shadowio retweetledi
shadowio
5.4K posts

shadowio retweetledi
shadowio retweetledi

#ข้อมูลคนไทยทั้งประเทศ... มีค่าแค่ 1,650 บาท?
.
เชื่อไหมครับ? ข้อมูลคนไทย 63 - 65.6 ล้านคน (แทบจะหมดประเทศ!) ทั้งสิทธิบัตรทอง, ประกันสังคม, ข้าราชการ ผมควักเงินซื้อช่องโหว่นี้มาในราคาแค่ 1,650 บาท! ใช่ครับ อ่านไม่ผิด ราคาโคตรถูกจนผมแทบหมดเนื้อหมดตัวเลย (ประชดนะ!) แต่นี่คือเรื่องจริงที่โจรไซเบอร์เอาไปขายกันเกลื่อนตลาดมืด
.
.
#รั่วอะไรไปบ้าง?
.
ไม่ใช่แค่ชื่อ-นามสกุลนะครับ แต่มันหลุดไปยัน:
• ข้อมูลตามหน้าบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านทั้งหมด
• เลขบัตร 13 หลักของพ่อแม่เรา! (อันนี้แสบมาก เพราะโจรเอาไปใช้สืบค้นข้อมูลวนซ้ำจนรู้ไปยันรุ่นทวด)
• สิทธิการรักษาพยาบาล: รู้หมดว่าคุณรักษาที่ไหน โรงพยาบาลอะไร
.
.
"#แก้แล้ว" แต่ทำไมผมยังต้องออกมาย้ำ?
.
ใช่ครับ หน่วยงานนี้เขาแอบแก้ระบบไปตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคมแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยออกมาปฏิเสธเสียงแข็งว่า "ตรวจแล้ว ไม่รั่ว" (เก่งจริงๆ ตรวจเสาร์-อาทิตย์-จันทร์เสร็จเลย)
แต่ประเด็นคือ ทำไมไม่ประกาศเตือนชาวบ้าน? การที่คุณเงียบ คือการปล่อยให้ประชาชนยืนเป็นเป้านิ่งให้มิจฉาชีพครับ!
.
.
ทั้งหมดนี้จากข้อมูลของคุณ Thanarat Kuawattanaphan ที่ติดตามกรณีนี้อย่างใกล้ชิดครับ
m.facebook.com/story.php?stor…

Khao Khansong, Thailand 🇹🇭 ไทย
shadowio retweetledi

อธิบายง่ายๆคือ เงินที่ได้มาจากงานอื่นที่ไม่ใช่เงินเดือนถ้ารวมกันแล้วเกิน 1.8 ล้านต้องไปสรรพากรเพื่อขอจด vat ทันที แล้วหลังจากนั้นต้องเสียเดือนละ 7% ของรายได้ส่งทุกเดือนตลอดไป ใครที่ถึงแล้วแต่ยังไม่ไปยื่น สรรพากรจะรอให้เกิน 2-3 ปีก่อนและทวงทีเดียวพร้อมค่าปรับ = หลายแสนถึงหลายล้าน
คนอยากเล่า@konyaklao2024
คนที่มีรายได้จากออนไลน์ต้องใส่ใจ
ไทย
shadowio retweetledi
shadowio retweetledi
shadowio retweetledi
shadowio retweetledi

🚨 ด่วน! ช็อกตลาดโลก: ตลาดพันธบัตรระยะยาวเลือดสาด! เงินทุนไหลออกหนักสุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์!
ตลาดการเงินโลกกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุด! เมื่อข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นถึงแรงเทขายอย่างบ้าคลั่งในตลาดพันธบัตร (Bond Market) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุดของโลก ภาพรวมที่เกิดขึ้นกำลังบ่งบอกว่านักลงทุนกำลังหนีตาย และนี่คือวิกฤตความเชื่อมั่นที่อาจเขย่าเศรษฐกิจโลก!
📊 สรุปตัวเลขสุดช็อก: เกิดอะไรขึ้นกับตลาดพันธบัตร?
อ้างอิงจากข้อมูลกราฟของ BofA Global Investment Strategy และ EPFR (Chart 14) และรายงานสถานการณ์ล่าสุด ตลาดพันธบัตรกำลังเผชิญกับพายุที่รุนแรงที่สุดลูกหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์:
เงินทุนไหลออกมโหฬาร: กองทุนพันธบัตรระยะยาว (Long-term bonds ระดับ 6 ปีขึ้นไป) ทั่วโลก เผชิญกับกระแสเงินทุนไหลออกถึง -4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา นี่คือสถิติการเทขายที่รุนแรงที่สุดเป็น "อันดับ 2 ในประวัติศาสตร์"!
เป็นรองแค่ยุควิกฤตโรคระบาด: ตัวเลขนี้พ่ายแพ้ให้กับสถิติเดียวเท่านั้น คือการเทขายอย่างตื่นตระหนกในช่วงวิกฤตโควิด-19 ปี 2020 ซึ่งในตอนนั้นมีเงินไหลออกสูงถึง -6.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
หุ้นกู้เสี่ยงสูง (High-Yield) โดนทิ้งดิ่ง: ไม่ใช่แค่พันธบัตรรัฐบาล แต่ตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ให้ผลตอบแทนสูง (High-yield corporate bonds) ก็ถูกดึงเงินออกเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน ดันยอดเงินทุนไหลออกสะสมทะลุ -1.35 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปแล้ว
ดัชนีร่วงหนักสุดในรอบหลายปี: ดัชนี Bloomberg Treasury Index ปรับตัวลดลงไปแล้วถึง -2.4% ในเดือนมีนาคมนี้ และกำลังอยู่ในเส้นทางที่จะทำสถิติขาดทุนรายเดือนที่หนักหน่วงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2022
การประมูลที่ล้มเหลว: สัปดาห์นี้ รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดประมูลพันธบัตรรุ่นอายุ 2, 5 และ 7 ปี มูลค่ามหาศาลถึง 1.83 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่กลับต้องเผชิญกับ ความต้องการซื้อ (Demand) ที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024
"The bond market needs help." — ตลาดพันธบัตรกำลังส่งสัญญาณร้องขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน!
🔍 การวิเคราะห์เจาะลึก: ทำไมตลาดพันธบัตรถึงพังทลาย?
ปรากฏการณ์เทขายระดับประวัติศาสตร์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลพวงมาจากความกดดันทางโครงสร้างเศรษฐกิจมหภาคหลายมิติ ดังนี้:
1. ภาวะดอกเบี้ยสูงยาวนาน (Higher for Longer) และความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ
แม้ตลาดจะเคยคาดหวังว่าธนาคารกลาง (โดยเฉพาะ FED) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม เงินเฟ้อที่ยังคงหนืด (Sticky Inflation) ทำให้นักลงทุนเทขายพันธบัตรเดิมที่มีอัตราผลตอบแทนหน้าตั๋วต่ำกว่า เพื่อไปหาสินทรัพย์อื่น หรือรอซื้อพันธบัตรใหม่ที่ให้ยีลด์ (Yield) สูงกว่า ส่งผลให้ราคาพันธบัตรร่วงลงอย่างหนัก (ราคาและอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรแปรผกผันกัน)
2. ภาวะอุปทานล้นตลาด (Supply Glut) และหนี้สาธารณะที่พุ่งสูง
การที่การประมูลพันธบัตรมูลค่า 1.83 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีความต้องการซื้อต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี สะท้อนให้เห็นว่า "ผู้ซื้อกำลังหมดแรง" รัฐบาลสหรัฐฯ ก่อหนี้มหาศาลเพื่ออุดหนุนการขาดดุลการคลัง ทำให้อุปทานพันธบัตรในตลาดมีมากเกินไป (Oversupply) นักลงทุนจึงเรียกเก็บ "พรีเมียมความเสี่ยง" สูงขึ้น ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลต้องยอมจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้นเพื่อดึงดูดคนมาซื้อหนี้ของตนเอง
3. สัญญาณเตือนภัยในภาคเอกชน (Credit Crunch Warning)
การที่เงินไหลออกจากหุ้นกู้ High-yield สะสมถึง 1.35 หมื่นล้านดอลลาร์ ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนเริ่ม "หลีกเลี่ยงความเสี่ยง" (Risk-off) พวกเขากังวลว่าในภาวะที่ต้นทุนการกู้ยืมพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ บริษัทที่มีหนี้สินเยอะและเครดิตต่ำอาจจะผิดนัดชำระหนี้ (Default) ได้ในอนาคตอันใกล้
บทสรุป: สิ่งที่กราฟนี้กำลังบอกเราคือ ตลาดตราสารหนี้กำลังมาถึงจุดตึงตัวขีดสุด หากธนาคารกลางไม่มีการแทรกแซง หรือตัวเลขเศรษฐกิจไม่ส่งสัญญาณบวกที่ชัดเจนเพื่อดึงความเชื่อมั่นกลับมา เราอาจเห็นต้นทุนการกู้ยืมที่พุ่งสูงขึ้นลุกลามไปทำลายล้างทั้งตลาดหุ้นและภาคเศรษฐกิจจริงในไม่ช้า!
#BondMarketCrash #GlobalEconomy #พันธบัตรรัฐบาล #วิกฤตการเงิน #การลงทุน #TreasuryYields

ไทย
shadowio retweetledi

@PiCiJa2 @OpalPornch4670 @BankSuphanatMin ก็ถ้าทำอะไรได้ก็คนที่เค้าไม่เห็นด้วยกับวิธีของรัฐมนตรีเยอะแยะ อ้างสิงคโปร์ไม่ต้องหาวิธีลดต้นทุนราคาแล้วใช้เงินกองทุนอุดอย่างเดียว เดี๊ยวเพื่อนโรงกลั่นกำไรน้อย ปั้มอ่ะเพิ่มค่าการตลาดหน่อยเดี๊ยวไม่เท่าราคาสิงคโปร์ เท่ายังเท่าแล้วโอเค เก่งที่สุดปรบมือ
ไทย

@BalloonPP @OpalPornch4670 @BankSuphanatMin อ่านเป็นหรือเปล่าเนี่ย ราคาแรกอ้างอิงราคาสิงคโปร์ไอ้ควาย
ไทย

รมต.พิพัฒน์ตรรกะพังมากครับ
❌ไม่ลดภาษีสรรพสามิต เพราะกลัวรายได้รัฐบาลลด และงบปี 70 ที่รัฐบาลจะใช้ได้จะน้อย
✅แต่เลือกใช้กองทุนน้ำมันมาอุดหนุนแทน แล้วพอน้ำมันลงค่อยไปบวกเงินคืนจากประชาชน เพื่อชดเชยกองทุน
สรุปคือ รัฐบาลเลือกให้ประชาชนรับภาระ-เป็นหนี้ในอนาคต‼️ แทนที่ตัวเองจะรับภาระแทนประชาชน โดยการรัดเข็มขัด-ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง
ถ้าผู้บริหารประเทศคิดแบบนี้ ไม่สมควรมาบริหารประเทศครับ #จะช่วยประชาชนกี่โมง
เรื่องเล่าเช้านี้@MorningNewsTV3
"พิพัฒน์" เผยความคิดเห็นส่วนตัว ยันไม่ลดภาษีสรรพสามิต แต่จะกู้กองทุนมาซัปพอร์ตแทน เมื่อเข้าสู่สภาวะปกติจะดูดเงินจากตลาดกลับคืนสู่กองทุน ไม่กระทบรายได้ของประเทศ ด้าน "กรณ์-พีระพันธุ์" ซัดแรง เหมือนผลักภาระให้ประชาชนใช้คืนแทน ย้อนถาม โรงกลั่น-รัฐบาล เคยคิดแบกรับภาระบ้างไหม #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #กรรมกรข่าวคุยนอกจอ #น้ำมันแพง #วิกฤตพลังงาน #โรงกลั่น #ภาษีสรรพสามิต
ไทย
shadowio retweetledi

สรุปรวมที่คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯมาออกรายการสรยุทธวันนี้ ประเด็นปัญหาสำคัญอยู่ตรงที่คุณกรณ์กับคุณพีรพันธุ์พูดช่วงนี้แหละ
คือรัฐบาลและโรงกลั่นกับบริษัทน้ำมัน ไม่รับภาระอะไรร่วมกับประชาชนเลย
ราคาน้ำมันขึ้นรัฐบาลก็เอาเงินกองทุนน้ำมันไปชดเชยให้บริษัทน้ำมัน แล้วก็มาเก็บจากประชาชนภายหลัง
ส่วนรัฐบาลก็เก็บภาษีจากน้ำมันตามเดิมโดยไม่ช่วยลดภาษี ไม่ช่วยลดภาระให้ประชาชน
แถมรัฐมนตรียังมาพูดแก้ตัวแทนบริษัทน้ำมันด้วย
ไทย

@PiCiJa2 @BankSuphanatMin พูดสิ ในราคาขายไม่มีค่าการกลั่นอยู่ในนั้น
ไม่คุมค่าการกลั่นแต่เอาเงินกองทุนมาจ่ายเพื่อให้ปลายทางขายถูกลง อย่ามาแถ จะบอกว่าคนละเรื่องสุดท้ายมันก็ไม่พ้นราคาน้ำมันที่กองทุนจ่ายออกไป ตลกทำเป็นอวดฉลาด
ไทย

@BalloonPP @BankSuphanatMin โง่ได้อีก เอาส้นตีนที่ไหนมาคิดว่าเอาเงินกองทุนไปจ่ายค่ากลั่นน้ำมัน มันคนละเรื่องกับราคาขายควายเอ้ย
ไทย
shadowio retweetledi

ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดมานานครบ 1 เดือนเต็มแล้วนะครับทุกคน
ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานหลายสำนักเตือนว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ยังเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” และอาจรุนแรงกว่าวิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1970s
อย่างรายงานล่าสุดของ International Energy Agency (IEA) ระบุตรงๆ ในรายงานว่า “The war in the Middle East is creating the largest supply disruption in the history of the global oil market.”
หลายสำนักวิเคราะห์ชั้นนำ (Rapidan Energy, Politico, The Guardian, Fortune, Al Jazeera) ก็ยืนยันเช่นกันว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ supply หายไปประมาณ 15–20 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ราว 15–20% ของ supply โลก)
ถ้าลองเทียบตัวเลขนี้ กับวิกฤตในตะวันออกกลางในอดีต จะพบว่า รอบนี้เป็นวิกฤตที่ใหญ่กว่า วิกฤตน้ำมันครั้งก่อน ๆ อย่างชัดเจนนะครับ
1973 Arab Oil Embargo หาย ~4.5 ล้านบาร์เรล/วัน (~7%)
1979 Iranian Revolution หาย ~4.8 ล้านบาร์เรล/วัน (~5–7%)
1990 Gulf War หาย ~4.3 ล้านบาร์เรล/วัน (~9%)
ตอนนี้ ถึงแม้จะมีการระบายคลังสำรองและมาตรการช่วยเหลือแล้วก็ตาม แต่ก็ชดเชยได้แค่ 4-5 ล้านบาร์เรล/วัน นั่นแปลว่า น้ำมันหายไปจากตลาดโลกต่ำๆก็ประมาณ 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งก็สูงกว่าวิกฤตรอบก่อนๆอยู่ดี
และถ้าเราไปเทียบกับความต้องการใช้น้ำมันก่อนเกิดสงคราม
จะพบว่า โลกยังขาดแคลนน้ำมันราว 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเทียบเท่ากับการใช้น้ำมันรวมกันของอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน และอิตาลี
แถมช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นเส้นทางขนส่ง ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) กว่า 20% ของโลก ซึ่งแทบไม่มีเส้นทางสำรอง ทำให้วิกฤตปุ๋ยและอุตสาหกรรมปิโตรเคมีได้รับผลกระทบหนักตามไปด้วย
-----------------------
🌎 รัฐบาลทั่วโลกงัดทุกมาตรการออกมาใช้นิ?
แล้วสถานการณ์มันจะดีขึ้นไหม?
ใช่ครับ งัดกันออกมาทุกกระบวนท่าแล้ว
โดยภาพรวมทั้งโลก ตอนนี้มีการระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ออกมามหาศาล (คาดว่าราว 2-3 ล้านบาร์เรลต่อวัน)
ด้านซาอุฯ และ UAE ก็พยายามส่งน้ำมันผ่านท่อทางบกเพื่อเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ
และถึงขั้นที่สหรัฐฯ ยอมระงับการคว่ำบาตรน้ำมันของรัสเซียและอิหร่านที่ลอยลำอยู่กลางทะเลชั่วคราว เพื่อเพิ่มอุปทานในตลาดบรรเทาวิกฤต
ทำไปขนาดนี้แล้ว ทาง CEO ของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ออกมายอมรับว่า ตอนนี้แทบจะไม่เหลือเครื่องมือหรือแผนสำรองใดๆ ให้รัฐบาลสหรัฐฯ นำมาใช้พยุงราคาได้อีกแล้วนะครับ
-----------------------
💥ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ เดือนมีนาคม พุ่งขึ้นมาที่ 3.4% โดยน้ำมันเป็นปัจจัยหลัก แปลว่า เงินเฟ้อ กลับมาแล้วนะครับ
และถ้าราคาน้ำมันยังคงอยู่สูงอยู่ หรือถึงขั้นพุ่งไปถึง $170 ร์ต่อบาร์เรล ความเสี่ยงภาวะ Stagflation (เศรษฐกิจชะงักงัน + เงินเฟ้อสูง) จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
นักวิเคราะห์บางส่วน เริ่มประเมินสถานการณ์เลวร้ายที่สุด (Worst Case Scenario) ว่า ราคาน้ำมันอาจทะยานถึง $200 ต่อบาร์เรล (เคสนี้ หวังว่าจะไม่เกิดนะครับ)
ประเทศฝั่งเอเชียได้รับผลกระทบก่อนเพื่อน และดูเหมือนจะหนักที่สุดครับ ตอนนี้ มีการคาดการณ์ว่า ความต้องการใช้น้ำมันลดลงเกือบ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพราะแบกรับราคาพลังงานที่สูงขึ้นไม่ไหว
หลายประเทศเริ่มเห็นการปันส่วนน้ำมัน การยกเลิกเที่ยวบิน และการควบคุมการส่งออกสารเคมี
ด้านยุโรป มีความเสี่ยงสูงที่จะขาดแคลนน้ำมันดีเซลในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าแล้วด้วย
ระยะยาว CEO ของ TotalEnergies เตือนว่า หากวิกฤตยืดเยื้อเกิน 3–4 เดือน จะกลายเป็น “ปัญหาเชิงระบบ” ของเศรษฐกิจโลก และอาจบังคับให้เกิดการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) อย่างรวดเร็ว
-----------------------
🔚จุดจบสงครามครั้งนี้ จะอยู่ตรงไหน?
ตอบยากมากนะครับ เพราะจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มี ceasefire ที่แท้จริง จะมีก็การเจรจาผ่านตัวกลาง (ปากีสถาน, โอมาน, อียิปต์) แต่ยังติดขัดหนักอยู่ดี
สหรัฐฯ และอิสราเอลยังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและฐานทัพอิหร่านต่อเนื่อง
ด้านอิหร่านและกลุ่มพันธมิตร (Hezbollah, Houthis) ยังตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรน
และช่องแคบฮอร์มุซยังถูกขัดขวางหนัก มีเรือผ่านน้อยมาก
มุมมองจุดจบที่เป็นไปได้ของผมนะ
ผมมองว่า อาจมี Ceasefire แบบเลอะเทอะ (messy drawdown) คือ หยุดยิงชั่วคราวโดยไม่มีข้อตกลงถาวร ช่องแคบฮอร์มุซเปิดบางส่วน สงครามลดความรุนแรงลงแต่ยังตึงเครียดอยู่ดี ถ้าจบแบบนี้ ราคาน้ำมันจะค้างที่ระดับสูงบริเวณ $80-$90 ต่อบาร์เรลครับ
อีกกรณีที่เป็นไปได้ คือ การเจรจาทางอ้อมยาว ๆ ผ่านตัวกลาง (ปากีสถาน/โอมาน) จนได้ “ข้อตกลงในหลักการ” (framework agreement) ก่อน แล้วค่อยเจรจารายละเอียด ซึ่งต้องใช้เวลา เพราะ เงื่อนไขของทั้งสองฝั่ง ยังห่างไกลกันมากเกินไปครับ
-----------------------
🖊️ส่วนที่มีคนวิเคราะห์ว่า สงครามครั้งนี้จะ Prolonged War / Escalation ต่อเนื่อง ผมมองว่า โอกาสต่ำมากครับ
เพราะต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงเกินไปสำหรับทุกฝ่าย (โดยเฉพาะสหรัฐฯ) ครับ
หากสงครามยืดเยื้อเกิน 2–3 เดือน โลกจะเข้าสู่ภาวะ Stagflation อย่างชัดเจน (เงินเฟ้อสูง + เศรษฐกิจชะงักงัน)
ทรัมป์และทีมเศรษฐกิจรู้ดีว่า Stagflation คือ ฝันร้ายของการเมืองอเมริกัน เพราะจะทำลายฐานเสียงคนชั้นกลางและทำให้เศรษฐกิจถดถอยก่อน midterm election ปี 2026
ดังนั้น ทรัมป์มีแรงกดดันมหาศาลที่จะไม่ให้สงครามยืดเยื้อครับ
ด้านอิหร่านเองก็ทนไม่ไหวในระยะยาวเหมือนกัน
การถูกโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน (โรงกลั่น, ท่าเรือ, โรงไฟฟ้า) ทำให้อิหร่านสูญเสียรายได้จากการส่งออกน้ำมันอย่างหนัก
และถึงแม้ IRGC จะแข็งกร้าว แต่รัฐบาลพลเรือน (Pezeshkian) และประชาชนเริ่มกดดันให้หาทางออก
รวมถึงประเทศอื่นๆ อย่าง จีน, ยุโรป, เอเชีย ก็กำลังกดดันทั้งสองฝ่ายอย่างหนักด้วยเช่นกันครับ
Mr.Messenger รายงาน

ไทย
shadowio retweetledi


@OpalPornch4670 @BankSuphanatMin ทวิตคุยเรื่องราคาน้ำมันกับภาษีสรรพาสามิต เอ็งไหลไปเรื่องปกป้องโรงกลั่น มีสตินึกคิดหรือเปล่าเนี่ย
ไทย

@PiCiJa2 @BankSuphanatMin โง่ละไม่อัพเดท ช่วงก่อนค่าการกลั่น1-2บาท ตอนนี้ค่าการกลั่น6บาท แล้วเงินกองทุนที่มาซัพราคาน้ำมัน ไม่ได้ซัพค่านี้ด้วยรึไง ฉลาดขึ้นมาบ้าง อย่าเอาแต่แบก
ไทย

@BalloonPP @BankSuphanatMin โง่ก็อยู่ส่วนโง่แและโง่ต่อไปได้ตามที่คุณต้องการครับ เอาเงินกองทุนมาจ่ายค่าการกลั่นน้ำมันเอาส้นตีนคิดหรือครับ
ไทย
shadowio retweetledi

@PiCiJa2 @BankSuphanatMin โง่แบบไม่ดูประเทศอื่นรอบตัว เอาเงินกองทุนมาจ่ายค่าการกลั่น6บาท ให้ปั้มเพิ่มค่าการตลาดได้ มองจากดาวอังคารก็รู้ตรรกะพังคือมึงนี่แหละที่แบกมันอีก
ไทย

@BankSuphanatMin ตรรกะที่พังคือ วิธีคิดแบบพวกคุณนี่แหละ
ภาษีเป็นรายได้รัฐ ใช้บริการเพื่อคนทุกกลุ่มในประเทศ ราคาที่เปลี่ยนแปลงคนใช้เป็นผู้รับภาระ ไม่ใช่รบ.
รบ.ชดเชยสนับสนุนเพื่อบรรเทาปัญหาระยะสั้นได้แต่ไม่ใช่ทั้งหมด บ้านเราไม่มีเงินมากขนาดรับภาระระดับโลกได้
ไม่ควรเป็นสส.ในฐานะตัวแทนปชช.นะ
ไทย
shadowio retweetledi

รู้เรื่องเงินมากขึ้น แต่ทำไมยังรู้สึกว่าเงินไม่เคยพอ
.
วันนี้ เรื่องเงินไม่ใช่หัวข้อเฉพาะของนักลงทุนอีกต่อไป คำว่า Financial Literacy หรือทักษะทางการเงิน กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน คนวัยทำงานจำนวนมากเริ่มติดตามข่าวเศรษฐกิจ ฟังพอดแคสต์การลงทุน อ่านบทวิเคราะห์ตลาด หรือเรียนรู้เรื่องภาษีและกองทุนผ่านคอนเทนต์สั้นๆ ระหว่างวัน ความรู้ทางการเงินจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวเหมือนเมื่อสิบปีก่อน
.
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความรู้ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าความมั่นคงจะเพิ่มขึ้นในจังหวะเดียวกัน หลายคนเริ่มออม เริ่มลงทุน และเริ่มวางแผนมากขึ้น แต่ยังรู้สึกว่าเงินไม่เคยพอ และอนาคตยังมีความไม่แน่นอนอยู่เสมอ
.
อ่านบทความฉบับเต็มต่อได้ที่ : thestandard.co/financial-plan…
.
ภาพ: Roman Samborskyi / Shutterstock
.
#TheStandardWealth

ไทย
shadowio retweetledi













