World Snap

783 posts

World Snap banner
World Snap

World Snap

@WorldSnap360

🌍 Decode the World Daily World News • Investing • Philosophy • History . Bite-sized | Sharp daily insights

Tham gia Haziran 2024
109 Đang theo dõi15 Người theo dõi
World Snap
World Snap@WorldSnap360·
ตุรกีเปลี่ยนกฎ NATO ด้วย “การทูตมหาอำนาจกลาง” อย่างไร ทำไมประเทศหนึ่งถึงเป็นสมาชิก NATO มาตั้งแต่ปี 1952 แต่กลับกลายเป็น “ตัวแปร” ที่ทำให้องค์กรต้องเขียนกฎใหม่? นั่นคือสิ่งที่ตุรกีกำลังทำอยู่ในตอนนี้ แทนที่จะออกจากพันธมิตร หรือยอมตามทุกอย่างแบบเดิม ๆ ตุรกีเลือกทางสายกลางที่ฉลาดมาก — ใช้ “การทูตมหาอำนาจกลาง” (Middle Power Diplomacy) ควบคู่กับการสร้างอุตสาหกรรมกลาโหมของตัวเอง จนกลายเป็นแรงผลักดันให้ NATO ต้องปรับตัวในโลกยุคหลายขั้วอำนาจ จาก “พันธมิตรที่เชื่อถือได้” สู่ “พันธมิตรที่คาดเดาไม่ได้” ตุรกีมีข้อได้เปรียบที่ใครก็อิจฉา — ควบคุมช่องแคบบอสฟอรัสและดาร์ดาเนลส์ เชื่อมทะเลดำกับเมดิเตอร์เรเนียน มีกองทัพใหญ่เป็นอันดับ 2 ของ NATO และตั้งอยู่ตรงจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดจุดหนึ่งของโลก แต่หลังสงครามเย็นจบลง โดยเฉพาะในยุคประธานาธิบดี Erdoğan ตุรกีไม่ยอมเป็น “ผู้ตาม” อีกต่อไป มันเริ่ม “เฮดจ์” หรือกระจายความเสี่ยง — ยังคงเป็นสมาชิก NATO แต่สร้างความสัมพันธ์กับรัสเซีย จีน และประเทศในอ่าวเปอร์เซียพร้อมกัน ประเด็นที่ 1: วิกฤต S-400 → จุดเริ่มต้นของการพลิกกลยุทธ์ ปี 2019 ตุรกีตัดสินใจซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 จากรัสเซีย แม้สหรัฐฯ จะคัดค้านอย่างหนัก ผลคือถูกแซงก์ชันและโดนถอดออกจากโครงการ F-35 แต่ตุรกีกลับใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาส เร่งสร้างอุตสาหกรรมกลาโหมในประเทศเต็มสูบ จนกลายเป็นผู้ผลิตโดรนชั้นนำของโลก ประเด็นที่ 2: โดรน Bayraktar = อาวุธทางการทูตตัวใหม่ โดรน TB2 ราคาเพียง 5-8 ล้านดอลลาร์ต่อลำ ถูกใช้ในสงครามนากอร์โน-คาราบัค ยูเครน และลิเบีย จนพิสูจน์ว่า “ราคาถูกแต่ได้ผล” ตุรกีส่งออกโดรนให้กว่า 30 ประเทศ พร้อมแพ็คเกจฝึกอบรมและซ่อมบำรุงแบบ “ไม่มีเงื่อนไขการเมือง” ทำให้หลายประเทศหันมาซื้อตุรกีแทนอเมริกาหรืออิสราเอล ประเด็นที่ 3: การทูตแบบสองหน้า (Strategic Ambiguity) - เป็นสมาชิก NATO แต่ขายโดรนให้ยูเครน - เป็นเพื่อนบ้านทะเลดำ แต่เป็นคนกลางเจรจา Grain Deal กับรัสเซีย - ชะลอการเข้าร่วมของสวีเดนเพื่อแลกกับ F-16 และข้อตกลงต่อต้านการก่อการร้าย ผลคือ NATO ต้องเจรจาแทนที่จะสั่งการ มันหมายความว่าอะไร? ตุรกีพิสูจน์แล้วว่า ประเทศขนาดกลางไม่จำเป็นต้องเลือกข้างสุดโต่ง มันสามารถ “อยู่กลางน้ำ” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ภูมิศาสตร์ + เทคโนโลยี + การทูตเป็นเลเวอเรจ ในโลกที่อเมริกาเหนื่อยล้า และจีนกำลังขึ้นมา มหาอำนาจระดับกลางแบบตุรกีกำลังกำหนดกฎใหม่ของการเป็นพันธมิตร . NATO ไม่ได้อ่อนแอลง… แต่ถูกบังคับให้ “ยืดหยุ่นมากขึ้น” เพื่อความอยู่รอด ตุรกีไม่ได้พยายามทำลาย NATO มันแค่แสดงให้เห็นว่า ในยุค multipolar การเป็น “พันธมิตรที่คาดเดาไม่ได้” อาจเป็นวิธีที่ฉลาดที่สุดในการรักษาอิทธิพล และบทเรียนนี้… ไม่ใช่แค่สำหรับตุรกี แต่สำหรับทุกประเทศขนาดกลางที่ไม่อยากเป็นเพียง “ผู้ตาม” อีกต่อไป คุณคิดว่าประเทศอื่น ๆ (เช่น อินเดีย ซาอุฯ หรืออินโดนีเซีย) จะนำโมเดลนี้ไปใช้บ้างไหม? คอมเมนต์บอกเราหน่อยครับ 👇
World Snap tweet media
ไทย
0
0
0
9
World Snap
World Snap@WorldSnap360·
ลองนึกภาพวันหนึ่ง… อีเมลของคุณส่งไม่ได้ ธนาคารออนไลน์หยุดนิ่ง การประชุมวิดีโอกับลูกค้าต่างประเทศดับสนิท และข่าวที่คุณอ่านทุกวันโหลดไม่ได้สักคำ ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากแฮกเกอร์โจมตีเซิร์ฟเวอร์ แต่เกิดจาก “บางอย่าง” ถูกตัดขาด… กลางมหาสมุทร และสิ่งนั้นคือ สายเคเบิลใต้น้ำ — สิ่งที่หลายคนไม่เคยคิดถึง แต่เป็นเส้นเลือดหลักของโลกดิจิทัลทั้งใบ ทำไมสายเคเบิลใต้น้ำจึงกลายเป็น “จุดอ่อนร้ายแรงที่สุด” ของอธิปไตยดิจิทัลโลก? บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจอย่างละเอียดและตรงประเด็น สายเคเบิลใต้น้ำคืออะไร และสำคัญขนาดไหน พูดง่าย ๆ คือ สายเคเบิลใต้น้ำคือ “ทางหลวงใต้น้ำ” ที่ส่งข้อมูลระหว่างประเทศทั้งหมด - ส่งข้อมูล ร้อยละ 95 ถึง 99 ของการรับส่งข้อมูลข้ามประเทศทั่วโลก - ไม่ใช่ดาวเทียม (ดาวเทียมรับได้ไม่ถึง 1%) - มีความยาวรวมกันกว่า 1.4 ล้านกิโลเมตร (พอที่จะพันรอบโลก 35 รอบ) สายเคเบิลเส้นหนึ่งมีขนาดเท่ากับสายยางในสวน แต่ข้างในมีเส้นใยแก้วนำแสงหลายสิบเส้นที่ส่งสัญญาณแสงด้วยความเร็วสูงมาก ทุก 50–100 กิโลเมตรจะมีเครื่องขยายสัญญาณใต้น้ำช่วยส่งต่อ มันคือโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้โลกเรา “เชื่อมต่อกัน” ได้แบบเรียลไทม์ — การเงิน การค้า การแพทย์ การทหาร และชีวิตประจำวันของคนหลายพันล้านคน ทำไมมันถึงเป็นจุดอ่อนร้ายแรงที่สุด 1. การโจมตีทำได้ง่ายและปฏิเสธได้ ต่างจากไซเบอร์แอตแท็กที่แก้ไขได้ด้วยแพตช์ สายเคเบิลเป็น “ของจริง” ที่จับต้องได้ ในน้ำตื้น เรือลำหนึ่งลากสมอเพียงอย่างเดียวก็ตัดขาดได้ หรือใช้เครื่องมือพิเศษก็ยิ่งง่าย วิธีนี้ไม่ต้องการเทคโนโลยีสูง ราคาถูก และที่สำคัญคือ ปฏิเสธได้ว่าเป็นอุบัติเหตุ ผลกระทบ? ใหญ่กว่าการยิงขีปนาวุธหลายลูกในโลกดิจิทัล เพราะมันตัด “เส้นเลือดใหญ่” ทันที 2. การซ่อมแซมช้าและยากลำบากอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อสายขาด -ต้องใช้เรือซ่อมเฉพาะทาง (ทั่วโลกมีแค่ 60–80 ลำ) -อาจใช้เวลาเดินทาง 10–12 วันกว่าจะถึงจุดเกิดเหตุ -ต้องลากสายขึ้นมา เชื่อมต่อในห้องสะอาดบนเรือ แล้ววางกลับลงไป -ใช้เวลารวม หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน สภาพอากาศ การเมือง และการอนุญาตจากหลายประเทศยิ่งทำให้ช้าลงไปอีก ในสถานการณ์ตึงเครียด การซ่อมอาจกลายเป็น “ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้” 3. ดาวเทียมช่วยไม่ได้จริง หลายคนคิดว่า “มีดาวเทียมแล้วไม่เป็นไร” แต่ความจริงคือ ดาวเทียมทั้งหมดในโลกส่งข้อมูลได้เพียง 1 ใน 175 ส่วนของสายเคเบิล ความหน่วงสูง ราคาแพง และเมื่อทุกคนพุ่งไปใช้พร้อมกันก็ติดขัดทันที ดาวเทียมเหมาะเป็น “แผนสำรองฉุกเฉิน” สำหรับการสื่อสารสำคัญ แต่ไม่สามารถรองรับเศรษฐกิจและสังคมทั้งหมดได้ 4. เจ้าของไม่ใช่รัฐบาล แต่เป็นเอกชนและต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นของบริษัทเอกชนใหญ่และกลุ่มทุนระหว่างประเทศ สถานีลงฝั่งอยู่บนแผ่นดินของประเทศ แต่ส่วนกลางทะเลอยู่กลางน้ำสากล ทำให้เกิด “อำนาจที่ซับซ้อน” — รัฐบาลอาจควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้ แต่ควบคุม “ท่อส่งข้อมูล” ไม่ได้เต็มที่ 5. กลายเป็นอาวุธสงครามแบบใหม่ การตัดหรือขู่ตัดสายเคเบิลคืออาวุธที่ - ราคาถูก - ไม่ทำให้เกิดสงครามเต็มรูปแบบ - สร้างความเสียหายมหาศาล - ปฏิเสธได้ เรือจากบางประเทศถูกพบว่าลากสมอตัดสายใกล้พื้นที่ตึงเครียด เช่น ทะเลบอลติก ช่องแคบไต้หวัน และทะเลแดง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า 6. ผลกระทบทางเศรษฐกิจมหาศาล การดับของสายเคเบิลใหญ่เพียงครั้งเดียว อาจทำให้เศรษฐกิจโลกเสียหายวันละหลายพันล้านดอลลาร์ ธนาคารหยุดชะงัก ห่วงโซ่อุปทานพัง โรงพยาบาลไม่เข้าถึงข้อมูล และประชาชนธรรมดาไม่สามารถทำธุรกรรมออนไลน์ได้ แล้วมันหมายความว่าอะไรกับ “อธิปไตยดิจิทัล”? อธิปไตยดิจิทัลไม่ได้หมายถึงแค่ “มีกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล” หรือ “สร้างคลาวด์ของชาติ” มันหมายถึง ความสามารถในการควบคุมชะตากรรมดิจิทัลของตัวเองอย่างแท้จริง แต่เมื่อเส้นสายหลักของข้อมูลยังเปราะบางขนาดนี้ ต่อให้มีกฎหมายดีแค่ไหน ไฟร์วอลล์แน่นแค่ไหน ประเทศนั้นก็ยัง “พึ่งพา” ผู้อื่นอยู่ สายเคเบิลใต้น้ำจึงเผยให้เห็นความจริงที่โหดร้าย: อธิปไตยดิจิทัลที่ปราศจากความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ คืออธิปไตยที่ยังไม่สมบูรณ์ สายเคเบิลใต้น้ำคือจุดอ่อนร้ายแรงที่สุดของอธิปไตยดิจิทัลโลก เพราะมันเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ - ทุกคนใช้ - แต่ไม่มีใครควบคุมได้เต็มที่ - โจมตีได้ง่าย - ซ่อมยาก - และไม่มีทางเลือกที่ดีพอที่จะแทนที่ได้ การเข้าใจความเปราะบางนี้ ไม่ใช่การหวาดกลัว แต่เป็นก้าวแรกของการสร้างความยั่งยืนที่แท้จริง คำถามที่เราทุกคนควรตั้งใจคิดคือ… ถ้าประเทศของคุณ “ตัดขาดจากโลก” เพียงไม่กี่วัน คุณจะเตรียมตัวอย่างไร? และโลกทั้งใบจะร่วมกันปกป้อง “เส้นเลือดใต้น้ำ” นี้ได้อย่างไร… ก่อนที่มันจะสายเกินไป
World Snap tweet media
ไทย
0
0
0
10
World Snap
World Snap@WorldSnap360·
เวียดนาม: สะพานเซมิคอนดักเตอร์ที่เชื่อมมหาอำนาจสองขั้ว ทำไมประเทศเล็กๆ อย่างเวียดนาม ถึงกลายเป็น “สะพาน” ที่ทั้งสหรัฐฯ และจีน ต่างก็ต้องการในสงครามชิปโลก? ในยุคที่ชิปเซมิคอนดักเตอร์คือ “เลือด” ของเศรษฐกิจดิจิทัล ประเทศเล็กๆ หนึ่งประเทศกำลังแสดงให้เห็นว่า… ไม่จำเป็นต้องเลือกข้างก็สามารถยืนอยู่ตรงกลางและได้ประโยชน์สูงสุดได้ ชิปคืออะไร และทำไมถึงสำคัญขนาดนี้? เซมิคอนดักเตอร์คือชิปเล็กๆ ที่อยู่ภายในทุกอย่างที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน — โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ ระบบรักษาความปลอดภัยทางการแพทย์ แม้แต่ระบบป้องกันประเทศ พูดง่าย ๆ คือ มันคือสมองของโลกยุคใหม่ การควบคุมห่วงโซ่อุปทานชิปจึงสำคัญไม่แพ้การควบคุมน้ำมันในอดีต และนี่คือจุดเริ่มต้นของ “สงครามเทคโนโลยีเงียบ” ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เวียดนามกำลังทำอะไรอยู่? เวียดนามไม่ได้นั่งรอโอกาส แต่กำลังเดินเกมอย่างชาญฉลาด: จากโรงงานประกอบ → ผู้เล่นเทคระดับกลาง เมื่อก่อนเวียดนามเป็นเพียงจุดประกอบสินค้า (assembly hub) ที่มูลค่าเพิ่มต่ำ แต่ตอนนี้กำลังไต่บันไดขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง บริษัทใหญ่ระดับโลกจากสหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอื่นๆ กำลังย้ายโรงงานผลิต ชิปแพ็คเกจจิ้ง และทดสอบมาที่นี่ แผนชาติชัดเจน “C = SET + 1”C = Chips S = Specialized chips (สำหรับรถยนต์ การเกษตร ป้องกันประเทศ) E = Electronics T = Talent (เป้าหมาย 50,000 วิศวกรภายในปี 2030) +1 = เป็นตัวเลือกที่ “ปลอดภัย” สำหรับบริษัทที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากจีน สร้างโรงงานผลิตชิปแห่งแรกของตัวเอง Viettel (บริษัทรัฐ) กำลังสร้างฟาบแห่งแรกที่ฮานอย ไม่ใช่โรงงานลอกแบบ แต่เน้น R&D และผลิตชิปเพื่อความต้องการภายในประเทศ การทูตไผ่ในทางปฏิบัติฝั่งตะวันตก: ความสัมพันธ์ระดับ Comprehensive Strategic Partnership กับสหรัฐฯ, รับการสนับสนุนจาก CHIPS Act, ทำงานกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เรื่อง talent และเทคโนโลยีขั้นสูง ฝั่งจีน: ยังคงรักษาการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจไว้อย่างแน่นแฟ้น เวียดนามไม่ได้ปิดประตูใคร แต่เปิดประตูให้ทุกคน… ด้วยเงื่อนไขของตัวเอง ความหมายที่ลึกกว่านั้น เวียดนามกำลังพิสูจน์ว่า ประเทศขนาดกลางสามารถสร้างอำนาจต่อรองได้ โดยไม่ต้องเลือกข้างชัดเจน การเป็น “สะพาน” ทำให้เวียดนามได้รับทั้งเงินลงทุน เทคโนโลยี และงานคุณภาพสูง ในขณะที่ช่วยลดความเสี่ยงให้บริษัทข้ามชาติเมื่อเกิดวิกฤต (เช่น การปิดกั้นทางการค้า) พูดง่าย ๆ คือ… เวียดนามกำลังเปลี่ยน “ความกดดันจากมหาอำนาจ” ให้กลายเป็น “โอกาสในการก้าวกระโดด” เวียดนามไม่ได้แค่รอดจากสงครามชิปโลก… แต่กำลังกลายเป็นผู้เล่นสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องการ ในโลกที่เทคโนโลยีถูกแบ่งขั้วมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่องราวของเวียดนามคือบทเรียนสำคัญสำหรับทุกประเทศขนาดกลางว่า “ความยืดหยุ่นที่ฉลาด + แผนระยะยาว + การทูตที่สมดุล = พลังที่แท้จริง” เวียดนามกำลังเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยไผ่ต้นหนึ่งที่ทั้งอ่อนโยนและแข็งแกร่ง คุณคิดว่า ประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในอาเซียน จะเรียนรู้จากเวียดนามได้มากน้อยแค่ไหน?
World Snap tweet media
ไทย
0
0
0
55
World Snap
World Snap@WorldSnap360·
เมืองเดือด - เกาะความร้อนที่กำลังฆ่าเศรษฐกิจและชีวิตคนเงียบ ๆ ลองนึกภาพคุณเดินกลับบ้านตอนเย็นฤดูร้อน… พระอาทิตย์ตกไปแล้ว แต่ อากาศยังอบอ้าวหนัก แผ่นทางเท้าและตึกกระจกยังแผ่ความร้อนเหมือนเตาอบยักษ์ที่ไม่ยอมดับ 🔥 นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว… เป็นความจริงที่คนนับพันล้านคนทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ในทุกเมืองใหญ่ วันนี้เราจะพูดคุยเรื่อง “เกาะความร้อนในเมือง” หรือ Urban Heat Island Effect — แรงเงียบที่ทำให้เมืองร้อนกว่าพื้นที่ชนบทรอบ ๆ 1-7 องศาเซลเซียส และบางวันร้อนขึ้นถึง 15-20 องศาเลยทีเดียว ทำไมเมืองถึงร้อนขนาดนี้? ง่ายมาก… เราตัดต้นไม้ ทุ่งหญ้า และพื้นที่ธรรมชาติ แล้วแทนที่ด้วยคอนกรีต ถนนยางมะตอย และตึกสูง วัสดุเหล่านี้ดูดซับความร้อนจากแดดทั้งวัน แล้วค่อย ๆ คายกลับออกมาตอนกลางคืน ตึกสูงกั้นลม ไม่ให้ความร้อนระบาย เครื่องปรับอากาศที่เราติดตั้งเพื่อความเย็น… กลับเป่าความร้อนออกไปข้างนอกเพิ่มอีก ผลคือเมืองกลายเป็น “กับดักความร้อน” ที่ทำให้ฤดูร้อนรู้สึกยาวนานไม่จบสิ้น ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับทุกคน? ตอนนี้ประชากรโลกกว่า 50% อาศัยอยู่ในเมือง และตัวเลขนี้ยังเพิ่มขึ้นทุกปี ความร้อนในเมืองยิ่งทำให้ภาวะโลกร้อนแย่ลง ใช้ไฟฟ้าเพิ่มมหาศาล และกระทบคนเปราะบางหนักที่สุด ไม่ว่าคุณอยู่เมืองเย็นในยุโรป หรือมหานครร้อนชื้นในเอเชีย… ความร้อนนี้ส่งผลถึงห่วงโซ่อาหาร การย้ายถิ่นฐาน และคุณภาพอากาศที่เราแบ่งปันกันทั้งโลก ตัวอย่างจริงจากทั่วโลกที่พิสูจน์แล้ว - Phoenix, อาริโซนา → เมืองที่ร้อนที่สุดเมืองหนึ่งของอเมริกา ทดลอง铺ผิวถนนสะท้อนแสง (cool pavement) ผลคืออุณหภูมิพื้นผิวลดลงถึง 7 องศาเซลเซียส ประหยัดค่าไฟและซ่อมถนนได้เยอะ - สิงคโปร์ → ปลูกต้นไม้ไปกว่า 7 ล้านต้น + สวนบนดาดฟ้าและผนังตึกแนวตั้ง เมืองเย็นลงชัดเจน แม้ในอากาศชื้น - Medellín, โคลอมเบีย → สร้าง “ทางเดินสีเขียว” เชื่อมต้นไม้ตามถนนและทางจักรยาน อากาศเย็นลง 2 องศา คนในชุมชนใช้ชีวิตได้ดีขึ้น - โซล, เกาหลีใต้ → รื้อทางด่วนยาว 6 กิโลเมตร แล้วคืนพื้นที่ให้ลำธาร Cheonggyecheon ตอนนี้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนและเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด - นิวยอร์ก → ติดตั้งหลังคาสีขาวสะท้อนแสงและหลังคาเขียวหลายล้านตารางฟุต ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าและลดก๊าซเรือนกระจกได้มาก ผลกระทบที่ซ่อนอยู่ ความร้อนในเมืองเพิ่มความเสี่ยงโรคฮีทสโตรก โรคหัวใจ และระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะกลางคืนที่ร่างกายไม่ได้พักผ่อน งานวิจัยพบว่าทำให้คนเสียชีวิตเพิ่มหลายพันคนต่อปีในยุโรปเพียงแห่งเดียว เด็ก คนสูงอายุ และแรงงานกลางแจ้งคือผู้ที่เดือดร้อนหนักที่สุด ส่วนด้านเศรษฐกิจ… ค่าไฟฟ้าพุ่งสูงเพราะใช้แอร์เพิ่ม → ไฟฟ้าดับบ่อย → ผลผลิตงานลดลงหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี → ถนนและรางรถไฟเสียหายเร็วขึ้น → ซ่อมแซมแพงขึ้น และที่แย่ที่สุด… ความไม่เท่าเทียมชัดเจน ย่านคนจนมักมีต้นไม้น้อย ถนนคอนกรีตเยอะ จึงร้อนกว่าย่านรวยหลายองศา เราสามารถแก้ได้ - ปลูกต้นไม้ใหญ่ ๆ (ต้นเดียวช่วยลดอุณหภูมิรอบ ๆ ได้หลายองศา) - ใช้สีสะท้อนแสงบนหลังคาและถนน - หลังคาเขียว + ทางเท้าลาดน้ำซึมได้ - คืนพื้นที่ให้ลำธารและน้ำพุ - ออกแบบเมืองให้มีถนนกว้าง ลมพัดได้ + ผสมพื้นที่สีเขียว เมืองอย่างซิดนีย์กำลังปลูกต้นไม้เป็นล้าน ๆ ต้น แม้แต่เมืองยากจนอย่าง Freetown ในเซียร์ราลีโอน ยังทำโครงการปลูกต้นไม้สร้างเครือข่ายความเย็นได้ ความร้อนในเมืองไม่ใช่แค่เรื่องอากาศ… มันคือเรื่องเงิน เรื่องสุขภาพ เรื่องความยุติธรรม และเรื่องอนาคตของเศรษฐกิจเมือง การลงทุนใน “เมืองเย็น” ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย… แต่เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนระยะยาว ทั้งค่าไฟลดลง ผลผลิตเพิ่มขึ้น มูลค่าอสังหาฯ สูงขึ้น และคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เกาะความร้อนในเมืองเป็นความท้าทายเงียบ ๆ… แต่แก้ไขได้ เมืองที่เคยเดือดร้อนอย่าง Phoenix, สิงคโปร์, Medellín, โซล และนิวยอร์ก ล้วนพิสูจน์แล้วว่า “เมืองเดือด” สามารถกลายเป็น “เมืองเย็นสบาย” ที่น่าอยู่และมีกำไรทางเศรษฐกิจได้ อนาคตของเมืองเรา… ขึ้นอยู่กับการเลือกวันนี้
World Snap tweet media
ไทย
0
0
0
18
Jackson Hinkle 🇺🇸
Jackson Hinkle 🇺🇸@jacksonhinkle·
🇨🇳🇧🇷 China just made Brazil its No. 1 global investment destination — surpassing the US
Jackson Hinkle 🇺🇸 tweet mediaJackson Hinkle 🇺🇸 tweet media
English
443
4.8K
50.8K
2.3M
World Snap đã retweet
marigu
marigu@marigu7850·
「怖い」と言われ… 何年も誰にも選ばれなかったピットブル🥲 でも、この女の子だけは違いました…🐕🧒☺️🫶🏻❤️❤️❤️
日本語
245
1.5K
28K
2.7M
World Snap
World Snap@WorldSnap360·
ธัญพืชกลายเป็นอาวุธการทูตที่ทรงพลังที่สุดของรัสเซียได้อย่างไร ลองนึกภาพแม่บ้านในไคโรหรือไนโรบีที่ยืนจ้องราคาขนมปังในตลาด เมื่อปี 2022 ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่ใช่เพราะภัยแล้ง แต่เกิดจากคำสั่งที่ออกจากทะเลดำ ห่างไกลหลายพันกิโลเมตร ตลอดประวัติศาสตร์ ใครควบคุมอาหารได้ย่อมควบคุมผู้คน หลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย รัสเซียจึงฟื้นฟูการเกษตรอย่างเป็นระบบ ด้วยดินอุดมสมบูรณ์ การลงทุนรัฐ และเทคโนโลยี จนกลายเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีอันดับหนึ่งของโลก ในปี 2017 ทะเลดำเคยเป็นคลังอาหารของโลกที่รัสเซียและยูเครนส่งออกกว่า 25% ของปริมาณทั้งหมด เมื่อสงครามเกิดขึ้น การปิดล้อมท่าเรือทำให้ราคาอาหารโลกพุ่งสูง องค์การสหประชาชาติและตุรกีจึงผลักดัน Black Sea Grain Initiative ในปี 2022 เปิดทางให้ข้าวสาลียูเครน 33 ล้านตัน ไหลออกสู่ 45 ประเทศ ช่วยลดวิกฤตชั่วคราว แต่ในเดือนกรกฎาคม 2023 รัสเซียเลือกไม่ต่ออายุข้อตกลง เพื่อกลับมาควบคุมสถานการณ์เต็มที่ โดยใช้กลยุทธ์ “Food Security Warfare” อย่างชาญฉลาด ทั้งการสร้างความขาดแคลนแล้วเสนอตัวเป็นผู้ช่วย ส่งธัญพืชฟรีหรือราคาถูกให้ประเทศในแอฟริกาและตะวันออกกลาง ใช้ปุ๋ยเคมีเป็นอาวุธลับคู่ขนาน สร้างเครือข่ายใหม่ผ่าน BRICS และผูกมิตรทางการเมืองแบบเงียบ ๆ แม้จะสร้างความยากลำบากให้หลายชาติ แต่ยูเครนก็ปรับตัวด้วยเส้นทางส่งออกใหม่ทางแม่น้ำ ทางบก และมาตรการทางทะเลที่สร้างสรรค์ ในที่สุด เรื่องนี้สอนให้โลกเห็นว่า การพึ่งพาผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายนั้นอันตราย ประเทศต่าง ๆ ควรกระจายความเสี่ยง ลงทุนเกษตรกรรมภายใน และยกความมั่นคงทางอาหารให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะในโลกยุคใหม่ อำนาจที่แท้จริงมักซ่อนอยู่ในสิ่งที่เรากินทุกวัน
World Snap tweet media
ไทย
0
0
0
21
World Snap
World Snap@WorldSnap360·
‘การเลือกจากไปอย่างมีศักดิ์ศรี’ ในสังคมปัจจุบัน ในสังคมไทยโบราณ ผู้สูงอายุคือศูนย์กลางของครอบครัวและชุมชน ได้รับการดูแลและเคารพอย่างสูง หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของไทยแทบไม่มีบันทึกเรื่อง “ชราฆาต” เพราะวัฒนธรรมและพระพุทธศาสนาเน้นการดูแลผู้ใหญ่บ้านเป็นส่วนสำคัญของชีวิตสังคม. แต่ในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก เมื่อทรัพยากรขาดแคลนอย่างรุนแรง ก็เคยเกิดประเพณีชราฆาต เช่น •Goryeojang ในเกาหลีโบราณ: ทิ้งผู้สูงอายุไว้ในภูเขาให้อดอาหารตาย •Ubasute / Abasute ในญี่ปุ่น: พาผู้สูงอายุขึ้นเขาแล้วทิ้งในป่า •Ättestupa ในสแกนดิเนเวีย: ผลักหรือให้กระโดดจากหน้าผา •Thalaikoothal ในอินเดียใต้: พิธีอาบน้ำศีรษะด้วยน้ำเย็นและน้ำมะพร้าว จนเกิดภาวะไตวาย •Inuit (เอสกิโม): ทิ้งผู้สูงอายุไว้บนน้ำแข็งหรือกลางหิมะในภาวะอดอยาก คนในชุมชนมักเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า “ความเมตตา” เพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุทรมาน และไม่ให้ครอบครัวล้มเหลว วันนี้ เรากำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ขณะที่ระบบสวัสดิการยังจำกัด บางครอบครัวเริ่มรู้สึก “หนักใจ” เงียบ ๆ ภาพผู้สูงอายุตายโดดเดี่ยว หรือการเลือกปฏิบัติทางการแพทย์ในวิกฤต ทำให้เราต้องเผชิญคำถามเดิมในรูปแบบใหม่ เรามีกฎหมายที่ให้สิทธิ “Living Will” ตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 และมีการผลักดัน “พรบ.ตายดี” เพื่อขยายการดูแลแบบ palliative care และสิทธิเลือกวาระสุดท้าย ที่นี่คือจุดที่เราต้องชวนคิดอย่างลึกซึ้ง กฎหมายการุณยฆาตหรือสิทธิเลือกจากไปอย่างมีศักดิ์ศรี จึงเป็นดาบสองคม ด้านหนึ่ง มันอาจเป็นการเคารพ ศักดิ์ศรี และ autonomy ของผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ไม่ต้องการทรมานจากเครื่องช่วยหายใจหรือการรักษาที่ยืดเยื้อ อีกด้านหนึ่ง หากขาดมาตรการป้องกันที่เข้มงวดและระบบสนับสนุนที่ดีพอ มันอาจกลายเป็นแรงกดดันทางอ้อมให้ผู้สูงอายุ “เลือกสละตัวเอง” เพราะรู้สึกว่าเป็นภาระทางเศรษฐกิจและอารมณ์ของลูกหลาน เมื่อใดก็ตามที่สังคมเริ่มมอง “คนแก่คือภาระที่ต้องสละ” เรากำลังลดคุณค่าของมนุษย์ลงเหลือเพียง “ผลิตภาพทางเศรษฐกิจ” ซึ่งขัดกับหลักมนุษยธรรม คนทุกวัยมีศักดิ์ศรีเท่ากัน ไม่ว่าจะทำงานได้หรือไม่ได้ ศักดิ์ศรี ไม่ควรต้องแลกมาด้วยการรู้สึกว่าเป็นภาระ เราสามารถสร้างระบบที่ทั้งดูแลผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ และเคารพความต้องการในวาระสุดท้ายได้ โดยไม่ทำให้ใครต้องรู้สึกกดดันให้ “เลือกจากไป” เรื่องนี้ไม่มีคำตอบขาวดำ แต่การที่สังคมไทยจะเดินไปข้างหน้าด้วยการเข้าใจถึงความเป็น “ดาบสองคม” ของกฎหมายนี้ พร้อมทั้งปกป้องศักดิ์ศรีของคนทุกวัย น่าจะเป็นสิ่งที่เราต้องการมากที่สุด
World Snap tweet media
ไทย
0
0
0
18
World Snap đã retweet
Cat 🐈
Cat 🐈@CuteCatsMagic·
Cat 🐈 tweet media
ZXX
127
2.9K
23.9K
720.9K
World Snap đã retweet
Earth
Earth@earthcurated·
Thailand has officially recognized its native cat the elegant Siamese as national cultural heritage and living symbols of the country.
Earth tweet mediaEarth tweet media
English
91
9.6K
20.3K
1.8M
World Snap
World Snap@WorldSnap360·
🚨 นักศึกษาที่เพิ่งจบ โชว์แชท AI กลางพิธีรับปริญญา อ้างใช้โกงตลอดหลักสูตร หลังจากนั้น 2 ชม. ก็ถูกถอนปริญญา! นักศึกษาจบจากมหาวิทยาลัย UCLA ในสหรัฐฯ โชว์แล็ปท็อปกลางเวทีรับปริญญา โดยเปิดแชทกับ ChatGPT เพื่อยืนยันว่าใช้ AI ช่วยทำการบ้านและงานตลอดการเรียน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนัก ต่อมาถูกกล่าวหาว่ามหาวิทยาลัยตัดสินใจถอนปริญญาภายใน 2 ชั่วโมงหลังเหตุการณ์ (แต่ข้อมูลจริงจากผู้ใช้หลายคนระบุว่า ส่วนเรื่องถอนปริญญาเป็นข่าวลือเกินจริง)
ไทย
0
0
0
37
World Snap
World Snap@WorldSnap360·
เจอพวกตกปลา คือพวกนี้มากหลอกผู้ปกครองว่าจะฝากได้ บางที่เด็กสอบได้เอง ก็กินเงินไปฟรีๆ สอบไม่ได้ก็คืนเงิน คืนครบบ้างไม่ครบบ้าง
World Snap tweet media
ไทย
0
0
0
12
World Snap đã retweet
Cat 🐈
Cat 🐈@CuteCatsMagic·
Cat 🐈 tweet media
ZXX
83
3.4K
16.9K
575.5K
World Snap
World Snap@WorldSnap360·
สมัยก่อนคิดว่าช่างตัดผมคงเป็นอาชีพที่ไม่มีวันตกงานเพราะ คงไม่มีใครตัดผมให้ตัวเองได้ แต่ตอนนี้มีเครื่องตัดผมแล้ว 55
UMUDIASPORA🖤@_lamar__1

Humans losing jobs soon 😭😳😱

ไทย
0
0
0
47
World Snap
World Snap@WorldSnap360·
ถ้าใครติดสงครามยูเครนในวันแรกที่รัสเซียบุก ยิงจรวดถล่มยูเครน คงไม่มีใครคิดว่าจะมีวันนี้ วันที่รัสเซียกลัวภัยคุกคามจากยูเครน 🚨 รัสเซียลดขนาดขบวนพาเหรดวันแห่งชัยชนะที่มอสโก โทษภัยคุกคามจากยูเครน ปกติ Victory Day เป็นงานฉลองใหญ่สุดของรัสเซียที่โชว์พลังทหารและอาวุธ แต่ปีนี้ปูตินต้องลดขนาดเพราะกลัวโดรนยูเครนโจมตี กลายเป็นข่าวที่ทำให้โลกเห็นภาพรัสเซีย “อ่อนแอลง” หลังสงครามยืดเยื้อยาวกว่า 3 ปี
World Snap tweet media
ไทย
0
0
0
37
World Snap đã retweet
Earth_Wanderer
Earth_Wanderer@earth_tracker·
The laws of physics don't apply to mountain goats. 🐐
English
891
5.3K
24.3K
1.2M
World Snap
World Snap@WorldSnap360·
สงสัยยังหลอนอยู่จากสมัยสงครามโลก
World Snap tweet media
ไทย
0
0
0
5
World Snap đã retweet
Mario Nawfal
Mario Nawfal@MarioNawfal·
This dude probably saw a ‘50’s movie with a carhop delivering food on roller skates, thought he’d give it a go. But there’s a reason most servers just wear sneakers…
English
1.9K
1.4K
13K
9M