†un Chang 🌈☯️ retweetledi

จากนครวัดสู่ ‘Scambodia’ เงินสแกมไหลสร้าง ‘ตึกระฟ้า’ เทียบเท่า 40% ของจีดีพีประเทศ ศูนย์สแกมใหญ่ระดับ 36 สนามฟุตบอล
กลางกรุงพนมเปญ “ตึกระฟ้าสีทองอร่าม” ที่สูงที่สุดในประเทศ กำลังทะยานขึ้นเหนือถนนที่แน่นขนัดไปด้วยรถรา ตึกแห่งนี้อาจไม่ใช่อนุสาวรีย์แห่งความรุ่งเรือง แต่กำลังถูกมองว่ามาจากเงินสกปรกที่ได้มาจาก “การฉ้อโกงข้ามชาติ” ซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาลแก่ผู้คนทั่วโลก
ตึกระฟ้าแห่งนี้ กำลังก่อสร้างโดยบริษัทที่ถูกกระทรวงการคลังสหรัฐคว่ำบาตร ฐานพัวพันเครือข่ายหลอกลวงหลายร้อยแห่งที่ผุดขึ้นทั่วกัมพูชา
เมื่อศูนย์สแกมออนไลน์เติบโตจนมีมูลค่าราว “40% ของจีดีพีประเทศ” ตามข้อมูลจาก “เจคอบ ซิมส์” ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายหลอกลวงในกัมพูชา ประเทศแห่งนี้จึงไม่ได้ถูกจดจำเพียงในฐานะแผ่นดินแห่งนครวัดอีกต่อไป หากแต่กำลังถูกเรียกว่า “Scambodia” หรือ “ดินแดนแห่งการฉ้อฉลหลอกลวง” แทน
เบื้องหลังความหรูหราโอ่อ่านั้น คือโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยศูนย์สแกมออนไลน์ แรงงานถูกบังคับ เหยื่อจากทั่วโลก และเครือข่ายอิทธิพลที่โยงใยไปถึงชนชั้นนำทางการเมืองของกัมพูชา
📌คอมเพล็กซ์สแกม โรงงานหลอกลวงใหญ่ระดับเมือง
วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า สิ่งที่ทำให้กัมพูชากลายเป็นฐานสำคัญของอาชญากรรมรูปแบบนี้ มีหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็ว ระบบเศรษฐกิจที่ใช้เงินดอลลาร์เป็นหลัก และโครงสร้างอำนาจที่ตำแหน่งสำคัญในรัฐมักส่งต่อกันภายในครอบครัวหรือเครือข่ายอิทธิพลเดิม
นี่ได้ทำให้เงินจากอาชญากรรม สามารถแทรกซึมสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คาสิโน ธนาคาร โรงแรม และโครงการพัฒนาเมืองได้ง่ายขึ้น
ศูนย์สแกมหลายแห่งไม่ได้เป็นเพียงออฟฟิศลับ แต่มีขนาดใหญ่เทียบเท่าเมืองย่อม ๆ บางแห่งประกอบด้วยอาคารหลายสิบหลัง มีร้านอาหาร ร้านตัดผม ร้านนวด และพื้นที่พักอาศัย คนงานหลายพันคนถูกกักให้อยู่ภายใน พวกเขาถูกบังคับให้ปลอมตัวเป็นคนรัก นักลงทุน ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อหลอกเหยื่อให้โอนเงิน
เบื้องหลังจอคอมพิวเตอร์เหล่านั้น คือแรงงานจำนวนมากที่ไม่ได้สมัครใจ หลายคนถูกหลอกมาทำงานด้วยข้อเสนอเงินเดือนสูง ก่อนถูกยึดพาสปอร์ต ขังไว้ในอาคาร ถูกทำร้าย หรือถูกขายต่อไปยังแก๊งอื่น
หากทำยอดไม่ได้ บางรายระบุว่าถูกช็อตไฟฟ้า ถูกซ้อม หรือถูกข่มขู่ จนบางคนถึงขั้นยอมเสี่ยงชีวิต กระโดดตึกหนีตาย
ย้อนไปเมื่อปี 2024 กระทรวงการคลังสหรัฐได้คว่ำบาตร “ลี ยงพัด” วุฒิสมาชิกและนักธุรกิจชาวกัมพูชา จากข้อกล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อแรงงานในขบวนการหลอกลวง
ภายในรีสอร์ตคาสิโนบริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทย ซึ่งเป็นของบริษัทในเครือของเขา มีแรงงานที่ถูกบังคับจากอย่างน้อย 5 ประเทศให้การว่า ถูกทำร้าย ถูกช็อตด้วยไฟฟ้า และถูกข่มขู่ว่าจะถูกขายต่อให้แก๊งอื่น นอกจากนี้ยังมีอย่างน้อย 2 คนที่กระโดดตึกเสียชีวิตภายในรีสอร์ตดังกล่าว
หนึ่งในภาพที่สะท้อนความโหดร้ายของระบบนี้ คือ คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า “Baima Park” ซึ่งเจ้าหน้าที่กัมพูชาระบุว่า มีแรงงานต่างชาติอาศัยและทำงานอยู่ราว 6,000-7,000 คน
ภายในพื้นที่ประกอบด้วยอาคาร 31 หลัง ขนาดเทียบเท่า “สนามฟุตบอล 36 สนาม” เมื่อถูกทิ้งร้างหลังการกวาดล้าง พบเอกสารจำนวนมากที่ “บันทึกข้อมูลเหยื่ออย่างละเอียด” ตั้งแต่เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ ครอบครัว บัญชีธนาคาร ไปจนถึงเวลาเข้าออกบ้านของคู่สมรสหรือบุตรหลาน
เอกสารเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า การสแกมไม่ได้อาศัยแค่คำพูดหลอกล่อแบบหยาบ ๆ แต่เป็นอุตสาหกรรมที่มีการวางระบบ มีสคริปต์ มีการเก็บข้อมูล มีการวิเคราะห์จุดอ่อนทางอารมณ์และการเงินของเหยื่ออย่างเป็นขั้นตอน เหยื่อบางรายถูกทำให้เชื่อว่าตนเองอยู่ภายใต้ “การจับกุมเสมือนจริง” และต้องโอนเงินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ขณะที่ฉากหลังถูกจัดให้เหมือนสถานีตำรวจจริง มีเครื่องแบบปลอมและวิกผมเป็นอุปกรณ์ประกอบฉาก
จากประเทศที่โลกเคยจดจำผ่านนครวัดและอารยธรรมขอมโบราณ วันนี้กัมพูชากำลังถูกจารึกด้วยชื่อใหม่ว่า “Scambodia” ดินแดนที่การฉ้อโกง กลายเป็นอุตสาหกรรมระดับชาติ
อ่านต่อได้ที่: bangkokbiznews.com/world/economic…
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic

ไทย





























