shadowio retweetet

หมอเตือน! อย่ากินยามั่ว ย้ำยาบางชนิดอย่างกินคู่กันอันตรายกว่าที่คิด
.
นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ผ่านเพจ Facebook “หมอเจด” เตือนถึงอันตรายของ “5 คู่ยา ที่ไม่ควรกินพร้อมกัน” หลังมีกรณีผู้ป่วยรับประทานยารักษาโรคประจำตัวร่วมกับยาแก้แพ้ จนเกิดอาการง่วงมากผิดปกติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การใช้ยาโดยขาดความเข้าใจ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อสุขภาพได้
.
5 คู่ยาที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกัน
ยาแก้แพ้ + ยาแก้แพ้อีกตัว
ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มักมียาประจำอยู่แล้ว แต่เมื่อมีอาการเพิ่ม เช่น ผื่นคัน หรือมีน้ำมูก อาจซื้อยาแก้แพ้มารับประทานเพิ่ม ส่งผลให้เกิดอาการง่วงมาก เวียนศีรษะ สมาธิลดลง เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ โดยเฉพาะขณะขับรถ และในบางรายอาจง่วงจนเกือบหมดสติ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเพิ่มเติม
.
ยาลดกรด + ยาปฏิชีวนะบางชนิด
เช่น Ciprofloxacin หรือ Doxycycline เมื่อรับประทานร่วมกับยาลดกรด จะทำให้ยาปฏิชีวนะถูกลดการดูดซึม ส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลง คล้ายกับไม่ได้รับยา หากจำเป็นต้องใช้ร่วมกัน ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
.
Viagra + ยาลดความดันหรือยาขยายหลอดเลือด
การใช้ Viagra ร่วมกับยาลดความดัน ยาขยายหลอดเลือด หรือยาในกลุ่มไนเตรต อาจทำให้ความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็ว เสี่ยงต่ออาการหน้ามืด เป็นลม หรือหัวใจขาดเลือด โดยเฉพาะการใช้ร่วมกับยาไนเตรต ถือเป็นข้อห้ามอย่างเด็ดขาด
.
ยาแก้ปวด + ยาแก้ปวด
การรับประทานยาแก้ปวดหลายชนิดร่วมกัน เช่น Brufen และ Cataflam ซึ่งอยู่ในกลุ่มยาเดียวกัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อกระเพาะอาหารอักเสบ เลือดออกในกระเพาะอาหาร และไตเสื่อม การใช้ยาแก้ปวดควรหลีกเลี่ยงการซ้อนกันโดยไม่จำเป็น
.
พาราเซตามอล + ยาแก้หวัด
ยาแก้หวัดหลายชนิดมีส่วนผสมของพาราเซตามอลอยู่แล้ว หากรับประทานพาราเซตามอลเพิ่ม อาจทำให้ได้รับยาเกินขนาด ส่งผลให้ตับอักเสบหรือภาวะตับวายได้
.
การใช้ยาอย่างถูกต้อง ไม่เพียงช่วยให้การรักษาได้ผล แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงที่อาจเป็นอันตราย การอ่านฉลากยาอย่างละเอียด และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาร่วมกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
.
อ่านต่อ : pptv36.news/1RO3
.
#ยาไม่ควรกินคู่กัน #หมอเจด #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36

ไทย





























