KatieWang retweetledi
KatieWang
47.9K posts

KatieWang retweetledi
KatieWang retweetledi

หลายครั้งที่รู้สึกว่าทำไมแม่ดูใจดีจัง เวลาเจอเพื่อนของเรา ตอนเด็กคิดว่าแม่ทำให้ตัวเองดูดีในสายตาคนอื่นหรอ แต่พอโตขึ้นได้รู้ว่าที่แม่ทำดีกับเพื่อนของเรา เพราะเขาอยากให้เพื่อนของเราทำดีกับเรานั่นเอง
ᴛᴀᴋᴋᴜɴɢ 𓏰˙Ⱉ˙@iTakkung
เรื่องอะไรในวัยเด็ก ที่เราเพิ่งมารู้และเข้าใจตอนโต
ไทย
KatieWang retweetledi
KatieWang retweetledi
KatieWang retweetledi

ว่าด้วยเรื่องของการทำงาน •.
1. ไม่ใช่ทุกคนต้องถูกใจเรา และในทางกลับกันเราไม่จำเป็นต้องถูกใจทุก ๆ คน แต่ทุกคนต้องร่วมงานกันได้ เพราะที่ทำงานไม่ใช่สถานที่ ๆ มาคัดคนถูกใจ แต่มันคือที่ ๆ รวมคนทำงาน เพื่อให้เป้าหมายเดียวกันสำเร็จ
2. เกลียดกันได้ไม่เป็นไร แต่อย่าลืมว่า "งานต้องเดินหน้าต่อ" ความสัมพันธ์อาจพังได้ แต่หน้าที่ห้ามพังตาม ขอให้แยกให้ออกระหว่าง "ความรู้สึกส่วนตัว" กับ "ความรับผิดชอบส่วนรวม"
3. ความนิ่งถือเป็นทักษะอย่างหนึ่ง ไม่ได้สื่อถึงความอ่อนแอ การไม่ตอบโต้ ไม่ได้แปลว่าแพ้ แต่มันคือการเลือกไม่เสียพลังงานไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น
Maysarr—🍡🐈⬛@Aprilismyname__
พูดอีกอย่างคือหัดทำงานกับที่คนเกลียดให้ได้ เพราะโลกไม่ได้หมุนรอบตัวเรา แยกงานออกจากความรู้สึก ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี เรื่องงานก็ให้มันจบที่เรื่องงาน จบ!
ไทย
KatieWang retweetledi

สิ่งนี้เรียกว่า “ความเป็นมืออาชีพ” นะ
.
ซึ่งคนไทยไม่ค่อยมี คนไทยพอเกลียดกันก็จะทำงานด้วยกันไม่ได้ ตีกัน ขัดแข้งขัดขากัน แทงข้างหลังกัน เล่นการเมืองทำลายกัน
.
ทั้งที่จริงๆในที่ทำงาน จะรักกันเกลียดกันไม่เป็นเพื่อนกันมันธรรมดามาก เพราะมาทำงานไม่ได้มาหาเพื่อนอยู่แล้ว แต่มันต้องมีความเป็นมืออาชีพที่จะทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ขององค์กรให้ได้
Maysarr—🍡🐈⬛@Aprilismyname__
พูดอีกอย่างคือหัดทำงานกับที่คนเกลียดให้ได้ เพราะโลกไม่ได้หมุนรอบตัวเรา แยกงานออกจากความรู้สึก ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี เรื่องงานก็ให้มันจบที่เรื่องงาน จบ!
ไทย
KatieWang retweetledi
KatieWang retweetledi
KatieWang retweetledi
KatieWang retweetledi
KatieWang retweetledi
KatieWang retweetledi
KatieWang retweetledi
KatieWang retweetledi
KatieWang retweetledi

ผิด people pleaser ไม่ได้เป็นเพราะไม่เคยเจอความหนักจนต้องตัดคนอื่น แต่เพราะอยู่ในสภาวะที่ไม่ปลอดภัยทางอารมณ์ตลอดเวลาเลยต้องรักษาความสงบทางใจด้วยการควบคุมสถานการณ์ด้วยการเอาใจคู่สนทนาต่างหาก คนเหล่านี้บอบช้ำทางอารมณ์มากนะ
Cebigreen@CebiGreen
สัญญาณที่บอกว่าใครบางคนอาจ ยังไม่เคยเผชิญความยากลำบากมากนักในชีวิต ?? คำตอบ: มีนิสัย people pleaser ต้องทำให้ทุกคนรอบตัวรู้สึกดีเสมอ
ไทย
KatieWang retweetledi

ถ้าอยู่ใกล้ๆ ใครแล้วรู้สึกว่าโดนดูดพลัง มันห่อเหี่ยวมันเศร้ามันเหนื่อย ให้รีบถอยออกมาเลย เรื่องพวกนี้มันมีอยู่จริง เหมือนเขากำลังสูบพลังชีวิตของเราไป มันจะทำให้เราเจอแต่เรื่องร้ายๆ แย่ๆ รีบตัดไฟแต่ต้นลม เอาตัวไปอยู่ใกล้ๆคนที่เรารู้สึกว่ามีชีวิตชีวา อยู่ด้วยแล้วมีความสุขจัง อันนี้ไม่ได้พูดถึงในแง่ความรักนะ หมายถึงการใช้ชีวิตการทำงาน และมิตรภาพด้วย อย่าเอาตัวไปใกล้คนท็อกซิกเด็ดขาด
ไทย
KatieWang retweetledi

@BaimonUrBFF ก่อนรัฐประหาร ก็มีเหตุการณ์ม็อบเสื้อเหลือง-แดง ด้วยค่ะ บาดเจ็บและตายเยอะมากๆ
ไทย

Vicious cycle ของ Gen Y:
ช่วงวัยเด็ก
- ปี 49 เริ่มรู้จักการเมืองด้วยภาพ "รถถังยึดเมือง" จากรัฐประหาร 19 กันยายน จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งที่ลากยาวถึงปัจจุบัน
ช่วงวัยเรียน
- ปี 53 เติบโตท่ามกลางเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตใจกลางเมือง
- ปี 57: ตอกย้ำด้วยรัฐประหารอีกครั้ง เข้าสู่ยุคเผด็จการเต็มรูปแบบในช่วงที่กำลังจะก้าวสู่มหาวิทยาลัย หรือเริ่มทำงานปีแรก
วัยมหาลัย และวัยทำงาน: ชีวิตใต้กฎอัยการศึก
- ยุค คสช.: เสรีภาพในรั้วมหาวิทยาลัยถูกจำกัด จะรวมกลุ่มทำกิจกรรมต้องขออนุญาตทหาร
- การคุกคาม: ขยับตัวแสดงความเห็นนิดเดียวก็ถูกเรียก "ปรับทัศนคติ" เสียโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในวัยที่ควรจะเปิดกว้างที่สุด
วัยทำงาน:
- เลือกตั้งปี 62: ความหวังใหม่จบลงด้วย "การยุบพรรค" นำไปสู่การประท้วงที่ต้องวิ่งหนีแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง
- ยุคโควิด: เผชิญความล้มเหลวของการจัดการภาครัฐ จนเห็นผู้เสียชีวิตบนริมถนน เป็นภาพจำที่ขมขื่นในวัยทำงาน
วัยสร้างตัว ช่วงมองหาอนาคต: ชัยชนะที่ถูกขโมย
- เลือกตั้งปี 66: เจตจำนงของประชาชนชัดเจนว่าอยากเปลี่ยน แต่ "ผู้ชนะไม่ได้บริหาร" อนาคตที่ฝันไว้ถูกแช่แข็งด้วยกลไกพิเศษ
วัย 30s: บาดแผลจาก "นิติสงคราม"
- เลือกตั้งปี 69 เจอความผิดหวังซ้ำซาก: ต้องมาเห็นการโกงและการใช้กฎหมายทำลายเจตจำนงประชาชนอีกครั้ง เสียงส่วนใหญ่ถูกหักล้างด้วย "ปลายปากกาขององค์กรอิสระ" วนลูปไม่จบสิ้น
ไทย












