Varis

24 posts

Varis banner
Varis

Varis

@Varis9244

شامل ہوئے Nisan 2026
119 فالونگ65 فالوورز
Varis ری ٹویٹ کیا
พส
พส@processic·
ช่างแอร์มาดูแอร์เสียเมื่อวาน เค้าบอกว่า - ถ้าเปิดแอร์แค่กลางคืน ไม่เกิน 8 ชั่วโมง/วัน ซื้อแอร์ปกติ ไม่ต้อง inverter ดีกว่า อะไหล่ถูกกว่ามาก ไม่ได้ประหยัดไฟต่างกันขนาดนั้น แต่ถ้าใช้แอร์กลางวัน เปิดนานใช้ inverter ก็ประหยัดกว่า - ติดโซล่าเซลล์สำหรับแอร์โดยเฉพาะประมาณ 25k ไม่รวมค่าแอร์ ถ้าเปิดแอร์กลางวันก็คุ้ม - ไม่แนะนำยี่ห้อไหนเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสพังทุกยี่ห้อ บางเครื่องพังอยู่อย่างนั้น ซ่อมแล้วก็พังวนไป
ไทย
58
9.7K
6.8K
1.1M
Varis ری ٹویٹ کیا
zash☻
zash☻@homeyzash·
Today's inspo
zash☻ tweet mediazash☻ tweet mediazash☻ tweet mediazash☻ tweet media
English
10
617
7K
232.2K
Varis ری ٹویٹ کیا
เล่าเรื่องผ่านภาพ 📸
ทกอย่างเปลี่ยนไปตาม "จังหวะของเวลา" ทั้งคําพูด ความรู้สึก ความคิด ความสัมพันธ์ และ ทัศนคติ ไม่มีอะไรถาวรได้ตลอด การรับมือที่ดีที่สุดคือ "การยอมรับ" "เข้าใจ" "ไม่ตั้งคําถาม" เพราะถ้าจังหวะชีวิตมันถูกเปลี่ยนไปแล้ว ความรู้สึกมันก็ไม่เหมือนเดิม100%
เล่าเรื่องผ่านภาพ 📸 tweet media
ไทย
0
243
317
15.3K
Varis
Varis@Varis9244·
หาทาสชายค่ะ #ทาสออนไลน์ #ทาสชาย
ไทย
10
3
59
4.6K
Varis ری ٹویٹ کیا
KOEN
KOEN@koendanai_k·
พอโตขึ้นก็เข้าใจมากขึ้นว่า มันไม่มีหรอก ความสัมพันธ์ที่ง่าย แต่มันขึ้นอยู่กับว่า ใครเลือกที่จะอยู่ข้างๆเรา ในวันที่ดีและไม่ดี และเลือกเราทุกๆวัน อยากที่จะเข้าใจเรา และอยากเติบโตไปด้วยกัน : )
ไทย
7
2K
3.3K
102.5K
Varis ری ٹویٹ کیا
P.S.Publishing
P.S.Publishing@PSpublish·
หนังสือ Safe House อนุญาตให้เศร้าได้แป๊บนึง 🏠 โดย นทธี ศศิวิมล
P.S.Publishing tweet media
ไทย
0
78
178
8.2K
Varis ری ٹویٹ کیا
KOEN
KOEN@koendanai_k·
ชีวิตมันสั้นมาก… ถ่ายรูปไว้ให้เยอะ เก็บความทรงจำดีๆ เอาไว้ บอกรักกันให้บ่อย ในทุกวันที่ยังมีโอกาส อย่าเพิ่งเข้านอน ทั้งที่ยังโกรธกันอยู่ อย่ากลัวที่จะรัก และอย่าลืมว่า… เราเริ่มใหม่ได้เสมอ : )
ไทย
1
3.1K
3.2K
94.2K
Varis ری ٹویٹ کیا
The Black Book of MANIFEST | คิดมาก
“กฎคินสึงิ” เมื่อชีวิตพัง…ไม่ได้แปลว่าเราพังตาม มีบางช่วงของชีวิต ที่เรารู้สึกเหมือนตัวเอง “แตก” แตกจากความผิดหวัง แตกจากความสัมพันธ์ แตกจากความคาดหวังที่เคยเชื่อว่า มันจะเป็นไปอย่างที่หวัง บางรอยแตก มองไม่เห็นด้วยตา แต่รู้สึกได้ชัด ในหัวใจ ในประเทศญี่ปุ่น มีศิลปะอย่างหนึ่งเรียกว่า คินสึงิ (Kintsugi) มันคือวิธีซ่อมเครื่องปั้นดินเผาที่แตก ด้วยการใช้ทองคำ เชื่อมรอยแตกเหล่านั้นเข้าด้วยกัน แทนที่จะพยายามซ่อน หรือทำให้มันกลับไปเหมือนเดิม เขากลับเลือก ทำให้รอยแตก กลายเป็นส่วนที่โดดเด่นที่สุด และน่าแปลกนะ ภาชนะที่เคยแตก เมื่อถูกเชื่อมด้วยทองคำ มันไม่ได้ดูด้อยค่า แต่มันกลับ ดูมีคุณค่ามากขึ้นกว่าเดิม ชีวิตของเราก็ไม่ต่างกัน บางทีนะ บางทีรอยแตกในชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เราน่าอาย แต่มันคือร่องรอย ของการที่เราเคยพยายาม เคยรัก เคยเชื่อ และเคยทุ่มเทกับบางอย่างอย่างจริงจัง คนที่ไม่เคยแตก อาจดูสมบูรณ์ แต่คนที่เคยแตก แล้วค่อย ๆ ซ่อมตัวเอง มักจะมีบางอย่างในสายตา ที่ลึกขึ้น อ่อนโยนขึ้น และเข้าใจชีวิตมากขึ้น คินสึงิไม่ได้สอนให้เรา กลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่มันสอนให้เรา ยอมรับว่า เราไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิม เพื่อจะมีคุณค่า รอยแตกบางรอย ไม่ได้มีไว้ให้ลืม แต่มันมีไว้ ให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน อย่างอ่อนโยน อย่างไม่ตัดสินตัวเอง และอย่างไม่รู้สึกว่า ตัวเองด้อยค่าเพราะมัน สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้ชีวิตคนคนหนึ่งงดงาม ไม่ใช่เพราะไม่เคยพัง แต่เพราะเขา กล้าที่จะซ่อมตัวเอง ด้วยความเข้าใจ แทนการโทษตัวเอง ด้วยความเมตตา แทนการเกลียดตัวเอง เหมือนทองคำเส้นเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ เชื่อมรอยแตก ทีละรอย ทีละวัน จนวันหนึ่ง เมื่อเราหันกลับไปมองชีวิตตัวเองอีกครั้ง เราอาจจะเห็นว่า รอยแตกเหล่านั้น ไม่ได้ทำให้เราน้อยลงเลย แต่มันทำให้เรา กลายเป็นคนที่ลึกขึ้น แข็งแรงขึ้น และงดงาม ในแบบที่ไม่มีใครเหมือน เพราะบางครั้ง ความงามของชีวิต ก็ไม่ได้อยู่ที่ความสมบูรณ์แบบ แต่อยู่ที่ วิธีที่เราดูแลตัวเอง หลังจากวันที่ชีวิต เคยแตกสลายไปแล้ว
The Black Book of MANIFEST | คิดมาก tweet media
ไทย
3
1.3K
1.8K
72.4K
Varis ری ٹویٹ کیا
Isriya Paireepairit
Isriya Paireepairit@markpeak·
ประเทศไทยมีรถยนต์ EV วิ่งอยู่บนถนน คิดเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซนต์ของรถยนต์ทั้งหมด? เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมสงสัยมานาน โดยเฉพาะในยุคน้ำมันแพง ยอดขายรถยนต์ EV ถล่มทลายจนส่งมอบไม่ทัน เพราะคนต้องการประหยัดน้ำมัน เราเห็นว่ายอดจอง EV ในงาน Motor Show 2026 คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 60% ของยอดจองทั้งหมดในงาน แต่ถ้าถามว่าแล้วมี EV วิ่งอยู่จริงๆ คิดเป็นสัดส่วนเท่าไร กลับไม่มีใครตอบได้
Isriya Paireepairit tweet media
ไทย
5
53
57
6.7K
Varis ری ٹویٹ کیا
THE STANDARD WEALTH
THE STANDARD WEALTH@Standard_Wealth·
KTC เผยกำไร Q1/69 โต 16.7% ทะลุ 2.1 พันล้านบาท จากคุณภาพลูกหนี้ที่ดีขึ้นและต้นทุนการเงินลดลง เคทีซีเผยกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 ทำได้ 2,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พอร์ตสินเชื่อรวม 107,841 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% พิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปี 2569 กลุ่มบริษัทมีฐานรายได้รวมอยู่ที่ 6,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% (YoY) โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น 1.0% จากรายได้ค่าธรรมเนียม interchange และรายได้ค่าธรรมเนียมร้านค้า สำหรับรายได้ดอกเบี้ยในไตรมาสแรกอยู่ที่ 3,993 ล้านบาท อยู่ที่ระดับเดิมเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หนี้สูญได้รับคืนในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 979 ล้านบาท ลดลง 1.8% (YoY) บริษัทยังคงรักษาประสิทธิภาพในการติดตามหนี้ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย แม้รายได้รวมจะเติบโตเพียง 0.8% แต่ด้วยต้นทุนการเงินที่ลดลง 16.1% เหลือ 369 ล้านบาท และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 13% เหลือ 1,387 ล้านบาท เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรในไตรมาสแตกเติบโตได้ 16.7% อยู่ที่ 2,171 ล้านบาท จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2569 พบว่ามียอดลูกหนี้บัตรเครดิตของอุตสาหกรรมรวม 480,582 ล้านบาท ลดลง 2.4% (YoY) ยอดลูกหนี้สินเชื่อบุคคลของอุตสาหกรรมอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนเท่ากับ 852,321 ล้านบาท ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของอุตสาหกรรมสำหรับงวด 2 เดือน ปี 2569 อยู่ที่ 360,825 ล้านบาท ซึ่งหดตัว 2.5% (YoY) ในขณะที่เคทีซีมีปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตงวด 2 เดือน อยู่ที่ 48,464 ล้านบาท ขยายตัว 0.4% (YoY) และปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรของเคทีซีในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 มีมูลค่า 76,800 ล้านบาท ขยายตัว 3.7% (YoY) แม้ว่าอุตสาหกรรมสินเชื่อผู้บริโภคโดยรวมหดตัวอย่างต่อเนื่อง จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและความ ระมัดระวังที่มากขึ้นของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ โดยในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 เคทีซีรักษาส่วนแบ่งตลาดในด้านลูกหนี้ บัตรเครดิตไว้ใน ระดับเดิมที่ 14.5% (YoY) และสามารถขยายตัวในส่วนแบ่งตลาดด้านปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรขึ้ นเป็ น 13.4% จาก 13.1% (YoY) และส่วนแบ่งตลาดลูกหนี้ สินเชื่อบุคคลเพิ่มขึ้ นเป็น 4.2% จาก 4.1% (YoY) ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 6.0% (YoY) อยู่ที่ 4,169 ล้านบาท จากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 13.0% จากพอร์ตที่มีคุณภาพดี รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง 16.1% (YoY) จากต้นทุนเงินกู้ยืมใหม่ที่ต่ำลง รวมถึงความสามารถในการบริหารค่าใช้จ่ายให้ที่อยู่ในระดับใกล้เดิม ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวม (Cost to Income Ratio) ของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 35.0% ลดลงเล็กน้อยจาก 35.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน “ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทเคทีซียังคงให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมคุณภาพพอร์ตอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการใช้ข้อมูลเชิงลึกในการดูแลคุณภาพสินทรัพย์อย่างใกล้ชิด ส่งผลให้สามารถรักษาความแข็งแกร่งของฐานรายได้และผลการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง” พิทยากล่าว เคทีซียังคงดำเนินนโยบายการอนุมัติสินเชื่อโดยให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นหลัก ส่งผลให้พอร์ตลูกหนี้บัตรเครดิตปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ขณะที่อัตราการชำระคืนของลูกค้าปรับตัวสูงขึ้น ในส่วนของพอร์ตสินเชื่อบุคคล ยังคงขยายตัวจากทั้งสินเชื่อ ‘เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน’ และสินเชื่อบัตรกดเงินสด ‘เคทีซี พราว’ ซึ่งสามารถรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากการบริหารจัดการพอร์ตลูกหนี้อย่างมีคุณภาพ และการพัฒนาสิทธิประโยชน์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกอย่างต่อเนื่อง “ปี 2569 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่มีความเข้มข้นมากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจยังเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานและกำลังซื้อภาคครัวเรือน อย่างไรก็ดี เคทีซียังคงมีความยืดหยุ่นและพร้อมปรับตัว โดยมุ่งรักษาคุณภาพสินทรัพย์ ดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ ภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน และควบคุมอัตราหนี้ด้อยคุณภาพให้อยู่ในระดับไม่เกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ พร้อมเป้าการเติบโตของการใช้จ่ายผ่านบัตรที่ 5% และการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อรวมประมาณ 1–2% โดยเชื่อว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มในระยะยาว” พิทยากล่าว ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 กลุ่มบริษัทเคทีซีมีฐานสมาชิกรวม 3,732,625 บัญชี พอร์ตสินเชื่อรวมมีมูลค่า 107,841 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 1.93% พอร์ตสมาชิกบัตรเครดิตเท่ากับ 3,019,095 บัตร เพิ่มขึ้น 8.0% เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้บัตรเครดิตและดอกเบี้ยค้างรับรวม 70,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเท่ากับ 76,800 ล้านบาท ขยายตัว 3.7% NPL Ratio บัตรเครดิตอยู่ที่ 1.12% ขณะที่พอร์ตสมาชิกสินเชื่อบุคคลรวม 713,530 บัญชี เพิ่มขึ้น 3.4% เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สินเชื่อบุคคล และดอกเบี้ยค้างรับรวม 36,012 ล้านบาท เติบโตที่ 3.3% NPL Ratio สินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 2.47% สำหรับสินเชื่อลูกหนี้ตามสัญญาเช่ามีมูลค่า 1,387 ล้านบาท ลดลง 29.0% ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของบริษัทที่ได้หยุดการปล่อยสินเชื่อประเภทนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 อัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ในระดับ 1.30 เท่า จาก 1.58 เท่า ในงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งนี้ อัตราส่วน D/E ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับภาระผูกพัน (Debt Covenant) ที่กำหนดไว้ที่ 10 เท่า #TheStandardWealth
THE STANDARD WEALTH tweet media
ไทย
0
15
38
2.3K
Varis ری ٹویٹ کیا
กรุงเทพธุรกิจ
เปิดโผ 5 บิ๊กนักลงทุนหุ้นไทย รับปันผลปี 2568 โกยเข้าพอร์ตมหาศาลรวมเฉียด 2.5 พันล้าน แม้เศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังคงปะทุเป็นระยะ แต่บริษัทจดทะเบียนไทยจำนวนมากยังคงเดินหน้าจ่ายเงินปันผลในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความแข็งแกร่งของกระแสเงินสด โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงาน ธนาคาร และสื่อสาร ซึ่งเบื้องหลังเม็ดเงินปันผลระดับหลายแสนล้านบาทผู้ที่ได้รับอานิสงส์เต็มๆ ยังคงเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ถือหุ้นในสัดส่วนสูง ทั้งนี้ "กรุงเทพธุรกิจ" จะพาไปเจาะลึก 5 นักลงทุนรายใหญ่ ปี 2568 ใรับเงินปันผลก้อนโตรวมกันมูลค่ามหาศาลเฉียด 2,500 ล้านบาท 📌 นิติ โอสถานุเคราะห์ คาดว่าจะได้รับเงินปันผลรวม 1,962 ล้านบาท จากการถือหุ้นใน 10 บริษัท 📌 ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร และครอบครัว คาดว่าจะได้รับเงินปันผลรวม 235.05 ล้านบาท จากการถือหุ้นใน 6 บริษัท 📌 วีรวัฒน์ วลัยเสถียร (ดิว) คาดว่าจะได้รับเงินปันผลรวม 118.86 ล้านบาท จากการถือหุ้นใน 2 หลักทรัพย์ 📌 สถาพร งามเรืองพงศ์ (เซียนฮง) คาดว่าจะได้รับเงินปันผลรวม 93 ล้านบาท จากการถือหุ้นใน 5 บริษัท 📌 วิชัย วชิรพงศ์ (เสี่ยยักษ์) คาดว่าจะได้รับเงินปันผลรวม 56.29 ล้านบาท จากการถือหุ้นใน 6 บริษัท อ่าน: bangkokbiznews.com/finance/stock/… #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจWealth #กรุงเทพธุรกิจInfo
กรุงเทพธุรกิจ tweet media
ไทย
0
229
290
215.5K
Varis ری ٹویٹ کیا
THE STANDARD POP
THE STANDARD POP@TheStandardPOP·
แรปเปอร์สุดเท่อย่าง T.O.P เพิ่งปล่อยอัลบั้มเต็มครั้งแรกในรอบ 13 ปี กับอัลบั้ม ANOTHER DIMENSION โดยเขามีส่วนร่วมในการแต่งและทำเพลงทุกๆ แทร็ก พร้อมร่วมงานกับโปรดิวเซอร์คนดัง IRKO ที่เคยทำงานให้กับศิลปินระดับโลกมาแล้วมากมาย ส่วนมิวสิกวิดีโอเขาก็ยังร่วมงานกับผู้กำกับมือทองอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น Chae Kyoung Sun และ Kim Ji Yong เขาให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร GQ เกี่ยวกับการทำอัลบั้มนี้ว่า นี่ไม่ใช่แค่การคัมแบ็กหรือปล่อยเพลงใหม่ แต่คือการค้นหาตัวตนในแง่มุมใหม่ๆ ทั้งในเรื่องตัวตนของ T.O.P การเปลี่ยนแปลงตัวเอง การทำเพลงจากความรู้สึกของการอยากทดลอง รวมทั้งการบันทึกเหตุการณ์และสรุปชีวิตของเขาในวัย 20 ปีด้วย นอกจากนี้ เขาอยากจะลองทำงานศิลปะอะไรที่ไม่ต้องบอกความหมายให้ชัดเจน แต่ให้คนฟังแล้วตีความในแบบของพวกเขาเอง ซึ่งอัลบั้มนี้ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ของเขาด้วย เพราะหลังจากนี้เขาจะมีอะไรให้แฟนๆ ได้ดูหรือฟังอีกหลายอย่าง และตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เขาก็ทุ่มเทเวลาชีวิตไปกับการทำเพลงและการแต่งเพลงเช่นกัน เขากล่าวในบทสัมภาษณ์ของ GQ Hong Kong ว่า “เป็นเวลาเกือบ 10 ปีที่ผมแทบตัดขาดจากโลกภายนอกและโฟกัสกับการทำเพลงอย่างเดียว นอกจากอยู่บ้านกับสตูดิโอ ผมแทบไม่ได้ติดต่อกับใครเลย ผมทุ่มเทให้กับการสร้างงานทั้งหมด แต่ผมคิดว่าช่วงเวลานั้นสร้างสรรค์และมีคุณค่ามาก” “ผมมีความผูกพันกับงานศิลปะสาย Fine Arts มาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นผมจึงได้แรงบันดาลใจจากสิ่งสวยงาม แล้วนำมันมาดัดแปลงให้เป็นดนตรี ความฝันของผมคือการสร้างดนตรีที่คงอยู่เหมือนงานศิลปะ ไม่อธิบายชัดจนเกินไป เพื่อให้ฟังแล้วค้นพบอะไรใหม่ได้เสมอ” ภาพ: ttt / Instagram #TTTOP #CHOISEUNGHYUN #PopQuote #TheStandardPop
THE STANDARD POP tweet media
ไทย
0
499
343
13K
Varis ری ٹویٹ کیا
The Cloud
The Cloud@readthecloud·
ทำไมร้านหนังสือเก่าถึงเปิดหน้าร้านในวันที่คนอ่านน้อยลง คอลัมน์ Share Location ชวนเดินเข้า ‘รักสยาม’ ร้านหนังสือเก่าที่ใช้เวลา 16 ปีขายออนไลน์ ก่อนจะย้ายหนังสือหลายพันเล่มมาอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสถานีบางซ่อน พร้อมบริการตามหาหนังสือหายากและหนังสืองานศพให้ลูกหลานที่อยากเก็บความทรงจำของคนในครอบครัว บางเล่มมีแค่เล่มเดียว บางเรื่องถูกเล่าซ้ำผ่านคอนเทนต์ใหม่ ในวันที่หลายคนเชื่อว่าธุรกิจหนังสือกำลังหดตัว การเปิดหน้าร้านของรักสยามจึงเป็นคำถามกลับว่า สิ่งที่กำลังหายไปจริง ๆ คือหนังสือหรือพื้นที่ที่ทำให้คนอยากหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง อ่านทั้งหมดที่ readthecloud.com/lovesiam-old-b… #readthecloud #TheCloud #ShareLocation #รักสยาม #lovesiamoldbook #ร้านหนังสือเก่า #หนังสือเก่า #ร้านหนังสือ #บางซ่อน
The Cloud tweet media
ไทย
0
290
224
15.2K
Varis ری ٹویٹ کیا
กรุงเทพธุรกิจ
เจาะรายละเอียด รถเก่า แลกซื้อ รถใหม่ จ่อนำร่อง 2 หมื่นคัน ‘สรรพสามิต’ เล็งเคาะอายุรถเก่า จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 เม.ย.2569 มีแนวคิดผลักดันมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ผ่านมาตรการ “รถยนต์เก่าแลกซื้อรถยนต์ใหม่” โดยเน้น EV และรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเปราะบางสูงต่อความผันผวนราคาพลังงานโลก เพราะพึ่งการนำเข้าน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติสูง ซึ่งวิกฤติพลังงานเป็นโอกาสเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานประเทศ สำหรับนโยบาย “รถเก่าแลกรถใหม่” เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านประเทศ (Transition) เพื่อช่วยเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว และลดปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 โดยให้ปลัดกระทรวงการคลัง และกรมสรรพสามิตเร่งออกแบบ และพิจารณารายละเอียดเสนอ ครม. สำหรับเงื่อนไขเบื้องต้นของรถใหม่ไม่จำกัดสิทธิเฉพาะ EV แต่ครอบคลุมรถยนต์ไฮบริด และปลั๊กอินไฮบริด ที่ผสมผสานระหว่างระบบไฟฟ้า และน้ำมัน รวมถึงกลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยกำหนดเกณฑ์พิจารณาหลัก 2 ประการ คือ 1.เป็นรถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ซึ่งสอดคล้องโครงสร้างของกรมสรรพสามิตที่จัดเก็บภาษีตามปริมาณการปล่อยคาร์บอน 2.เป็นรถที่ผลิตในประเทศไทยเท่านั้น เพื่อเป็นการส่งเสริม และพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศให้เติบโต เบื้องต้นอุดหนุนเงินผ่านค่ายรถ นายเอกนิติ กล่าวว่า กำลังออกแบบกลไกการให้ความช่วยเหลือ (Incentive) โดยเบื้องต้นจะให้เงินอุดหนุนผ่านผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ แต่มีเงื่อนไขต้องนำเงินอุดหนุนดังกล่าวไปเป็นส่วนลดราคาให้ผู้ซื้อโดยตรง รวมทั้งรัฐบาลศึกษาตัวอย่างการบริหารจัดการของญี่ปุ่น โดยอาจพิจารณาแนวทางนำรถยนต์เก่าที่รับแลกในโครงการ ส่งออกไปประเทศปลายทางที่ต้องการใช้งานรถยนต์ประเภทดังกล่าว อ่านต่อ: bangkokbiznews.com/economics/1229… กราฟิก: พัชรินทร์ บุญรอด #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic
กรุงเทพธุรกิจ tweet media
ไทย
8
94
98
21.3K
Varis ری ٹویٹ کیا
THE STANDARD POP
THE STANDARD POP@TheStandardPOP·
Olivia Rodrigo ปล่อยเพลงใหม่ในรอบ 2 ปีกับซิงเกิลแนวซินธ์ป๊อป drop dead Olivia Rodrigo หวนคืนสู่วงการเพลงในรอบ 2 ปี ด้วยการปล่อยซิงเกิลใหม่ drop dead เพลงใหม่จากอัลบั้มชุดที่ 3 you seem pretty sad for a girl so in love ที่เตรียมจะปล่อยออกมาให้ฟังกันแบบเต็มๆ ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ drop dead เป็นซิงเกิลแนวซินธ์ป๊อปที่เธอแต่งเองร่วมกับนักแต่งเพลงชื่อดังอย่าง Amy Allen และ Dan Nigro โปรดิวเซอร์คู่ใจที่เคยร่วมงานกับเธอมาแล้วในอัลบั้มก่อนหน้านี้ ซึ่งเพลงนี้เธอก็ยังคงเน้นเล่าเรื่องความรักของคนหนุ่มสาวที่เต็มไปด้วยความคลั่งรัก การแอบชอบใครสักคน ความรู้สึกตื่นเต้น แต่ก็ยังมีความกังวลและว้าวุ่นใจ ส่วนมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ก็ยังกำกับโดย Petra Collins ผู้กำกับที่เคยทำมิวสิกวิดีโอให้เธอมาแล้วในเพลง vampire, good 4 u และ bad idea right? พร้อมยังยกกองถ่ายไปถ่ายทำที่พระราชวังแวร์ซายในฝรั่งเศส เพื่อเปรียบเทียบเข้ากับเนื้อเพลงท่อนหนึ่งที่ร้องว่าเขางดงามเหมือนกับรูปเทวทูตบนฝาผนังของวังแวร์ซายนั่นเอง Olivia Rodrigo ยังเผยความรู้สึกหลังจากปล่อยเพลงนี้ผ่านอินสตาแกรมอีกด้วยว่า “เพลง drop dead ปล่อยออกมาแล้ว! ฉันรักเพลงนี้มาก! มันคือบทแรกของเรื่องราวในอัลบั้ม you seem pretty sad for a girl so in love และมันเป็นเพลงที่ทำให้ฉันอยากจะกระโดดโลดเต้นไปรอบๆ ดึงกระจกรถลงให้สุด แล้วก็ออกไปจูบกับใครสักคน! ฉันโชคดีมากที่มีโอกาสได้ไปถ่ายมิวสิกวิดีโอที่พระราชวังแวร์ซายเมื่อไม่กี่เดือนก่อนกับ Petra Collins ผู้แสนวิเศษ และฉันตื่นเต้นกับผลลัพธ์ที่ออกมามากๆ หวังว่าพวกคุณทุกคนจะรักมันเหมือนที่ฉันรักนะ จุ๊บๆ” ภาพ: Olivia Rodrigo อ้างอิง: variety.com/2026/music/new… #OliviaRodrigo #dropdead #TheStandardPop
THE STANDARD POP tweet media
ไทย
0
11
16
1.6K
Varis ری ٹویٹ کیا
THE STANDARD POP
THE STANDARD POP@TheStandardPOP·
Happy Birthday, Phoebe Dynevor! นักแสดงสาวชาวอังกฤษวัย 31 ปีอย่าง Phoebe Dynevor เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากการแจ้งเกิดกับบทบาทในซีรีส์ Bridgerton และปัจจุบันนี้เธอก็กำลังจะมีโปรเจกต์ภาพยนตร์และซีรีส์อีกหลายเรื่องให้แฟนๆ ได้ติดตามกันด้วย แต่ก่อนที่เธอจะมีชื่อเสียงอย่างทุกวันนี้ หากเราย้อนไปในช่วงยุคที่เธอกำลังเข้าวงการใหม่ๆ เธอเคยถูกปฏิเสธจากการแคสต์และออดิชันมานับไม่ถ้วน แต่เธอไม่ได้คิดว่าการปฏิเสธเหล่านั้นจะทำให้เธอรู้สึกหมดหวัง เพราะมันกลับทำให้เธอคิดว่าเราจะรู้คุณค่าของสิ่งที่ได้มามากขึ้น เพราะความสำเร็จใดๆ ไม่เคยได้มาโดยง่าย และเราต้องรู้จักสู้เพื่อให้ตัวเองได้มาด้วย ในขณะเดียวกัน เมื่อมีความโด่งดังเข้ามาอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัว เธอก็จะสามารถรับมือกับมันได้อย่างมั่นคง เพราะเธอรู้วิธีจัดการกับความกดดันและปัญหาความวุ่นวายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน เธอเคยให้สัมภาษณ์กับ NET-A-PORTER หลังจากแจ้งเกิดในซีรีส์ Bridgerton เมื่อปี 2024 ว่า “ฉันคิดว่าการถูกปฏิเสธเยอะๆ เป็นเรื่องที่ดีนะ เราต้องสู้เพื่อบางสิ่ง เราถึงจะรู้สึกว่าเราคู่ควรกับมัน ดังนั้นฉันก็คิดว่าตัวเองพร้อมรับมือกับความวุ่นวายนั้นเท่าที่ฉันจะพร้อมได้แล้วล่ะ” ส่วนใครที่คิดถึงเธอในบทบาท Daphne Bridgerton เธอก็เพิ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงเหตุผลที่เธอไม่ได้ไปปรากฏตัวใน Bridgerton ซีซันหลังๆ ว่าความจริงแล้วที่เธอไม่ไปนั้นก็เป็นแค่เพราะยังไม่มีใครติดต่อให้ไปร่วมแสดง แต่ถ้ามีคนติดต่อมาแล้วเธอไม่ติดโปรเจกต์ใดๆ เธอก็พร้อมและยินดีที่จะกลับมาร่วมโปรเจกต์ซีรีส์อีกครั้งอย่างแน่นอน ภาพ: Netflix #PhoebeDynevor #PopQuote #TheStandardPop
THE STANDARD POP tweet media
ไทย
0
17
30
2.3K
Varis ری ٹویٹ کیا
Vogue Thailand
Vogue Thailand@VogueThailand·
#VogueDigitalCover เผยโฉมปกดิจิทัลผ่านความเรียบโก้ที่ดูสง่างาม บนแฟชั่นเซ็ตล่าสุดของโว้กประเทศไทย ที่ได้ ‘เอมี่-ทสร กลิ่นเนียม’ ในชุดกระโปรงยาวเกาะอกทรงพองจับระบายทรงโคคูนใต้เข่า ผ้า Neo Gazar รองเท้าส้นสูงหนังหัวแหลมรุ่น Duchesse จากแบรนด์ BALENCIAGA คอลเล็กชั่น Summer 2026 ในฐานะของคัฟเวอร์เกิร์ลมาขึ้นปกโว้กประเทศไทยเป็นครั้งแรก เตรียมติดตามแฟชั่นเซ็ตและบทสัมภาษณ์เต็มของเธอได้ ในนิตยสารโว้กประเทศไทย ฉบับเดือนเมษายน 2026 วางแผงทั่วประเทศแล้ววันนี้! #VogueTHApril2026 #VogueTHxEmi #BALENCIAGA #BALENCIAGASUMMER26 ช่างภาพ : ภัคภูวินทร์ ธนชัยบุญญาศิลป์ แฟชั่นไดเร็กเตอร์ : จงกล พลาฤทธิ์ นางแบบ : ทสร กลิ่นเนียม ผู้ช่วยสไตลิสต์: ตะวัน ก้อนแก้ว และ พิพัฒน์ โพธิ์ทอง แต่งหน้า: ทรัพย์ศิริ ศิริวงษ์ ทำผม : ภากร สีเสม ฝ่ายโฆษณา: สิยานันท์ ช่อลำเจียก
Vogue Thailand tweet media
ไทย
6
1.6K
3.8K
64.1K
Varis
Varis@Varis9244·
@Dayss099 ทักมาค่ะ
ไทย
3
0
2
193
Varis ری ٹویٹ کیا
เรื่องเล่าเช้านี้
“น้องเมอร์ลา” บีเกิล K9 สหรัฐฯ โชว์ผลงานยึดแซนด์วิชโบราณหมูหยองไก่หยองจากไทยกว่า 100 ชิ้น เพจ CBP Office of Field Operations หน่วยงานภายใต้สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ โพสต์ภาพ “น้องเมอร์ลา” สุนัขตำรวจ K9 สายพันธุ์บีเกิล โชว์ผลงานตรวจพบการลักลอบนำของผิดกฎหมายเข้าประเทศ โดยครั้งนี้เป็นแซนด์วิชโบราณหมูหยองโบโลน่า จากประเทศไทยกว่า 100 ชิ้น ในกระเป๋าของนักเดินทาง ก่อนทำการตรวจยึดและทำลายทิ้งทั้งหมด ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่่ผ่านมา “น้องโคโค่” สุนัข K9 สายพันธุ์บีเกิลอีกตัว เคยสร้างผลงานตรวจพบการลักลอบของต้องห้ามเข้าประเทศ ผงปรุงรส ผลไม้ และเมล็ดพันธุ์ จากผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศไทย ทั้งนี้ ศุลกากรสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศห้ามนำเนื้อสัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นหมู ไก่ วัว หรือส่วนผสมของเนื้อสัตว์เข้าสหรัฐฯ โดยเด็ดขาด ทั้งในกระเป๋าโหลดและกระเป๋า รวมทั้งเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น กุนเชียง หมูหยอง หมูแผ่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปปรุงรส หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดถึง 10,000 เหรียญ และต้องสำแดง (Declare) ทุกครั้ง #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวต่างประเทศ
เรื่องเล่าเช้านี้ tweet media
ไทย
12
2K
1.6K
263.9K
Varis ری ٹویٹ کیا
KP ตะลอนแหลก
สุกี้แห้งหมูหมักไข่ข้น แบบไม่มันและไม่หวานมาก ร้านตามสั่งเจ๊หมวย ตรงข้ามสรรพากรบางใหญ่ นนทบุรี หมูหมัก 55.- #อร่อยบอกต่อ #KPตะลอนแหลก
ไทย
1
68
203
44.2K