🅜 ~(🅢🅜🅘🅛🅔🅨)
181K posts












อัพเดท 14.20 น. | 16 APR 🎫 2,000 เหลือ 41 ที่นั่ง








ขออนุญาตแชร์ประสบการณ์ที่เคยโดนมาค่ะ ให้เรื่องของเราเป็นอุทาหรณ์สำหรับสายผลิต นักเขียน นักวาดทุกท่านให้ยิ่งต้องมีผู้รู้ทางกฎหมายคอยให้คำปรึกษาทุกครั้งก่อนเซ็นสัญญาอะไรสักอย่างจริงๆ - เริ่มแรกเลยคือได้พูดคุยกับค่ายผู้ผลิตที่หนึ่งมาเป็นปี ความชื่นชมในผลงานของค่ายทำให้เราไว้เนื้อเชื้อใจ และให้ความร่วมมืออย่างไม่มีบิดพลิ้ว ไม่ว่าจะเรื่องย่อ ให้คำปรึกษาปรับบท รายชื่อแคสติ้ง หรือแม้แต่การรอให้ทางผู้จัดหาสปอนเซอร์ สตรีมมิ่งอะไรต่างๆ ถึงกับปฏิเสธค่ายอื่นๆ ที่เข้ามาพูดคุย 2-3 ค่ายด้วยกัน เพื่อเจ้านี้เจ้าเดียว คือตรงนี้เราเชื่อว่าสายผลิตไม่ว่าจะเป็นใครคงตื่นเต้นที่ผลงานจะได้ต่อยอดทำเป็นซีรีส์และยอมทำตาม ยอมเชื่อใจหมด จนกว่าจะเสียรู้ในปลายทางเข้าจริงๆ 🥲 - คุยกันมาเป็นปี ไม่เคยเซ็นสัญญา มีแต่สัญญาใจ จนเขาเรียกเราไปเซ็นสัญญาแบบเร่งด่วนมากๆ โดยบอกว่ามันคือ “สัญญาจอง” ไม่ใช่ “สัญญาฉบับจริง” โดยสัญญาจองมีอายุแค่ 3 ปี บอกกับเราว่าถ้าโปรดักชั่นเป็นรูปเป็นร่างกว่านี้เมื่อไหร่ จะติดต่อให้มาเซ็นสัญญาฉบับจริงอีกครั้ง เราก็ตกลงและเซ็นสัญญาจองไปค่ะ - แต่หารู้ไม่ว่า เมื่อฝ่ายผู้จัดได้ผิดคำพูดไปจากสัญญาใจที่เคยว่าไว้ตลอดหนึ่งปี เมื่อฝ่ายเราพยายามติดต่อพูดคุยเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล ในตอนท้ายทางผู้จัดจึงโอนเงินค่าลิขสิทธิ์ตามที่เคยตกลงกันไว้ และยึดเอา “สัญญาจอง” เป็นสัญญาลิขสิทธิ์ดังกล่าวไปเลย - พอเราทราบข่าวจึงลองติดต่อหาทนายเพื่อสอบถาม และทราบว่าพวกคำกำกวมในสัญญาจองนั้นครอบคลุมมากพอที่เขาจะนำเอาลิขสิทธิ์นิยายของเรานำไปทำเป็นซีรีส์แล้วค่ะ - ทั้งนี้ ทราบดีว่ามันคือบทเรียนครั้งสำคัญ ได้เรียนรู้ว่าลายเซ็นของเรามีค่ามากแค่ไหนก่อนที่จะตกลงทำสัญญากับใครไป ต่อจากนี้จะนำมาเป็นบทเรียนสำหรับการสัญญาครั้งต่อไป คิดให้ถี่ถ้วน ปรึกษาผู้รู้ทางกฎหมายก่อนเสมอ ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ ตอนนี้ใจเราหายดีแล้ว และกำลังจะมีผลงานใหม่ให้ทุกคนได้ติดตามค่ะ 🙏🤍

มีลูกสาวไม่น้อยเลยที่ suffer เรื่องปิตาในครอบครัวอะ ตัวละครชลลดาคือ1 ในนั้น ชีวิตชลลดาฟ้าหลังฝนดีมาก แต่ระหว่างฝนตกชลลดก็มีเรื่องบีบเค้น ครส หลายอยู่



















