sailingstone
2.6K posts

sailingstone 已转推
sailingstone 已转推
sailingstone 已转推

🧵เมื่อกี๊นั่งฟังศิริกัญญาคุยกับหมอเลี๊ยบในรายการของสรยุทธ์ แกพูดถึงว่าประเทศไทยตอนนี้เปรียบเสมือนลาแต่พรรคเพื่อไทยพยายามหวดแส้ให้มันวิ่งได้เร็วเหมือนม้าโดยศิริกัญญาอ้างอิง Solow Growth Model ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคงไม่เข้าใจว่าศิริกัญญาหมายถึงอะไร เพราะโดนหมอเลี๊ยบอาศัยลูกเก๋าตีกินข่มทับว่าเราเป็นม้าไม่ใช่ลา คนเลยหันไปโฟกัสกันตรงนั้นแทนเนื้อหาที่ศิริกัญญาพยายามจะสื่อ โพสนี้ผมจะช่วยศิริกัญญาอธิบายให้ฟังว่า Solow Model ที่แกว่าคืออะไร อาจเข้าใจยากหน่อยสำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบทางด้านคณิตศาสตร์เพราะเป็นเรื่องทฤษฎี (เรียนมานานแล้วอาจลืมๆอธิบายผิดถูกบ้างเล็กน้อย ขออภัยล่วงหน้า) และเช่นเคย โพสยาวหน่อยแต่อยากให้อ่าน เวลานักเศรษฐศาสตร์เขาคุยกันเราจะได้ติดตามได้อย่างสนุก ส่วนคนที่เคยเรียนมาแล้วก็อ่านผ่านๆไปแล้วกันครับ
Solow Growth Model ที่ศิริกัญญาพูดถึงเป็นโมเดลการเติบโตทางเศรษฐกิจที่นักเศรษฐศาสตร์เขาใช้อธิบายการเติบโตของผลผลิตมวลรวมในประเทศ (GDP) ของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมโดยใช้แนวคิดพื้นฐานที่ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจเกิดจาก “การสะสมทุน” ซึ่งโมเดลนี้อธิบายว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศหนึ่งๆดำเนินไปอย่างไรจนกว่าจะถึงจุดสมดุล (Steady state) ซึ่งที่จุดนี้ การลงทุนจะเท่ากับค่าเสื่อมราคาของทุน ทำให้ GDP จะเติบโตที่อัตราคงที่ (ซึ่งประเทศไทยเรากำลังอยู่ที่จุดนี้เลย)
กราฟที่เอามาให้ดูนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างทุน (K) ในแนวนอน และ GDP หรือผลผลิตของประเทศหนึ่งๆ ในแนวตั้ง
โดยเส้นโค้งสีดำเส้นบนสุดเรียกว่าเส้น Production Function แสดงเส้นแนวโน้มของการเติบโตของ GDP (Y) ว่าจะเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอย่างไรเมื่อมีการสะสมทุน (K) เพิ่มขึ้น โดยคำว่าทุนที่สะสมในที่นี้หมายรวมทั้งเครื่องจักรอาคารรวมไปจนถึงทุนในรูปของทรัพยากรมนุษย์ซึ่งมีการสะสมทั้งจำนวนและทักษะความรู้ต่างๆ ซึ่งเส้นโค้งฟังก์ชั่นการผลิตนี้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ เขียนเป็นสมการเส้นโค้งว่า Y = f(K) ซึ่งจะเห็นได้ว่าเมื่อมีการสะสมทุนเพิ่มขึ้น ผลผลิตที่เพิ่มมันจะเพิ่มด้วยอัตราที่ลดลงเนื่องจากปัจจัยหลายอย่างเช่นการที่ระบบเศรษฐกิจไม่สามารถนำทุนที่สะสมเพิ่มไปทำการผลิตได้หรือการที่มีการเสื่อมลงของทุนที่มี
โดยเส้นตรงสีน้ำเงินตรงกลางแสดงเส้นค่าเสื่อมราคาของทุนเช่นเครื่องจักรสึกหรอ อาคารเสื่อมโทรมต้องการการปรับปรุง ทรัพยากรมนุษย์แก่ลง รีไทร์ หรือตายไป ฯลฯ โดยเส้นนี้จะเพิ่มขึ้นเมื่อทุนเพิ่มขึ้นซึ่งหมายความว่าค่าเสื่อมราคาของทุนจะเพิ่มขึ้นเมื่อทุนเพิ่มขึ้น เช่น ถ้าค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักรต่างๆทั้งหมดคิดอัตราการเสื่อมสภาพที่ 20% เราสามารถเขียนสมการค่าเสื่อมราคาเป็นเส้นตรง D = 0.2K
ส่วนเส้นสีแดงในภาพคือเส้นการลงทุน (I) ซึ่งหากประเทศหนึ่งๆมีอัตราการออม (S) สูง คือประชาชนเหลือเงินเก็บจำนวนมากหลังจากการจับจ่ายใช้สอยรายได้ที่ได้มา ก็สามารถนำเงินออมนั้นไปลงทุน เช่น ประเทศหนึ่งคนใช้เงินบริโภคไป 70% ของรายได้เหลือเงินออม 30% เงินออมนั้นก็สามารถนำไปลงทุนเพื่อสร้างผลผลิตต่อไปได้ เราสามารถเขียนสมการเส้นลงทุนของประชาชนในประเทศนี้เป็น I = 0.3 Y คือรายได้ร้อยนึงเหลือไปลงทุนสามสิบ
จากในรูปเราจะเห็นว่าในช่วงแรกๆของการพัฒนา ประเทศหนึ่งๆมีทุนสะสมน้อย การเพิ่มขึ้นของทุนที่สะสมมาสามารถสร้างผลผลิตเพิ่มได้มาก เนื่องจากการลงทุนมันเพิ่มขึ้นเร็วกว่าค่าเสื่อม (ดูได้จากความถ่างของเส้นสีแดงกับสีน้ำเงินหรือ I - D ระหว่าง K = 0-100 ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) ทำให้ผลผลิตช่วงนี้เพิ่มขึ้นเร็วมากเหมือนไทยเมื่อ 40 ปีก่อนที่เราเคยโตมากกว่า 10% หรือเมืองจีนในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา จนเมื่อหลังจากสะสมทุนได้มากกว่า 100 หน่วย เราจะเห็นได้ว่าความถ่าง (I - D) มันเริ่มลดลง ทำให้ผลผลิตยิ่งเพิ่มขึ้นช้าลงมากขึ้นไปอีกจนสุดท้ายเมื่อ I = D ที่ K = 225 แปลว่าการลงทุนที่เพิ่มเข้าไปต้องเอาไปซ่อมบำรุงเครื่องจักรอาคารสถานที่ผลิตที่เสื่อมสภาพลงเสียหมด ไม่เหลือไปเพิ่มผลผลิตได้อีกต่อไป ซึ่งจากในรูป เราจะเห็นว่าจุดสมดุลของโมเดลนี้อยู่ที่จุดที่เส้น I กับ D ตัดกัน โดยที่จุดนี้ GDP จะเติบโตที่อัตราคงที่
ซึ่งที่ศิริกัญญาบอกในรายการคือตอนนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในจุด Steady state ที่ว่านี้แล้ว เราไม่สามารถไปต่อได้ด้วยระบบเศรษฐกิจแบบเดิม การที่หมอเลี๊ยบไปอ้างว่าจีนสามารถโตได้ถึง 4-6% ในช่วงที่ผ่านมานั้นมันเป็นการนำสองประเทศที่อยู่ในคนละลีกคนละดิวิชั่นมาเปรียบเทียบกัน เพราะไทยเราเดินมาถึงจุด Steady state ที่ K= 225 นานแล้ว เราจึงกำลังวิ่งด้วยความเร็วแบบลา แต่ในช่วงสามสิบปีที่ผ่านมาจีนเพิ่งเริ่มออกเดินจาก K = 0 มาตอนนี้อยู่ที่ K = 150-200 จึงยังสามารถวิ่งด้วยความเร็วของม้าได้ เรียกว่าเป็นการโตแบบ Catching Up Growth
(มีต่อด้านล่าง เพราะโพสยาวได้แค่นี้)

ไทย
sailingstone 已转推
sailingstone 已转推

นี่คือมหกรรมการรวมหัวกันของชนชั้นนำจารีตประเพณี ชนชั้นนำทางการเมืองเดิม และชนชั้นนำทางเศรษฐกิจ ในการทำ Passive Revolution เพื่อรักษาสถานะและอำนาจนำของพวกตนไว้ และบั่นทอนบอนไซ ทำลาย พลังใหม่ที่กำลังก่อตัวและท้าทายพวกเขา
ทศวรรษ 2520 และทศวรรษ 2540 พวกเขาเคยทำสำเร็จมาแล้ว แต่รอบนี้ สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ความคิดจิตใจของผู้คนเปลี่ยนไปมากแล้ว
พรรคก้าวไกลต้อง (ย้ำว่า “ต้อง”) ปวารณา/สถาปนาตนเป็นตัวแทนของพลังใหม่ และเป็นยานพาหนะของประชาชนคนส่วนใหญ่ผู้ถูกปกครอง ในการต่อสู้ยกนี้
การต่อสู้ทางประวัติศาสตร์หน้าใหม่เริ่มขึ้นอย่างเด่นชัดแล้ว
เส้นแบ่งใหม่ถูกขีดขึ้นแล้ว
ยืนตัวตรง ทระนงองอาจ นำการต่อสู้ให้สมกับที่ประชาชนมอบอาณัติและฝากความหวังไว้
ไทย
sailingstone 已转推
sailingstone 已转推
sailingstone 已转推
sailingstone 已转推
sailingstone 已转推
sailingstone 已转推
sailingstone 已转推

คนไทยแม่งใช้ชีวิตแบบโดนลิดรอนสิทธิจนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ พอคนออกมาพูดว่ามันไม่ปกติก็หาว่าเค้าอยากได้เสรีภาพมากเกิน น่าสงสารจริงๆ
พันไมล์ @Pearl_Panmile
คำถามโง่ๆมาอีกแล้วเหรอ... เขาไม่ได้ห้ามแดกค่ะ เขาห้ามจำหน่าย อยากแดกมากก็ไปซื้อตุนก่อนเขาห้าม ถ้าคิดไม่ได้ก็แดกน้ำเปล่าไปก่อน
ไทย
sailingstone 已转推
sailingstone 已转推
sailingstone 已转推

อืม ก็ดูสมกับเปนเกาหลี คนหนุ่ม หน้าตาดีตามมาตรฐาน จบ MIT, Harvard แบบที่ประเทศคลั่งการศึกษาในเมกาไอวี่ลีกจะชอบ ถ้าเทียบกับยุนซ็อกย็อล พิธาก็ดูดีดูน่าทำข่าวกว่าแหละ 555555555555555555555 *ทวีตด้วยน้ำเสียงประชด*
엥?@raksunghoonmak
มึง55555555ข่าวเกาหลี พาดหัวข่าวว่า “พิธาที่หน้าตาดีระดับไอดอล คือใครกัน” #ก้าวไกล #เลือกตั้งปี66 #นายกคนที่30
ไทย
sailingstone 已转推
sailingstone 已转推
sailingstone 已转推



















