีจากประชาชนในประเทศเท่านั้น จึงสร้างโอกาสให้ประชาชน มากกว่าการทำให้ประชาชนลำบาก หรือผลักภาระไปที่ประชาชน 4) ตรรกะไม่ใช่การไม่อยากจ่ายภาษี ไม่ใช่การอยากให้ใครแบก แต่เราต้อง "ปรับโครงสร้างไปด้วยกัน" ให้รัฐอยู่ได้ และประชาชนอยู่ได้ ไม่ใช่การรีดเลือดกับปู หรือทำให้รู้สึกว่า "เตี้ยอุ้มค่อม" จนทำให้ประชาชนไปไม่รอด 5) เสียงบ่นมีเสมอ หากจะขึ้นค่าใช้จ่าย แต่การชดเชย และทดแทน หรือมีนโยบายรองรับคืออะไร นั่นจะทำให้คนเข้าใจ และจ่ายด้วยการยอมรับ ไม่ใช่แรงต้าน สิ่งที่รัฐขาดทุกวันนี้คือ Convincing Points ที่ทำให้คนยอมรับในทุกๆ Movement คนยังขาดความมั่นใจในการดำเนินนโยบายของรัฐ ว่ากำลังทำเพื่อประชาชนจริงๆ นั่นคือปัญหาความเชื่อมั่นต่อรัฐ ที่ยังทำไม่สำเร็จ ณ ตอนนี้ ควรต้องพัฒนาต่อไป ทั้งการสื่อสาร การดำเนินนโยบาย และการเข้าใจในปัญหาของประชาชนอย่างถ่องแท้ และแก้ให้ถูกจุด ดังนั้น เราจะไม่พูดว่า คนไทยไม่อยากจ่ายภาษีเพิ่ม แต่เราต้องตั้งคำถามกลับว่า "คนไทยกลัวอะไร และพวกเขามีปัญหาอะไร ที่ทำให้รู้สึกไม่อยากจ่าย?" มันชัดมาก 1) รายได้ต่ำ 2) เขาไม่มั่นใจว่าเงินที่จ่ายไป รัฐเอาไปพัฒนาประเทศให้ดีพอ เหมือนๆกับประเทศที่เก็บแพงๆ ถ้าเราเข้าใจเรื่องโครงสร้างรายได้ เราจะมองออกว่า จริงๆ VAT ของทุกประเทศ "ควรสร้างมาอย่างสมดุลกับรายรับของประชาชน" และจริงๆ คำถามสำคัญคือ "คุณคิดว่ารายรับของคุณ สมดุลกับค่าใช้จ่าย และอัตราภาษีที่คุณต้องจ่ายให้รัฐหรือไม่?" จงตรองดู #ตุ๊ดส์review CR: Update ข้อมูลรายได้ขั้นต่ำ และ VAT แต่ละประเทศ ปี 2025-2026 **ภาษีมูลค่าเพิ่มของออสเตรเลียเรียกว่า Goods and Services Tax (GST) ====== FACEBOOK POST : facebook.com/photo/?fbid=15… ====== ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review : facebook.com/tootsyreview/ x.com/tootsyreview @tootsyreview/" target="_blank" rel="nofollow noopener">threads.net/@tootsyreview/ instagram.com/tootsyreview/ @tootsyreview" target="_blank" rel="nofollow noopener">youtube.com/@tootsyreview @tootsy_review" target="_blank" rel="nofollow noopener">tiktok.com/@tootsy_review lemon8-app.com/tootsyreview
TOOTSYREVIEW tweet media
🧡ทีม🅰🆅🅴🅽🅶🅴🆁🆂🧡@_avengers_z

#ญี่ปุ่น ค่าแรงขั้นต่ำ 2,000…vat 10% #สิงคโปร์ ค่าแรงขั้นต่ำ 2,100…vat 9% #ไทย ค่าแรงขั้นต่ำ 380…vat 10% 🤣🤣 จะเอาแบบนี้หรอจ๊ะ กะลาแลนด์

ไทย
19
1.3K
536
44.5K
hhlomes รีทวีตแล้ว
Mahachai 🦇🔊
Mahachai 🦇🔊@EthereumThaila1·
ถ้าไม่มีกระแสต่อต้าน มันก็จะขี้นน่ะล่ะ ที่ สว มันชงขึ้นมา เพื่อโยนหินถามทาง ปัจจุบันหนี้ประเทศ 70% ของ GDP แล้ว ซึ่งไทยไม่ได้มี credit จะชำระได้ขนาดนั้น ซึ่งตอนนี้ใกล้ default พันธบัตรรัฐบาลแล้ว
THE STANDARD@thestandardth

โฆษกรัฐบาลแจง ข่าวขึ้นภาษี VAT จาก 7% เป็น 10 % นั้น เป็นข่าวปลอม ย้ำรัฐบาลมีแต่จะพิจารณามาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายประชาชนเท่านั้น #TheStandardNews

ไทย
3
424
150
9.9K
hhlomes รีทวีตแล้ว
べんごし ทแนะทนัย ⚖️
ช่วยกันดันให้แมสหน่อยได้ไหม พ.ร.บ.อากาศจะอาดเหลือไม่กี่วันแล้ว ทำไมคนไทยต้องมาเรียกร้องอากาศดีๆ ไว้หายใจ ซื้อแมส ทำเครื่องฟอกอากาศไว้ใช้เองวะ ไอ้เหี้ย สิทธิขั้นพื้นฐานในชีวิตยังไม่มีเลย แก้ไขโทษเผาป่าเป็นโทษปรับหลักแสน สืบตัวคนจ้างได้เอาให้หนัก หรือประหารก็ได้
THE STANDARD@thestandardth

ภัทรพงษ์คาดหวังนายกฯ ลงพื้นที่สัมผัสความทุกข์คนภาคเหนือ พร้อมชู 5 ข้อเสนอแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เร่งด่วนก่อนสายเกินไป ตามที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมนำคณะรัฐมนตรีซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันนี้ (20 เมษายน) เพื่อติตตามการแก้ปัญหาไฟป่า และฝุ่น PM 2.5 ที่สร้างผลกระทบอยู่ในขณะนี้ เพื่อมอบนโยบายและยกระดับข้อสั่งการอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ก่อนหน้านี้ (19 เมษายน) ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ เขต 8 พรรคประชาชน ได้ยก 5 แนวทางเร่งด่วนในการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 เสนอไปยังนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเผชิญปัญหามลพิษทางอากาศมานานกว่าหนึ่งเดือน โดยก่อนหน้านี้ได้มีการเสนอญัตติด่วนผ่านสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 1 เมษายน และได้อภิปรายในการแถลงนโยบายเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา อ่านต่อ: thestandard.co/patthraphong-p… #ฝุ่นPM #ฝุ่นภาคเหนือ

ไทย
0
4.7K
1.1K
53.5K
hhlomes รีทวีตแล้ว
ฟิ๊ฟฟี่ #HobBITCH®
คือถ้าจะตามดาราไทย ก็ควรเข้าใจบริบทบางอย่างในไทยด้วยอะ คือถ้ามองเฉยๆ แบบไม่รู้บริบท ไม่รู้ว่ามดดำเป็นกะเทยก็คงมองได้ แต่อันนี้มดดำเป็นกะเทยที่ค่อนข้างถือตัวอยู่ ถ้ากอด จับมือกับผู้หญิงคนนี้ได้ ก็คือเขาต้องสนิทกันในระดับสูงอยู่นะ
Thay@Thay4x4Moo

Por duas vezes, a Namtan sofreu assédio durante esse programa pelo mesmo apresentador. Ele tocou nela diversas vezes na perna, chegando a puxá-la e tentar abraçá-la. Em todas essas investidas, Namtan se mostrou claramente incomodada, inclusive se afastando dele. @GMMTV , exigimos que vocês tomem uma atitude e protejam suas artistas. ASSÉDIO É CRIME. #ProtectNamtan #GirlRulesSeriesEP6

ไทย
14
457
472
64.5K
hhlomes รีทวีตแล้ว
i.amPPLE4cute
i.amPPLE4cute@pchanybbaekh·
หัวหน้าเท้ง said รัฐบาลภจท.เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่กลุ่มคนมีอำนาจให้การสนับสนุนระบอบการเมืองแบบนี้และการใช้อำนาจรัฐก็จะนำไปสู่การเอื้อประโยชน์ชนชั้นนำ พรรคประชาชนจะทำงานให้ประชาชนเห็นตรงกันว่าสิ่งที่พวกเราต้องต่อต้านคือระบอบการเมืองที่ไม่ได้เป็นของคนส่วนใหญ่เพื่อการเปลี่ยนแปลง
ไทย
5
575
590
11.9K
hhlomes รีทวีตแล้ว
Namtan.Tipnaree
Namtan.Tipnaree@NamtanTipnaree·
🤍🩵
Namtan.Tipnaree tweet media
QME
706
4.3K
11.2K
729K
hhlomes รีทวีตแล้ว
에에
에에@__08130622·
ขำคอมเม้นพี่แทททูในเพจ ”พร้อมความอวยหลานนายเต็ม“ 5555555555555555555555 จาบ้าตรัยย #AAashirakorn #เกมของเรา #TATTOOCOLOUR
에에 tweet media
ไทย
0
588
504
4.9K
hhlomes รีทวีตแล้ว
Thairath_News
Thairath_News@Thairath_News·
“ไอซ์ รักชนก” โพสต์ชี้แจง หลัง สส. #พรรคประชาชน ไปร่วมงาน Global Progressive Mobilisation ที่ต่างประเทศ ระบุ ได้รับเชิญมาร่วมเวทีของพรรคฝ่ายก้าวหน้าในสังคมประชาธิปไตยจากทั่วโลก นำโดย นายกฯ ของสเปน และประธานาธิบดีของบราซิล โดยไม่ได้ใช้ภาษีของประชาชนแม้แต่บาทเดียว พร้อมเผย ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองกัน อาทิ เรื่องความเท่าเทียมทางเพศ สภาวะสงคราม ระเบียบโลกใหม่กับผู้นำโลกที่คาดหวังความมั่นคงทางอารมณ์ไม่ได้ #ไอซ์รักชนก #GlobalProgressiveMobilisation #เฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ #ไทยรัฐออนไลน์
Thairath_News tweet media
ไทย
13
195
437
10.4K
hhlomes รีทวีตแล้ว
FriendsTalk
FriendsTalk@FriendsTalk4·
สุดกังวล! เท้งณัฐพงษ์ จี้กรณีล่าสุดที่รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก.เงินกู้ ยืนยัน #พรรคประชาชน มีความเป็นห่วงในเรื่องภาระหนี้สินของประเทศที่สูง ซึ่งการกู้เงินมาเพิ่มเพื่อใช้จ่ายในสถานการณ์วิกฤต จะต้องใช้ตรงตามวัตถุประสงค์และสามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้จริง รวมทั้งการรักษาวินัยการเงินการคลังด้วย! #FriendsTalk #รัฐบาล
ไทย
2
319
319
6.7K
hhlomes รีทวีตแล้ว
พรรคประชาชน - People's Party
[ ลุยหนักทั้งงานพื้นที่และงานสภาฯ รวมความคืบหน้า การสู้ฝุ่นพิษ-สู้ไฟป่าของพรรคประชาชน ] . จากปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ที่พุ่งสูงขึ้นทะลุเกณฑ์วิกฤตในภาคเหนือและหลายพื้นที่มาตลอดกว่าหนึ่งเดือน พรรคประชาชนเราได้เดินหน้าเต็มในงานพื้นที่ โดยขับเคลื่อนทีม “ส้มสู้ไฟ” ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และเมื่อค่าฝุ่นพิษเข้าขั้นวิกฤตยิ่งขึ้น ทางพรรคประชาชนจึงได้เดินหน้าขับเคลื่อนการรับมือกับผลกระทบของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผ่านการทำ “มุ้งสู้ฝุ่น” ที่คิดค้นโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และการทำห้องปลอดฝุ่น (Positive Pressure Room) และได้เปิดให้มีการบริจาคสิ่งของเพื่อสนับสนุนภารกิจ ‘ส้มสู้ไฟ สู้ฝุ่น’ เพื่อเดินหน้าในภารกิจข้างต้นอย่างเต็มที่ ครอบคลุมพื้นที่วงกว้างมากขึ้น โดยปัจจุบันทีมพรรคประชาชน ได้เริ่มดำเนินการแจกและติดตั้งมุ้งสู้ฝุ่นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน และพิษณุโลก โดยมีเป้าหมายอยู่ที่มุ้งสู้ฝุ่นจำนวน 100 ชุด ภายในเดือนเมษายนนี้ . พรรคประชาชนขอแจ้งความคืบหน้าหลังเปิดให้มีการรับบริจาค ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน โดยเราได้รับเงินสนับสนุนทั้งหมด 1,100,970.47 บาท รวมถึงสิ่งของอีกจำนวนมาก . โดยสิ่งของที่ได้รับบริจาคเพื่อสู้ไฟ สู้ฝุ่น ดังนี้ . 1. หมวดอุปกรณ์ทางการแพทย์และความปลอดภัย: หน้ากาก N95, ยาและเวชภัณฑ์, ถุงมือกันไฟ, หมวก, หน้ากากป้องกันมลพิษแบบครึ่งหน้า 2. หมวดอาหารและเครื่องดื่ม: ขนมขบเคี้ยว, น้ำดื่ม/น้ำหวาน, เครื่องดื่มเกลือแร่, อาหารแห้ง, หมูฝอย/หมูหยอง, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, เจลเอนเนอจี, กล้วยตาก 3. หมวดอุปกรณ์สนับสนุนภาคสนามและมุ้งสู้ฝุ่น: ถังออกซิเจน, วิทยุสื่อสาร, รองเท้าเดินป่า, มุ้ง, ไส้กรอง . และเราได้นำเงินมาการจัดซื้อสิ่งของ เป็นเงินจำนวน 411,963.85 บาท ในการซื้อเครื่องเป่าลม มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าวิบาก วิทยุสื่อสาร ไฟฉายคาดหัว Energy gel สายรัดพยุงเข่า อุปกรณ์เวชภัณฑ์ รวมถึงจัดซื้ออุปกรณ์การทำมุ้งสู้ฝุ่น ที่เรามีเป้าหมายในการผลิตมุ้งสู้ฝุ่นภายในเดือนเมษายนนี้ อยู่ที่ 100 ชุด, เป้าหมายในการผลิตห้องปลอดฝุ่นแรงดันบวกในพื้นที่ชุมชน 50 ห้อง(ปัจจุบันยังไม่สามารถสั่งของได้เนื่องจากพัดลมดูดอากาศที่มีประสิทธิภาพในการทำห้องแรงดันบวกขาดตลาด ซึ่งหากไม่ทันในสิ้นเดือนนี้ เราจะเดินหน้าต่อเนื่องเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายของเรา สำหรับรองรับปัญหาในอนาคตต่อไป) . พร้อมกระจายสิ่งของทั้งที่จัดซื้อเองและได้รับบริจาค ส่งมอบต่อไปยังทีมไฟป่า ท้องถิ่น/ท้องที่ในหลายพื้นที่, ทีมอุทยาน, กลุ่มอาสาดับไฟป่าจังหวัดราชบุรี, รวมถึงการกระจายสิ่งของในการรับมือผลกระทบด้านสุขภาพโดยเฉพาะมุ้งสู้ฝุ่นให้กับทั้ง ทีมพรรคประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ เป็นต้น . ในส่วนของความคืบหน้าภารกิจ “ส้มสู้ไฟ” ของทีมเรานับแต่วันที่ 26 ก.พ. 2569- 20 เม.ย. 2569 . 📌เดินหน้าทำภารกิจดับไฟป่าไปแล้วทั้งหมด​ 59 ภารกิจ และภารกิจทำแนวกันไฟ 6 ภารกิจ​ (คิดเป็นระยะทางดับไฟและทำแนวรวมเป็น​ 224 กิโลเมตร) จากชั่วโมงทำงาน 432 ชั่วโมง . 📌บินโดรนลาดตระเวนไปแล้วกว่า​ 62 ชั่วโมง​ คิดเป็นระยะทาง 1,407 กิโลเมตร​ จากไฟลท์บิน 295 เที่ยวบิน . 📌ครอบคลุมพื้นที่​อำเภอดอยสะเก็ด, สันกำแพง, แม่ออน, สันทราย, สันป่าตอง, หางดง, แม่วาง​ จังหวัดเชียงใหม่, และอำเภอเมืองและอำเภอแม่ทา​ จังหวัดลำพูน . ในส่วนของเงินบริจาคที่คงเหลืออีก 703,876.71 บาท ส่วนหนึ่งเราจะนำมาใช้กับการดำเนินการของทีมส้มสู้ไฟ ค่าตอบแทนอาสา ค่าอาหาร ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้เราสามารถยืดภารกิจไปได้ถึงกลางเดือนพฤษภาคม และจะใช้ในการจัดทำห้องปลอดฝุ่นแรงดันบวกเพิ่มขึ้นอีกโดยมีเป้าหมายอยู่ที่มากกว่า 50 ห้อง เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ในอนาคต รวมถึงใช้ในภารกิจส้มสู้ไฟในปีหน้าด้วยเช่นกัน เพื่อให้ทุกการสนับสนุนถูกใช้ให้เกิดประโยชน์กับลมหายใจของประชาชนสูงสุด . ขอขอบพระคุณประชาชนทุกท่านที่ร่วมสนับสนุนภารกิจส้มสู้ไฟ สู้ฝุ่น เราพร้อมเดินหน้าปฏิบัติภารกิจเต็มที่เพื่อให้พี่น้องประชาชนผ่านวิกฤตไฟป่าและฝุ่นพิษนี้ไปด้วยกัน ทั้งในงานสภาฯ การขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในระยะยาว ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด การอภิปรายงบประมาณรายจ่ายด้านการจัดการปัญหา PM2.5 การตั้งกระทู้ต่อรัฐมนตรี รวมถึงการใช้กรรมาธิการในการขับเคลื่อนอย่างเต็มกำลัง และในงานพื้นที่ เพื่อให้เราเข้าใจกับปัญหานี้อย่างลึกซึ้ง และช่วยให้ประชาชนมีอากาศหายใจที่ดีที่สุด ตามกำลังที่พวกเราทำได้
พรรคประชาชน - People's Party tweet media
ไทย
10
656
834
11.8K