shadowio

5.4K posts

shadowio banner
shadowio

shadowio

@BalloonPP

Beigetreten Nisan 2011
163 Folgt27 Follower
shadowio retweetet
PPTV HD 36
PPTV HD 36@PPTVHD36·
หมอเตือน! อย่ากินยามั่ว ย้ำยาบางชนิดอย่างกินคู่กันอันตรายกว่าที่คิด . นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ผ่านเพจ Facebook “หมอเจด” เตือนถึงอันตรายของ “5 คู่ยา ที่ไม่ควรกินพร้อมกัน” หลังมีกรณีผู้ป่วยรับประทานยารักษาโรคประจำตัวร่วมกับยาแก้แพ้ จนเกิดอาการง่วงมากผิดปกติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การใช้ยาโดยขาดความเข้าใจ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อสุขภาพได้ . 5 คู่ยาที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกัน ยาแก้แพ้ + ยาแก้แพ้อีกตัว ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มักมียาประจำอยู่แล้ว แต่เมื่อมีอาการเพิ่ม เช่น ผื่นคัน หรือมีน้ำมูก อาจซื้อยาแก้แพ้มารับประทานเพิ่ม ส่งผลให้เกิดอาการง่วงมาก เวียนศีรษะ สมาธิลดลง เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ โดยเฉพาะขณะขับรถ และในบางรายอาจง่วงจนเกือบหมดสติ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเพิ่มเติม . ยาลดกรด + ยาปฏิชีวนะบางชนิด เช่น Ciprofloxacin หรือ Doxycycline เมื่อรับประทานร่วมกับยาลดกรด จะทำให้ยาปฏิชีวนะถูกลดการดูดซึม ส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลง คล้ายกับไม่ได้รับยา หากจำเป็นต้องใช้ร่วมกัน ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 ชั่วโมง . Viagra + ยาลดความดันหรือยาขยายหลอดเลือด การใช้ Viagra ร่วมกับยาลดความดัน ยาขยายหลอดเลือด หรือยาในกลุ่มไนเตรต อาจทำให้ความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็ว เสี่ยงต่ออาการหน้ามืด เป็นลม หรือหัวใจขาดเลือด โดยเฉพาะการใช้ร่วมกับยาไนเตรต ถือเป็นข้อห้ามอย่างเด็ดขาด . ยาแก้ปวด + ยาแก้ปวด การรับประทานยาแก้ปวดหลายชนิดร่วมกัน เช่น Brufen และ Cataflam ซึ่งอยู่ในกลุ่มยาเดียวกัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อกระเพาะอาหารอักเสบ เลือดออกในกระเพาะอาหาร และไตเสื่อม การใช้ยาแก้ปวดควรหลีกเลี่ยงการซ้อนกันโดยไม่จำเป็น . พาราเซตามอล + ยาแก้หวัด ยาแก้หวัดหลายชนิดมีส่วนผสมของพาราเซตามอลอยู่แล้ว หากรับประทานพาราเซตามอลเพิ่ม อาจทำให้ได้รับยาเกินขนาด ส่งผลให้ตับอักเสบหรือภาวะตับวายได้ . การใช้ยาอย่างถูกต้อง ไม่เพียงช่วยให้การรักษาได้ผล แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงที่อาจเป็นอันตราย การอ่านฉลากยาอย่างละเอียด และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาร่วมกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม . อ่านต่อ : pptv36.news/1RO3 . #ยาไม่ควรกินคู่กัน #หมอเจด #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36
PPTV HD 36 tweet media
ไทย
0
79
79
13.2K
shadowio retweetet
ThaiPBS Sci & Tech
ThaiPBS Sci & Tech@ThaiPBSSciTech·
ครั้งแรกของโลก! #ยาต้านไวรัสตับอักเสบดี ชนิดใหม่ ถูกนำมาใช้รักษาใน #จีน หนังสือพิมพ์ #วิทยาศาสตร์ และ #เทคโนโลยี ใน #ประเทศจีน รายงานว่า โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน #ปักกิ่ง ประเทศจีน ได้ออกใบสั่งยาสำหรับการรักษาโรค #ไวรัสตับอักเสบดี ด้วย #โมโนโคลนอลแอนติบอดี (#MonoclonalAntibody) เป็นครั้งแรกของโลก ถือเป็นก้าวสำคัญในการดูแลรักษาโรค #ไวรัสตับอักเสบ ในระดับโลก โดยตัวยามีชื่อว่า #ลิเบวิตัก (#Libevitug) พัฒนาโดยทีม #วิจัย จากมหาวิทยาลัยชิงหัว และภาคเอกชนในปักกิ่ง สำหรับยาโมโนโคลนอลแอนติบอดีตัวนี้ เป็นตัวแรกที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้รักษา #โรคไวรัสตับอักเสบ ทั่วโลก ซึ่งช่วยเติมเต็มช่องว่างในการรักษาที่มีมายาวนาน สำหรับโรคไวรัสตับอักเสบชนิดรุนแรงที่สุดชนิดหนึ่ง 📌อ่านต่อ : thaipbs.or.th/now/content/38… -------------------------- 🌏 “รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #ThaiPBSSciAndTech #ThaiPBS 💻 #Science
ThaiPBS Sci & Tech tweet media
ไทย
2
36
41
2.3K
shadowio retweetet
THE STANDARD WEALTH
THE STANDARD WEALTH@Standard_Wealth·
ไม่มีแม้แต่โทรบอก Oracle ส่งอีเมลฟ้าผ่าปลดพนักงานนับหมื่นตอน 6 โมงเช้า หลังทุ่มกับ AI แต่หุ้นยังร่วงหนัก 25% นับตั้งแต่ต้นปี Oracle บริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก ประกาศปลดพนักงานจำนวนหลายพันตำแหน่งเมื่อวันอังคาร (31 มี.ค.) ที่ผ่านมา โดยพนักงานที่ถูกเลิกจ้างได้รับอีเมลแจ้งตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้า ระบุว่าวันนั้นจะเป็นวันทำงานวันสุดท้าย อีเมลดังกล่าวส่งในนาม 'Oracle Leadership' มีใจความว่า "หลังจากพิจารณาความต้องการทางธุรกิจของ Oracle อย่างรอบคอบแล้ว เราตัดสินใจยุบตำแหน่งของคุณ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างองค์กรในวงกว้าง" พร้อมทั้งขอให้พนักงานแจ้งอีเมลส่วนตัวเพื่อใช้ติดต่อในอนาคต การปลดครั้งนี้กระทบพนักงานทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา, อินเดีย, แคนาดา และภูมิภาคอื่น ครอบคลุมหลายแผนก ไม่ว่าจะเป็น Oracle Health, Sales, Cloud, Customer Success และ NetSuite แหล่งข่าวที่ทราบเรื่องยืนยันกับ CNBC ว่ามีตำแหน่งงานที่ถูกตัดหลายพันตำแหน่ง ขณะที่พนักงานรายหนึ่งให้ข้อมูลกับ BBC ว่าตัวเลขอาจสูงถึง 1 หมื่นคน โดยอ้างอิงจากจำนวนผู้ใช้งานที่หายไปบนระบบ Slack ภายในบริษัท และข้อมูลจากภายในที่ระบุว่าจำนวนพนักงานลดลงจาก 1.65 แสนคนเหลือ 1.55 แสนคนภายในเช้าวันเดียว ด้าน Oracle ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น 📌 ไม่เลือกหน้า ไม่มีแม้แต่สายโทรศัพท์ ไมเคิล เชพเพิร์ด ผู้จัดการอาวุโสของ Oracle ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการปลดครั้งนี้ เขียนบน LinkedIn ว่าตำแหน่งที่ถูกตัดรวมถึง วิศวกรอาวุโส, สถาปนิกระบบ, ผู้จัดการโครงการ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค พร้อมระบุว่าการตัดลดครั้งนี้ไม่ได้ตัดสินจากผลงานของพนักงาน "คนที่ได้รับผลกระทบไม่ได้ถูกปล่อยไปเพราะสิ่งที่พวกเขาทำหรือไม่ได้ทำ" เขากล่าว บนกระดานสนทนา Reddit กลุ่ม employeesOfOracle มีพนักงานจำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจ มีผู้เขียนว่า "พวกเขาสร้างความกลัว, ความหงุดหงิด และความไม่แน่นอนไปทั่วทั้งองค์กร ไม่ใช่แค่กับคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง" อีกคนระบุว่าพ่อของตนถูกปลดหลังทำงานมา 20 ปี ทั้งที่เหลืออีกแค่ 2 ปีจะเกษียณ "ไม่มีแม้แต่โทรศัพท์มาบอก" ข้อความระบุ โดยหลายรายระบุว่าได้รับเงินชดเชยเทียบเท่าเงินเดือน 1 เดือน และถูกตัดสิทธิ์เข้าถึงระบบทันทีหลังได้รับแจ้ง Oracle มีพนักงานประจำราว 1.62 แสนคน ณ เดือนพฤษภาคม 2025 ตามรายงานที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) 📌 ทุ่มหนักกับ AI แต่กระแสเงินสดฝืด การปลดพนักงานครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากการลงทุนด้าน AI อย่างหนักของ Oracle ก่อนหน้านี้บริษัทได้นำเครื่องมือ AI มาใช้ภายในองค์กร และผู้บริหารเคยระบุว่า AI ช่วยให้บริษัทใช้คนน้อยลงแต่ทำงานได้มากขึ้น ในแง่การลงทุน Oracle วางแผนใช้เงินอย่างน้อย 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.63 ล้านล้านบาท) สำหรับโครงสร้างพื้นฐานในปีนี้ และได้ระดมเงินกู้อีก 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อรองรับความต้องการของธุรกิจคลาวด์ ขณะเดียวกันยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 'Stargate' ร่วมกับ OpenAI, Softbank และ MGX กองทุนด้าน AI ที่ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นโครงการมูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16.28 ล้านล้านบาท) เพื่อขยายศูนย์ข้อมูล AI ในสหรัฐฯ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา Oracle เปิดเผยว่ามูลค่าสัญญาที่ยังไม่รับรู้รายได้พุ่งขึ้น 359% แตะระดับ 4.55 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 14.81 ล้านล้านบาท) หลังบรรลุข้อตกลงกับ OpenAI มูลค่ากว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.77 ล้านล้านบาท) ไม่นานหลังจากนั้นบริษัทได้แต่งตั้ง ไมค์ ซิซิเลีย และเคลย์ มากูร์ค ขึ้นดำรงตำแหน่งซีอีโอร่วมแทน ซาฟรา แคตซ์ เคลย์ตัน มากูร์ค กล่าวเมื่อต้นเดือนมีนาคมว่า "ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั้ง GPU และ CPU ยังคงมีมากกว่าอุปทาน" พร้อมชี้ว่ามูลค่าสัญญาที่ยังไม่รับรู้รายได้ล่าสุดอยู่ที่ 5.53 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 18.01 ล้านล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น Oracle ร่วงลงแล้วกว่า 25% นับตั้งแต่ต้นปี ซึ่งมากกว่าหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่รายอื่น สะท้อนความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นและกระแสเงินสดที่ลดลง โดยนักวิเคราะห์จาก TD Cowen ประเมินว่าการปลดพนักงาน 2-3 หมื่นตำแหน่ง อาจช่วยเพิ่มกระแสเงินสดอิสระได้ราว 8 พันล้าน-1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.6-3.3 แสนล้านบาท) ทั้งนี้ Oracle ไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยีรายเดียวที่ปลดพนักงานในปีนี้ ผู้บริหารในวงการเทคโนโลยีอย่าง มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก แห่ง Meta และ แจ็ก ดอร์ซีย์ แห่ง Block ต่างเคยกล่าวว่า AI ช่วยให้ใช้คนน้อยลงได้ โดยทั้งสองบริษัทก็ปลดพนักงานไปแล้วเช่นกัน นอกจากนี้ Amazon ประกาศตัดตำแหน่งงานราว 1.6 หมื่นตำแหน่ง รวมถึง Pinterest และ Epic Games ที่ลดจำนวนพนักงานเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การปลดพนักงานจำนวนมากในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี และในรอบก่อนหน้านี้ไม่ได้ถูกโยงกับ AI แต่อย่างใด หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.56 บาท ณ วันที่ 1 เมษายน 2569 ภาพ: Ascannio / Shutterstock #TheStandardWealth
THE STANDARD WEALTH tweet media
ไทย
0
148
97
10.2K
shadowio retweetet
เฉียนเฉี่ยน
อ้าว ไหนวันไปรายการเฮียยุทธ์ ท้าให้ตรวจสอบว่าไม่มีชื่อ ไม่เกี่ยวข้อง
ไทย
23
7.4K
4.5K
228.2K
shadowio retweetet
shadowio retweetet
Pawoot.com
Pawoot.com@pawoot·
#ข้อมูลคนไทยทั้งประเทศ... มีค่าแค่ 1,650 บาท? . เชื่อไหมครับ? ข้อมูลคนไทย 63 - 65.6 ล้านคน (แทบจะหมดประเทศ!) ทั้งสิทธิบัตรทอง, ประกันสังคม, ข้าราชการ ผมควักเงินซื้อช่องโหว่นี้มาในราคาแค่ 1,650 บาท! ใช่ครับ อ่านไม่ผิด ราคาโคตรถูกจนผมแทบหมดเนื้อหมดตัวเลย (ประชดนะ!) แต่นี่คือเรื่องจริงที่โจรไซเบอร์เอาไปขายกันเกลื่อนตลาดมืด . . #รั่วอะไรไปบ้าง? . ไม่ใช่แค่ชื่อ-นามสกุลนะครับ แต่มันหลุดไปยัน: • ข้อมูลตามหน้าบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านทั้งหมด • เลขบัตร 13 หลักของพ่อแม่เรา! (อันนี้แสบมาก เพราะโจรเอาไปใช้สืบค้นข้อมูลวนซ้ำจนรู้ไปยันรุ่นทวด) • สิทธิการรักษาพยาบาล: รู้หมดว่าคุณรักษาที่ไหน โรงพยาบาลอะไร . . "#แก้แล้ว" แต่ทำไมผมยังต้องออกมาย้ำ? . ใช่ครับ หน่วยงานนี้เขาแอบแก้ระบบไปตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคมแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยออกมาปฏิเสธเสียงแข็งว่า "ตรวจแล้ว ไม่รั่ว" (เก่งจริงๆ ตรวจเสาร์-อาทิตย์-จันทร์เสร็จเลย) แต่ประเด็นคือ ทำไมไม่ประกาศเตือนชาวบ้าน? การที่คุณเงียบ คือการปล่อยให้ประชาชนยืนเป็นเป้านิ่งให้มิจฉาชีพครับ! . . ทั้งหมดนี้จากข้อมูลของคุณ Thanarat Kuawattanaphan ที่ติดตามกรณีนี้อย่างใกล้ชิดครับ m.facebook.com/story.php?stor…
Pawoot.com tweet media
Khao Khansong, Thailand 🇹🇭 ไทย
65
4.1K
2.5K
174.4K
shadowio retweetet
Eaaaw
Eaaaw@Eaaaw·
อธิบายง่ายๆคือ เงินที่ได้มาจากงานอื่นที่ไม่ใช่เงินเดือนถ้ารวมกันแล้วเกิน 1.8 ล้านต้องไปสรรพากรเพื่อขอจด vat ทันที แล้วหลังจากนั้นต้องเสียเดือนละ 7% ของรายได้ส่งทุกเดือนตลอดไป ใครที่ถึงแล้วแต่ยังไม่ไปยื่น สรรพากรจะรอให้เกิน 2-3 ปีก่อนและทวงทีเดียวพร้อมค่าปรับ = หลายแสนถึงหลายล้าน
คนอยากเล่า@konyaklao2024

คนที่มีรายได้จากออนไลน์ต้องใส่ใจ

ไทย
13
13.2K
8.6K
742.9K
shadowio retweetet
คนอยากเล่า
คนที่มีรายได้จากออนไลน์ต้องใส่ใจ
ไทย
0
256
360
760.1K
shadowio retweetet
บาส
บาส@bbbaas13·
สิ่งดี ๆ ที่จีนที่ไม่มีขายที่อื่นแล้วลืมซื้อกลับมาคือจอเสริม Insta360 Snap เป็นจอเสริมไอโฟนแบบมีไฟที่ Insta360 x Amiro เอาไว้ถ่ายรูปชิค ๆ 599 หยวนเอง ขอ Tax refund ได้ด้วย
ไทย
6
1.2K
1.3K
133.9K
shadowio retweetet
Purich | FOREXMONDAY
Purich | FOREXMONDAY@kun_purich·
🚨 ด่วน! ช็อกตลาดโลก: ตลาดพันธบัตรระยะยาวเลือดสาด! เงินทุนไหลออกหนักสุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์! ตลาดการเงินโลกกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุด! เมื่อข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นถึงแรงเทขายอย่างบ้าคลั่งในตลาดพันธบัตร (Bond Market) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุดของโลก ภาพรวมที่เกิดขึ้นกำลังบ่งบอกว่านักลงทุนกำลังหนีตาย และนี่คือวิกฤตความเชื่อมั่นที่อาจเขย่าเศรษฐกิจโลก! 📊 สรุปตัวเลขสุดช็อก: เกิดอะไรขึ้นกับตลาดพันธบัตร? อ้างอิงจากข้อมูลกราฟของ BofA Global Investment Strategy และ EPFR (Chart 14) และรายงานสถานการณ์ล่าสุด ตลาดพันธบัตรกำลังเผชิญกับพายุที่รุนแรงที่สุดลูกหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์: เงินทุนไหลออกมโหฬาร: กองทุนพันธบัตรระยะยาว (Long-term bonds ระดับ 6 ปีขึ้นไป) ทั่วโลก เผชิญกับกระแสเงินทุนไหลออกถึง -4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา นี่คือสถิติการเทขายที่รุนแรงที่สุดเป็น "อันดับ 2 ในประวัติศาสตร์"! เป็นรองแค่ยุควิกฤตโรคระบาด: ตัวเลขนี้พ่ายแพ้ให้กับสถิติเดียวเท่านั้น คือการเทขายอย่างตื่นตระหนกในช่วงวิกฤตโควิด-19 ปี 2020 ซึ่งในตอนนั้นมีเงินไหลออกสูงถึง -6.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หุ้นกู้เสี่ยงสูง (High-Yield) โดนทิ้งดิ่ง: ไม่ใช่แค่พันธบัตรรัฐบาล แต่ตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ให้ผลตอบแทนสูง (High-yield corporate bonds) ก็ถูกดึงเงินออกเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน ดันยอดเงินทุนไหลออกสะสมทะลุ -1.35 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปแล้ว ดัชนีร่วงหนักสุดในรอบหลายปี: ดัชนี Bloomberg Treasury Index ปรับตัวลดลงไปแล้วถึง -2.4% ในเดือนมีนาคมนี้ และกำลังอยู่ในเส้นทางที่จะทำสถิติขาดทุนรายเดือนที่หนักหน่วงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2022 การประมูลที่ล้มเหลว: สัปดาห์นี้ รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดประมูลพันธบัตรรุ่นอายุ 2, 5 และ 7 ปี มูลค่ามหาศาลถึง 1.83 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่กลับต้องเผชิญกับ ความต้องการซื้อ (Demand) ที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 "The bond market needs help." — ตลาดพันธบัตรกำลังส่งสัญญาณร้องขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน! 🔍 การวิเคราะห์เจาะลึก: ทำไมตลาดพันธบัตรถึงพังทลาย? ปรากฏการณ์เทขายระดับประวัติศาสตร์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลพวงมาจากความกดดันทางโครงสร้างเศรษฐกิจมหภาคหลายมิติ ดังนี้: 1. ภาวะดอกเบี้ยสูงยาวนาน (Higher for Longer) และความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ แม้ตลาดจะเคยคาดหวังว่าธนาคารกลาง (โดยเฉพาะ FED) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม เงินเฟ้อที่ยังคงหนืด (Sticky Inflation) ทำให้นักลงทุนเทขายพันธบัตรเดิมที่มีอัตราผลตอบแทนหน้าตั๋วต่ำกว่า เพื่อไปหาสินทรัพย์อื่น หรือรอซื้อพันธบัตรใหม่ที่ให้ยีลด์ (Yield) สูงกว่า ส่งผลให้ราคาพันธบัตรร่วงลงอย่างหนัก (ราคาและอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรแปรผกผันกัน) 2. ภาวะอุปทานล้นตลาด (Supply Glut) และหนี้สาธารณะที่พุ่งสูง การที่การประมูลพันธบัตรมูลค่า 1.83 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีความต้องการซื้อต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี สะท้อนให้เห็นว่า "ผู้ซื้อกำลังหมดแรง" รัฐบาลสหรัฐฯ ก่อหนี้มหาศาลเพื่ออุดหนุนการขาดดุลการคลัง ทำให้อุปทานพันธบัตรในตลาดมีมากเกินไป (Oversupply) นักลงทุนจึงเรียกเก็บ "พรีเมียมความเสี่ยง" สูงขึ้น ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลต้องยอมจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้นเพื่อดึงดูดคนมาซื้อหนี้ของตนเอง 3. สัญญาณเตือนภัยในภาคเอกชน (Credit Crunch Warning) การที่เงินไหลออกจากหุ้นกู้ High-yield สะสมถึง 1.35 หมื่นล้านดอลลาร์ ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนเริ่ม "หลีกเลี่ยงความเสี่ยง" (Risk-off) พวกเขากังวลว่าในภาวะที่ต้นทุนการกู้ยืมพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ บริษัทที่มีหนี้สินเยอะและเครดิตต่ำอาจจะผิดนัดชำระหนี้ (Default) ได้ในอนาคตอันใกล้ บทสรุป: สิ่งที่กราฟนี้กำลังบอกเราคือ ตลาดตราสารหนี้กำลังมาถึงจุดตึงตัวขีดสุด หากธนาคารกลางไม่มีการแทรกแซง หรือตัวเลขเศรษฐกิจไม่ส่งสัญญาณบวกที่ชัดเจนเพื่อดึงความเชื่อมั่นกลับมา เราอาจเห็นต้นทุนการกู้ยืมที่พุ่งสูงขึ้นลุกลามไปทำลายล้างทั้งตลาดหุ้นและภาคเศรษฐกิจจริงในไม่ช้า! #BondMarketCrash #GlobalEconomy #พันธบัตรรัฐบาล #วิกฤตการเงิน #การลงทุน #TreasuryYields
Purich | FOREXMONDAY tweet media
ไทย
1
38
67
4.4K
shadowio retweetet
Denmark
Denmark@Minny220464406·
@stabilo_aa @janthawoot อาจารย์ต้นอย่างเก่ง ฟาดได้ฟาด!
ไทย
24
745
841
73.9K
shadowio
shadowio@BalloonPP·
@PiCiJa2 @OpalPornch4670 @BankSuphanatMin ก็ถ้าทำอะไรได้ก็คนที่เค้าไม่เห็นด้วยกับวิธีของรัฐมนตรีเยอะแยะ อ้างสิงคโปร์ไม่ต้องหาวิธีลดต้นทุนราคาแล้วใช้เงินกองทุนอุดอย่างเดียว เดี๊ยวเพื่อนโรงกลั่นกำไรน้อย ปั้มอ่ะเพิ่มค่าการตลาดหน่อยเดี๊ยวไม่เท่าราคาสิงคโปร์ เท่ายังเท่าแล้วโอเค เก่งที่สุดปรบมือ
ไทย
0
0
0
16
Pi CiJa
Pi CiJa@PiCiJa2·
@BalloonPP @OpalPornch4670 @BankSuphanatMin อ่านเป็นหรือเปล่าเนี่ย ราคาแรกอ้างอิงราคาสิงคโปร์ไอ้ควาย
ไทย
2
0
0
100
ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ Suphanat Minchaiynunt
รมต.พิพัฒน์ตรรกะพังมากครับ ❌ไม่ลดภาษีสรรพสามิต เพราะกลัวรายได้รัฐบาลลด และงบปี 70 ที่รัฐบาลจะใช้ได้จะน้อย ✅แต่เลือกใช้กองทุนน้ำมันมาอุดหนุนแทน แล้วพอน้ำมันลงค่อยไปบวกเงินคืนจากประชาชน เพื่อชดเชยกองทุน สรุปคือ รัฐบาลเลือกให้ประชาชนรับภาระ-เป็นหนี้ในอนาคต‼️ แทนที่ตัวเองจะรับภาระแทนประชาชน โดยการรัดเข็มขัด-ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง ถ้าผู้บริหารประเทศคิดแบบนี้ ไม่สมควรมาบริหารประเทศครับ #จะช่วยประชาชนกี่โมง
เรื่องเล่าเช้านี้@MorningNewsTV3

"พิพัฒน์" เผยความคิดเห็นส่วนตัว ยันไม่ลดภาษีสรรพสามิต แต่จะกู้กองทุนมาซัปพอร์ตแทน เมื่อเข้าสู่สภาวะปกติจะดูดเงินจากตลาดกลับคืนสู่กองทุน ไม่กระทบรายได้ของประเทศ ด้าน "กรณ์-พีระพันธุ์" ซัดแรง เหมือนผลักภาระให้ประชาชนใช้คืนแทน ย้อนถาม โรงกลั่น-รัฐบาล เคยคิดแบกรับภาระบ้างไหม #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #กรรมกรข่าวคุยนอกจอ #น้ำมันแพง #วิกฤตพลังงาน #โรงกลั่น #ภาษีสรรพสามิต

ไทย
129
12.9K
5.6K
443.7K
shadowio retweetet
ถือแถน
ถือแถน@pran2844·
สรุปรวมที่คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯมาออกรายการสรยุทธวันนี้ ประเด็นปัญหาสำคัญอยู่ตรงที่คุณกรณ์กับคุณพีรพันธุ์พูดช่วงนี้แหละ คือรัฐบาลและโรงกลั่นกับบริษัทน้ำมัน ไม่รับภาระอะไรร่วมกับประชาชนเลย ราคาน้ำมันขึ้นรัฐบาลก็เอาเงินกองทุนน้ำมันไปชดเชยให้บริษัทน้ำมัน แล้วก็มาเก็บจากประชาชนภายหลัง ส่วนรัฐบาลก็เก็บภาษีจากน้ำมันตามเดิมโดยไม่ช่วยลดภาษี ไม่ช่วยลดภาระให้ประชาชน แถมรัฐมนตรียังมาพูดแก้ตัวแทนบริษัทน้ำมันด้วย
ไทย
34
1.4K
1.2K
89.9K
shadowio
shadowio@BalloonPP·
@PiCiJa2 @BankSuphanatMin พูดสิ ในราคาขายไม่มีค่าการกลั่นอยู่ในนั้น ไม่คุมค่าการกลั่นแต่เอาเงินกองทุนมาจ่ายเพื่อให้ปลายทางขายถูกลง อย่ามาแถ จะบอกว่าคนละเรื่องสุดท้ายมันก็ไม่พ้นราคาน้ำมันที่กองทุนจ่ายออกไป ตลกทำเป็นอวดฉลาด
ไทย
1
0
1
110
Pi CiJa
Pi CiJa@PiCiJa2·
@BalloonPP @BankSuphanatMin โง่ได้อีก เอาส้นตีนที่ไหนมาคิดว่าเอาเงินกองทุนไปจ่ายค่ากลั่นน้ำมัน มันคนละเรื่องกับราคาขายควายเอ้ย
ไทย
1
0
0
110
shadowio retweetet
Chayanon Rakkanjanan
Chayanon Rakkanjanan@MrMessenger·
ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดมานานครบ 1 เดือนเต็มแล้วนะครับทุกคน ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานหลายสำนักเตือนว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ยังเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” และอาจรุนแรงกว่าวิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1970s อย่างรายงานล่าสุดของ International Energy Agency (IEA) ระบุตรงๆ ในรายงานว่า “The war in the Middle East is creating the largest supply disruption in the history of the global oil market.” หลายสำนักวิเคราะห์ชั้นนำ (Rapidan Energy, Politico, The Guardian, Fortune, Al Jazeera) ก็ยืนยันเช่นกันว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ supply หายไปประมาณ 15–20 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ราว 15–20% ของ supply โลก) ถ้าลองเทียบตัวเลขนี้ กับวิกฤตในตะวันออกกลางในอดีต จะพบว่า รอบนี้เป็นวิกฤตที่ใหญ่กว่า วิกฤตน้ำมันครั้งก่อน ๆ อย่างชัดเจนนะครับ 1973 Arab Oil Embargo หาย ~4.5 ล้านบาร์เรล/วัน (~7%) 1979 Iranian Revolution หาย ~4.8 ล้านบาร์เรล/วัน (~5–7%) 1990 Gulf War หาย ~4.3 ล้านบาร์เรล/วัน (~9%) ตอนนี้ ถึงแม้จะมีการระบายคลังสำรองและมาตรการช่วยเหลือแล้วก็ตาม แต่ก็ชดเชยได้แค่ 4-5 ล้านบาร์เรล/วัน นั่นแปลว่า น้ำมันหายไปจากตลาดโลกต่ำๆก็ประมาณ 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งก็สูงกว่าวิกฤตรอบก่อนๆอยู่ดี และถ้าเราไปเทียบกับความต้องการใช้น้ำมันก่อนเกิดสงคราม จะพบว่า โลกยังขาดแคลนน้ำมันราว 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเทียบเท่ากับการใช้น้ำมันรวมกันของอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน และอิตาลี แถมช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นเส้นทางขนส่ง ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) กว่า 20% ของโลก ซึ่งแทบไม่มีเส้นทางสำรอง ทำให้วิกฤตปุ๋ยและอุตสาหกรรมปิโตรเคมีได้รับผลกระทบหนักตามไปด้วย ----------------------- 🌎 รัฐบาลทั่วโลกงัดทุกมาตรการออกมาใช้นิ? แล้วสถานการณ์มันจะดีขึ้นไหม? ใช่ครับ งัดกันออกมาทุกกระบวนท่าแล้ว โดยภาพรวมทั้งโลก ตอนนี้มีการระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ออกมามหาศาล (คาดว่าราว 2-3 ล้านบาร์เรลต่อวัน) ด้านซาอุฯ และ UAE ก็พยายามส่งน้ำมันผ่านท่อทางบกเพื่อเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ และถึงขั้นที่สหรัฐฯ ยอมระงับการคว่ำบาตรน้ำมันของรัสเซียและอิหร่านที่ลอยลำอยู่กลางทะเลชั่วคราว เพื่อเพิ่มอุปทานในตลาดบรรเทาวิกฤต ทำไปขนาดนี้แล้ว ทาง CEO ของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ออกมายอมรับว่า ตอนนี้แทบจะไม่เหลือเครื่องมือหรือแผนสำรองใดๆ ให้รัฐบาลสหรัฐฯ นำมาใช้พยุงราคาได้อีกแล้วนะครับ ----------------------- 💥ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ เดือนมีนาคม พุ่งขึ้นมาที่ 3.4% โดยน้ำมันเป็นปัจจัยหลัก แปลว่า เงินเฟ้อ กลับมาแล้วนะครับ และถ้าราคาน้ำมันยังคงอยู่สูงอยู่ หรือถึงขั้นพุ่งไปถึง $170 ร์ต่อบาร์เรล ความเสี่ยงภาวะ Stagflation (เศรษฐกิจชะงักงัน + เงินเฟ้อสูง) จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า นักวิเคราะห์บางส่วน เริ่มประเมินสถานการณ์เลวร้ายที่สุด (Worst Case Scenario) ว่า ราคาน้ำมันอาจทะยานถึง $200 ต่อบาร์เรล (เคสนี้ หวังว่าจะไม่เกิดนะครับ) ประเทศฝั่งเอเชียได้รับผลกระทบก่อนเพื่อน และดูเหมือนจะหนักที่สุดครับ ตอนนี้ มีการคาดการณ์ว่า ความต้องการใช้น้ำมันลดลงเกือบ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพราะแบกรับราคาพลังงานที่สูงขึ้นไม่ไหว หลายประเทศเริ่มเห็นการปันส่วนน้ำมัน การยกเลิกเที่ยวบิน และการควบคุมการส่งออกสารเคมี ด้านยุโรป มีความเสี่ยงสูงที่จะขาดแคลนน้ำมันดีเซลในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าแล้วด้วย ระยะยาว CEO ของ TotalEnergies เตือนว่า หากวิกฤตยืดเยื้อเกิน 3–4 เดือน จะกลายเป็น “ปัญหาเชิงระบบ” ของเศรษฐกิจโลก และอาจบังคับให้เกิดการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) อย่างรวดเร็ว ----------------------- 🔚จุดจบสงครามครั้งนี้ จะอยู่ตรงไหน? ตอบยากมากนะครับ เพราะจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มี ceasefire ที่แท้จริง จะมีก็การเจรจาผ่านตัวกลาง (ปากีสถาน, โอมาน, อียิปต์) แต่ยังติดขัดหนักอยู่ดี สหรัฐฯ และอิสราเอลยังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและฐานทัพอิหร่านต่อเนื่อง ด้านอิหร่านและกลุ่มพันธมิตร (Hezbollah, Houthis) ยังตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรน และช่องแคบฮอร์มุซยังถูกขัดขวางหนัก มีเรือผ่านน้อยมาก มุมมองจุดจบที่เป็นไปได้ของผมนะ ผมมองว่า อาจมี Ceasefire แบบเลอะเทอะ (messy drawdown) คือ หยุดยิงชั่วคราวโดยไม่มีข้อตกลงถาวร ช่องแคบฮอร์มุซเปิดบางส่วน สงครามลดความรุนแรงลงแต่ยังตึงเครียดอยู่ดี ถ้าจบแบบนี้ ราคาน้ำมันจะค้างที่ระดับสูงบริเวณ $80-$90 ต่อบาร์เรลครับ อีกกรณีที่เป็นไปได้ คือ การเจรจาทางอ้อมยาว ๆ ผ่านตัวกลาง (ปากีสถาน/โอมาน) จนได้ “ข้อตกลงในหลักการ” (framework agreement) ก่อน แล้วค่อยเจรจารายละเอียด ซึ่งต้องใช้เวลา เพราะ เงื่อนไขของทั้งสองฝั่ง ยังห่างไกลกันมากเกินไปครับ ----------------------- 🖊️ส่วนที่มีคนวิเคราะห์ว่า สงครามครั้งนี้จะ Prolonged War / Escalation ต่อเนื่อง ผมมองว่า โอกาสต่ำมากครับ เพราะต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงเกินไปสำหรับทุกฝ่าย (โดยเฉพาะสหรัฐฯ) ครับ หากสงครามยืดเยื้อเกิน 2–3 เดือน โลกจะเข้าสู่ภาวะ Stagflation อย่างชัดเจน (เงินเฟ้อสูง + เศรษฐกิจชะงักงัน) ทรัมป์และทีมเศรษฐกิจรู้ดีว่า Stagflation คือ ฝันร้ายของการเมืองอเมริกัน เพราะจะทำลายฐานเสียงคนชั้นกลางและทำให้เศรษฐกิจถดถอยก่อน midterm election ปี 2026 ดังนั้น ทรัมป์มีแรงกดดันมหาศาลที่จะไม่ให้สงครามยืดเยื้อครับ ด้านอิหร่านเองก็ทนไม่ไหวในระยะยาวเหมือนกัน การถูกโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน (โรงกลั่น, ท่าเรือ, โรงไฟฟ้า) ทำให้อิหร่านสูญเสียรายได้จากการส่งออกน้ำมันอย่างหนัก และถึงแม้ IRGC จะแข็งกร้าว แต่รัฐบาลพลเรือน (Pezeshkian) และประชาชนเริ่มกดดันให้หาทางออก รวมถึงประเทศอื่นๆ อย่าง จีน, ยุโรป, เอเชีย ก็กำลังกดดันทั้งสองฝ่ายอย่างหนักด้วยเช่นกันครับ Mr.Messenger รายงาน
Chayanon Rakkanjanan tweet media
ไทย
2
298
238
15.9K
Pi CiJa
Pi CiJa@PiCiJa2·
@OpalPornch4670 @BankSuphanatMin ทวิตคุยเรื่องราคาน้ำมันกับภาษีสรรพาสามิต เอ็งไหลไปเรื่องปกป้องโรงกลั่น มีสตินึกคิดหรือเปล่าเนี่ย
ไทย
1
0
0
351